ซูหมิงเยว่ : ทะลุมิติมาเป็นยอดหญิงหมอเทวดา [จบ]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 58 ทำผิด

            ซูหมิงเยว่จ้องเพดานห้องแล้วถอนหายใจยาวออกมาก่อนจะลุกขึ้นมานั่งสุดท้ายก็กุมสร้อยเส้นนั้นเอาไว้ แล้วสวมเข้าที่คอของตัวเองราวกับเป็นของสำคัญ

            จี๋โม่หานชอบตนอย่างนั้นหรือ?

            แต่ปกติจี๋โม่หานก็ไม่ได้แสดงท่าทีพิเศษอะไรกับตนเลยนะ

            นี่เป็นปัญหาที่นางไม่กล้าจะมองตรงๆ มาตลอด ที่จริงนางก็คงเข้าใจตั้งแต่อยู่บนรถม้าแล้วจี๋โม่หานไม่ใช่คนที่พูดคำพูดพวกนั้นออกมาอย่างไม่ใส่ใจ

            เพียงแต่มันกะทันหันเกินไป นางไม่กล้ามองความรู้สึกในใจของตัวเองแบบตรงไปตรงมาที่สุด

            ตั้งแต่นางเริ่มใกล้ชิดกับจี๋โม่หานครั้งแรก จนถึงตอนนี้ก็ค่อยๆรู้จักคุ้นชินกันมากขึ้น นางพูดชัดเจนไม่ได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกนางมันคืออะไรสหายอย่างนั้นหรือ?

            นอกจากเรื่องผลประโยชน์แล้วก็ไม่มีการพูดคุยกันเรื่องอื่นๆแต่ทุกครั้งที่นางมีปัญหา คนแรกที่มาช่วยนางได้ก็คือจี๋โม่หาน คนเดียวที่เชื่อได้ก็คือจี๋โม่หาน

            ซูหมิงเยว่กุมมือไว้ที่หน้าอกตรงตำแหน่งที่สวมสร้อยก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วนางล่ะ? แล้วนางรู้สึกอย่างไรกับจี๋โม่หาน?

            ไม่ใช่ว่าซูหมิงเยว่ไม่เข้าใจความรัก แต่เป็นเพราะชาติก่อนเคยรักคนคนหนึ่งมากเกินไปจนทำให้ตายไปเช่นนั้นพอกลับมาเกิดใหม่ นางก็ไม่มีความคิดที่จะยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกในใจคิดแค่อยากจะแก้แค้นบุรุษและสตรีที่สมควรตายนั่น

            แต่ตอนนี้เรื่องนี้กลับถูกเอามาแสดงออกชัดเจนต่อหน้านาง นางจึงทำตัวไม่ถูก

            แต่นางเองก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ความรู้สึกที่ตัวเองมีต่อจี๋โม่หานนั้นพิเศษเล็กน้อยพอเห็นดวงตาของเขาแล้วก็ปวดใจ นางอยากจะรักษาดวงตาเขาให้หาย นอกจากการแก้แค้นแล้วก็ไม่มีเรื่องไหนที่ทำให้นางยืนยันได้ขนาดนี้

            เช่นนั้นความรู้สึกแปลกๆ ที่นางมีต่อจี๋โม่หานเป็นความรักหรือ? หรือว่าเป็นเพราะจี๋โม่หานช่วยนางไว้ นางจึงซาบซึ้งและคิดว่าความสัมพันธ์นี้พิเศษ

            ความรู้สึกหงุดหงิดแปลกประหลาดไม่รู้ชื่อก็ผุดขึ้นมา นางจึงเดินไปรินน้ำชาเย็นที่โต๊ะมาดื่มความหงุดหงิดถึงได้ดีขึ้นมาหน่อย

            ความจริงแล้วตั้งแต่ตอนเช้าที่นางกำชับเสี่ยวอวี่ ตนก็ได้เชื่อใจและพึ่งพาคนคนหนึ่งไปแล้วทั้งใจดังนั้นเรื่องบางอย่างไม่จำเป็นต้องยืนยันคำตอบให้แน่ใจก็ได้

            ซูหมิงเยว่เดินมาตรงโต๊ะเครื่องแป้งภายในห้องแล้วเปิดลิ้นชัก จากนั้นก็หยิบกล่องออกมาจากด้านในด้านในมีกล่องใส่ของเล็กๆ ที่นางเก็บรักษาเอาไว้แต่ก่อน

            นางหยิบหยกเขียวที่ชนะพนันได้ออกมาจากด้านในนั้นจากนั้นก็หามีดแกะสลักในตู้อีกตัว

            โชคดีที่ชาติก่อนนางเคยเรียนวิชาแกะสลักมาเล็กน้อย

            เสี่ยวอวี่เฝ้าอยู่หน้าห้องตลอดบ่ายก็ไม่เห็นซูหมิงเยว่ออกมาเลย อีกทั้งไม่รู้ว่าคุณหนูทำอะไรอยู่ภายในห้องมีแค่ระหว่างนั้นที่สั่งให้นางยกน้ำชาเข้ามา แต่ก็ยังมีท่าทีลึกลับเช่นเคย

            จนกระทั่งตะวันลาลับฟ้าไป สีท้องฟ้ามืดลงแล้ว ตอนนั้นเองซูหมิงเยว่ถึงได้ออกมาจากห้อง

            เสี่ยวอวี่ได้ยินเสียงเปิดประตูออกมาก็หันตัวไปมอง “คุณหนู”

            ซูหมิงเยว่เดินบิดขี้เกียจออกมาพลางขยับคอกับแขนขาตัวเองสักหน่อย นางนั่งมาตลอดทั้งบ่ายจึงรู้สึกว่าร่างกายแข็งทื่อไม่เหมือนกับเป็นตัวเองเลย

            สายตาของเสี่ยวอวี่เห็นปลายนิ้วของซูหมิงเยว่พันผ้าเอาไว้ก็กังวลขึ้นมา“คุณหนู มือเป็นอะไรไปเจ้าคะ?”

            “อ๋อ นี่หรือ” ซูหมิงเยว่มองมือครู่หนึ่งอย่างไม่ใส่ใจแล้วพูด“ไม่เป็นอะไรหรอก ก็แค่โดนเข้าโดยไม่ทันระวังน่ะ”

            พูดถึงตรงนี้ซูหมิงเยว่ก็จนใจเล็กน้อยตนประเมินความสามารถในการแกะสลักของตัวเองสูงเกินไปหน่อย เดิมทีนางคิดจะแกะสลักมังกรน้ำแต่สุดท้ายสิ่งที่นางแกะสลักออกมาได้นั้นนางก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรเช่นกัน อีกทั้งยังบาดเจ็บที่มืออีกด้วย

            “คุณหนู ให้หมอมาดูสักหน่อยหรือไม่?”

            “ไม่ต้องหรอก” ซูหมิงเยว่เดินไปนั่งที่โต๊ะเล็กในเรือน “แค่แผลเล็กๆพันแผลเองก็พอแล้ว”

            “เช่นนั้นคุณหนูหิวหรือยังเจ้าคะ? ข้าจะไปเตรียมอาหารเย็น”

            “อืม ไปเถิด”

            รอจนเสี่ยวอวี่เดินออกไปแล้ว ซูหมิงเยว่ถึงได้ล้วงของที่นางแกะสลักตลอดช่วงบ่ายออกมาจากในอกหลังจากแกะสลักเสร็จแล้ว นางก็ยังหาเชือกที่เหมือนกับจี๋โม่หานมาร้อยหยกลงไป

            ซูหมิงเยว่ถอนหายใจออกมาอย่างจนใจแล้วเอาเชือกนั้นมาเล่นเสียดายหยกก้อนนี้จริงๆ ที่สำคัญคือนางไม่กล้าเอาของเช่นนี้ไปให้จี๋โม่หานจริงๆ

            ตอนที่เสี่ยวอวี่เอาอาหารกลับมา นางก็เห็นซูหมิงเยว่กำลังเท้าคางเหม่อลอย

            นางนำอาหารจากในกล่องออกมาจัดให้เรียบร้อย แล้วถามด้วยความประหลาดใจ“คุณหนู ท่านกำลังคิดอะไรอยู่หรือเจ้าคะ?”

            ซูหมิงเยว่ขมวดคิ้ว “เจ้าว่าการที่คนอื่นให้ของสำคัญมากๆ กับข้า แต่ข้ากลับให้....อืม....ก็ไม่ใช่ของที่สำคัญอะไรกับเขาหรอกมันคงไม่ค่อยดีเท่าไหร่ใช่หรือไม่?”

            “เรื่องนี้จะต้องดูที่เจตนาของคนให้เจ้าค่ะ” เสี่ยวอวี่กล่าว“ขอแค่คุณหนูจริงใจ ถึงจะไม่ใช่ของที่แพงขนาดนั้น ถึงจะเป็นของราคาถูก แต่ก็เต็มไปด้วยความรู้สึกนะเจ้าคะ”

            ซูหมิงเยว่จ้องเสี่ยวอวี่ ในใจก็เริ่มเข้าใจขึ้นมาทันที จริงด้วยเหตุผลง่ายๆ ขนาดนี้ เสี่ยวอวี่สาวใช้คนนี้ก็ยังเข้าใจเลย เหตุใดนางถึงยังไม่เข้าใจกันนะ

            “ทานอาหาร ทานอาหาร ทานเสร็จแล้วข้าจะออกไปข้างนอกเสียหน่อย”

            มือที่ตักข้าวของเสี่ยวอวี่ชะงักไป “คุณหนูจะไปไหนอีกหรือเจ้าคะ?”

            ซูหมิงเยว่ไอแค่กออกมา “ความลับ ค่อยบอกเจ้าอีกที อีกเดี๋ยวหลังจากทานอาหารเสร็จแล้วอย่าให้ใครก็ตามมารบกวนข้าล่ะ หากมีคนมาหาข้าก็บอกว่าข้านอนไปแล้ว”

            “เจ้าค่ะ คุณหนู”

            ในฤดูร้อนพอพระอาทิตย์ตกแล้วก็จะมืดเร็วเป็นพิเศษ เมื่อทานอาหารเย็นเสร็จท้องฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว

            ซูหมิงเยว่กลับห้องไปเก็บของอยู่ครู่หนึ่ง นางเปลี่ยนเป็นชุดสีดำจากนั้นก็ปีนกำแพงจากเรือนหลังออกจากจวนไป จากนั้นก็ตรงไปยังจวนองค์ชายสาม

            หลายชั่วโมงหลังจากที่นางขังตัวเองคิดอะไรบางอย่างในห้องถึงแม้เรื่องบางเรื่องจะยังไม่มั่นใจทั้งหมด แต่นางก็ยังอยากจะพูดกับองค์ชายสามให้ชัดเจน 

            ตอนที่ใกล้ถึงจวนองค์ชายสามในใจของซูหมิงเยว่ก็รู้สึกว่าทำผิดขึ้นมาเล็กน้อย

            นางยืนอยู่ตรงตำแหน่งไม่ไกลก่อนจะหายใจลึกๆ ตอนนี้การเดินไปที่หน้าจวนองค์ชายสามก็เหมือนกำลังจะไปตาย

            บังเอิญว่าตอนนั้นหลิงชวนกำลังพาคนมาเดินลาดตระเวนที่เรือนหน้าพอดีพอเห็นซูหมิงเยว่ก็ชะงักไป แล้วเดินเข้ามาหา “มืดขนาดนี้คุณหนูซูมาทำอะไรหรือขอรับ?”

            “ข้าอยากมาหาเจ้านายของเจ้า เจ้านายของเจ้าพักผ่อนไปหรือยัง?”

            “ในเวลานี้ปกติองค์ชายยังไม่พักผ่อนขอรับ ข้าจะพาท่านไป”

            “ได้”

            ซูหมิงเยว่เดินตามหลังหลิงชวนไปเรือนหลังถึงแม้ถนนเส้นนี้นางเคยเดินมาแล้วหลายครั้งจนคุ้นชินแล้ว ทว่าพอเดินบนถนนเส้นนี้ในค่ำคืนนี้หัวใจก็เต้นเร็วขึ้นอย่างน่าประหลาด

            จู่ๆ นางก็เดินไวขึ้นหลายก้าวแล้วจับแขนของหลิงชวนเอาไว้หลิงชวนหันกลับมามองด้วยความตกใจ “คุณหนูซู เป็นอะไรไปขอรับ?”

            ซูหมิงเยว่ดึงหลิงชวนไปด้านข้างด้วยท่าทางลึกลับก่อนจะปล่อยมือออกแล้วถามเสียงเบา“หลิงชวน ข้าถามอะไรเจ้าสักอย่างสิ”

            “ถามมาเลยขอรับ” หลิงชวนถูกการกระทำนั้นทำเอาหัวขาวโพลนไปหมด

            “เจ้านายของเจ้า....” ซูหมิงเยว่ขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เอ่ยออกมา “เหตุใดหลายปีมานี้เจ้านายของเจ้าถึงยังไม่แต่งงานหรือ?”

            หลิงชวนที่ถูกคำถามนี้ไปก็ถึงกับชะงัก เขามองซูหมิงเยว่อย่างสงสัยแล้วส่ายหน้า“ไม่รู้แน่ชัดขอรับ แต่อาจเป็นเพราะไม่เจอสตรีที่ชอบอีกทั้งสถานการณ์ของเจ้านายข้าเป็นอย่างไร ท่านเองก็รู้อยู่แล้ว”


    คล้ายกับเรื่องซูหมิงเยว่ : ทะลุมิติมาเป็นยอดหญิงหมอเทวดา [จบ] ที่คุณอ่าน

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730