หลังจากใต้เท้าได้รับภาพวาดคุณหนูเหรินฉู่จากลูกจ้างร้านขายของเก่าทั้งสองแล้ว ใต้เท้าก็เลยมุ่งตรงสืบว่าช่างวาดภาพและแม่นางเหรินฉู่มีความเกี่ยวข้องอะไรกัน และเหรินฉู่นั้นได้ทำงานในหอนางโลมมาก่อนจริงหรือไม่ พอทางการสามารถรวบรวมหลักฐานและพยานได้พอสมควร ดังนั้นสองวันต่อมาใต้เท้าหานเว่ยจึงเชิญคุณหนูเหรินฉู่มาไต่สวนอย่างเป็ทางการ
จือิเดินเข้ามาในร้านและกล่าวอย่างผิดหวังว่า “ท่านป้าเหวยลู่ยังไม่ยอมมอบกุญแจเปิดกล่องหมายเลข 4 ให้เ้าค่ะ”
“ทำไมล่ะ ในเมื่อพวกเราขายภาพวาดได้แล้วนี่” ซวงเหมยไม่เข้าใจ
“ท่านป้าได้ข่าวว่าช่างวาดภาพได้คืนภาพให้พวกเราแล้ว แม้มันจะกลายเป็ของกลางไปแล้วก็ตาม แต่ท่านป้ายังคงถือว่าภาพวาดนั้นยังคงเป็ของเราอยู่ ท่านจึงให้พวกเราขายภาพนี้ใหม่เ้าค่ะ” จือิอธิบาย
“แต่ท่านป้าได้ค่าสินค้าไปแล้วนี่ ไม่ยุติธรรมเลยจริงๆ” ซวงเหมยบ่น
“ข้าได้ข่าวว่าใต้เท้าหานเว่ยได้สั่งคุมตัวคุณหนูเหรินฉู่ไปที่ศาลแล้วนะเ้าค่ะ พวกเราไปฟังคำตัดสินดีมั้ย” จือิชวน
“คุณหนูเหรินฉู่มีความข้องเกี่ยวในคดีจริงๆ งั้นหรือ” ซวงเหมยสงสัย
“ข้าได้ยินว่าใต้เท้าสืบได้ว่าคุณเหรินฉู่เป็นักฆ่าที่แฝงตัวอยู่ในหอโคมเขียวมาก่อนเ้าค่ะ และต่อมานางก็แฝงตัวเข้าไปในอยู่ในตระกูลเหริน โดยแอบอ้างว่าเป็คุณหนูรองเพื่อปฏิบัติภารกิจบางอย่าง” จือิเล่า
“หมายความยังไง นางไม่ใช่คุณหนูเหรินฉู่ตัวจริงอย่างนั้นหรือ” ซวงเหมยสงสัยอีก
“เห็นว่านางแอบอ้างว่าตนคือคุณหนูรองที่พลัดพรากจากกันมานานถึง 18 ปี นางมีหลักฐานคือกำไลทองที่ท่านแม่มอบไว้ให้เพื่อเป็หลักฐานว่านางคือบุตรสาวอีกคนของท่านเหรินว่านเ้าค่ะ” จือิเล่าต่อ
“ท่านเหรินว่านมีฮูหยินอีกคนอย่างนั้นหรือ” ซวงเหมยกล่าว
“ใช่แล้วเ้าค่ะ ท่านเหรินว่านแอบไปมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงอีกคนจริงๆ และท่านก็รักผู้หญิงคนนั้นมากจนถึงขั้นมอบกำไลทองให้นางเก็บไว้ก่อน จากนั้นอีกสองเดือนถึงจะไปรับนางเข้ามาอยู่ในตระกูลเหรินในฐานะภรรยารอง แต่พอถึงวันนั้นนางก็ได้จากไปแล้วเ้าค่ะ” จือิสืบได้ละเอียดมาก
“18 ปีต่อมา จึงมีผู้หญิงมาบอกว่าตนคือบุตรสาวของคนรักอีกคนของท่านเหรินว่านโดยมีกำไลทองเป็หลักฐานสินะ” ซวงเหมยเดาเื่ราว
“ใช่แล้วเ้าค่ะ” จือิกล่าว
“พวกเราไปดูคำตัดสินกันเถอะ” ซวงเหมยอยากรู้คำตัดสิน
“ข้าปิดร้านก่อนนะเ้าคะ” จือิเดินไปปิดประตูหน้าต่างของร้านทันที
********************************************
แต่พอสองสาวไปถึงที่ศาล ใต้เท้าก็ได้ตัดสินโทษโดยจำคุกแม่นางเซียงเซียงไว้ก่อน รอปะานางในวันพรุ่งนี้ตอนเที่ยง เพราะนางได้ยอมรับสารภาพว่าตนคือผู้สังหารช่างวาดภาพคนนั้นจริงๆ เหตุเพราะเขาได้ข่มขู่ว่าตนมีภาพวาดของนางตอนที่อยู่ในหอนางโลม และตนเป็พยานได้ว่านางไม่ใช่คุณหนูรองตัวจริง ดังนั้นพอตกกลางคืนนางจึงลอบเข้าไปในร้านขายภาพและฆ่าชายคนนั้นปิดปาก จากนั้นก็ค้นหาภาพวาดของนางไปทั่วทั้งร้าน แต่ก็ยังหาไม่เจอ
“อ้าว คดีตัดสินแล้วอย่างนั้นหรือ” ซวงเหมยใที่มองเห็นทหารคุมตัวนักโทษไปที่คุมขัง
“ท่านมารับภาพวาดคืนใช่หรือไม่ ตามข้าไปพบใต้เท้าที่ห้องทำงานสิ” มือปราบกล่าวทัก
“เ้าค่ะ” จือิกล่าว
หญิงสาวทั้งสองจึงเดินตามท่านมือปราบไปที่ห้องทำงานของใต้เท้า ทำให้พวกนางเดินสวนทางกับคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลเหริน
“เ้ามาทำอะไรที่นี่ไม่ทราบ” เหรินซวงไม่พอใจเมื่อมองเห็นมารหัวใจ
“นางแค่มารับภาพวาดคืนเท่านั้นขอรับ” มือปราบตอบให้
“แล้วไป” จากนั้นคุณหนูใหญ่พร้อมกับเด็กรับใช้ก็เดินไปขึ้นรถม้าทันที
“ดูนางอารมณ์ดีนะ” ซวงเหมยทักเพราะคุณหนูใหญ่ไม่อาละวาดใส่นางเหมือนทุกที
“คุณหนูใหญ่ไม่ชอบคุณหนูรองมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ยิ่งรู้ว่าคนที่เกลียดเป็ตัวปลอม นั่นก็ยิ่งทำให้นางสมใจที่สามารถกำจัดเสี้ยนหนามไปได้” มือปราบอธิบาย
“แม่นางเซียงเซียงคงจะอึดอัดน่าดูที่ต้องเข้าไปอยู่ในตระกูลเหริน ว่าแต่นางแฝงตัวเข้าไปอยู่ที่นั่นทำไมกันนะ” ซวงเหมยสงสัย
“ใต้เท้าสอบถามนางแล้ว แต่นางไม่ตอบน่ะสิ” มือปราบกล่าว
“มาแล้วหรือ อะนี่ ภาพวาดของร้านเ้า ขอบคุณที่แจ้งเบาะแสนะ ไม่เช่นนั้นคดีนี้คงปิดได้ยาก” ใต้เท้าหานเว่ยกล่าว
“เ้าค่ะ” จือิเดินไปรับภาพวาดจากใต้เท้า
“แย่แล้วขอรับใต้เท้า นักโทษเซียงเซียงแหกคุกแล้วขอรับ” ทหารวิ่งเข้ามารายงานด้วยหน้าตาตื่น
“อะไรนะ! รีบออกตามล่านางเร็วเข้า” ใต้เท้ารีบสั่งการ
“แย่แล้วขอรับ! คุณหนูใหญ่ถูกลักพาตัวไปขอรับ” ทหารอีกคนรายงาน
“รีบสืบหาร่องรอยคนร้ายอย่างเร่งด่วนเดี๋ยวนี้” ใต้เท้ากลัวคุณหนูใหญ่จะมีภัยถึงแก่ชีวิต
“ขอรับ” มือปราบและทหารรับคำ
“เอ่อ พวกเราขอตัวก่อนนะเ้าคะ” ซวงเหมยทำท่าคารวะและรีบกลับร้านทันที
ซวงเหมยและจือิจึงพากันรีบกลับร้าน เพราะยังไงพวกตนคงช่วยอะไรไม่ได้มากนัก
********************************************
ณ ร้านขายของเก่า
“เซียงเซียงคงแค้นคุณหนูใหญ่มาก พอแหกคุกออกมาได้ก็มุ่งตรงไปลักพาตัวคุณหนูใหญ่ทันทีเลยนะเ้าคะ” จือิกล่าว
“ปล่อยให้เป็เื่ของทางการเถิดนะ ข้าว่าจะนำภาพวาดไปขายต่อดีกว่า ท่านป้าจะได้มอบกุญแจเปิดกล่องหมายเลข 4 เสียที” ซวงเหมยไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับในคดี
“ท่านไม่ห่วงความปลอดภัยของคุณหนูใหญ่บ้างเลยงั้นหรือเ้าคะ” จือิอยากช่วยคน
“คุณหนูใหญ่จ้างจอมยุทธ์ไว้คอยคุ้มกันนางตั้งมากมาย เดี๋ยวพวกเขาก็ไปช่วยนางเองนั่นแหละ” ซวงเหมยกล่าว
“ข้าจะไปช่วยออกตาหานางเ้าค่ะ” จือิกล่าวอย่างเอาแต่ใจ
“ไปทำไม” ซวงเหมยไม่เข้าใจ
“พวกเราควรมีน้ำใจช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากบ้างสิเ้าคะ หากพวกเขาตามหาไม่เจอ และไปช่วยคุณหนูใหญ่ไม่ทันจะว่ายังไง” จือิเป็ห่วงคุณหนูใหญ่
“ตามใจ อยากตามหาก็เชิญ ข้าเฝ้าร้านอยู่คนเดียวก็ได้” ซวงเหมยกล่าวเพราะคงห้ามสาวใช้ไม่ได้
“งั้น ข้าไปนะเ้าคะ” จือิวิ่งออกไปจากร้านทันที
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม เซียงเซียงก็ปรากฏตัวในร้านขายของเก่า
“เ้า้าอะไร! ยอมมอบตัวเถิดนะ เ้าหนีไม่รอดหรอก” ซวงเหมยพยายามเกลี้ยกล่อม
“เ้าสินะที่เป็คนให้เบาะแสและส่งภาพวาดของชายบ้ากามคนนั้นไปให้ใต้เท้าหานเว่ยน่ะ” เซียงเซียงกล่าวอย่างเอาเื่
“ข้า เอ่อ” ซวงเหมยไม่มีอะไรแก้ตัว
“ไปกับข้าเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่อยากตายตรงนี้” เซียงเซียงขู่
ซวงเหมยถูกจับมัดข้อมือไขว้หลังและเดินขึ้นไปบนรถม้าอย่างว่าง่าย จากนั้นเซียงเซียงก็ใช้ผ้าปิดบังครึ่งหน้าแล้วควบม้าพารถม้าที่บรรทุกซวงเหมยไปที่ไหนสักที่
********************************************
ณ ถ้ำแห่งหนึ่ง
ซวงเหมยถูกพาตัวเข้าไปในถ้ำเพื่อไปรวมตัวกับคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลเหริน
“เ้าจับข้ามาทำไมน่ะ ที่ข้าเข้มงวดกับเ้าก็เพราะข้าหวังดีนะ” เหรินซวงแก้ตัว
“ข้าทนเ้ามานานแล้วนังเหรินซวง เ้าบีบบังคับให้ข้าต้องถอนหมั้นกับชายในฝันของข้า เพื่อที่เ้าจะได้สมหวังในความรักสินะ” เซียงเซียงนึกแค้นใจ
“ข้า….” เหรินซวงกล่าวไม่จบเพราะเซียงเซียงกล่าวแทรก
“ไม่ต้องมาแก้ตัว อีกไม่กี่เดือน ข้าก็จะได้แต่งงานกับท่านเหลียงกังอยู่แล้ว” เซียงเซียงนึกเสียดาย
“เ้าแฝงตัวเข้าไปอยู่ในตระกูลเหริน ก็เพื่อที่จะได้แต่งงานกับชายที่แอบหลงรักมานานนี่เอง” ซวงเหมยกล่าว
“ใช่ แต่เ้านั้นเป็มารหัวใจของข้า” เซียงเซียงแค้นหญิงสาวที่ท่านเหลียงกังสนใจในขณะนี้
“แล้วข้าไปเกี่ยวอะไรด้วยล่ะ” ซวงเหมยกล่าว
“ก็สร้อยที่เ้าสวมนี่ไง นั่นหมายความว่าเหลียงกังหมายปองเ้าสินะ นังซวงเหมย” เซียงเซียงชี้ไปที่อดีตของหมั้นที่นางเคยสวมใส่เป็ประจำ
“เขาให้ข้าเฉยๆ เขาไม่ได้มีจิตพิศวาสในตัวข้าหรอก” ซวงเหมยแก้ตัว
“เ้าคิดว่าข้าเป็เด็กสามขวบหรืออย่างไร” เซียงเซียงไม่เชื่อ
“ทำไมต้องฆ่าช่างวาดภาพคนนั้นด้วยล่ะ” เหรินซวงอยากรู้
“มันจะเอาภาพข้าไปฟ้องเ้าไงล่ะเหรินซวง เ้าเกลียดขี้หน้าข้าอยู่แล้ว ยังไงเ้าก็ต้องหาเื่ขับไล่ข้าออกจากบ้านอยู่ดี” เซียงเซียงอธิบาย
“ถ้าเ้าไม่ยอมรับซะอย่าง ใครก็ทำอะไรเ้าไม่ได้หรอก” ซวงเหมยไม่เข้าใจทำไมถึงต้องฆ่าแกงช่างวาดภาพด้วย
“มันขอมีความสัมพันธ์กับข้าเพื่อแลกกับภาพวาดนั่น” เซียงเซียงกล่าวอย่างโมโห และเล่าต่ออีกว่า “ข้าโมโหมันมาก ก็เลยเผลอฆ่ามันกับมือ พอมันตาย ข้าก็เลยค้นไปทั่วร้านขายภาพ ก็ไม่เห็นว่าจะมีภาพดังกล่าวเลย ข้าก็เลยนึกว่ามันโกหกข้าเท่านั้น ที่ไหนได้ มันแอบฝากเด็กน้อยมาส่งภาพวาดให้เ้านี่เอง นังซวงเหมย”
“ท่านเกลียดช่างวาดภาพคนนั้นมาก อย่าบอกนะว่าเขาเคยมีความสัมพันธ์กับเ้ามาก่อน” เหรินซวงคาดเดา
“เป็เพราะมันข่มขืนข้าต่างหาก ตอนข้าแฝงตัวไปเป็นางโลม่หนึ่ง มันเลือกข้าโดยอ้างว่าจะขอให้ข้าเป็แบบวาดภาพ พอมันวาดเสร็จ มันก็รินน้ำชาที่ผสมยานอนหลับให้ข้าดื่ม เมื่อข้าสลบไสลไม่ได้สติ มันก็เลยย่ำยีข้า แต่เพราะหลังจากนั้นมันหนีหายไป ข้าเลยตามฆ่ามันไม่ได้” เซียงเซียงนึกแค้นใจ
“การเข้าไปเป็นางโลม เื่มีความสัมพันธ์กับผู้ชายมันเป็เื่ธรรมดาไม่ใช่หรือ” เหรินซวงกล่าว
“ตอนข้าอยู่ในหอนางโลม ข้าทำเพียงแค่ดูแลและนั่งคุยกับชายขี้เหงาเท่านั้น โดยที่ไม่ยอมมีความสัมพันธ์ทางกายกับผู้ใด” เซียงเซียง้าเก็บไว้มีความสัมพันธ์กับชายที่นางรักเท่านั้น
“เอาล่ะ แล้วเ้าจะทำอะไรพวกเรา จะฆ่างั้นหรือ” ซวงเหมยสงสัย
“ข้าจะเอาสร้อยคืน และฆ่าพวกเ้าทิ้งเสีย” เซียงเซียงมองไปที่สร้อยที่ซวงเหมยสวมอยู่
“ถึงเ้าได้สร้อยไป เ้าก็จะไม่มีวันได้ใจท่านเหลียงกังไปหรอก” เหรินซวงเตือน
“ข้าก็สวมรอยเป็เ้าแทนสิคุณหนูใหญ่ กิจการร้านขายผ้าทั้งหมดก็ต้องตกเป็ของข้า ส่วนเื่แต่งงานกับท่านเหลียงกังค่อยว่ากันทีหลัง เพราะผู้หญิงของเขาได้ตายที่นี่ ยังไงเขาก็ต้องตัดใจได้ในสักวัน” เซียงเซียงกล่าวแผน
เซียงเซียงชักกระบี่หมายจะฆ่าหญิงสาวทั้งคู่ แต่ซวงเหมยที่แอบพกมีดสั้นติดตัว นางได้แอบตัดเชือก จากนั้นก็ถอดสร้อยแล้วโยนเข้าไปในป่า
“สร้อยของข้า” เซียงเซียงะโเพื่อตามไปเก็บสร้อยมีค่านั้น
ซวงเหมยถือโอกาส่นี้รีบตัดเชือกให้กับคุณหนูใหญ่ทันที และกล่าวว่า “พวกเราต้องแยกกันหนีในตอนนี้เ้าค่ะ”
“นางมีวรยุทธ์สูง พวกเราจะหนีรอดได้อย่างไร” เหรินซวงกลัว
“ไม่ลองก็ไม่รู้จริงมั้ย รีบหนีเร็วเข้าถ้าไม่อยากตายน่ะเ้าคะ” ซวงเหมยกล่าว
สองสาวจึงแยกกันหนีไปคนล่ะทาง
เซียงเซียงเก็บสร้อยได้ นางกลับเข้ามาในถ้ำก็ไม่เห็นใครแล้ว นางกำหมัดไว้แน่นแล้วรีบออกตามหาเหยื่อทันที
เซียงเซียงมองเห็นหลังไวๆ และคิดว่านั่นน่าจะเป็คุณหนูใหญ่ นางพูดพึมพำว่า “เ้ากดขี่ข่มเหงข้ามานานแล้ว เ้าต้องชดใช้ด้วยความตาย เหรินซวง”
แต่ทว่าเหรินซวงกลับวิ่งไปหาแสงคบเพลิง นั่นจึงทำให้นางได้พบกับท่านมือปราบและแม่นางจือิ
“เจอแม่นางเหรินซวงแล้ว” ท่านมือปราบะโบอกทุกคน
เหรินซวงวิ่งอย่างหอบเหนื่อยจนมาถึงกลุ่มทหาร
“แล้วคนร้ายล่ะ” ท่านมือปราบรีบสอบถาม
“ข้าหนีนางมา นางน่าจะยังอยู่ในป่า” เหรินซวงกล่าว
“แม่นางจือิ! ข้าขอไหว้วานเ้าให้ไปส่งคุณหนูใหญ่ที่จวนใต้เท้าหานเว่ยก่อน รอให้จับคนร้ายได้ก่อนค่อยให้คุณหนูใหญ่กลับบ้าน” ท่านมือปราบไหว้วานจอมยุทธ์สาว
“เ้าค่ะ” จือิรับคำ
เหรินซวงกำลังจะบอกเื่ซวงเหมย แต่อยู่ดีๆ นางก็ชะงัก เพราะ้ากลั่นแกล้งมารหัวใจ นางก็เลยเงียบ และเดินตามจือิไปที่จวนใต้เท้าแต่โดยดี
********************************************
ทางด้านซวงเหมยที่วิ่งหนีแยกมาอีกทาง นางได้ยินเสียงฝีเท้ามาทางนาง นางก็เลยรีบหลบอยู่หลังพุ่มไม้
“นังซวงเหมยหนีไปไหนนะ ช่างไวจริงๆ” เซียงเซียงกล่าวพึมพำ
เซียงเซียงกำลังเดินผ่านไป ซวงเหมยได้คุกเข่าอยู่หลังพุ่มไม้ มือของนางที่ค้ำยันลำตัวดันเผลอขยับไปโดนก้อนหินจนเกิดเสียง ทำให้เซียงเซียงเดินมุ่งหน้ามาทางพุ่มไม้ตรงจุดที่ซวงเหมยแอบอยู่
เซียงเซียงกำลังเดินมาถึงแล้ว แต่ก็ต้องชะงักเพราะมีคนเรียกนาง
“เซียงเซียง!”
“ท่านประมุข!” เซียงเซียงหันไปก็เห็นชายชุดดำ แต่นางจดจำเสียงท่านประมุขได้
“ข้าสั่งให้เ้าไปเผาทำลายบ้านของคนตระกูลเหรินไม่ใช่หรือ เ้ามัวทำอะไรอยู่” ท่านประมุขกล่าวอย่างเอาเื่
“ข้า เอ่อ…..” เซียงเซียงไม่รู้ว่าจะแก้ตัวอย่างไรดี
“เ้าเสียดายทรัพย์สมบัติตระกูลเหรินและฐานะความเป็คุณหนูรองสินะ เ้าหวังความสุขสบาย ก็เลยขัดคำสั่งของข้า” ประมุขกล่าวอย่างโมโห
“ข้ามิกล้าเ้าค่ะ” เซียงเซียงรู้สึกผิด
“ในเมื่อเ้าเลี้ยงไม่เชื่องเช่นนี้ งั้นอย่าอยู่เลย” ประมุขกำลังจะชักดาบ
เซียงเซียงรีบคุกเข่าทันทีและกล่าวแก้ตัวว่า “ได้โปรดให้โอกาสข้าด้วยเถิดเ้าค่ะ ข้าบอกท่านก็ได้ ที่ข้าไม่ยอมเผาทำลายบ้านหลังนั้น เพราะที่นั่นมีทองคำแท่งเก็บไว้มากมาย ข้า้ารอสอบถามท่านก่อนค่อยดำเนินการตามแผนเ้าค่ะ”
“ที่เ้าไม่ดำเนินการตามแผน เพราะเ้าได้หมั้นหมายกับชายในฝันไว้สินะ หากเ้าหมดสิ้นทุกอย่าง ชายในฝันอาจไม่สนใจในตัวเ้า” ท่านประมุขกล่าวอย่างรู้ทัน
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะเ้าคะท่านประมุข ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย” เซียงเซียงมองเห็นท่านประมุขกำลังจะง้างดาบเตรียมฟันนางให้ตาย
ซวงเหมยก็เลยขว้างก้อนหินเพื่อเบนความสนใจชายชุดดำ ทำให้เซียงเซียงใช้โอกาสนี้วิ่งหนี แต่ทว่าชายชุดดำกลับหยิบกระบี่ของเซียงเซียง แล้วใช้กำลังภายในผลักให้กระบี่พุ่งไปแทงหลังทะลุอกของหญิงสาว ทำให้นางตายอย่างน่าอนาถ
ซวงเหมยใสุดขีด นางทำได้เพียงใช้มือปิดปากเพื่อไม่ให้ตนส่งเสียงร้องเท่านั้น
แต่เหมือนชายชุดดำจะรู้ว่ามีคนหลบซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้ เขาจึงเดินตรงมาที่จุดนั้น
ซวงเหมยกำลังหลับตารอรับความตาย แต่ทว่ากลับมีชายชุดดำอีกคนดึงตัวนางให้ไปหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ได้ทันเวลาพอดี
“หรือว่าข้าคิดไปเอง” ท่านประมุขไม่เห็นว่าจะมีใครอยู่หลังพุ่มไม้ ดังนั้นคนร้ายผู้มีวรยุทธ์สูงจึงรีบก็ะโหนีหายไปทันที
ซวงเหมยกลัวจนตัวสั่น พอนางตั้งสติได้ก็เลยแหงนไปมองดูชายชุดดำที่กอดนางไว้ “ท่านเหลียงกัง!”
“ทำไมถึงรู้ว่าเป็ข้าล่ะ” ท่านเหลียงกังสงสัย
“กลิ่นกายของท่านแปลกกว่าผู้อื่นน่ะสิเ้าคะ” ซวงเหมยกล่าวอ้าง
“เ้าต้องสนใจในตัวข้า ไม่เช่นนั้นคงจดจำกลิ่นกายข้าไม่ได้หรอก” ท่านเหลียงกังพูดยิ้มๆ
“ท่านมาได้อย่างไรเ้าคะ” ซวงเหมยรีบเปลี่ยนเื่
“ข้าเข้าไปในร้านของเ้าเพื่อไปเยี่ยมเ้า พอไม่เห็นใครในร้าน ก็เลยแปลกใจ เลยสำรวจไปรอบๆ ก็เห็นภาพวาดวางอยู่บนโต๊ะ ข้าก็เลยหยิบขึ้นมาดู จึงเห็นว่าบนภาพนั้นมีตัวอักษรเื ซึ่งเขียนว่า ‘ผู้หญิงในภาพเป็คนจับตัวข้าไป’ ข้าก็เลยรีบออกตามหาเ้า” เหลียงกังเล่า
“ขอบคุณที่ช่วยชีวิตข้าไว้เ้าค่ะ” ซวงเหมยรู้สึกซึ้งใจ
“ต่อไปอย่าเสี่ยงอันตรายอีก ข้าเป็ห่วงเ้ามาก รู้มั้ย” เหลียงกังกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ปล่อยข้าก่อนเถิดนะเ้าคะ ข้าอึดอัด” ซวงเหมยรู้สึกเขินแต่นางก็รีบพูดกลบเกลื่อน
เหลียงกังลืมตัว เขาก็เลยยอมคลายอ้อมกอด แล้วกล่าวว่า “พวกเรากลับกันเถอะ มือปราบมุ่งหน้ามาทางนี้แล้ว เดี๋ยวเขาก็เจอศพแม่นางเซียงเซียงเอง”
“ข้าจะแจ้งเบาะแสให้ใต้เท้าทราบเ้าค่ะ” ซวงเหมย้าให้ใต้เท้าจับชายชุดดำปริศนามารับโทษ
“อย่าเลย! เื่นี้ปล่อยให้ข้าจัดการเองดีกว่า หรือว่าเ้าอยากให้คนร้ายตามฆ่าเ้าอีก” เหลียงกังเป็ห่วงความปลอดภัยของหญิงสาว
“ท่านรู้มั้ยว่าเขาเป็ใครเ้าคะ” ซวงเหมยลองถาม
“ข้าจะไปรู้ได้ยังไง เขาเองก็อำพรางตน แถมข้าจดจำกลิ่นกายใครไม่ได้ด้วย ข้าจะคาดเดาถูกได้อย่างไร” เหลียงกังกล่าว
“ท่านจะต้องเตือนคุณหนูใหญ่นะเ้าคะ คนร้ายคงไม่ยอมรามือเพียงเท่านี้แน่” ซวงเหมยเป็ห่วงคุณหนูใหญ่
“ขนาดเหรินซวงร้ายกับเ้าถึงเพียงนี้แล้ว เ้ายังเป็ห่วงนางอีก” เหลียงกังไม่เข้าใจ
“ข้าไม่อยากเห็นใครตายอีกเ้าค่ะ” ซวงเหมยกล่าว
“เอาล่ะ ข้าจะจัดการทุกอย่างเอง ตกลงมั้ย ข้าจะไปส่งเ้าที่ร้านของเ้านะ” เหลียงกังกล่าว
ซวงเหมยพยักหน้า เพราะนางกลัวประมุขปริศนาคนนั้นจริงๆ เลยยอมให้ท่านเศรษฐีไปส่ง
พอคู่หนุ่มสาวเดินมาถึงใกล้ร้าน พวกเขาก็ต้องชะงักกับเสียงเอะอะโวยวายที่มาจากในร้านขายของเก่า
“ภาพมีรอยเปื้อนเืแบบนี้แล้วจะขายได้อย่างไร” ท่านป้าเหวยลู่บ่น
“แต่ซวงเหมยกำลังมีภัยนะเ้าคะ ท่านไม่เป็ห่วงนางบ้างเลยงั้นหรือ” จือิสงสัย
“นางฉลาดจะตายไป เดี๋ยวนางก็เอาตัวรอดได้เองนั่นแหละ” ท่านป้ากล่าวอย่างไม่ยี่หระ
“ท่านใจร้ายเกินไปแล้วนะเ้าคะ” จือิไม่อยากจะเชื่อ
ซวงเหมยหันไปบอกชายที่เปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็ท่านเศรษฐีแล้วว่า “ท่านกลับไปก่อนเถอะ ข้าไม่อยากมีปัญหากับท่านป้า ขอบคุณที่ช่วยชีวิตข้าไว้เ้าคะ”
“งั้นข้าไปนะ” ท่านเหลียงกังกล่าวอย่างเข้าใจ
ซวงเหมยรอให้ผู้มีพระคุณเดินจนละสายตาไปก่อน นางค่อยเดินเข้าไปในร้าน
“ข้ากลับมาแล้วเ้าค่ะ” ซวงเหมยกล่าวเสียงดังให้ทุกคนในร้านได้ยิน
จือิวิ่งเข้าไปสวมกอดเ้านาย “ข้าดีใจที่เห็นท่านปลอดภัยเ้าค่ะ”
“แม่นางเหรินซวงเป็อย่างไรบ้างล่ะ” ซวงเหมยกอดตอบและกล่าวสอบถาม
“นางปลอดภัยแล้วเ้าค่ะ ตอนนี้นางอยู่ที่จวนใต้เท้าหานเว่ยแล้ว” จือิรายงาน
“ขอบคุณที่เป็ห่วงข้านะจือิ” ซวงเหมยรู้สึกซึ้งใจ
“เ้าจะชดใช้กับภาพที่เ้าทำให้เสียหายนี้ยังไง ห๊า ซวงเหมย” ท่านป้ากล่าวอย่างเอาเื่
“ภาพนี้ถือว่าขายไปแล้วนะเ้าค่ะ ท่านเองก็ได้รับอัฐไปแล้วด้วย ดังนั้นข้าจะเผาภาพนี้ซะ” ซวงเหมยกล่าวแผน
“ใครให้เ้าเผากัน” ท่านป้าไม่ยอม
“หรือว่าท่านอยากเก็บภาพคนตายไว้ล่ะเ้าคะ” ซวงเหมยกล่าว
“อะไรนะ! แม่นางเหรินฉู่เอ้ยคนร้ายตายไปแล้วงั้นหรือ” ท่านป้าใ
ซวงเหมยพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ท่านมือปราบประกาศเองว่าคนร้ายคดีฆ่าช่างวาดภาพตายไปแล้ว เพื่อไม่ให้ชาวบ้านพากันเกรงกลัวคนร้ายเ้าค่ะ”
“งั้นรีบเผาเถอะ เดี๋ยวดวงิญญาของนางจะมาสิงสู่ในภาพแล้วกลายเป็ภาพอาถรรพ์ตามตำนาน” ท่านป้ากลัว
“เ้าค่ะ” ซวงเหมยรับคำ
ท่านป้าจึงหมดความสนใจในตัวภาพ นางรีบจัดแจงไปหาฟืนไปกองไว้ที่หลังร้าน และเร่งให้ซวงเหมยรีบนำภาพมาเผาทำลาย
จือิอาสาจุดไฟให้ หลังจากก่อกองไฟเสร็จ ท่านป้าก็รีบโยนภาพวาดของเซียงเซียงเข้ากองไฟเพื่อเผาทำลายไม่ให้เหลือซาก
พอทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว ทั้งสามจึงกลับเข้ามาในร้านทันที
“กุญแจเปิดกล่องหมายเลขสี่ล่ะเ้าคะ” ซวงเหมยกล่าว
“ข้าไม่ได้นำมาด้วย ข้ากะว่าจะขายภาพวาดเป็ครั้งที่สองเสียก่อน แต่เมื่อขายไม่ได้แล้ว งั้น ให้จือิไปรับกุญแจที่บ้านของข้าในวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน” ท่านป้ากล่าว
“เ้าค่ะ” จือิรับคำ
“ข้ากลับล่ะนะ” ท่านป้าเดินไปขึ้นรถม้าทันที
“ท่านาเ็ตรงไหนหรือเปล่าเ้าคะ” จือิสำรวจร่างกายเ้านาย
ซวงเหมยส่ายหน้าอย่างเหนื่อยล้า นางก็เลยว่า “วันนี้พวกเรารีบปิดร้านกันเถอะ ข้าอยากนอนพักผ่อน”
“เ้าค่ะ” จือิกล่าวอย่างเข้าใจ
ซวงเหมยเดินไปช่วยปิดหน้าต่างอย่างเหม่อลอย ในใจคิดว่า “ประมุขคนนั้นเป็ประมุขพรรคอะไรกันแน่ เหตุใดถึงสั่งลูกน้องให้คอยเข่นฆ่าผู้คนอย่างไร้ความปราณีเช่นนี้”