บทที่ 35 คุณหนูใหญ่และสาวใช้
เว่ยฉางอันมีสีหน้าเรียบเฉยอย่างยิ่ง นางไม่อยากจะสืบสาวราวเรื่องนี้ต่อไปอีกแล้ว
เพราะนางรู้ว่าเรื่องนี้ เว่ยเจียวอิงได้หลุดพ้นไปแล้ว ความรับผิดชอบทั้งหมดตกอยู่ที่สาวใช้ผู้นั้น ต่อให้นางพยายามขัดขวางต่อไปอีก ก็ไร้ประโยชน์แล้ว
จุดประสงค์ของนางก็เพียงเพื่อจะแก้แค้นเว่ยเจียวอิงเท่านั้น ดังนั้นนางจึงไม่อยากเสียพลังงานไปกับเรื่องอื่น ๆ อีก
"คุณหนูใหญ่เว่ยวางใจได้เลย ข้าจะต้องให้คำตอบที่ท่านพอใจแน่นอน"
คุณหนูจวนเสนาบดีเป็นคนฉลาดเฉลียว จะมองไม่ออกได้อย่างไรว่าเรื่องนี้ไม่ธรรมดาเลย เพียงแต่เรื่องนี้ยิ่งเล็กยิ่งดี ดังนั้นนางจึงได้แต่แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไปก่อน
เว่ยฉางอันตอบรับอย่างเสแสร้ง แล้วก็เอ่ยลาว่า "วันนี้ข้ารู้สึกเหนื่อยแล้ว ขอตัวกลับก่อน"
ท่าทางของนางเช่นนี้ ทุกคนต่างคิดว่านางตกใจ จึงไม่ได้สอบถามอะไรอีก ต่างพากันลาคุณหนูจวนเสนาบดี
"มา! เอาคุณหนูสี่ผู้บังอาจนี่ไปแช่ในกรงหมูเดี๋ยวนี้"
คุณหนูจวนเสนาบดีรู้ว่าเรื่องนี้ไม่ควรเป็นนางตัดสินใจ แต่ตอนนี้ท่านพ่อไม่อยู่ หากนางไม่จัดการตอนนี้ นางรู้ว่าพอคุณหนูจากตระกูลขุนนางออกไปแล้ว กลัวว่าทั้งเมืองหลวงจะต้องเต็มไปด้วยเรื่องราวในวันนี้แน่
"รอก่อน"
สาวใช้ผู้นั้นเอ่ยเสียงเรียบ ทุกคนชะงักฝีเท้า หันหลังกลับมามองพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย รวมทั้งเว่ยเจียวอิงด้วย
"ข้ารู้ดีว่าความตายของข้าไม่คุ้มค่าอะไร ขอเพียงให้มารดาของข้ามีชีวิตรอดก็พอ"
ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความว่างเปล่า ก้มหน้าลงคารวะไปข้างหน้าครั้งหนึ่ง เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับเว่ยเจียวอิงเพียงชั่วครู่สั้น ๆ
แต่เว่ยเจียวอิงกลับมองเห็นความอ้อนวอนในดวงตาของนางอย่างชัดเจน
เว่ยเจียวอิงยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เผยถุงเงินในมือออกมานิดหน่อย แล้วหมุนตัวจากไป โดยไม่การแสดงท่าทีใด ๆ แต่สาวใช้ผู้นั้นไม่กล้าเสี่ยง หวังเพียงว่านางจะไว้ชีวิตมารดาของนาง
ในขณะที่ เว่ยเจียวอิงคิดว่าไม่มีใครเห็นการกระทำของนาง แต่กลับมีสองคนที่เห็นเข้าพอดี
หนึ่งคือเงาบนหลังคา และอีกคนก็คือคุณหนูจวนเสนาบดีผู้นั้น
แต่นางเพียงแค่แววตาวาบหนึ่ง มิได้ทำอะไร เพียงกวาดตามองทุกคนอย่างลึกซึ้ง ก่อนจะปล่อยรอยยิ้มที่มีนัยแฝงออกมาที่มุมปาก
"คุณหนู ท่านไม่เป็นไรกระมัง"
สาวใช้ทุกคนรออยู่ที่ลานด้านนอก เมื่อเว่ยฉางอันออกมา ซู่ซินก็เห็นเข้าพอดี รีบเข้าไปหา เห็นสีหน้าของนางไม่ดี จึงถามอย่างระมัดระวัง
"ข้าไม่เป็นไร"
นางส่ายหน้าเบา ๆ มุมปากฉีกยิ้มอย่างขอไปที นางยังคิดถึงเรื่องวันนี้อยู่ ส่วนใหญ่เป็นเพราะนางไร้เดียงสาเกินไป ไม่ได้เตรียมพร้อมสำหรับทุกเรื่อง
นางรู้ว่าเว่ยเจียวอิงใจร้าย แต่ไม่คิดว่าจะร้ายถึงขั้นนี้
เมื่อก้มหน้าลง ความเกลียดชังปรากฏขึ้นในดวงตาของเว่ยฉางอัน นางยังไร้เดียงสาเกินไป ในชาติก่อน เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เว่ยเจียวอิงสามารถฆ่าพี่ชายและบิดาได้ ทำให้ทั้งจวนแม่ทัพถูกประหารชีวิต ทำให้นางตายอย่างอนาถ
คนอย่างเว่ยเจียวอิงยังมีอะไรที่ทำไม่ได้อีก มีผู้คนมากมายต้องตายด้วยน้ำมือของนาง
เว่ยฉางอันกำผ้าเช็ดหน้าในมือแน่น ชาตินี้ไม่ว่าอย่างไรนางจะไม่ปล่อยให้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้น แม้ว่า...จะต้องแลกด้วยชีวิตของนางเอง และตายไปพร้อมกับนาง
"ท่านพี่ ท่านเดินเร็วอะไรขนาดนั้น ไม่รอข้าเลย"
ขณะที่นางกำลังจะก้าวขึ้นรถม้าโดยมีซู่ซินคอยดูแลอยู่ เสียงที่เจือไปด้วยความน้อยใจก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
ดวงตาของเว่ยฉางอันมืดลงเล็กน้อย ไม่อยากจะรับมือกับนางจริง ๆ ดังนั้นหลังจากชะงักไปเล็กน้อย นางจึงไม่หันกลับไป เดินตรงไปนั่งบนรถม้า
"ดีใจอะไรนักหนา"
เว่ยเจียวอิงไม่คิดว่านางจะทำให้ตนเสียหน้าขนาดนี้ จึงเอียงหน้าไปด้านข้าง ก็เห็นสาวใช้แอบหัวเราะคิกคัก ทันใดนั้นใบหน้าของนางก็ร้อนผ่าว
นางเงยหน้าขึ้นจ้องมองรถม้าอย่างดุดัน ราวกับว่าการจ้องแบบนี้จะทำให้มองทะลุเข้าไปในรถม้าและเห็นเว่ยฉางอันได้อย่างนั้น
"กลับจวน"
เว่ยฉางอันไม่อยากรอนาง จะขึ้นรถม้าหรือไม่ก็ช่าง
"รอก่อน"
ไม่คิดว่าเว่อยฉางอันจะไม่พานางกลับไปจริง ๆ เว่ยเจียวอิงร้อนรนขึ้นมา โดยไม่สนใจสายตาของผู้คนรอบข้าง รีบขึ้นรถม้าไปทันที เพราะไม่อยากเดินกลับ และรู้สึกเสียดายชุดสวย ๆ ของนางเกินไป
"วันนี้ท่านพี่โชคดีที่ไม่ได้ใส่ชุดสวย ๆ มา ไม่อย่างนั้นถ้าเปื้อนคงน่าเสียดายมากทีเดียว"
พอนึกถึงเรื่องเสื้อผ้า เว่ยเจียวอิงก็รู้สึกภูมิใจ มองคนที่หลับตาพริ้มอยู่ตรงหน้า คำพูดของนางเต็มไปด้วยการยั่วยุ
"เจ้าพูดถูก ต่อไปนี้ข้าจะใส่แต่ชุดสวย ๆ เจ้าอย่าได้โทษข้าในภายหลังเล่า หากข้าไม่มีชุดให้เจ้าใส่"
เว่ยฉางอันลืมตาขึ้น ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มจอมปลอม นางจงใจพูดขัดคอเว่ยเจียวอิง
ได้ยินว่านางไม่ตั้งใจจะให้ชุดนางใส่ สีหน้าของเว่ยเจียวอิงก็แข็งทื่อไปในทันที นางมีชุดอยู่ แต่ผ้าและแบบไม่ดีเท่าของนาง
ก็เพราะเว่ยฉางอันเป็นบุตรีฮูหยินใหญ่ ส่วนนางเป็นแค่บุตรีอนุ
"ท่านพี่ ดูท่านสิ ในฐานะพี่น้องกัน..."
"ซู่ซินพอกลับไปแล้ว ไปที่ห้องของคุณหนูรองแล้วเอาชุดและเครื่องประดับของข้ากลับมา ข้าจะได้แต่งตัวสวย ๆ บ้าง"
เว่ยเจียงอิงที่ยิ้มและเริ่มพูด แต่ยังไม่ทันจบประโยค เว่ยฉางอันก็พูดขัดขึ้นด้วยใบหน้าเย็นชา ไม่สนใจนางเลย แต่หันไปสั่งซู่ซินอย่างจริงจัง
"ท่านพี่!"
เว่ยเจียวอิงถึงกับหายใจไม่ออกชั่วขณะ นางไม่คาดคิดเลยว่าเสื้อผ้าที่นางจะใส่ต่อจากนี้ถึงไม่ได้ใส่ก็แล้วไปเถอะ ทว่าแม้แต่เสื้อผ้าเก่า ๆ ก็ยังจะเอากลับคืนไปอีก เป็นเช่นนี้ต่อไปนางจะใส่อะไรไปงานเลี้ยง หากไม่มีชุดสวย ๆ นางจะเด่นเป็นสง่ากว่าใครได้อย่างไร
ทว่าเว่ยฉางอันกลับไม่สนใจนางแม้แต่น้อย ยังทำเป็นนึกอะไรออกอีก หันไปบอกซู่ซินว่า "จริงสิ คุณหนูรองยังเอาของสะสมมากมายจากข้าไปเยอะทีเดียว เอากลับมาพร้อมกันเลยแล้วกัน ตอนนั้นข้าจะเอาไปที่วังชินอ๋องด้วย"
"เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ข้าจะกลับไปเรียกคนใช้ให้ไปที่ห้องคุณหนูรองพร้อมกัน"
ซู่ซินตอบรับเสียงดังฟังชัด ก่อนหน้านี้ตอนเว่ยฉางอันยังโง่เง่าและถูกหลอก เว่ยเจียวอิงไม่รู้ว่าเอาของดีไปมากเท่าไร นางจำทุกอย่างได้หมดเลย ในที่สุดก็ได้ของพวกนั้นกลับมาทั้งหมดแล้ว
"นี่ ของที่ท่านพี่ให้ข้าไป จะเอากลับไปได้อย่างไรกัน?"
นี่เป็นสิ่งที่เว่ยเจียวอิงคาดไม่ถึงเลย เมื่อครู่นางเพิ่งจะดีใจที่หลุดพ้นจากจวนเสนาบดี แต่เว่ยฉางอันกลับมาทำแบบนี้กับนาง
ความรู้สึกดี ๆ ของนางหายวับไปในพริบตา ไม่แสร้งทำเป็นอ่อนโยนน่ารักอย่างที่ผ่านมาอีกต่อไป กลับตะโกนใส่นางอย่างคลุ้มคลั่ง
"หืม? ข้าจำไม่ได้ว่าเคยบอกว่าจะยกของพวกนี้ให้เจ้านะ ซู่ซิน เจ้าจำได้หรือไม่?"
เว่ยฉางอันเลิกคิ้ว ทำหน้าไร้เดียงสามองไปที่ซู่ซิน แล้วยิ้มหวานถามนาง
"ตอบคุณหนู ข้าก็จำไม่ได้เช่นกันเจ้าค่ะ คุณหนูเคยพูดว่าจะให้ของคุณหนูรองด้วยหรือ"
เห็นนางถามตัวเอง ซู่ซินรีบยิ้มกว้าง พูดออกมาอย่างร่วมมือเป็นอย่างดี