“แล้วยังไง” ใบหน้าหล่อเหลาถามองครักษ์ด้วยสีหน้านิ่งเฉย “ข้าพอใจจะแกล้งนาง ใครจะทำไม ยิ่งนางไปฟ้องบิดา ข้าก็จะแกล้งนางให้หนักขึ้น”
เฉินอี้ได้แต่ถอนหายใจ กระนั้นก็ได้แต่เดินตามหยางเฟยหลงต้อยๆ
“หยุดถอนหายใจแล้วแบกผ้าตามข้ามาเฉย ๆ ก็พอ”
“พ่ะย่ะค่ะ”
พอเห็นเมนูอาหาร หลิวซิ่วอิงก็จัดการสั่งมาหลายอย่าง ไหน ๆ ก็ออกจากบ้านมาเที่ยวเล่นทั้งที นางจะกินและจะเที่ยวให้เต็มที่ไปเลย!
ปัง!เสียงกระแทกเปิดปิดของประตูเรียกความสนใจจากหญิงงามได้มากโข
“ท่านอ๋องเข้ามาในห้องนี้ได้อย่างไรกันเ้าคะ” เจียวจูยืนขวางหน้าอย่างไม่กลัวตาย
หยางเฟยหลงมาอีกแล้ว
“ข้ามีขาก็เดินเข้ามาไงล่ะ ช่างถามได้ขาดเขลาเบาปัญญายิ่งนัก ท่านราชครูไม่เคยอบรมพวกบ่าวรับใช้ในจวนหรืออย่างไร” ปากร้ายไม่พอยังผลักสาวใช้ร่างเล็กให้พ้นทางก่อนจะตีมึนไปนั่งเก้าอี้ตัวตรงข้ามกับบุตรีราชครูหลิว ทั้งยังยั่วยวนโทสะของนางด้วยการนั่งก้มหน้าทว่าแสร้งยกมือมาแคะเล็บไปด้วย
ดูสิว่าสตรีไร้ยางอายที่ชอบลวนลามเขาในร่างสุนัขจะทำเช่นไร
“อาจจะเสียมารยาทไปสักหน่อย แต่หม่อมฉันคงต้องแจ้งกับท่านอ๋องตามตรงว่าห้องนี้หม่อมฉันเป็คนมาก่อนท่านอ๋องเพคะ” ในเมื่อหลิวซิ่วอิงเลี่ยงการเผชิญหน้าไม่ได้ ก็ให้เข้าประทะกับอีกฝ่ายเสีย...
ทั้งๆ ที่นางกำลังจะเอ่ยปากไล่บุรุษหน้าหนาออกจากห้อง ก็ดันเป็จังหวะที่อาหารถูกยกขึ้นมาวางบนโต๊ะ
“อาหารมาพอดี” มุมปากหยักยกสูงขึ้นข้างหนึ่ง “ตักข้าวใส่ถ้วยให้ข้า ข้ากำลังหิวพอดี”
“เดี๋ยวกระหม่อมจะเป็คนตักให้ท่านอ๋องเองพ่ะย่ะค่ะ” เฉินอี้รีบวางม้วนผ้าลงพื้นก่อนจะรีบไปตักข้าวให้ตามคำสั่งของผู้เป็เ้านาย
ด้วยรู้นิสัยของอีกคนดีว่าเป็แบบไหน...
กฏการรอดชีวิตเมื่ออยู่ร่วมกับอ๋องทมิฬมีเพียงสามข้อคือ อย่าขัดใจ อย่าขัดใจ และอย่าขัดใจ หากไม่เข้าใจให้ย้อนกลับไปอ่านที่ข้อหนึ่งซ้ำอีกครั้ง!
“นี่เ้า!หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ” เจียวจูคว้าหมับที่ข้อมือหนาของเฉินอี้ซ้ำยังมองอีกฝ่ายด้วยความไม่เป็มิตร
องครักษ์หนุ่มพูดเสียงต่ำกระซิบให้อีกฝ่ายได้ยินเพียงผู้เดียว “เ้าเห็นสีหน้าของท่านอ๋องหรือไม่ หากเ้ากับข้ายังอยากมีร่างกายครบสามสิบสองกลับจวนล่ะก็ ให้รีบทำตามคำสั่งของท่านอ๋องซะ” มือหนาดึงโถข้าวกลับมาจากสาวใช้ได้ก็รีบตักข้าวให้บุรุษผู้สูงศักดิ์ทันที
***
โอ๊ยยย น้อนไม่ได้เชิญเด้อ อิอ๋องก็หน้าด้านไปกินข้าวด้วยเฉยเลย...น่าฟาดให้ตาย 555