หลี่ต้าเฉียงขมวดคิ้วมุ่นดวงตาคมกริบกวาดมองร่องรอยบนพื้นดินอย่างละเอียดถี่ถ้วนหลังจากที่เค้นความจริงจากปากพ่อค้าทาสเขาก็รีบนำกำลังองค์รักษ์ติดตามมายังสถานที่ที่มันสารภาพโดยเร็วที่สุดแต่สิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับมีเพียงร่องรอยเล็กน้อยของการต่อสู้และร่องรอยของกลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่จากไปนานแล้ว
ทว่าสายตาของหลี่ต้าเฉียงก็สะดุดกับสิ่งหนึ่งที่ทำให้หัวใจของเขากระตุกวูบเศษผ้าชิ้นเล็กๆ ที่ตกอยู่บนพื้นดิน แม้จะขาดรุ่งริ่งและเปื้อนดินโคลนแต่เขาก็จำลายปักบนเนื้อผ้าได้เป็นอย่างดี...มันคือส่วนหนึ่งของเสื้อผ้าที่เสี่ยวหว่านสวมใส่ในวันที่ถูกลักพาตัว และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือคราบเลือดสีคล้ำที่เกรอะกรังอยู่บนเศษผ้านั้นเอง
ความกังวลและหวาดกลัวแล่นริ้วเข้าไปในหัวใจของหลี่ต้าเฉียงอย่างรวดเร็ว"เสี่ยวหว่าน..." เขาพึมพำเรียกชื่อภรรยาสาวเสียงแผ่วเบาใบหน้าคมสันเคร่งขรึมลงอย่างเห็นได้ชัด "เกิดอะไรขึ้นกับนางกันแน่..."
"รีบตรวจดูร่องรอยบริเวณนี้ให้ละเอียดอีกครั้ง! หาให้พบว่าพวกมันไปทางไหนมีร่องรอยอะไรผิดปกติหรือไม่!" หลี่ต้าเฉียงสั่งองค์รักษ์เสียงเข้มดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบบริเวณอย่างไม่ลดละความรู้สึกสังหรณ์ใจที่ไม่ดีเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเขา
องค์รักษ์ขานรับคำสั่งทันที "ขอรับ!"เขาเดินออกไปสำรวจพื้นที่โดยรอบอย่างรวดเร็ว หาร่องรอยบนพื้นดินอย่างละเอียด
หลังจากที่ไปสำรวจอยู่บริเวณพงหญ้ารกทึบริมทางก็ร้องขึ้นด้วยความตกใจ"นายท่าน! ทางนี้ขอรับ! พบร่องรอยประหลาด!"
หลี่ต้าเฉียงรีบสาวเท้าเข้าไปใกล้สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาทำให้หัวใจของเขาเย็นเยียบร่องรอยของสัตว์ป่าขนาดใหญ่ที่ลากบางสิ่งบางอย่างเข้าไปในพงหญ้าสูงรกนั้นเห็นได้อย่างชัดเจนดินบริเวณนั้นถูกครูดเป็นทางยาว และมีรอยเลือดกระเซ็นเป็นหย่อมๆ
"เข้าไปดู!" หลี่ต้าเฉียงสั่งเสียงเข้มใบหน้าคมสันตึงเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาและองค์รักษ์ค่อยๆย่างเท้าเข้าไปในพงหญ้าอย่างระมัดระวัง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆเมื่อพวกเขาเดินลึกเข้าไป...
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของหลี่ต้าเฉียงและองค์รักษ์ที่ตามเข้าไปในพงหญ้าทำให้ทุกคนต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจและสลดใจซากร่างมนุษย์สี่ร่างนอนจมกองเลือดอยู่ท่ามกลางพงหญ้ารกชัฏสภาพศพแต่ละร่างถูกสัตว์ป่ากัดแทะจนจำเค้าเดิมแทบไม่ได้
หลี่ต้าเฉียงรีบเข้าไปตรวจสอบศพเหล่านั้นอย่างละเอียดพยายามมองหาร่องรอยหรือสิ่งบ่งชี้ใดๆ ที่จะสามารถระบุตัวตนของผู้เสียชีวิตได้แต่เมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว เขาก็มั่นใจว่าไม่มีร่างใดที่เป็นเสี่ยวหว่านภรรยาสาวสุดที่รักของ
เขา รูปร่างเล็กบอบบางนั้นไม่มีในกลุ่มศพเหล่านี้และที่สำคัญที่สุด... ไม่มีเศษเสื้อผ้าชิ้นใดเลยที่คุ้นตาแม้แต่ชุดที่
เสี่ยวหว่านสวมใส่ในวันที่ถูกลักพาตัว หรือชุดอื่นๆ ที่นางเคยใส่เขาก็จดจำได้ทั้งหมดแม้กระทั่งเสื้อผ้าชั้นในที่เขาเคยเป็นคนช่วยเลือกซื้อกับนางด้วยมือของตนเอง
ความโล่งใจที่คนในกลุ่มศพนี้ไม่มีภรรยาของเขาความกังวลที่ยังไม่รู้ว่าเสี่ยวหว่านอยู่ที่ไหนและปลอดภัยหรือไม่
"สองร่างนี้ลักษณะการแต่งกายและอาวุธที่พบบ่งชี้ว่าเป็นพวกโจรค้าทาสอย่างแน่นอนขอรับ"องค์รักษ์กล่าวด้วยน้ำ
เสียงหนักแน่น "ส่วนอีกสองศพเป็นร่างของหญิงสาว...แต่ดูจากรูปร่างแล้ว ไม่น่าจะใช่ นายหญิงขอรับ"
หลี่ต้าเฉียงพยักหน้าช้าๆดวงตาคมกริบยังคงสำรวจซากศพเหล่านั้นอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสิ่งใดตกหล่น
"ไม่ใช่... ไม่ใช่นาง" เขายืนยันเสียงเบาก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบบริเวณ "และไม่มีร่องรอยของเด็ก...เจ้าอ้วนน้อยก็ไม่อยู่" ความกังวลในใจคลายลงไปได้บ้าง"ข้าคิดว่านางปลอดภัย... อย่างน้อยก็ตอนนี้"
"พวกเราเดินทางกันต่อเถอะ" หลี่ต้าเฉียงสั่งเสียงเด็ดขาด
"ระแวกนี้น่าจะมีหมู่บ้านคนอยู่บ้าง หากนางเดินทางด้วยเท้าเปล่าหรืออุ้มเด็กไปด้วย นางต้องหยุดพักตามหมู่บ้านเหล่านั้นเราจะแวะสอบถามไปตามทาง"
"รับทราบ!" องค์รักษ์ขาดรับทันทีพวกเขาสองคนขึ้นม้าเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางต่อความหวังที่จะได้พบเสี่ยวหว่านยังคงริบหรี่ แต่หลี่ต้าเฉียงก็จะไม่ยอมแพ้เขาจะตามหาภรรยาสาวสุดที่รักจนกว่าจะพบ
เมื่อหลี่ต้าเฉียงควบม้ามาได้ไม่ไกลจากบริเวณที่พบศพก็ปรากฏภาพหมู่บ้านเล็กๆ ตั้งเรียงรายลดหลั่นกันไปเบื้องหน้าสายตาของเขาจับจ้องไปยังบ้านหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ใกล้กับทางที่ม้าวิ่งผ่านมาเป็นหลังแรกเขาตัดสินใจบังคับม้าให้ตรงไปยังบ้านหลังนั้นทันที
เสียงเกือกม้าดังกระทบพื้นดินภายในบริเวณหน้าบ้านที่เงียบสงบหญิงชราผู้หนึ่งค่อยๆ เปิดประตูไม้ออกมาด้วยความสงสัยดวงตาที่พร่ามัวตามวัยมองไปยังบุรุษรูปงามที่นั่งสง่าอยู่บนหลังม้าสีดำสนิทสวมใส่เสื้อผ้าไหมเนื้อดีสีเข้มดู
ภูมิฐาน ข้างหลังเขายังมีองค์รักษ์อีกคนนั่งซ้อนท้ายมาด้วยท่าทางของพวกเขาดูแปลกตาสำหรับชาวบ้านธรรมดาเช่นนาง
"มีธุระอันใดกับพวกเราหรือ พ่อหนุ่ม?" หญิงชราเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแต่ก็ยังคงมีความสงสัยใคร่รู้เจืออยู่
องค์รักษ์ที่นั่งอยู่บนหลังม้าอีกตัวด้านหลังกระโดดลงจากหลังม้าเดินมาทำความเคารพหญิงชราแล้วกล่าวขึ้นก่อน
"พวกเราขอสอบถามฮูหยินผู้เฒ่าหน่อยขอรับ ไม่ทราบว่าท่านเคยพบหญิงสาวหญิงตัวเล็กๆเออ.....กับเด็กชายอ้วนท้วนผ่านมาทางนี้บ้างหรือไม่? เมื่อไม่กี่วันก่อน"น้ำเสียงของเขาสุภาพแต่ก็แฝงไว้ด้วยความร้อนรน
หลี่ต้าเฉียงกระโดดลงจากหลังม้าอย่างรวดเร็วเดินเข้าไปหยุดตรงหน้าหญิงชราด้วยท่าทีนอบน้อมโค้งศีรษะให้เล็กน้อยแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพและอ่อนโยน "ท่านยายขอรับหญิงสาวที่พวกกระผมตามหา รูปร่างเล็กน่ารัก สดใสงดงามนางมาพร้อมกับเด็กชายอายุประมาณหกเดือน... เด็กอ้วนท้วนขอรับ?"
ขณะที่หญิงชรากำลังขมวดคิ้วครุ่นคิดหญิงสาววัยกลางคนที่แต่งกายด้วยชุดแม่เรือนเดินเข้ามาในบริเวณบ้านพร้อมกับอ่างซักผ้านางวางอ่างลงกับพื้นแล้วรีบเดินเข้าไปใกล้ผู้เป็นแม่สามีด้วยความสงสัยใคร่รู้ที่เห็นคนแปลกหน้าแต่งกายหรูหรามาเยือนถึงหน้าประตู
องค์รักษ์เห็นดังนั้นจึงรีบอธิบายเพิ่มเติมด้วยน้ำเสียงร้อนรน"เรียนฮูหยิน พวกเรากำลังตามหาหญิงสาวนางหนึ่ง รูปร่างเล็ก ผิวขาวหมดจดนางอาจจะเดินมาพร้อมกับเด็กผู้ชายตัวอ้วนท้วนมาด้วยกันท่านพอจะเคยเห็นพวกเขาบ้างหรือไม่ขอรับ? น่าจะผ่านมาเมื่อหลายวันก่อนหน้านี้"
หญิงชรามองหน้าหลี่ต้าเฉียงและองค์รักษ์สลับกันอย่างพิจารณาก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงระแวงเล็กน้อย"แล้วพวกท่านเป็นอะไรกับแม่นางผู้นั้นหรือ?"
หลี่ต้าเฉียงรีบตอบด้วยน้ำเสียงจริงจังและสุภาพ "ข้าเป็น...สามีนางขอรับ นางถูกลักพาตัวมา ข้าเป็นห่วงนางมากจึงรีบตามหานางท่านพอจะให้เบาะแสใดๆ ได้หรือไม่ขอรับ?"แววตาของเขาแสดงออกถึงความกังวลอย่างชัดเจน
หญิงชราและลูกสะใภ้เบิกตากว้างด้วยความตกใจยิ่งกว่าเดิม! สามี? หญิงสาวผู้งดงามปานล่มเมืองผู้นั้นถูกลักพาตัวมาหรือนี่?และชายหนุ่มรูปงามสง่าตรงหน้าคือสามีของนาง? ช่างเป็นเรื่องที่น่าตกใจยิ่งนัก!พวกนางมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจระคนสงสาร
ลูกสะใภ้หญิงชรารีบเล่าเรื่องราวให้หลี่ต้าเฉียงฟังอย่างละเอียด"เมื่อสองวันก่อนน้องสาวอุ้มเด็กผู้ชายตัวน้อยวัยประมาณหกเดือนมาขออาศัยอาหารและที่พักแรมที่บ้านของพวกเราเจ้าค่ะเด็กคนนั้นอ้วนท้วนน่ารักน่าชังนัก แต่ดูเหมือนนางจะมีอาการสับสนอะไรบางอย่าง พวกเราถามนางว่าเป็นมารดาของเด็กหรือไม่นางก็มีท่าทีอำๆ อึ้งๆ ไม่แน่ใจนัก แต่ถึงกระนั้นนางก็ดูแลและเป็นห่วงเด็กมากเรียกเด็กคนนั้นว่า 'เจ้าอ้วนน้อย'อยู่ตลอดเวลาเจ้าค่ะ"
เมื่อได้ยินคำเล่านี้ หัวใจของหลี่ต้าเฉียงเต้นระรัวเขาแทบจะมั่นใจแล้วว่าหญิงสาวที่พวกชาวบ้านพบนั้นคือเสี่ยวหว่านน้องสาวของเขา"แล้ว... แล้วนางบอกว่านางชื่ออะไรหรือขอรับ?" เขาถามด้วยน้ำเสียงกระวนกระวาย
ลูกสะใภ้หญิงชราตอบ "นางบอกว่านางชื่อฮวาเสี่ยวซีเจ้าค่ะนางพักค้างที่นี่หนึ่งคืน รุ่งเช้านางก็ออกเดินทางเลย บอกว่าจะไปเมืองหลวงพวกเราสงสารนางที่ไม่มีค่าเดินทาง จึงแบ่งอาหารแห้งติดตัวให้นางไปบ้างนางบอกว่าจะหาหนทางเอาเองในภายหลัง"
หลี่ต้าเฉียงกำมือแน่น ความจริงที่เพิ่งได้รับรู้ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจฮวาเสี่ยวซี... ภรรยาของเขาเอง! นางความจำเสื่อมไปแล้ว นางลืมเขานางลืมว่ามีบุตรชายกับเขาด้วยกัน... เจ้าอ้วนน้อย!ทุกอย่างประติดประต่อกันอย่างน่าตกใจ
ความรู้สึกผิด ความเป็นห่วงและความรักถาโถมเข้ามาในหัวใจของหลี่ต้าเฉียงอย่างท่วมท้น เสี่ยวหว่านของเขา...ภรรยาและลูกชายของเขาอยู่ที่นี่เอง แต่ทำไมนางถึงความจำเสื่อมและเหตุใดถึงเดินทางมาเพียงลำพัง?
"นาง... นางเดินทางไปทางไหนหรือขอรับ?" หลี่ต้าเฉียงถามด้วยน้ำเสียงร้อนรนแววตาเต็มไปด้วยความกระวนกระวาย "ไปทางเมืองหลวงใช่หรือไม่? แล้วนางเดินทางด้วยวิธีใด?"