สุดปลายทางฝันนั้นคือชีวิต สุดความคิดคือทำตามความฝัน
เดินหาทางกลางป่าอยู่ทั้งวัน กลับหลังพลันพานพบกับทางไป
สุดลมหายใจเข้าคือลมออก ใจกระฉอกแกว่งไปไม่แจ่มใส
มีชีวิตฟันฝ่าทางแสนไกล เหนื่อยอ่อนล้ากลับบ้านที่จากลา
วันนี้บอสเดินเข้ามาที่แผนกนิติการแล้วบ่นอย่างหงุดหงิดว่า
“คุณรู้มั้ย ตำรวจก็เหมือนกับฉลามเวลาได้กลิ่นคาวเื มันจะว่ายมาเยอะแยะ
ที่ไหนที่มีร่องรอยของเงินผิดกฎหมายจะเห็นตำรวจมากมาย
แต่ในเวลาปกติเราจะหาตำรวจไม่เจอเลยนอกจากตามด่านตรวจจราจร หรือในสถานีตำรวจ
วันนี้ผมเจอมอเตอร์ไซด์ขับชนท้ายรถผมจนบุบแล้วซิ่งหนีไป ผมหาตำรวจไม่เจอเลยซักคน พอผมไปแจ้งความ ก็หาว่าผมขับไม่ระวังเองแล้วยังเอาใบสั่งจากกล้องวงจรปิดที่ผมเคยขับฝ่าไฟแดง เมื่ออาทิตย์ที่แล้วให้ผมไปเสียค่าปรับอีก พวกคุณมีอะไรจะแนะนำมั้ย”
พนักงานในแผนกนิติการต่างใบ้กิน เงียบกันเป็ป่าช้าแล้วผู้จัดการก็เดินนำบอสไปคุยกันสองคนในห้องทำงาน
วันต่อมา "น้องชมพูครับ ผมเขียนโปรแกรมใหม่เสร็จแล้วนะ"เสียงใสๆ ของนายขาบ โปรแกรมเมอร์หนุ่มดังขึ้น
ชมพู ทนายความสาวสวยหันมาจากเอกสารกองโต"ดีมาก งั้นนายช่วยตรวจสอบอีกรอบนะว่าไม่มีบั๊ก" ขาบพยักหน้า แล้วเดินไปนั่งข้างๆ ชมพู "น้องชมพูครับผมมีคำถามนึง" "ถามมาเลย"
"ความรักกับโปรแกรมมันเหมือนกันตรงไหนบ้างครับ?"
ชมพูเลิกคิ้ว "คำถามนี้ลึกซึ้งนะคะ"เธอหยุดคิดแป๊บหนึ่ง "อืม... ความรักก็เหมือนโปรแกรมแหละนะ นายขาบมันต้องมีการเขียน มีการแก้ไข มีการดีบั๊ก แล้วก็ต้องมีการอัพเดตอยู่เรื่อย ๆ"
ขาบหัวเราะ "ก็จริงของน้องชมพูนะแต่ความรักมันซับซ้อนกว่าโปรแกรมเยอะเลยนะครับ บางทีก็มีบั๊กที่แก้ไม่หายหรือบางทีก็มีฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่เราไม่เคยคาดคิดมาก่อน"
ชมพูยิ้ม "ใช่... และที่สำคัญที่สุดคือความรักมันต้องมีการบำรุงรักษาอยู่ตลอดเวลา ถ้าไม่ดูแลให้ดี มันก็จะค่อยๆเสื่อมสภาพ รักจืดจางไป"
ขาบมองชมพูด้วยแววตาที่ซับซ้อน"แล้วถ้าเกิดโปรแกรมมันทำงานผิดพลาดล่ะครับ เราจะทำยังไง"
"ถ้าโปรแกรมผิดพลาดเราก็ต้องหาสาเหตุแล้วแก้ไขแต่ถ้าเรารักคนผิด
เราอาจจะต้องบอกลาคนเก่า หาคนใหม่มารักกันก็ได้นะคะ!ฮิ ฮิ" ชมพูพูดแล้วหัวเราะเบาๆ
ขาบทำหน้าเหวอ "น้องชมพูครับ!นี่ผมจริงจังนะครับ"
ชมพูหัวเราะอีกครั้ง "ชั้นก็แค่หยอกเล่นนี่คะ"
“นี่ที่รักรู้มั้ยโลกนี้ไม่มีความสมบูรณ์แบบ ไม่มีพระเ้า
ดังนั้นสินค้า หรือโปรแกรมทั้งหลายจึงการปรับปรุงแก้ไข ออกรุ่นใหม่ทุกปี
มีสินค้าที่ดีกว่า สวยกว่า ถูกกว่า ออกมาขายทุกเดือนทุกปี”
“ใช่แล้วค่ะก็เหมือนงานของพวกเรา ทำงานเขียนเอกสาร ร่างสัญญา แก้โปรแกรมซ้ำซากทุกวัน เพียงให้ได้คำชมเชยหรือคำด่าจากหัวหน้า แล้วก็ทำงานชิ้นใหม่ต่อไป”
และแล้วทั้งคู่ก็พูดคุยกันอย่างสนุกสนานท่ามกลางบรรยากาศการทำงานที่แสนจะวุ่นวาย
"ชมพู!เอกสารพวกนี้มันเยอะเกินไปแล้วนะ" นายขาบ โปรแกรมเมอร์หนุ่มร้องเสียงหลงขณะนั่งจมอยู่กับกองเอกสารเกี่ยวกับกฎหมายแรงงานต่างด้าว
"ก็นายบอกว่าอยากลองทำอะไรใหม่ๆไงค่ะ" ชมพู นิติกรสาวตอบอย่างเหน็บแนมพลางส่งเอกสารกองโตไปให้อีกกอง
"ก็จริงขอเธอนะแต่ว่ามันเยอะเกินไปจริงๆ" นายขาบบ่นต่อพลางกุมขมับ
"งั้นถ้าเสร็จเร็ว เราไปดินเนอร์ฉลองกันนะคะ"ชมพูเสนอ ทำเอานายขาบตาโต
"จริงเหรอ? งั้นผมสู้ตาย!"นายขาบพูดพร้อมกับลุกขึ้นมาทำงานอย่างขยันขันแข็ง
"แต่ถ้าทำผิดพลาดขึ้นมา ฉันจะลงโทษนายเองนะ" ชมพูขู่เล่นนายขาบยิ้มกว้าง "ผมพร้อมรับทุกบทลงโทษครับ"
ทั้งคู่ทำงานกันอย่างขะมักเขม้นจนกระทั่งเสร็จสิ้น นายขาบรีบคว้าโอกาส"งั้น...เราไปดินเนอร์กันเลยได้ไหมครับ?"
"ก็ได้ แต่มีข้อแม้" ชมพูเลิกคิ้ว "อะไรครับ?" นายขาบถามอย่างตื่นเต้น
"นายต้องตอบคำถามเกี่ยวกับกฎหมายแรงงานต่างด้าวให้ฉันได้ทุกข้อ"
"ง่ายมากครับ"นายขาบตอบอย่างมั่นใจ "แล้วถ้าผมตอบได้หมดล่ะ?"
"งั้น...นายจูบฉันได้หนึ่งครั้ง" ชมพูพูดพร้อมกับส่งยิ้มให้
นายขาบหัวเราะออกมาดังๆ "ตกลงครับ!งั้นผมขอเริ่มเลยนะ..."
่เดือนพฤษภานายขาบไปประท้วงขับไล่นายกที่เสียสัตย์เพื่อชาติ ร่วมกับเพื่อนๆ อดีตนักศึกษา ในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ชมพูจึงส่งข้อความไปว่า
“ที่รักไปร่วมชุมนุม ระวังอันตรายด้วยนะคะดูแลตัวเองให้ดี ฉันเป็ห่วงมากเลยค่ะ”
ขาบก็ตอบกลับมาสองข้อความติดกันว่า
“ผมจะระวังตัวให้ดีถ้ามีเหตุการณ์รุนแรงผมจะรีบวิ่งหนีก่อนเลย
“ไม่ต้องเป็ห่วงครับ ไว้ใจได้เลย [_(0_0)_]”
หลังจากนั้นเมื่อนายขาบกลับมาทำงานในเช้าวันจันทร์
“นี่นายไปร่วมประท้วงทำไม เนี่ย! ไม่กลัวโดนจับเหรอ?” เสียงใสของชมพูดังขึ้น
“ก็มันเื่สำคัญของประเทศนี่นา” นายขาบตอบเสียงเรียบพลางกดโทรศัพท์มือถือ
“สำคัญกว่าฉันอีกเหรอ?” ชมพูทำหน้าบึ้ง
“เฮ้ย ไม่ใช่อย่างนั้นนะ ที่รัก” เขารีบแก้ตัว“แค่รู้สึกว่าต้องออกมาทำอะไรบ้าง”
“แล้วถ้านายโดนไล่ออกล่ะ? ใครจะมาเลี้ยงข้าวฉัน” เธอขู่
“โอ๊ย เดี๋ยวผมก็ไปหางานใหม่เอง”
“หางานใหม่เนี่ยนะ? นายคิดว่าเขียนโปรแกรมเป็แล้วจะทำอะไรก็ได้เหรอ?”
“เอ่อ...ก็...” นายขาบอ้ำอึ้ง
“นี่นาย! ยังจะมาเถียงอีกนะ!” ชมพูโวยวาย
“โอเคๆ ผมผิดเอง” นายขาบพูดเสียงอ่อยพลางยกมือไหว้
“แล้วนายจะเลิกไปประท้วงได้หรือยัง?” “ก็...สักพักมั้ง”
“นี่นายเอาแต่ใจจริงๆ เลยนะ” ชมพูพูดพร้อมกับเดินหนี
“เดี๋ยวสิ ที่รัก!” เขารีบวิ่งตามไปง้อ
“งั้น...คืนนี้ขอพิซซ่าหน้าเพพเพอโรนีเยอะๆนะคะ” เธอกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“ได้เลยครับสาวสวย” นายขาบตอบรับอย่างว่าง่าย
หลังจากนั้นไม่นานทั้งคู่ก็กลับมาคืนดีกันดังเดิม พร้อมกับพิซซ่าสุดอร่อย ที่นายขาบซื้อมาให้
แต่หลังจากนั้นไม่กี่วัน นายขาบก็ไปร่วมประท้วงอีกพอเช้าวันต่อมา ก็กลับมาก็เล่าว่า
“่แรกก็มีการปราศรัยด่านายก มีอดอาหารประท้วง ลมเย็นๆกินเบียร์ ร้องเพลงเพื่อชีวิตกันสนุกสนานมาก แต่จริงๆ แล้วการประท้วงครั้งนี้เป็เื่ของรุ่นพี่รุ่นน้องทะเลาะกันในที่ทำงานเพราะฝ่ายที่มีอำนาจเป็ฝ่ายที่ได้รับการสนับสนุนจากทุนใหม่ที่เพิ่งเข้าตลาดอีกฝ่ายที่ได้รับการสนับสนุนจากพี่เบิ้ม ขาใหญ่เ้าเก่าที่ไม่พอใจเลยสนับสนุนการประท้วงล่อให้ฝ่ายที่มีอำนาจก่อความรุนแรง จะได้เป็เหตุผลขับไล่อีกฝ่ายออกไป
เพราะมีการวางแผนให้มือขวาของแกนนำคนสำคัญ นำแก๊งมอเตอร์ไซค์ออกมาไล่ยิงทหาร และมีการเผา สน.นางเลิ้งสร้างสถานการณ์ความรุนแรงทำให้ทหารต้องออกมากวาดล้างผู้ชุมนุมด้วยะุจริง”
“วันต่อมา ทหารเขาปิดกั้นสนามหลวงั้แ่สะพานเหลืองยึดแนวคลองเป็หลักล้อมรอบสนามหลวง มีบังเกอร์กระสอบทรายเป็จุดๆ ทหารถือปืนเฝ้าห้ามคนผ่าน คนในออกได้แต่คนนอกเข้าไม่ได้ วันถัดไปก็ขนทหารจากต่างจังหวัดเข้ามาถล่มแหลกใครขัดขืนยิงศพกระจาย
มีทหารบางส่วนอยู่ฝ่ายต่อต้านเป็พวกรุ่นเดียวกับฝ่ายแกนนำ ปักหลักยิงสู้อยู่ฝั่งด้านสะพานพุทธ ผมและพวกผู้ชุมนุมหนีไปหลบด้านที่มีทหารฝ่ายต่อต้านอยู่ก็เลยรอดออกมาได้ รีบวิ่งออกมา จนเห็นตึกแถวขายอาหารข้างทาง เลยหลบเข้าไปกินข้าวอิ่มแล้วก็วิ่งออกมากับเพื่อน โบกเรียกแท็กซี่กลับบ้าน หลังจากถึงบ้านดูข่าวแล้ว ถึงรู้ว่ามีประชาชนถูกทหารยิงตายหลายร้อยคน”
ชมพูฟังแล้วบอกว่า “นายคิดว่าตัวเองเจ๋งมากเลยหรือไง ถึงไปประท้วงอีกแล้วแต่ชั้นดีใจที่นายรู้จักเอาตัวรอด หนีกลับมาได้”
“แล้วนี่นายไปร่วมประท้วงทำไม เนี่ย! ทำงานเหนื่อยทั้งวันแล้วยังจะหาเื่ไปเสี่ยงอะไรอีก” เสียงหวานของชมพูดังขึ้นเมื่อเห็นรอยแผลถลอกฟกช้ำ บนแขนของแฟนหนุ่ม
“ก็มันเป็เื่สำคัญนี่นา เื่ของระบอบประชาธิปไตย”นายขาบตอบเสียงแข็งพลางกอดอก
“สำคัญกว่าชั้นอีกเหรอ? แล้วถ้านายเกิดเป็อะไรขึ้นมาใครจะมาดูแลฉันล่ะ”
ชมพูถามเสียงสูง
“แผลนิดเดียวเดี๋ยวก็หาย” นายขาบพึมพำเบาๆก่อนจะก้มหน้าก้มตาหยิบหนังสือพิมพ์มาอ่าน
“นี่นาย!”สาวทนายเดินเข้าไปเขย่าตัวแฟนหนุ่ม “นี่นายฟังฉันอยู่ไหมเนี่ย!”
“อืม ๆ ฟังอยู่” นายขาบตอบรับเสียงเบาๆ ก่อนจะพลิกเปิดหน้าหนังสือพิมพ์อ่านต่อ
“นี่นาย!” ชมพูตวาดลั่น
“ฉันจะบอกให้นะ ถ้าจะเอาแต่อ่านหนังสือพิมพ์ไม่สนใจฉันแบบนี้ เราเลิกกัน!”
“เลิกก็เลิก! ผมก็เบื่อที่ต้องมาคอยอธิบายให้คุณฟังอยู่ทุกวันแล้ว”นายขาบตอบกลับเสียงแข็ง
“ดี! งั้นเราก็เลิกกันเถอะค่ะ!” ชมพูพูดจบก็งอนเดินออกจากห้องพักทานกาแฟไป
ผ่านไป 5 นาที...
“นี่... คุณจะร้องไห้ทำไมกันเนี่ย” เสียงของนายขาบดังขึ้นเมื่อเห็นแฟนสาวกำลังร้องไห้
“ฉันจะไปหาคนใหม่ที่เขาเข้าใจฉันมากกว่านี้” ชมพูตอบกลับอย่างไม่ไยดี
“เฮ้ย! ผมล้อเล่นน่า คุณยังไม่ฟังเหตุผลของผมเลย”นายขาบรีบวิ่งตามไปง้อ
“เหตุผลอะไรของนาย?” ชมพูใช้ทิชชูซับน้ำตาแล้วหันมาถาม
“ก็เหตุผลที่ว่า... ผมรักคุณไงผมไปร่วมประท้วงเพื่ออนาคตของเรา” นายขาบตอบพร้อมกับยิ้ม
“ผมไม่อยากให้พวกเราหรือลูกหลานของเรา อยู่ในสังคมแห่งการโกหกเหมือนในเกมล่ามนุษย์หมาป่าที่ต้องเผาใครก็ตามที่หมอดูชี้ตัวว่าเป็หมาป่า เพียงเพราะกลัวข่าวลือว่าหมาป่ากินคนทุกวัน
เพราะเราไม่รู้ว่าใครเป็เด็กเลี้ยงแกะหรือใครไม่ใช่ เราจึง้าผู้นำหรือนักการเมืองที่สะอาด ไม่ใช่ขยะที่รอการทำลายเพราะสิ่งที่คิวซีไม่ผ่านต้องทิ้งอย่างเดียว”
“คุณรู้มั้ยทำไมเวลาเขาเจรจากับโจรที่จับตัวประกัน ถึงไม่มีการรับปากตามข้อเรียกร้องใดๆเพราะมันเชื่อไม่ได้ คุณผิดั้แ่แรก การปราบปรามคือหนทางที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน”
“แล้วทำไมไม่คุยกับชั้นให้ดีๆ ล่ะ มัวแต่อ่านหนังสือพิมพ์อยู่ได้”ชมพูถามกลับ
“ก็ผมรู้สึกผิดจนไม่รู้จะขอโทษยังไงนี่นา”นายขาบตอบ
“ง่ายนิดเดียว” ชมพูพูดพร้อมกับเดินเข้าไปกอดแฟนหนุ่ม
“แค่มาบอกว่ารัก และขอโทษที่ทำให้เป็ห่วงก็พอ”
“งั้น... ผมรักคุณ และขอโทษที่ทำให้คุณเป็ห่วงนะแต่งงานกับผมได้มั้ยครับ”
นายขาบพูดพร้อมกับยิ้มกว้างและยื่นกล่องแหวนเพชรที่แอบซ่อนไว้ในลิ้นชักใต้โต๊ะให้ชมพู
“อืม ชั้นก็รักนายเหมือนกัน แต่ว่านายต้องทำให้ฉันเชื่อว่านายจะดูแลฉันได้ตอนนี้ชั้นถือว่าเราหมั้นกันไว้ก่อนนะคะ” ชมพูตอบกลับพลางยิ้มให้
และแล้วทั้งคู่ก็กลับมาคืนดีกันดังเดิมแต่คราวนี้นายขาบสัญญาว่าจะไม่ไปร่วมประท้วงอีกแล้ว (... จนกว่าเพื่อนจะมาชวนอีก 555)
คืนนั้นหลังจากดินเนอร์กันสองคน ในร้านอาหารสุดหรู เพื่อขอโทษและปลอบใจชมพูเรื่องที่เขาไปประท้วงแล้วนายขาบก็ชวนชมพู ไปที่บ้านเพื่อพบพ่อแม่ของเขาและแนะนำเธอว่าเป็นคู่หมั้นของเขา