ลี่เทียนเป่าเห็นหน้าสหายที่ตรงเข้ามาปลุกเขาถึงเรือนนอนั้แ่ฟ้ายังไม่สางก็ลุกขึ้นงัวเงียงุนงง
“เหล่าจี เ้าเป็อันใดอีก?”
“เหล่าลี่ เมื่อคืน ข้าลองถอดเสื้อนอนกอดกับนางแล้ว ร่างกายข้าร้อนขึ้นกว่าเมื่อคืนก่อนอีก เ้าดู หน้ากับคอข้ายังไม่หายร้อนเลย”
กุนซือหนุ่มได้ยินว่าสองสามีภรรยาถอดเสื้อนอนกอดกันก็ตื่นเต้น เขารีบลุกขึ้นแล้วเดินที่มุมห้องรีบล้างหน้าล้างหน้าบ้วนปากแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าออกมา
“เ้าไม่ฟังข้าหรือไร?”
“ฟังๆ สิ ข้าอยากฟังเื่ของเ้ามากถึงได้รีบมาล้างหน้า เปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างไรเล่า?” ลี่เทียนเป่ารีบร้อนจนต้องกลั้นใจใช้น้ำเย็นในถังมาล้างหน้าโดยไม่ได้ร้องเรียกบ่าวรับใช้หน้าเรือน
“คนที่อยู่ข้างนอกน่ะ เข้ามาจุดเตาต้มชาให้ข้าที” จีหลุนถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาอุตส่าห์ฉวยโอกาสนอนที่ภรรยายังไม่ตื่นรีบมาปลุกลี่เทียนเป่า
บ่าวรับใช้หน้าเรือนได้ยินเสียงท่านชายร้องเรียกก็รีบเข้ามาดูแล
“ไปเอาอาหารเช้าจากโรงครัวมาส่งข้ากับคุณชายลี่ที่นี่นะ”
“ขอรับ”
อากาศยามเช้าตรู่เย็นเยียบ ลี่เทียนเป่ารู้สึกชาผิวหน้าไปหมดตอนที่กวักน้ำเย็นจากอ่างทองเหลืองขึ้นมาล้างหน้า ฟันเขากระทบกันกึกๆ ขณะเดินออกมาจากหลังฉาก
“นี่ข้ารีบจนรอน้ำอุ่นไม่ได้แล้วนะ”
“ไม่เป็ไรน่า ชากำลังร้อนพอดีมาจิบก่อนเถิด” จีหลุนรีบรินน้ำชาเอาใจ
ลี่เทียนเป่าใช้สองมือประคองจอกชาใบน้อยเพื่อหวังจะได้รับความอบอุ่นให้กับมือที่เย็นชืดทั้งสองข้าง เขาก้มลงเป่าไล่ไอร้อนกรุ่นบนผิวน้ำ แล้วยกขึ้นจิบ ทีละนิดจนหมดจอก
“พูดต่อสิ เมื่อคืนเ้าทำอย่างไรกับนางบ้าง?”
“หึ! เ้าให้ข้านั่งรอจนหายตื่นเต้นแล้ว”
กุนซือหนุ่มจ้องหน้าสหายแล้วหัวเราะออกมา “ไม่ตื่นเต้นอย่างนั้นหรือ? ข้าว่าเมื่อคืนเ้าคงมีเื่ตื่นเต้นมากเลยต่างหาก ดูใต้ตาของเ้าสิ ช้ำเป็วงแล้ว ไม่ว่าผู้ใดก็ดูออกว่าเมื่อคืนเ้านอนไม่หลับ”
จีหลุนหลับตาแล้วยกมือสองข้างขึ้นลูบเบาๆ “ข้าจะหลับตาลงได้อย่างไรเล่า? สองเต้าของนางเบียดอยู่กับหน้าอกของข้าแบบนั้น”
ลี่เทียนเป่าได้ยินก็ถึงกับอึ้ง “เ้า เ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง?”
“ข้าร้อนวูบวาบยิ่งกว่าวันก่อน ส่วนนั้นก็...ก็ตึงขึ้นด้วย เพียงแต่มันค้างอยู่แค่นั้นจนถึงเช้า”
“มิน่า! สภาพของเ้าถึงได้เป็เช่นนี้ เมื่อคืนคงข่มตาไม่ลงเลยสิท่า”
“อืม...ข้าพยายามหลับตาแล้ว แต่มันยังรู้สึกอยู่”
“เ้ามาถูกทางแล้วเหล่าจี ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องลองทำให้มากกว่าเดิมทีละนิดๆ จนกว่าร่างกายของเ้าจะตอบสนองได้เป็ปกติ”
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง พ่อบ้านต้วนเอ่ยขึ้น
“ท่านชายขอรับ ข้าน้อยเอาอาหารเช้ามาส่ง”
“เข้ามาสิ”
ต้วนชางเดินนำหน้าบ่าวรับใช้สองคนเข้ามา อาหารเช้าถูกวางลงตรงหน้าบุรุษทั้งสอง ลี่เทียนเป่ายิ้มกว้าง ที่นี่สมกับได้ชื่อว่าเป็วัง อาหารการกินล้วนถูกจัดการอย่างบรรจงและรสชาติอร่อยยิ่ง
“พ่อบ้านต้วน เมื่อมีความเคลื่อนไหวใช่หรือไม่?”
“ขอรับ มีคนชุดดำวนเวียนอยู่ด้านหลังอาคารหลังใหญ่ น่าเสียดายข้าน้อยตามจับตัวไว้ไม่ทัน”
มือของท่านชายที่กำลังรินน้ำชาชะงักไปชั่วอึดใจ “เมื่อคืน นางบอกให้ข้ารีบเข้านอน เห็นทีคงจะให้คนออกไปสำรวจผังวัง”
ลี่เทียนเป่าเลิกคิ้ว “อ้อ...สถานการณ์ซับซ้อนเยี่ยงนี้นี่เอง”
“ก็เหมือนที่เ้ากับข้าคิด นางแต่งกับข้าเพราะมีจุดประสงค์แอบแฝง แต่ดูเหมือนนางจะเขวี้ยงหินก้อนเดียว หวังนกหลายตัว” จีหลุนก้มลงเป่าน้ำชาในจอก
“ดังนั้น นางจึงกล้าเสี่ยงตายแต่งงานกับเ้าเพราะรู้แน่ว่าหากนางได้รับพระราชทานสมรสกับเ้า อย่างไรเ้าก็ไม่มีทางฆ่านางแน่ ซ้ำนางยังจะได้เข้ามาอยู่ในวังจีโดยสะดวก”
“ถูกต้อง สมแล้วที่เป็กุนซือประจำค่ายพยัคฆ์ไฟ”
“นี่มันเกินคาดไปแล้วนะ เหล่าจี”
พ่อบ้านวัยสามสิบกว่ายิ้มน้อยๆ “ไม่เป็ไรขอรับคุณชายลี่ เื่ในวังจีให้ข้าน้อยรับมือเอง ข้าน้อยให้คนคอยจับตาฮูหยินน้อยเอาไว้แล้ว”
“รบกวนท่านแล้วพ่อบ้านต้วน”
“หน้าที่ของข้าน้อยอยู่แล้วขอรับ คุณชายโปรดวางใจ”
แสงจากภายนอกเริ่มส่องสว่าง ต้วนชางมองเห็นใต้ตาของท่านชายจีหมองคล้ำก็รีบหันไปบอกบ่าวรับใช้ไปเอาผ้าชุบน้ำเย็นมาให้
“คุณชายขอรับ วันนี้ต้องเข้าเฝ้าในท้องพระโรง หากไปด้วยสภาพเช่นนี้คงดูไม่ดี ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นประคบใต้ตาก่อนเถิดจะได้หายหมองคล้ำ เดี๋ยวข้าน้อยจะไปเอาน้ำแป้งปกปิดริ้วรอยมาให้”
“ดีๆ พ่อบ้านต้วน รีบจัดการให้ท่านชายเถิด” ลี่เทียนเป่าเห็นด้วย พอสว่างมากขึ้น เขาก็เห็นว่าใบหน้าของสหายดูหมองคล้ำจนชวนให้กังวล
“กินข้าวก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวค่อยประคบ อาหารใกล้จะเย็นหมดแล้ว”
“จริงด้วย อาหารในวังจีอร่อยๆ ทั้งนั้น ข้าต้องรีบกิน” กุนซือหนุ่มรีบลงมือตักโจ๊กเข้าปาก เขามองจานเครื่องเคียงแล้วดวงตาเป็ประกาย
ครั้นอิ่มแล้ว จีหลุนก็ค่อยประคบใต้ตาด้วยผ้าชุบน้ำเย็นบิดหมาดๆ ครู่ใหญ่ใบหน้าของเขาก็ผ่องใสขึ้น พ่อบ้านต้วนก็เอาแป้งน้ำมาส่งให้พร้อมทั้งอธิบายวิธีใช้
“พ่อบ้านต้วน เหตุใดท่านจึงมีแป้งน้ำด้วย?”
“คุณชาย ข้าน้อยต้องต้อนรับแขกของวังจีอยู่ทุกวัน ใบหน้าก็ไม่ได้สดใสอยู่ตลอดหรอกนะขอรับ บางวันก็เหี่ยวแห้งต้องมีวิธีดูแลสุขภาพผิวกันบ้าง ไม่เช่นนั้นก็น่าเกลียดแย่”
“อืม...ถึงว่า ใบหน้าของท่านดูแล้วอ่อนกว่าวัยมากเลยทีเดียว ตอนที่ข้าเห็นท่านครั้งแรกนึกว่าอายุน้อยกว่าข้าเสียอีก”
“ปีนี้ข้าน้อยก็สามสิบสี่แล้วขอรับ”
“จริงหรือ?”
“ขอรับ”
“ถ้าอย่างนั้น ท่านใช้สิ่งใดบำรุงผิวหน้า เอามาแบ่งขายให้ข้าบ้าง”
“ท่านกุนซือสนใจเื่หน้าตาด้วยหรือขอรับ?”
“ไม่สนใจได้อย่างไร? ข้ายังไม่ได้แต่งงานเลยนะ บางทีหากข้าหน้าผ่องใสอย่างเหล่าจี วันหน้าอาจจะมีแม่นางสักคนมาชี้ตัวขอแต่งงานกับข้าบ้าง”
ท่านชายจีได้ยินเช่นนั้นก็ส่งสายตาพิฆาตมาให้สหายที่กล้าพูดจา เหน็บแนม “หึ! ปากของเ้า เก็บเอาไว้กินอาหารในวังของข้าเถิด อย่าคิดจะกินกำปั้นของข้าเลย”
“โอ๊ะๆ ท่านแม่ทัพ ยามนี้เราอยู่ในเมืองหลวงนะขอรับ ไม่ควรจะใช้กำลัง” ลี่เทียนเป่ายกสองมือขึ้นป้องกันใบหน้าของตนเอง คล้ายจะหยอกเย้าจีหลุน
“เ้านี่มันวอนเสียจริง”
บุรุษทั้งสองเดินตามกันออกมาขึ้นรถม้าไปยังวังหลวง การประชุมในวันนี้คงจะได้ยินความคืบหน้าเื่ปัญหาชายแดนเพราะได้ยินว่ามีนายทหารเดินทางมาจากด่านใหญ่ตะวันตก
เป็จริงดังที่จีหลุนกับลี่เทียนเป่าคาดเอาไว้ หลังจากสนธิสัญญาสงบศึกถูกประกาศออกไป คนทั้งห้าชนเผ่าก็เริ่มเดินทางเข้ามาค้าขายเขตชายแดนอย่างคึกคัก หนังสือผ่านแดนได้รับการอนุญาตไปมากกว่าพันเล่ม
ที่สำคัญ ในท้องพระโรงวันนี้เซียงเจียสวี่บุตรหัวหน้าเผ่าเซียนซาเดินทางมาขอเข้าเฝ้าิฮ่องเต้ พร้อมทั้งถวายสิ่งของมีค่าที่นำมาจากดินแดนไกลโพ้นทางตะวันตก
“กระหม่อมเดินทางล่วงเข้าไปในเขตชนผิวเผือกพะยะค่ะ บ้านเมืองของพวกเขาใหญ่โตโอ่อ่า ในการค้าขายครั้งนี้ได้สิ่งของแปลกๆ และมีค่ามากมาย ในเมื่อฝ่าาทรงยินดีทำสัญญาสงบศึก กระหม่อมรู้สึกซาบซึ้งยิ่ง จึงได้นำสิ่งของมาถวายในการเดินทางผ่านแคว้นิครั้งนี้ด้วยพะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ทรงทอดพระเนตรถ้วยชามและกาน้ำชางดงามแปลกตาที่เซียงเจียสวี่นำมาถวายแล้วรู้สึกพอพระทัยอย่างยิ่ง จึงรับสั่งให้คนผู้นั้นพำนักในเรือนรับรองราชทูตได้
“เหล่าจี คนผู้นี้ คือ สหายในวัยเยาว์ของฮูหยินน้อยมิใช่หรือ?”
*************

