God diary บัญญัติเทพพิชิตโลก

    มหันตภัยป่าโบราณ3

        เสียงถล่มของก้อนหินที่พังทลายลงมามีดังให้ได้ยินอยู่ตลอด การปะทะกันของสองยักษ์ใหญ่ที่อยู่ถัดห่างออกไปนำมาซึ่งความเสียหายกับบริเวณพื้นที่เป็นวงกว้าง ในขณะที่ฝ่ายหัวหน้าคณะเดินทางกับรีอาร์กำลังชุลมุนอยู่กับการเก็บกวาดฝูงกิ้งก่ากันยุ่งวุ่นวาย 
    ถึงจะบอกว่าเป็นการปะทะกันของทั้งคู่ แต่ดูเหมือนฝ่ายที่กำลังถูกเล่นงานเพียงฝ่ายเดียวคือเจ้ากิ้งก่าตัวเมียผู้เคราะห์ร้ายเสียมากกว่า อสูรยักษ์เซอร์เบอรอส ขย้ำเข้าที่ลำคอของคู่ต่อสู้ ในจังหวะเดียวกันนั้น อีก2หัวก็ดฉุดยื้อที่ขาหน้าตรึงแขนทั้งสองข้างเอาไว้ กรามอันแข็งแรงราวกับคีมเหล็กล็อกกระดูกแน่นไม่ยอมปล่อย ก่อนเหวี่ยงร่างอีกฝ่ายลงใส่พื้นโดยแรง
    **!!โครมมม!!**
    กำแพงหินด้านข้างแหว่งออกจากแรงปะทะของร่างใหญ่ ด้านอสูร3เศียรขึ้นคร่อมเหยียบร่างของอีกฝ่ายเอาไว้ สะบัดหัวโดยแรงกระชากส่วนแขนขวาออกมาก่อนเป็นชิ้นแรก ใช้เล็บอันคมกริบจากขาคู่หน้าของมันกรีดตั้งแต่ช่วงอกยาวลงมาถึงกลางท้อง ลากลำไส้และเครื่องในของเหยื่อออกมากองกระจัดกระจายเต็มพื้นพร้อมโลหิตแดงฉานอีกหลายลิตร ตามมาด้วยแขนซ้ายที่ถูกดึงออกไปจากร่างอย่างแรงจนเลือดสาดกรเซ็นมองเห็นกระดูกขาวโพลนถูกงับแน่นอยู่ในปากของหัวที่สามเจ้าอสูร 
    ด้านกิ้งก่าตัวใหญ่มันพยายามดิ้นขัดขืน อ้าปากพะงาบพะงาบทำท่าเหมือนจะร้องแต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดผ่านลำคอออกมาเพราะลอดลมถูกงับแน่นอยู่อย่างนั้น บางจังหวะเทียร์บี้ยกร่างของมันฟาดลอยข้ามหัวกระแทกใส่พื้นลงมาหลายครั้งหลายหน หวังให้อีกฝ่ายคอหักตายไปในนาทีนั้น ขาคู่หลังของกิ้งก่าถีบใส่ช่วงท้องของอสูรสามหัวหวังผลักมันออกไปจากร่างที่ถูกตรึงทับไว้ แต่ก็ถูกลากถูไปกับพื้นเป็นทางยาวใช้อุ้งเท้ากดแนบร่างจนจมดิน ถลาเป็นร่องลึงเกือบ1เมตรแล้วนำศรีษะของมันไปซัดอัดเข้ากับก้อนหินขนาดใหญ่ 
    เจ้าสัตว์เลื้อยคลาน4ขาตาเหลือกเพราะผลกระทบจากแรงกระแทกมันนิ่งสนิทลงในทันทีที่ถูกอัดเข้ากับฝาผนังหิน จังหวะสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะจบลง เทียร์บี้ในร่าง3เศียรก็ได้กระชากแยกเอาส่วนหัวของกิ้งก่ายักษ์ออกมาคาบสะบัดไปมาอวดลูกขบวนทุกคนที่เฝ้ามองการต่อสู้อยู่เบื้องล่าง เป็นอันปิดฉากสงครามระหว่างสองสัตว์ร้ายลงโดยผลผู้ชนะก็คือฝั่งของลิซาน่าและบรรดาชาวคณะเดินทางทุกคน
    "ย๊ะหู๊วว คุณหนูฆ่าตัวแม่มันตายแล้วโว้ย ฮ่าๆๆ"
    "โอ้วว สะใจชะมัด สุดยอดไปเลยเทียร์บี้ เก่งจริงๆขอรับคุณหนูลิซาน่า"
    เสียงโห่ร้องยินดีของชาวคณะระงมเซ็งแซ่ท่ามกลางสายฝนโลหิตของเจ้าสัตว์ร้ายที่ไหลโปรยลงมา ลิซาน่าผู้นั่งคุมบังเหียนอสูรสามหัวลูบขนของมันเพื่อชมเชย เจ้าเทียร์บี้ในร่างยักษ์คายชิ้นส่วนของศัตรูทิ้งลงพื้น หัวขนาดใหญ่ตกกระแทกดังโครม มันร้องคำรามพร้อมๆกันดังสะทานไปรอบทิศ สร้างความยินดีให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก
    "ลิซาน่า"
    คล็อกครัชอุทานกับตัวเองเบาๆพร้อมกับยิ้ม เขารู้สึกทึ้งและแอบยินดีไม่ใช่น้อยในผลงานของลูกสาว หวนนึกถึงคำของไคลม์ที่เคยพูดไว้กับเขาเมื่อไม่กี่วันก่อนว่า *เด็กหญิงคนนี้เติบโตขึ้นไม่เหมือนเมื่อเดิมอีกต่อไปแล้ว* มันเป็นความรู้สึกปลื้มปิติที่มากมายจนไม่สามารถจนออกมาได้ทั้งหมด เฝ้าจับจ้องบุตรสาวผู้นั่งอยู่มุมสูงบนหลังเจ้ายักษ์ใหญ่สีดำ
    รีอาร์ตะโกนสั่งให้ทุกคนช่วยกันเก็บงานที่เหลือค้างไว้ ยังคงมีกิ้งก่าอีกหลายตัวที่ยังไม่ตายดี พอมีให้เห็นดิ้นอยู่กับพื้นอยู่บ้าง กองกำลังเสริมจากภายในกองเกวียนตามมาสมทบช่วยกันค้นหาและไล่ยิงซ้ำอีกแรง ทาร่าอาสาเป็นนายตรวจความเรียบร้อยคอยเก็บกวาดทุกอย่างหลังได้รับความไว้วางใจจากคล็อกครัชให้ดับลมหายใจพวกที่เหลือร่วมกับรีอาร์และคนอื่นๆ 
    การกวาดล้างกินเวลานานกว่า1ชั่วโมง มันเป็นการตรวจตราที่เข้มงวดที่สุด เพราะหมายถึงความปลอดภัยต่อชีวิตของทุกคนภายในคณะเดินทาง มีกิ้งก่าบางตัวที่แอบหลบอยู่ซอกหินพยายามเปลี่ยนสีผิวให้กลมกลืนกับธรรมชาติรอบข้างแต่ก็ไม่รอดพ้นสายตาของหญิงสาวรองหัวหน้าคณะเดินทางไปได้ เธอเหวี่ยงหอกออกไปซัดใส่กลางลำตัวของมัน เจ้าลูกกิ้งก่าขนาดเขื่องร้องดิ้นตะกายออกมาจากพงหินมุ่งหนีเข้าไปในป่า เหล่าลูกขบวนมองเห็นมันถลาหน้าตั้งหมายจะหนีก็ประทับปืนขึ้นยิงโดยฉับพลันเข้าตรงขมับ ร่างยาวกว่า6เมตรตีลังกาคว้ำดิ้นกระตุ๊กล้มลงไปแนบพงไม้อยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงนิ่งสงบลง
    ด้านหัวหน้าคณะเดินทางเพิ่งขี่ทาร์ซเข้ามาถึงกองเกวียนภายหลังออกไปปะทะกับฝูงสัตว์ร้าย เขาเดินตรงมาที่โต๊ะทานอาหารพร้อมกับบุตรสาวและเทียร์บี้ที่กลับคืนร่างเดิมตั้งแต่เมื่อไรไม่ทราบ หยิบแก้วน้ำจากมือไคลม์ที่ส่งมาให้ยกกระเดือกด้วยความกระหายก่อนทิ้งตัวลงบนเก้าอี้แล้วถอนหายใจแรงออกมาด้วยความเหนื่อยล้า
    "โหยๆ ไม่ไหว เล่นเอาเกือบหมดแรงเลย นานมากแล้วนะที่ข้าไม่ได้ทำอะไรแบบนี้"
    คล็อกบ่นพลางใช้มือบีบที่หัวไหลซ้ายบิดไปมา
    "จากที่มองดู ท่านก็บู๊เก่งไม่เบาเลยนะขอรับ เห็นคว่ำมันไปตั้งหลายตัว"
    "โอ้ยย มันเป็นจังหวะเอาตัวรอดเฉยๆหรอกพ่อหนุ่ม" 
    คล็อกครัชกล่าวเปรยๆถ่อมตนกับชายหนุ่ม
    "ลองถ้าเป็นขณะปกติไม่ยักได้เห็นข้าออกไปซัดกับมันตรงๆแบบนี้แน่ เจ้าเชื่อไหมล่ะ เมื่อก่อนแค่เห็นพวกมันวิ่งใส่เข้ามา ข้าก็ตาเหลือกตาลานวิ่งเผ่นแน็บเป็นคนแรกแล้ว ติดอยู่ตรงเดียวอันนี้ต้องยอมรับเป็นเพราะเห็นลิซาน่าพุ่งเข้าไปหามันอย่างดื้อๆ สัญชาตญาณความเป็นพ่อมันออกมาโดยไม่ทันยั้งคิดถึงความเป็นความตาย รู้ตัวอีกทีก็เข้าไปซัดกับมันตรงๆอย่างที่เห็นแล้ว ฮ่าๆๆ น่าตกใจจริงๆที่รอดมาได้"
    หัวหน้าคณะเดินทางเล่าเหตุการณ์อย่างออกรส ขณะที่หยิบเหล้าขึ้นมาดื่มก่อนเอ่ยต่อไป
    "ใครจะไปคิดกันว่ามนุษย์ธรรมดาอย่างเราๆ จะสามารถลุยกับพวกมันได้ถึงขนาดนี้ ลองถ้าเป็นเมื่อก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่วัน ก่อนที่เราจะเจอกับเจ้า มีหวังกองขบวนสินค้าของข้าคงได้แตกย่อยยับเยินหาคนมีชีวิตแทบไม่ได้อย่างแน่นอน เรื่องทั้งหมดนี้ขอยกความดีความชอบให้แก่เจ้าละกันพ่อหนุ่มไคลม์"
    "หามิได้เลยขอรับ หากไม่มีวัสดุอุปกรณ์จากสินค้าของท่านที่มอบให้มาข้าก็ไม่สามารถจะออกแบบอาวุธให้ใช้ได้ งานนี้ต้องยกความดีให้แก่ท่านด้วยกึ่งหนึ่งถึงจะถูก"
    ไคลม์ตอบพร้อมกับยักคิ้วยกแก้วขอชนด้วย อีกฝ่ายหัวเราะชอบใจหยิบเหล้าในมือเข้าประสานงานแล้วยกซดเสียงดังด้วยความปลื้มในคำชมเชยและผลงานเบื้องหน้า
    "ว่าก็ว่าเถอะ แอบได้ยินมาจากพวกนักพจนภัยรับจ้างมานานแล้ว เจ้ากิ้งก่าพันธุ์นี้เห็นเขาติดเควสตามกิลจ้างล่าแลกเงินรางวัลกันให้วุ่นไปหมด กว่าจะหาเจอ1ตัวนี่เรียกว่าเลือดตาแทบกระเด็น บางคนถึงขั้นเอาชีวิตมาทิ้งในทะเลทรายก็มากมายจากอาการขาดน้ำกับอาหาร วันนี้พวกเราเล่นมาเหยียบถึงรังมันเลย แม้ไม่หวังจะล่าเอาเนื้อหนังแต่ก็จะไม่ให้เก็บติดเกวียนไปก็ไม่ได้ ราคามันงามมากอยู่น๊า"
    "ก็เก็บไปนั่นแหละขอรับ เก็บไปทั้งหมดเลย เราหยุดพักที่นี่ต่ออีกซัก1-2อาทิตย์ก็ได้ เรื่องการเดินทางไปถึงจุดนัดหมายล่าช้าจากดินแดนทางใต้ขึ้นไปภาคกลางโดยผ่านทะเลทรายหฤโหดขนาดนี้ถือเป็นเรื่องปกติสำหรับกองคาราวานทั่วไป เชื่อข้าเถอะไม่มีอะไรเสียหายหรอก ยิ่งลองถ้าเขาได้เห็นสินค้าที่พวกท่านขนมามีทั้งดินปืนและเนื้อของเจ้าพวกนี้แล้วละก็ ไม่ว่าใครก็ไม่อาจปฏิเสธได้หรอก หรือไม่หากถูกตำหนิท่านก็แค่ขู่ไปว่าจะไม่ขายสินค้าเหล่านี้ให้กับพวกเขา ทำท่าเหมือนจะขนกลับแค่นั้น พวกเขาก็กลัวจนหัวหดแล้ว สันดานพ่อค้าเมื่อมองเห็นทองคำมากองอยู่ตรงหน้า มีหรือขอรับ ที่เขาจะไม่รีบคว้าเอาไว้ การประนีประนอมถือเป็นเรื่องที่ควรมีในหลักการค้าเชื่อว่าพวกนั้นคงจะมองข้ามเรื่องเวลาไปได้อย่างแน่นอน อีกอย่างเรื่องเนื้อของกิ้งก่าพวกนี้ไม่ต้องกลัวจะเน่าเสียไปนะขอรับ ท่านแค่เอาเนื้อมาทาเกลือรมควันตากแห้งเก็บเอาไว้ก็อยู่ได้เป็นเดือนแล้ว นายท่านให้คนงานต่อเกวียนเพิ่มอีกหลายคันก็ไม่เสียหาย ต่อขึ้นมาเพื่อขนเนื้อกับหนังเจ้าพวกนี้โดยเฉพาะ คนงานก็มีเครื่องมือของเราก็มี อย่าปล่อยให้เน่าเสียทิ้งเลย ดูจะเสียของไปหน่อย อุตส่าห์ล่าได้ทั้งฝูงทั้งที มองดูแล้วก็ได้หลายล้านเหรียญอยู่นะขอรับ แบ่งตามขนาดหนังและตัวแล้วแบบนี้มีเงินจ้างคนงานเพิ่มอีกหลายร้อยเลย"
    "เจ้าว่างั้นรึ?"
    "ข้ายืนยันว่าดีแน่ขอรับ อีกอย่าง ทางข้างหน้าเป็นเขาวงกต จะเดินดุ่มๆออกไปทั้งขบวนเกวียนโดยที่ไม่รู้ทางหนีทีไล่ ประเดี๋ยวก็เจอเข้ากับตัวอะไรอีก ถ้าให้ข้าเสนอความคิดเห็น ข้าขอแนะนำว่าให้แบ่งกำลังออกเป็น2กลุ่ม คือกลุ่มที่อยู่ที่นี่คอยสร้างเกวียนเพิ่มจากไม้รอบข้างในป่านี้ ท่านเลือกดูเลย"
    บุรุษพเนจรกอดคอหัวหน้ากองชี้ให้มองไปยังดงไม้ขนาดใหญ่ทางทิศตะวันออก เสาสีน้ำตาลแกมเทาขนาดใหญ่นับร้อยๆต้นตั้งกระหง่านแตกกิ่งงามราวกับเขาของกวางหนุ่ม มีมากเกินพอจะต่อเกวียนหรือสร้างหมูบ้านเล็กๆได้หลายร้อยหลังทีเดียว
    "นั่นแหล่ะขอรับเลือกเอาเลยอยากได้ไม้แบบไหน มีทั้งเนื้อแข็งเนื้ออ่อนหรือเปลือกหนา มีเยอะแยะไปหมดเลยเดี๋ยวข้าจะเป็นคนร่างแบบแปล่นสร้างของดีๆให้ท่านเอง"
    "ดีๆๆ งั้นตกลงตามนี้ แล้วอีกกลุ่มหนึ่งที่แบ่งออกไปล่ะจะให้ทำอะไร"
    "ให้ตั้งเป็นกองสำรวจขอรับ เราจำเป็นต้องมีคนบุกเบิกเส้นทางเบื้องหน้าคอยทำสัญลักษณ์ทิ้งเอาไว้เวลาเคลื่อนขบวนพร้อมกันเป็นกลุ่มใหญ่จะได้ไม่หลงทาง จุดตรงไหนที่เป็นทางตันหรือเป็นทิศทางที่ทำให้เราหลง ก็จะได้ไม่เสียเวลาติดอยู่ในหุบเขาวงกตนั้น แหล่งน้ำก็หายากอาหารก็หายาก กรณีที่เราไม่สามารถออกจากเขาวงกตได้ต้องติดอยู่ในนั้นนานๆ สู้เราตั้งหลักอยู่ที่นี่ไม่ดีกว่าหรือขอรับอาหารก็มีพร้อมน้ำก็มีพร้อม"
    "อืมม จริงของเจ้า งั้นเริ่มกันตั้งแต่วันนี้เราก็สั่งตั้งค่ายเตรียมพักแรมกันที่นี่เลย เวลาที่เหลือก็ให้คนงานของเราก่อไฟรมควันเนื้อกิ้งก่าพร้อมกับถลกหนังเก็บเตรียมเอาไว้"
    "ดีขอรับนายท่านสั่งตามนี้ได้เลย"
    ทั้งคู่หารือถึงแผนการเดินทางเสร็จสรรพก็เรียกหัวหน้ากองทั้งหลายมารวมตัวกันเพื่อแจกแจงให้ทราบ รีอาร์อาสาคุมคนงานทำงานก่อสร้างร่วมกับนายกองอีก6คน ที่เหลือทั้งหมดได้รับภาระกิจให้ออกไปสำรวจเส้นทางร่วมกับรองหัวหน้าทาร่าพร้อมกับคนงานอีก30คนที่ล้วนคัดเอาแต่คนวัยฉกรรจ์และมีฝีมือดีมากที่สุดในกองขบวนเกวียน
    หัวหน้าคณะเดินทางอนุญาตให้นำทาร์ซติดเขาเหล็ก เพื่อใช้เป็นพาหนะสำหรับขี่สำรวจ ในขณะที่ไคลม์เสนอให้ใช้เชือกมัดรั้งท้ายสัวต์ลากเกวียนเอาไว้เพื่อป้องกันการหลงทางในขณะมุ่งสำรวจเบื้องหน้า
    ภายหลังได้รับภารกิจมอบหมาย ทั้งหมดก็แยกย้ายกันไปประจำหน้าที่สำหรับวันนี้ทุกคนจะต้องช่วยเหลือกันในการชำแหละซากของฝูงสัตว์เลื้อยคลานที่ล่าได้ทั้งหมดนำมารมควันตามแผนแรกก่อน ไคลม์เป็นคนสุดท้ายที่ขอแยกตัวไปร่างแบบรถเกวียนลากเพื่อจะแจกจ่ายให้กับคนงานใช้ในวันพรุ่งนี้
    เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วกระทั่งแสงอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า งานที่ได้รับมอบหมายในวันแรกก็สำเร็จเสร็จสิ้นทันเวลาก่อนพระอาทิตย์ตก สุราชั้นดีถูกเปิดออกจากกองคลังนำมาแจกจ่ายให้กับลูกจ้างคณะเดินทางได้ลิ้มลอง เดิมทีหัวหน้าคณะตั้งใจจะนำพวกมันมาขายเป็นสินค้าทำเงิน แต่ทว่าบัดนี้พวกมันไม่จำเป็นเสียแล้วเพราะถูกแทนที่ด้วยสินค้าหายากและมีราคาแพงกว่าหลายเท่าตัว อย่างเช่นเนื้อรมควันของกิ้งก่ายักษ์และหนังของมันซึ่งสามารถนำไปทำกระเป๋าและเครื่องหนังชั้นดีได้อีกมากมาย 
    เกวียนใหญ่กว่า7คันสูงเทียบเท่ากับรถ6ล้อขนดิน ถูกรื้อยื้อแย่งรั้งถังเหล้าออกมาเทรินแบ่งกันดื่มอย่างกระหาย แม้จำนวนคนจะมากกว่า 500 แต่ก็ไม่สามารถดื่มได้หมดทุกคันรถ  ยังคงเหลืออีกถึง5คันเกวียน ซึ่งเชื่อว่าภายในไม่ถึง1-2สัปดาห์นี้ คงเหือดระเหยลงกระเพาะของบรรดาลูกขบวนไม่มีเหลือแน่นอน


    (โปรดติดตามตอนต่อไป)
    บทประพันธ์ : มังกรขาวเล่าเรื่อง