ในห้องมีโต๊ะผิงไฟที่ทำจากดินอยู่หนึ่งหลัง
ด้านหน้าของโต๊ะผิงไฟมีผ้าห่มและผ้าปูที่นอนพับวางอยู่ ส่วนด้านหลังมีหม้อดินเผาสำหรับใส่อาหารขนาดเล็กใหญ่วางเรียงกันอยู่เต็มไปหมดมีตู้เก่าๆ กับเก้าอี้สองตัววางอยู่ข้างกำแพงห้องนอกจากนั้นก็ไม่มีสิ่งใดอีก
ม่ายซุ่ยนั่งพิงอยู่ข้างโต๊ะผิงไฟ เมื่อเปิดหม้อดินเผาดูก็พบว่าด้านในมีมันเทศตากแห้งอยู่เพียงเล็กน้อยนางจึงนำไข่ต้มใส่ลงไป
“อู๋ซื่อข้าได้ยินว่าลูกสาวของเ้ามาหรือ?”เสียงชายสูงอายุคนหนึ่งดังมาจากด้านนอก เสียงนั้นแหลมเล็กคล้ายกับบีบออกมาจากลำคอ
“ใช่แล้วท่านลุงสอง ลูกสาวข้ามา” อู๋ซื่อตอบ “นางเดินทางมาเหนื่อยๆ กำลังพักผ่อนอยู่ด้านในห้องเดี๋ยวสักครู่ข้าเรียกนางออกมาพบท่าน”
หลินเอ้อร์เป่าและหลินซานเป่าลุงทั้งสองคนของหลินต้าโหย่วมีนิสัยี้เีสันหลังยาวมักจะมีปัญหากับชาวบ้านเื่พูดจาด่าทอและชอบใช้กำลัง จนเป็ที่เอือมระอาและโจษจันของหมู่บ้านซานเหลียง
“ไม่ต้อง” หลินเอ้อร์เป่าพูดด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม“ไม่ใช่ลูกหลานตระกูลเราข้าไม่สนใจหรอก กินข้าวเสร็จก็รีบให้นางกลับไปเสียกลับช้าฟ้าจะมืดเสียก่อน หากเป็อะไรไปเ้ารับผิดชอบไม่ไหวเข้าใจหรือไม่?”
เขามีรูปร่างผอมเล็กขนคิ้วดกตาเล็กเรียว หลังค่อมเล็กน้อยสวมใส่ชุดคลุมยาวสีเทาเก่าๆ ขาดๆ ที่ไม่รู้ว่าไปเก็บมาจากที่ใดตัวเสื้อก็หลวมยาวไม่พอดีตัว่เอวของหลินเอ้อร์เป่ายังผูกด้วยเชือกป่านเส้นเล็กดูไม่เข้ากันจนน่าขัน
“ข้าทราบแล้วท่านลุงสอง” อู๋ซื่อก้มหน้ารับคำอย่างสงบ
“ลูกสาวเ้ามาเยี่ยมเ้าเอาของกินอร่อยๆ มาด้วยหรือไม่?”หลินเอ้อร์เป่าจ้องอู๋ซื่อ สายตาก็ไปสะดุดที่ตะกร้าไผ่ เขาก้มลงสูดดมพร้อมถามว่า“เอาปลามาด้วยหรือ? หมู่บ้านยากจนแถวชายทะเลถึงแม้อย่างอื่นจะไม่มีแต่ปลาก็คงมีไม่ขาดสิน่า”
“ใช่...นางเอาปลามาให้” อู๋ซื่อตอบคิ้วขมวด
“ต้องอย่างนี้สิ เช่นนั้นข้าเอาปลาไปแล้วกันถึงอย่างไรพวกเราก็คงไม่ชินกับการกินของคาวๆ เช่นนี้สู้ข้าเอาไปแลกกับแผ่นทองแดงที่บ้านสวี่ซื่อดีกว่า”หลินเอ้อร์เป่าเหลือบมองเข้าไปในห้องที่มีม่านกั้นอยู่จากนั้นก็หยิบตะกร้าแล้วเดินออกไปทันที
อู๋ซื่อไม่รู้จะทำเช่นไร จึงได้แต่ยอมเขา
“ช้าก่อน! นี่เป็ปลาที่ข้านำมาให้มารดาของข้า”ม่ายซุ่ยทนฟังไม่ไหวอีกต่อไป จึงเปิดม่านเดินออกมาพร้อมพูดอย่างไม่พอใจ“ท่านจะเอาไปขายไม่ได้!”
“อู๋ซื่อ...นี่คือลูกสาวของเ้าหรือ?” หลินเอ้อร์เป่าถามหน้านิ่วตาเล็กเรียวนั้นมองสำรวจม่ายซุ่ยไม่หยุดเขารู้สึกใเล็กน้อยเพราะไม่คิดว่าอู๋ซื่อจะมีบุตรสาวที่โตเช่นนี้
อีกทั้งยังหน้าตาสะสวยเสียด้วย
อู๋ซื่อแต่งงานมายังหมู่บ้านซานเหลียงแปดปีแล้วม่ายซุ่ยก็เคยมาเยี่ยมนางเพียงครั้งเดียว ซึ่งก็คือเมื่อห้าปีที่แล้วทั้งยังมากับอู๋ซานหลางอีกด้วยตอนที่มาประจวบเหมาะกับอู๋ซื่ออยู่บ้านเพียงลำพังนางจึงไม่ได้พบกับสมาชิกตระกูลหลินคนอื่นๆ
“ใช่แล้ว...ม่ายซุ่ยมาทำความเคารพท่านปู่สองเร็วเข้า”อู๋ซื่อรีบดึงม่ายซุ่ยมา
“ท่านปู่สอง...ท่านจะเอาปลาพวกนี้ไปไม่ได้” ม่ายซุ่ยฝืนยิ้มพร้อมยื่นมือออกไปแย่งตะกร้าไผ่ที่อยู่ในมือเขานี่มันโจรชัดๆ!
หลินเอ้อร์เป่าไม่ยอมคืนให้แต่กลับยกตะกร้าขึ้นสูงพร้ะคอกว่า“เ้ายกให้แม่ของเ้าแล้ว เช่นนั้นมันก็กลายเป็ของบ้านข้าแล้ว เ้าถือดีอะไรไม่ให้ข้าเอาไปขาย? แม่ของเ้าเป็คนตระกูลของข้า!”
“นี่เป็สิ่งที่ข้าให้มารดาของข้า ไม่ได้ให้พวกท่าน”ม่ายซุ่ยได้ยินดังนั้นก็โมโหเป็อย่างมาก คนตระกูลนี้มีนิสัยเช่นนี้หรอกหรือ?
“ให้แม่เ้าก็คือให้พวกข้า” หลินเอ้อร์เป่ายืดอกพูดอย่างทระนง “หลายปีมานี้แม่เ้ากินอยู่ใช้จ่ายก็มาจากพวกเราทั้งนั้นเอาแค่ปลาเล็กๆ เหล่านี้ยังนับว่าน้อยไป เหตุใดเ้าจึงไม่มีเหตุผลเช่นนี้เล่า?”
“ใครกันแน่ที่ไม่มีเหตุผล?” ม่ายซุ่ยก็โมโหแล้ว “ข้าว่าเป็ท่านต่างหากที่อายุมากแล้ว แต่ไม่ให้เกียรติตนเองแต่กลับเห็นแก่ตัวไร้ซึ่งเหตุผล”
“ข้าจะเป็คนแก่ไม่ให้เกียรติตนเอง ทั้งยังเห็นแก่ตัว ไร้ซึ่งเหตุผล แล้วเ้ามีปัญหาหรือ?” หลินเอ้อร์เป่ากะพริบตาเมื่อเห็นว่าม่ายซุ่ยโมโหจริงๆ แล้วก็ฉวยตะกร้าแล้ววิ่งหนีออกไป
“วางปลาลงเดี๋ยวนี้นะ!” ม่ายซุ่ยก็ไม่รอช้ารีบยกขาวิ่งตามเขาไป ปลาเล็กๆ เหล่านี้นางอุตส่าห์ลองผิดลองถูกตากแดดอยู่ตั้งเดือนกว่าจึงทำออกมาได้จะยอมให้เขานำไปขายได้อย่างไร
“ม่ายซุ่ยช่างเถิด!” อู๋ซื่อดึงม่ายซุ่ยไว้แล้วรีบพูดว่า “เ้าคิดเสียว่าแม่กินหมดแล้วก็แล้วกัน!”
“ท่านแม่ ท่านจะยอมให้พวกเขารังแกท่านเช่นนี้หรือ?”ม่ายซุ่ยพูดอย่างโมโห “ท่านหลบไปเสียถึงอย่างไรวันนี้ข้าจะไม่ยอมให้เขานำปลาของข้าไปขายเด็ดขาด!”
“ซุ่ยเอ๋อร์ เ้าอุตส่าห์มาเยี่ยมแม่หลังจากที่ไม่ได้มาเสียนาน อย่าได้ไปมีเื่มีราวใดๆเลย” อู๋ซื่อรั้งนางไว้ไม่ยอมปล่อยพร้อมเกลี้ยกล่อม “ให้เขาเอาไปเถิดไม่เช่นนั้นบ้านนี้ก็จะไม่มีทางสงบลงได้ ท่านปู่สองของเ้าแม้จะเละเทะไปหน่อยแต่เขาก็ดีต่อแม่ไม่น้อย”
“ท่านแม่ ที่เขาทำเช่นนี้คือดีต่อท่านหรือ!” ม่ายซุ่ยยิ่งพูดยิ่งโมโหนี่มันอะไรกัน? ในโลกนี้ยังมีคนไม่มีเหตุผลเช่นนี้อยู่อีกหรือ?
ชายหนุ่มรูปงามน่ามองผู้หนึ่งเดินเข้ามาในบ้านอย่างรีบร้อนจึงชนเข้ากับหลินเอ้อร์เป่าอย่างจังปลาแห้งในตะกร้ากระเด็นกระจัดกระจายหลินเอ้อร์เป่าโมโหเป็อย่างมากชี้หน้าด่าเขาเสียงดังลั่น “เฮ้ย!ไอ้ลิงป่านี่ เดินไม่มองทางบ้างหรือ? เ้าคิดจะชนข้าซึ่งเป็ลุงแท้ๆของแม่เ้าให้ตายเลยหรืออย่างไร?”
“ฮึๆ รูปร่างเช่นข้านี้หรือจะชนท่านจนตาย? เป็ข้าที่จะโดนท่านชนตายเสียมากกว่า”ชายหนุ่มผู้นั้นเดินเข้าประตูบ้านมาพร้อมหัวเราะอย่างร่าเริง เขาพูดกับอู๋ซื่อว่า “ท่านน้าสะใภ้ท่านแม่ของข้าบอกว่าเมื่อคืนนี้ท่านยายมาเข้าฝันนางโดยบอกว่าท่านยายได้ยกหีบไม้สีแดงคู่นั้นที่เป็ของขวัญแต่งงานมอบให้แก่แม่ของข้าดังนั้นนางจึงให้ข้ามาขนย้ายกลับไป”
“ชิงซานหีบไม้สีแดงคู่นั้นถูกท่านตาสองคนของเ้ายกไปคนละหีบแล้วไม่ได้อยู่ที่นี่” อู๋ซื่อพูดอย่างไม่ร้อนใจ “หากพวกเ้าอยากเห็น ก็ไปถามหาเอากับท่านตาของเ้าเถิด”
“ท่านน้าสะใภ้ไม่ใช่ว่าข้าไร้มารยาทแต่สิ่งของที่อยู่ในบ้านเหตุใดท่านจึงยอมให้คอนนอกนำออกไปได้เล่า? มิน่าเล่าท่านยายจึงนอนตายตาไม่หลับที่แท้ก็ไม่ไว้วางใจท่าน!”
“ชิงซานห้องของท่านตาทั้งสองของเ้าก็เหลือแค่หีบไม้สีแดงนั่นแล้วหากเ้าเอาไปเช่นนั้นพวกเขาก็ไม่มีที่ใส่เสื้อผ้ากับเครื่องนอนแล้ว”อู๋ซื่อถอนหายใจ “อีกอย่างพวกเขาก็ใช้กันมาตั้งหลายปีแล้ว เช่นนั้นก็ให้พวกเขาใช้ต่อไปเถิด”
“ท่านน้าสะใภ้เื่เหล่านี้ท่านพูดกับข้าไปก็ไม่มีประโยชน์ข้าไม่สนว่าพวกเขาจะมีใช้หรือไม่ ข้าแค่มีหน้าที่มานำหีบสองใบนั้นกลับไป” จวงชิงซานพูดด้วยสีหน้าไร้ยางอายและดูถูกเหยียดหยาม“เสียทีที่ท่านยายอุตส่าห์ดีต่อท่านเหมือนท่านเป็บุตรแท้ๆ แต่วันนี้ท่านกลับตอบแทนนางเช่นนี้หรือ?”
“ท่านยายของเ้าดีต่อข้ายิ่งนัก ชาตินี้ทั้งชาติข้าก็ไม่มีวันลืม”อู๋ซื่อเหมือนโดนตีแสกไปที่จุดอ่อน ขอบตาเริ่มแดงร้อนผ่าว นางพูดพร้อมถอนหายใจ“แต่ท่านตาทั้งสองของเ้าถึงอย่างไรก็เป็ญาติผู้ใหญ่...”
“แต่หีบไม้แดงทั้งสองใบนั้น ท่านยายตกลงว่าจะยกให้แก่บ้านข้า!”จวงชิงซานพูดด้วยสีหน้าเกรี้ยวกราด“ท่านคงจะไม่เอาหีบของบ้านเราไปแสร้งทำเป็คนใจดีหรอกกระมัง?”
“เ้าอยากได้หีบ เ้าก็ไปเอาเสียเองสิ” ม่ายซุ่ยเข้าใจเื่ราวอยู่ไม่น้อยจึงเดินเข้าไป“หีบไม่ได้อยู่กับมารดาของข้า เ้ามาพูดจาไร้สาระอยู่ที่นี่ทำไมกัน?”
“แต่ว่า...แต่ว่าพวกเขาไม่อยู่บ้าน”ตอนนี้เองจวงชิงซานถึงสังเกตุว่าในบ้านของอู๋ซื่อยังมีหญิงสาวผู้หนึ่งอยู่ด้วยเขาตะลึงไปครู่หนึ่งพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า“หรือเ้าจะให้ข้าปีข้ามกำแพงเข้าไป?”
“นั่นมันเื่ของเ้า มาพูดกับข้าก็ไม่มีประโยชน์”ม่ายซุ่ยเดินเข้าไปมองเขาด้วยหางตาอย่างเ็า“อีกอย่างหีบนี้เป็ของตระกูลหลินไม่ใช่ของบ้านพวกเ้าถึงจะมาเพื่อเจรจาเอาสิ่งของก็ไม่ควรใช้กิริยามารยาทเช่นเ้ามาทำเช่นนี้หากจะพูดว่าใครคือคนนอก เ้าต่างหากที่เป็คนนอกที่แท้จริงอีกอย่างก็คืออยากได้สิ่งใดก็พูดออกมาตรงๆ อย่ามาใช้ลูกไม้ว่ามีใครมาเข้าฝันให้ทำสิ่งนั้นสิ่งนี้มาเป็ข้ออ้างทำเช่นนี้ไม่ดีหรอก หากคืนนี้มารดาของข้าฝันเห็นท่านยายของเ้าบอกว่าคิดถึงเ้าอยากให้ไปอยู่ด้วย...เ้าจะไปหรือไม่?”
“ซุ่ยเอ๋อร์ เ้าอย่าพูดจาไร้สาระ”อู๋ซื่อดึงชายเสื้อของม่ายซุ่ยพร้อมพูดอย่างจริงจังว่า “แม่ไม่เคยฝันเช่นนั้น”
“เ้าเป็ใคร?” จวงชิงซานถามอย่างสงสัย แม่นางคนนี้หน้าตาสะสวยไม่เบาอย่างน้อยก็สวยกว่าผู้หญิงที่เขาเคยเพบเจอ
“ชิงซานนางเป็ลูกสาวของน้าสะใภ้เอง” อู๋ซื่อดึงม่ายซุ่ยมาแนะนำ“เมื่อนับลำดับญาติกันนางควรจะเรียกเ้าว่าพี่ชาย”
“น้อง...น้องสาว” จวงชิงซานพูดติดๆ ขัดๆ ทั้งยังแอบมองนางอย่างเขินอายจนหูแดง “เ้า...เ้าอย่าทำให้ข้าใกลัวสิท่านยายไม่มีทางอยากให้ข้าไปอยู่ด้วยหรอก นาง...นางชอบท่านแม่ของเ้า”เมื่อพูดจบก็รีบโบกมือพูดปฏิเสธ “ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้นข้าหมายความว่าท่านยายไม่มีทางมาเข้าฝันแล้วบอกให้ทำเช่นนั้นแน่นอน”
“ในเมื่อท่านยายเ้าไม่มีทางเข้าฝันให้ทำเช่นนี้แล้วเหตุใดท่านยายของเ้าจึงจำได้ว่าต้องเอาหีบไม้สองใบนั้นยกให้ครอบครัวเ้าเล่า?”ม่ายซุ่ยมองหน้าเขานิ่ง จากนั้นนางค่อยๆ พูดเน้นทีละคำว่า“พวกเ้าคิดว่าคนอื่นเป็คนโง่หรือ?”
“เช่น...เช่นนั้นข้ากลับไปถามท่านแม่ข้าก่อน” จวงชิงซานวิ่งออกไปอย่างรวดเร็วไม่คาดคิดว่าตอนที่วิ่งไปถึงหน้าประตูเขากลับวิ่งชนกับบานประตูแม้แต่จะส่งเสียงร้องออกมาก็ยังไม่กล้าเขารีบลุกและพาตัวเองออกไปจากบ้านให้เร็วที่สุด
ม่ายซุ่ยเห็นดังนั้นก็หัวเราะจนตัวงอ
“ดูเ้าสิ รู้จักพูดจายียวนเช่นนี้เป็ั้แ่เมื่อใดกัน เดี๋ยวคนอื่นเขาจะหัวเราะเอาได้”อู๋ซื่อตำหนิ “จะว่าชิงซานก็เป็คนซื่อตรง มารดาของเขาต่างหากที่รับมือด้วยยากเดี๋ยวเ้ารอดูเถิด ผ่านไปไม่กี่วันเดี๋ยวก็กลับมาเื่หีบไม้สองใบนั้นอีก”
“ท่านแม่ท่านใจดีมีเมตตาเกินไปแล้วมีลูกสาวบ้านไหนตระกูลไหนกันที่แต่งงานออกไปแล้วยังกลับมาขนของจากบ้านบิดามารดา”ม่ายซุ่ยพูด “หากนางมาอีกครั้งท่านก็ไม่ต้องสนใจบอกให้พวกเขาไปถามเอาหีบสองใบนั้นกับลุงของนางเองก็แล้วกันหากนางพูดถึงเื่ความฝันนั้นอีกท่านก็ตาต่อตาฟันต่อฟันตอกกลับไปเลยว่าท่านแม่เฒ่าแม่สามีของท่านก็มาเข้าฝันโดยบอกว่าคิดถึงลูกสาวคนโตของตน อยากให้ลูกสาวไปอยู่เป็เพื่อนนางได้หรือไม่”
“ไอ้หยา...เ้านี่ช่างคิดยิ่งนัก แม่จะพูดเช่นนั้นได้อย่างไรเล่า”อู๋ซื่อยิ้มเศร้า “ท่านลุงเฒ่าสองคนนั้นก็มากเื่ไม่น้อยไปกว่ากัน ถึงตอนนั้นคงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องถกเถียงกันที่จริงแล้วก็เป็เพราะแม่ไม่ได้ให้กำเนิดบุตรธิดาให้กับตระกูลนี้พี่สามีจึงไม่ยอมรับแม่ ทั้งยังบอกว่าแม่เป็คนนอก!”
“ท่านแม่ เหตุใดท่านต้องโทษว่าเป็ความผิดของท่านเองทุกอย่างเลยเล่า?” ม่ายซุ่ยพูด“ทั้งหมดล้วนเป็ต้นเหตุมาจากผู้ชายที่ชื่อหลินต้าโหย่วนั่นต่างหากคนที่หนีงานแต่งงานไป คนที่ไม่คิดจะใช้ชีวิตคู่กับท่านเชนนี้ท่านจะให้กำเนิดบุตรธิดาให้แก่พวกเขาได้อย่างไร?”
“แม่รู้เื่เหล่านี้ดี แม่ก็เพียงแต่พูดให้ฟังเท่านั้น” อู๋ซื่อหลุบตาลงต่ำพร้อมถอนหายใจ“แม่เฒ่าตระกูลหลินดีเป็แม่สามีที่ดีมาก นางดีต่อแม่ไม่น้อยหากไม่ใช่เพราะมีนางคอยปกป้องคุ้มครอง หลายปีมานี้แม่จะอยู่รอดปลอดภัยมาได้อย่างไรตอนนี้นางเพิ่งจากไปได้ไม่นาน แม่จะเอาความกล้าที่ไหนไปถกเถียงทะเลาะเบาะแว้งกับคนในครอบครัวหลิน”
ม่ายซุ่ยถอนหายใจเฮือกไม่พูดสิ่งใดอีก
หากนางมีกำลังและความสามารถสักหน่อยนางจะไม่มีทางให้มารดาต้องทนทุกข์ทรมานเช่นนี้เป็แน่แต่ตอนนี้ตัวนางเองอาศัยอยู่ในบ้านตระกูลเซียวก็ยังเอาตัวไม่ค่อยรอดแน่นอนว่าไม่สามารถที่จะดูแลมารดาของนางได้เช่นกัน
“ซุ่ยเอ๋อร์ เ้าแต่งงานเข้าตระกูลเซียวได้เดือนกว่าแล้วสินะเอ่อ...เ้าตั้งท้องหรือยัง?” อู๋ซื่อพูดเสียงเบา“เป็ผู้หญิงหาก้าจะมีที่ยืนที่มั่นคงในบ้านของแม่สามีจะต้องมีลูกถึงจะทำได้”
“ท่านแม่ ท่านพูดถึงสิ่งใดกัน!” ม่ายซุ่ยพูดอย่างขัดเขิน “ระยะเวลาเพียงเท่านี้ข้าจะตั้งท้องได้อย่างไร”
นางรู้สึกว่านางกับคุณลุงเซียวผู้นั้นไม่มีทางที่จะมีความสัมพันธ์เช่นนั้นได้ไม่แน่ว่าวันไหนคุณลุงเซียวผู้บ้าเืเกิดอยากออกไปท่องยุทธภพอีก ถึงตอนนั้นนางก็จะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขผู้เดียวอยู่ในห้องหอนั้น
อู๋ซื่อเห็นบุตรสาวเขินอายก็ไม่อยากจะถามต่ออีก
ขณะที่สองแม่ลูกกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ประตูบ้านก็ถูกถีบเปิดออกอย่างแรง!
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/989b72eeb7cc486fe81b7f5e2bdce5a8
******เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่ Fisherman หนุ่มประมงที่รักที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #Fishermanหนุ่มประมงที่รัก #readAwrite ด้วยน้า