เฟยพยายามทำความเข้าใจกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ไม่ใช่ว่าเขาใกับเหตุการณ์อย่างนี้ เพราะเขาเองก็เคยมีประสบการณ์อย่างเช่นในตอนนี้อยู่บ้าง คนที่จู่ๆก็พุ่งเข้ามาถีบจากด้านหลังก่อนจะถามไถ่อะไรที่เขารู้จักก็มีอยู่คนเดียว แต่มันก็เป็ที่โลกเมจิกเอิร์ดแลนด์ล่ะนะ และมันทำให้เฟยนึกถึงคนคนนั้นอยู่แวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาสนใจกับหญิงสาวปริศนาที่ตอนนี้สภาพเรียกได้ว่าดูไม่ได้เลย..
“เออ.. เป็อะไรไหมครับ” เฟยกล่าวพลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆเพื่อดูอาการของอีกฝ่าย และเขาก็ไม่รู้ว่าจะต้องพูดอะไรกับสถานการณ์อย่างนี้ จะให้กล่าว ‘สวัสดีครับ ยินดีที่ได้พบ’ มันก็ใช่เหตุ ส่วนทางด้านของเฟิร์นหญิงสาวปริศนาที่ตอนนี้เจ็บระบมไปทั้งตัวหลังจากโจมตีเป้าหมายผิดพลาด เมื่อเธอเห็นว่าเ้าโจรร้ายกำลังยื่นหน้าเข้ามาใกล้กับเธอ หัวใจของเธอก็เต้นไม่เป็จังหวะ ก่อนจะะโร้องโวยวายออกมา..
“อย่านะเ้าโจรชั่ว!.. ถ้าแกอยากได้เงิน แกก็เอาไปเลย เอาไปให้หมดกระเป๋าเลย” เฟิร์นหลับตาพร้อมกับะโเสียงดังลั่น เฟยที่ได้ยินอีกฝ่ายเรียกเขาว่าโจรร้าย เขาก็ถึงกับต้องขมวดคิ้วพลางใช้นิ้วชี้หน้าของตัวเองอย่างมึนงง..
“เออ..ผมเนี้ยนะโจร? ผมว่าคุณกำลังเข้าใจผิดอะไรอยู่หรือเปล่าครับ” เฟยกล่าวตอบ
“จะผิดได้ยังไง ก็แกกำลังทุบกระจกรถของคนอื่น และกำลังปล้นอยู่ไม่ใช่เหรอ.. เห่อ! คนชั่วอย่างแก ทำอย่างนี้ไปก็ไม่มีทางเจริญหรอก ถ้าจะปล้นก็รีบๆเอาเงินไป แต่จำเอาไว้ ฉันจะไม่จบเื่นี้ง่ายๆแน่ สุดท้ายแล้วฉันจะไปมองหน้าชั่วๆของแกชัดๆที่สถานีตำรวจ”
เฟิร์นร้องกล่าวโวยวาย แถมยังด่า และขู่กับเฟยไปอีกหลายช็อต ซึ่งเมื่อเฟยได้ยินอย่างนั้นเขาก็ยิ่งมึนงงเข้าไปใหญ่ เขาไม่เข้าใจเลยว่าอะไรที่ทำให้เธอคิดอย่างนี้ จนคำนิยามคำหนึ่งมันได้เผลอหลุดออกมาจากปากของเขา ซึ่งมันก็ยิ่งทำให้หญิงสาวที่ได้ยินไม่ค่อยจะพอใจสักเท่าไร..
“คนบ้า?..” เฟยนิยามคำคำนี้ให้กับเธอคนนี้ และคนในโลกนี้เป็อะไรกันไปหมดก็ไม่รู้ เหมือนว่าเขาจะขาดสามัญสำนึกของโลกใบนี้ไปแล้วจริงๆ ั้แ่เช้าที่เจอลูกสาวเ้าของร้านข้าวมันไก่แล้ว เฟยถอนหายใจให้กับความซวยซ้ำซวยซ้อนของเขาในเวลานี้
“แกว่าใครเป็คนบ้า!.. แกนั้นแหละบ้า โอ้! หน้าก็ดี แต่นิสัยโจร..” เฟิร์นกล่าวด่ากับเฟย ซึ่งเฟยก็ได้แต่ถอนหายใจอีกครั้ง วันนี้คงจะครบหนึ่งร้อยครั้งพอดีแล้วล่ะมั้ง ั้แ่กลับมาที่โลกนี้เขาเริ่มคิดแล้วว่าตัวเองถอนหายใจบ่อยเกินไปหรือเปล่า
“ผมไม่ได้เป็โจร.. อีกอย่างนี่มันก็รถของผม เป็คุณนั่นแหละที่จู่ๆก็จะเข้ามาโจมตีจากทางด้านหลังของผม แถมยังด่านู่นด่านี่อีก.. ถ้าไม่เรียกว่าคนบ้า แล้วจะให้ผมเรียกคุณว่าอะไรล่ะ คนปกติที่ไหนเขาทำอย่างนี้กัน..” เฟยกล่าวตอบอย่างไม่พอใจ ทำไมเขาจะต้องมาอธิบายเื่ราวต่างๆให้กับผู้หญิงคนนี้ฟังด้วยก็ไม่รู้
“รถของแก?.. ไม่ใช่หรอกมั้ง” เฟิร์นถามกล่าวอย่างสับสน
“ไม่ใช่อะไร? ผมเพิ่งจะออกรถมาวันนี้เอง กุญแจรถก็ยังอยู่ในมือของผม ใบรับรองการซื้อ-ขายรถก็ยังอยู่กับผม อย่าคิดมโนเป็อย่างที่ตัวเอง้าจะได้ไหมครับเนี่ย” เฟยกล่าวพร้อมกับโชว์กุญแจรถยนต์ของเขา นอกเหนือจากนั้นเขายังกดส่งสัญญาณเพื่อให้รถร้องเตือนว่ามันคือรถคันเดียวกันอีกด้วย
“เออ.. ก็แล้วทำไมแก เอ้ย! คุณไม่บอกกับฉันั้แ่แรกล่ะ ทำอะไรลับๆล่อๆดูพิรุธคนอื่นก็เข้าใจผิดกันพอดี..” เฟิร์นที่ได้เห็นหลักฐานการเป็เ้าของรถเธอก็เบิกตากว้าง ก่อนจะหลบหน้าแดงๆของเธอที่เกิดจากอาการเขิน และกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ
“ก็ได้ถามไหมล่ะครับคุณผู้หญิง.. จู่ๆก็จะมาะโถีบคนอื่นก่อนถามเนี่ยมันใช้ได้ที่ไหน” เฟยกล่าวตอบพลางส่ายหัวเบาๆ จากนั้นเขาก็ใช้พลังของตัวเองสำรวจร่างกายของผู้หญิงตรงหน้า และพบว่าเธอมีอาการาเ็เล็กน้อย แต่ก็คาดว่าเธอไม่สามารถเดินได้ด้วยตัวเอง ข้อเท้า และกล้ามเนื้อบริเวณสะโพกคาดว่าช้ำ มันจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากที่เฟยจะอุ้มเธอออกมาจากรถ..
“เดี๋ยว! คุณคิดจะทำอะไร?” เฟิร์นกล่าวพร้อมกับชะงักตัวไปด้านหลังทิศตรงข้ามกับที่ผู้ชายแปลกหน้าคนนี้ยื่นตัวเข้ามาใกล้ๆกับเธอ เฟยที่ได้ยินอย่างนั้นก็หันไปจ้องมองที่ใบหน้าของหญิงสาวเล็กน้อย
“ก็คุณมีอาการาเ็ และผมคิดว่าคุณคงจะลุกเดินออกมาเองไม่ไหว ผมก็แค่จะอุ้มคุณออกมาก็เท่านั้นเอง” เฟยกล่าวตอบก่อนจะโน้มตัวเข้าไปใกล้กับเธออีกเรื่อยๆ เขาพยายามใช้มือช้อนตัวเพื่อที่จะอุ้มเธอคนนี้ออกมา แต่มีหรือที่เฟิร์นสาวน้อยผู้บริสุทธิ์จะยอมให้คนอื่นยุ่งวุ่นวายกับร่างกายของเธอ
“ไม่ต้องหรอกย่ะ.. เห็นอย่างนี้ฉันก็เป็หมอของโรงพยาบาลนี้เลยนะยะ ร่างกายตัวเองทำไมจะไม่รู้” เฟิร์นกล่าวออกมาอย่างอวดดี ทางด้านเฟยที่ได้ยินว่าเธอเป็หมอเขาก็หรี่ตามองเล็กน้อย ก่อนจะถอยหลังออกมาอย่างรู้งาน เขาก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าหมอของโรงพยาบาลแห่งนี้เป็อะไรกันไปหมด พวกเขาไม่เคยรับฟังสิ่งที่คนอื่นเขาพูดเลย เขาก็อยากจะรู้เหมือนกันว่ายัยคุณหมอจอมหัวดื้อคนนี้จะไปได้สักกี่น้ำ
“โอ๊ยยย! หลังฉานน .. ข้อเท้าแพลงด้วยเหรอเนี่ย บ้าจริง!” เฟิร์นที่เพิ่งจะรู้สึกตัวเองเมื่อขยับตัว เธอร้องออกมาด้วยความเ็ป ส่วนทางด้านเฟยก็แอบหัวเราะคิคิอยู่ใกล้ๆ ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่พ้นหูของเฟิร์นเช่นกัน
“คุณ! ไม่คิดจะช่วยกันหน่อยหรือยังไง.. น้ำใจอ่ะมีบางไหม อีกอย่างที่ฉันต้องเป็แบบนี้ก็เพราะ..อุ๊บ!” เฟิร์นกล่าวออกมาตามอารมณ์ที่เกิดขึ้น แต่ทว่าเมื่อเธอคิดถึงเหตุที่มันเกิดดีๆที่เธอเป็อย่างนี้ก็เพราะตัวของเธอเอง ดังนั้นถ้าเธอพูดออกไปว่าเป็เพราะเขา ก็เหมือนโยนะเิใส่ตัวเองอย่างไรอย่างนั้น
“เพราะใคร?.. แล้วเมื่อกี้ผมจะช่วยคุณแล้ว คุณก็ปฏิเสธ แถมยังบอกอีกด้วยว่าตัวเองเป็ถึงหมอของโรงพยาบาลนี้เชียวนะ ก็อย่างว่าแหละน้า หมอโรงพยาบาลนี้เขาฟังคนอื่นพูดซะที่ไหน ช่างมันเถอะ! ผมเองก็ไม่ค่อยอยากจะเสียเวลาไปมากกว่านี้แล้ว ดังนั้นอยู่นิ่งๆ และก็ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว..”
เฟยกล่าวกับเฟิร์น ด้วยคำพูดเล่านั้นมันก็ยิ่งทำให้เฟิร์นหน้าแดงด้วยความอาย เธอปล่อยไก่ต่อหน้าชายคนนี้ถึงหลายรอบแล้ววันนี้ และยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดอะไร เฟยก็ช้อนตัวของเธอขี้นมาอุ้มในท่าเ้าหญิงในตำนานเลยทันที ส่วนเฟิร์นก็มีท่าทีใเล็กน้อย แต่เธอก็ยอมๆเขาไปแต่โดยดี เพราะถึงอย่างไรเธอก็ช่วยเหลืออะไรตัวเองไม่ได้นักในตอนนี้ คล้านจะพูดอะไรไปก็เหมือนเป็การปล่อยไก่ไปอีกตัวเท่านั้นเอง
เฟยไม่ได้สนใจอะไรหญิงสาวมากนัก เขาอุ้มเธอออกมาก่อนจะใช้เวทมนตร์ธาตุลมธาตุลมเล็กๆ เพื่อให้มันพัดปิดประตูรถยนต์ของเขา ก่อนที่จะเอื้อมไปหยิบกุญแจรถมาล็อกรถให้สนิท และใช้เวทย์ธาตุพิเศษอย่างธาตุมืดครอบไปที่กระจกด้านหลังที่แตก ซึ่งมันก็ทำให้รถดูเหมือนว่าไม่เคยมีกระจกแตกมาก่อนเลยแม้แต่นิดเดียว แน่นอนว่าหญิงสาวที่เขาอุ้มอยู่ไม่ได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ทว่ามีบางอย่างที่เธอได้เห็นชัดๆ
‘ดวงตาของเขา.. มันสะท้อนแสง? หรืออาจจะเป็ที่คอนแทคเลนส์ล่ะมั้ง.. แต่ว่า..’
เฟิร์นที่เพิ่งจะมีโอกาสได้มองหน้าของชายคนนี้ชัดๆ ดวงตาที่เงาเป็ประกาย ทรงผมสีผมที่สะสวย แม้แต่ผู้หญิงอย่างเธอยังต้องชม ใบหน้าที่เรียวคมอย่างกับดาราเกาหลีก็ไม่เกินเลย ปากเข้ารูป จมูกโด่ง เรียกได้ว่าหล่อเหลาเอาการ
และั้แ่เธอมา เธอยังไม่เคยเห็นชายคนไหนที่มีใบหน้าเพอร์เฟคอย่างนี้มาก่อน แถมกลิ่นกายของเขามันช่าง อื้มม มันช่างหอมน่าหลงใหล ด้วยความคิด และภาพที่เห็นเหล่านี้มันจึงทำให้เฟิร์นยิ่งต้องหน้าแดงหนักเข้าไปอีก แต่ในระหว่างที่เธอกำลังฟินๆกับความรู้สึกนี้ จู่ๆก็เหมือนจะมีมารมาผจญเข้าจนได้..
“นั่นคุณกำลังจะทำอะไรน่ะ?..” รปภ.ที่บังเอิญเดินผ่านมาพอดี เมื่อเขาคนนั้นเห็นว่าเขากำลังพยายามอุ้มบุคคลที่ดูยังไงก็เป็หมอของโรงพยาบาลแห่งนี้ไปยังสักสถานที่หนึ่งอยู่ และด้วยความสงสัยเขาจึงกล่าวถาม
“เออ.. คุณมาก็ดีแล้ว คุณหมอคนนี้ข้อเท้าแพลง.. ยังไงคุณช่วยไปเอารถเข็นมาหน่อยจะได้ไหมครับ เห็นอย่างนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอกินช้างเข้าไปทั้งตัวหรือเปล่า..” เฟยกล่าวกับรปภ. ซึ่งตัวของรปภ.เองก็มองหน้าเฟยเล็กน้อย ก่อนจะสลับไปดูที่สีหน้าของผู้หญิงเล็กน้อย เพราะบางทีมันอาจจะเป็การลักพาตัวอยู่ก็เป็ไปได้ ดังนั้นดูสีหน้าของคนที่ถูกอุ้มอยู่ว่าเต็มใจ หรือยอมรับกับสิ่งที่ชายคนนี้พูดหรือเปล่าก็ยังดีกว่าปล่อยผ่านเลยไป
ทางด้านของเฟิร์นที่ได้ยินคำเปรียบเสมือนว่าเธอตัวหนักนั้น คิ้วด้านขวาของเธอก็กระตุกเข้าอย่างจัง เธอเงยหน้าขึ้นไปมองค้อนใส่ชายที่กำลังอุ้มเธออยู่ ก่อนที่เธอขย่มตัวเองแรงๆถี่ๆหลายครั้ง..
“มันหนักมากเลยใช่ไหม นี่แหนะ! หึ..แขนนายหลุดแน่ นี่แหนะ!..” เฟิร์นกล่าวตอบ และขย่มตัวอย่างเอาเป็เอาตาย ทางด้านรปภ.ที่เห็นอย่างนั้นก็คาดว่าทั้งสองน่าจะรู้จักกันดี เขาจึงหันหลังไปเตรียมสิ่งที่อีกฝ่ายร้องขอมา นั่นก็คือรถเข็น ซึ่งทางด้านของเฟยที่โดนหญิงสาวขย่มแขนตัวเองยับๆ หลังจากที่เห็นว่ารปภ.จากไปแล้ว เขาก็ก้มหน้าลงมามองหญิงสาวพร้อมกับขยับใบหน้าเข้าไปชิดใกล้..
“คุณเองก็เป็คนสวยมากนะครับ.. แต่ว่าคุณทำอย่างนี้มันจะไม่เหมือนเออ.. กิจกรรมที่ชายหญิงเขาทำกันตอนกลางคืนไปหน่อยเหรอครับ” เฟยกล่าวกระซิบเบาๆ และซึ่งเมื่อเฟิร์นได้ยินอย่างนั้นก็เบิกตากว้าง ถึงแม้ว่าเฟยจะยังเวอร์จิ้นอยู่ก็ตาม แต่เขาก็ไม่ได้ซื่อตรงไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเื่อย่างว่าเลย ประสบการณ์ 2 พันปีก็พอได้รับรู้อะไรหลายๆอย่างมาอยู่เหมือนกัน..
“ไอ้... ไอ้บ้า ไอ้โรคจิต ไอ้บ้ากาม!..” เฟิร์นกล่าวสบถด่าออกมาหลังจากที่อีกฝ่ายกล่าวจบ ส่วนทางด้านของเฟยก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เขาหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะเดินตามรปภ.คนนั้นไป..