จากวันนั้น วันที่ปณยาบอกว่าจะกลับไปอยู่ที่คอนโดของตัวเอง และถูกมอร์แกนปฏิเสธเสียงแข็ง ดุดัน เขาดูเหมือนจะยุ่งจนไม่มีเวลาให้เธอเลย ซึ่งบางวันเขาก็ไม่อยู่ที่เพ้นท์เฮ้าส์
เหมือนอย่างวันนี้ ที่เขากับลูกน้องของเขาออกจากเพ้นท์เฮ้าส์ไปตั้งแต่เช้า และจนป่านนี้เป็นเวลาสามทุ่มเข้าไปแล้ว ก็ยังไม่เห็นมีวี่แววเขาจะกลับมาที่เพ้นท์เฮ้าส์ วันนี้เธออุตส่าห์ทำอาหารไว้รอเขา แต่ท้ายที่สุดแล้ว อาหารที่เธอทำก็เป็นหมันไป
“จะให้อยู่ที่นี่ทำไม ทั้งที่ตัวเองก็ไม่อยู่อย่างนี้”
ปณยาบ่นพึมพำกับตัวเองออกมา ด้วยความน้อยอกน้อยใจ ที่เธออุตส่าห์ยอมทำตามใจเขาไม่กลับไปอยู่คอนโดของตัวเอง แต่เขากลับหายหัวไม่อยู่ที่นี่กับเธอซะอย่างนั้น ปล่อยให้เธอเคว้งอยู่เพียงลำพังคนเดียว
“เฮื่อออออออ......”
ปณยามองดูนาฬิกา แล้วถอนหายใจออกมาแรงๆ ก่อนจะเดินออกไปยังระเบียงห้อง เธอยืนมองดูบรรยากาศของเมืองกรุง ในเวลาค่ำมืด ที่ซึ่งมองจากตึกสูงเช่นนี้ จะเห็นด้านล่างระยิบระยับไปด้วยไฟฟ้า ซึ่งดูสวยงามไปอีกแบบ
ปณยาพยายามปรับอารมณ์ให้เป็นปกติ เธอนั้นรู้ตัวเองดี ว่าในตอนนี้เธอเผลอใจไปรักมอร์แกนเข้าเต็มเป่าแล้ว หากเธอไม่รัก เธอคงไม่ยอมที่จะอยู่ด้วยกันกับเขาที่นี่หรอก ทั้งที่เขาไม่ได้พูดถึงว่าเธอเป็นอะไรกับเขาให้ชัดเจน
“.........”
ปณยายืนอยู่ตรงนั้นเป็นเวลานานพอสมควร เธอจึงสลัดความคิดออกไปจากหัว แล้วเดินกลับเข้ามาภายในห้องนอน เพราะคิดไปความคิดก็มีแต่วนเวียนอยู่แต่เรื่องเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา
มอร์แกนจะกลับมาตอนไหนก็ช่างเขาเถอะ ปณยาไม่สนใจแล้ว ในเมื่อเขาไม่พูดสักคำว่าไปไหน แล้วจะให้เธอมัวแต่มารอเขากลับอยู่ทำไม คิดได้ดังนั้นเธอจึงเดินไปล้มตัวลงนอนบนเตียงนอนกว้างขวางหนานุ่ม ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างบาง พยายามข่มตาให้หลับ
‘ทำไมถึงไม่หลับสักทีนะ จะมามัวคิดถึงเขาอยู่ทำไม เขาไม่ได้คิดถึงเราสักหน่อย หากคิดถึงคงจะกลับมาแล้ว นี่อะไรโทรมาก็ไม่โทรมา กลับก็ไม่ยอมกลับมาสักที’
ปณยาพยายามข่มตาให้หลับแล้วก็แล้ว พลิกไปพลิกมาหลายตลบก็แล้ว นับหนึ่งถึงร้อยอยู่ภายในใจก็แล้ว เธอก็ไม่มีทีท่าว่าจะหลับได้เลย ตายังสว่างไม่มีอาการง่วงงุนให้เห็นเลยแม้แต่นิดเดียว
ติ่งติ้งติ๊ง......
แต่แล้วหูก็ได้ยินเสียงเปิดประตูด้านนอก ซึ่งเป็นระบบคีย์การ์ด เวลาที่แตะคีย์การ์ดเปิดประตู เสียงจะดังขึ้นมาก่อน จากนั้นจะสามารถเปิดประตูเข้ามาได้
‘มาได้สักทีนะ หึ’
ปณยาเม้มปากบางจิ้มลิ้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง และพูดค่อนขอดคนที่พึ่งเปิดประตูเข้ามาอยู่ภายในใจ แต่กระนั้นก็ไม่คิดจะลุกออกไปดู ยังคงนอนหลับตานิ่งๆ ทำทีว่าเธอนอนหลับไปแล้ว เพราะเธอคิดว่าคนที่เปิดประตูเข้ามา ก็คงจะเป็นมอร์แกนนั่นแหละ
แกร็ก......
ซ่าๆๆๆๆ......
และก็ใช่มอร์แกนจริงๆ เขาเปิดประตูห้องนอนที่ใช้นอนด้วยกันกับปณยา แล้วเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ สักพักหูของหญิงสาวตัวเล็กได้ยินเสียงน้ำไหลจากฝักบัว แต่ยังทำทีเป็นนอนหลับอยู่บนเตียงนอนกว้างขวางหนานุ่ม
สักพักดวงตากลมโตเปิดเปลือกตาขึ้น หันไปมองยังห้องน้ำ ที่ซึ่งไม่ได้ปิดประตูให้สนิท ทำเพียงแค่แง้มปิดเพียงเท่านั้น เพราะงั้นเธอจึงได้ยินเสียงในห้องน้ำชัด
เธอนอนฟังเสียงไม่ถึงสิบนาที ก็ต้องรีบหลับตานอนนิ่งๆ ทำทีเป็นนอนหลับไปแล้วอีกครั้ง เมื่อเสียงน้ำไหลหยุดไหล ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าเดินออกมาจากห้องน้ำ สักพักที่นอนฝั่งที่มอร์แกนใช้นอนก็อ่อนยวบลงไป
“.........”
ปณยานอนหลับตานิ่ง รอดูรอฟังว่าเขาจะทำอะไรยังไงต่อไป จวบจนกระทั่งเธอได้ยินเสียงลมหายใจของเขาหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ซึ่งนั้นก็หมายความว่า มาเฟียตัวโตที่นอนข้างๆ ได้หลับไปแล้ว
‘เธออยากให้เขาทำอะไรอย่างนั้นหรือ ปณยา’
ปณยาพูดค่อนขอดตัวเองอยู่ภายในใจ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าเธออยากได้อ้อมกอดอุ่นๆจากเขา แต่นี่อะไร เขาไม่สนใจแม้แต่จะเหลือบมองดูเธอเลยสักนิดสักหน่อยก็ไม่มี ความน้อยใจจึงพรั่งพรูเข้ามาเกาะกินหัวใจดวงน้อยอีกครั้ง
‘นี่เราอยู่ที่นี่ทำไมกัน ทำไมไม่กลับไปคอนโดตัวเอง’
ปณยาพร่ำถามตัวเองอยู่ภายในใจ ในขณะที่รู้สึกเหมือนมีก้อนแข็งๆ วิ่งมาจุกอยู่ที่ลำคอระหง น้ำใสๆไหลเอ่อขึ้นมา และไหลรินออกทางหางตา เธอพลิกกายนอนเอียงข้าง หันหลังให้คนที่นอนหลับไปแล้ว และปล่อยให้น้ำใสๆไหลรินออกมาเงียบๆ
๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖