“ ผู้ใด!! ” เฟิงอวิ๋นรีบหยิบดาบของตนออกมา พร้อมกลับหันหลังไปอย่างว่องไวก่อนจะกล่าวย้ำออกมา “ ยังไม่เผยตัวอีก!! ”
“ ข้าเอง ” ผู้ที่ปรากฏตัวต่อหน้าชายหนุ่มคือหญิงสาวผู้หนึ่งนางผู้นี้ทำให้ดาบที่อยู่ในมือของตนเอง แทบจะล่วงหลุดไปจากมือแม่นางผู้นั้นคือ..เยว่ รู่
“ มะ มะ แม่นางรู่ ? หะ หะ เหตุใดท่านถึงตามข้ามา? ” ชายหนุ่มรีบกล่าวถามก่อนจะเก็บดาบของตนก่อนจะนำมือไขว้หลังเพื่อปิดบังมือที่สั่นเทาจากอาการประหม่า
“ ข้าแค่ออกมาตามหาคนผู้หนึ่ง , ดูเหมือนเขาผู้นั้น..จะทำของตกไว้” ก่อนที่หญิงสาวจะทัดผมของตัวเองขึ้นที่ข้างหูแล้วกล่าวต่อบุรุษหนุ่มผู้ที่อยู่ตรงหน้า “ ท่านเห็นผู้ใดแถวนี้หรือไม่ ”
“ !! ” ตาของชายหนุ่มกระตุกขึ้นมาถี่ ๆ ที่ข้างขวา
“ ขะ ข้าไม่เห็นผู้ใด..ขะ ข้าว่าแม่นางรีบกลับห้องของเ้าก่อนเสียดีกว่าหากใครมาเห็นจะดูไม่งามนัก ” ชายหนุ่มรีบกล่าวบอกเตือนก่อนจะหันหลังเตรียมเดินจากไปพร้อมกับซ้อนสีหน้าที่แดงกล่ำเอาไว้
“ ข้ารู้นะว่าเป็ท่าน ” หญิงสาวกล่าวต่อชายหนุ่ม
“ ขะ ข้า ? มิใช่ข้าเป็แน่..ขะข้าเพียงออกมาฝึกวรทำกิริยาทธ มิใดทำดอกไม้อะไรตกไว้แถวนี้ทั้งนั้น ” ชายหนุ่มกล่าวแสดงพิรุธออกมาอย่างโจ่งแจ้ง
“ เหตุใด..ท่านถึงรู้ว่าเป็ดอกไม้ , ผู้อื่น..มิได้บอกต่อท่านเลยว่าเป็ดอกไม้ ” หญิงสาวกล่าวก่อนจะหยิบดอกไม้ขึ้นมาสูดดม ด้วยท่าทีที่เย้ายวน
เฟิงอวิ๋นกลืนน้ำลายลงไปอึกใหญ่ก่อนจะกล่าวต่อหญิงสาวด้วยเสียงที่สั่นไม่อาจควบคุมได้ “ขะ ขะข้าเพียงทายดู หญิงสาวสวยงดงามอย่างท่าน คะ คะ คงจะมีใครหมายปองอยู่มากมาย ”ชายหนุ่มแสดงพิรุธออกมา อย่างเด่นชัดกว่าเมื่อครู่นี้อีก
“ เหตุใดเป็ลูกผู้ชาย..กล้าทำมิกล้ารับ , นำของมาให้..เหตุใดถึงไม่ส่งให้ถึงมือ” หญิงสาวพูดขณะจ้องไปในดวงตาของชายหนุ่ม
เฟิงอวิ๋นรีบหลบสายตาของหญิงสาวที่จ้องมายังมันก่อนจะกล่าวออกไปว่า“ มิใช่ข้าจริง ๆ แม่นาง..โปรดอย่าถามอันใดต่อข้าอีกเลย”
“ ข้าชอบท่าน ” เมื่อหญิงสาวกล่าวออกมา แกล้มขาว ๆของนางก็แดงเหมือนลูกแอปเปิลที่สดใหม่ที่เพิ่งเด็ดลงมาจากต้น
“ ทะ ท่าน ชะ ชะ ชะ ชอบข้า ” ชายหนุ่มพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ตะกุกตะกัก แล้วยกนิ้วขึ้นมาชี้หน้าอกตัวเอง
“ แล้วที่นี่..มีผู้ใดนอกจากท่าน , ถ้ามิใช่ท่านแล้วจะเป็ผู้ใด” หญิงสาวกล่าวขณะเดินหาชายหนุ่มอย่างช้า ๆ
“ ร่างกายข้า..นอกจากตัวข้า..ก็มิเคยมีผู้ใดทำแบบนี้กับข้ามาก่อน ”หญิงสาวเดินมาถึงหน้าของชายหนุ่ม ก่อนจะยื่นมือไปแตะส่วนอกของชายหนุ่มแล้วกล่าวต่อว่า “ ท่านทำให้ข้าคิดถึงเื่นี้ทั้งคืน ทำเอาข้าไม่อาจหลับได้ ,ข้าคิดถึงแต่ท่าน...เพียง..ผู้..เดียว ..”
‘ คิดถึงแต่ท่าน.....คิดถึงแต่ท่าน....คิดถึงแต่ท่าน ’ เสียงของนางก้องอยู่ในหัวของเฟิงอวิ๋นอยู่อย่างนั้นตอนนี้สติของชายหนุ่มได้เตลิดไปไกลเสียแล้ว
“ แล้วท่านเล่า..คิดเช่นไรต่อข้าบ้าง ? ” หญิงสาวพูดแล้วทำกิริยา มือไม้อยู่ไม่สุข ก้มหน้าก้มตา..มิกล้ามองบุรุษผู้ที่อยู่ตรงหน้านาง
‘ นางชอบข้า...แล้วนางยังคิดถึงข้า... ’สติของชายหนุ่มหลุดลอยไป..ยังไม่กลับมา ทำให้มิได้ยินสิ่งที่หญิงสาวกล่าวถามต่อมัน
ก่อนที่หญิงสาวจะยื่นปากเข้าไปกระซิบที่ข้างหูของชายหนุ่ม “ ท่านยังมิตอบข้าเลย..ว่าท่านคิดเช่นไรต่อข้า”
ตอนนี้ชายหนุ่มบอกไม่ได้ว่ารู้สึกอย่างไร ทั้งใ ดีใจ หรือ แปลกใจ
เสียงของนางตอนนี้ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกขนลุกสู่ไปทั้งตัว เหมือนมีมดไต่อยู่ตามตัวทำให้รู้สึกคันยุกยิกทั่วตัวของมันก่อนที่ชายหนุ่มจะตอบไปด้วยสีหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มและความประหม่า “ ขะ ขะ ข้าชอบท่าน” ชายหนุ่มตอบไป
“ ไม่เห็นจะเข้าใจเลย ข้าฟังไม่ถนัด ” หญิงสาวกล่าวขณะยื่นหูมาใกล้ปากของชายหนุ่ม
เฟิงอวิ๋ฯค่อยๆ ยื่นปากเข้าไปใกล้ ๆ หูของหญิงสาว ก่อนจะเอ่ยวาจาต่อหญิงสาวออกไป “ แม่นางเยว่รู่ ข้า เฟิง อวิ๋น ชอบเ้า ” ชายหนุ่มผู้แมนเต็มร้อย ยอมรับออกมาเต็มอกต่อหญิงสาวที่มันแอบชอบ
หลังจากได้ยินชายหนุ่มกล่าวออกมาหญิงสาวจึงรีบทรุดลงไปนั่งขำตัวงอ เอามือทุบพื้นก่อนจะกล่าวออกมาทั้งน้ำหูน้ำตาว่า“ เฟิงอวิ๋น หนอ เฟิงอวิ๋น , คนหล่อเช่นเ้านี่เสียเปล่าเสียจริง”
“ แม่นางเยว่..เ้าเป็อันใด..ข้ามึนงงไปหมดแล้ว ” ชายหนุ่มยืนนิ่งเหมือนสิ่งที่ตนพูดไป ทำให้สติของหญิงสาวกลับมา
หญิงสาวพลันจับไปที่ใบหน้าของตนเองก่อนที่จะดึงบางอย่างออกมา มันเป็หน้ากากครึ่งใบอันหนึ่ง ที่ตนเคยเห็นมาก่อนก่อนจะกล่าวออกมาด้วยความโกรธ “ เป็เ้า !! ”
“ ข้าก็ชอบเ้า !! , ว๊าก กั๊ก กั๊ก กั๊ก กั๊กกั๊ก , ข้าไม่เคยเห็นบุรุษที่สตรีทั้งเมืองรุ่งตะวันเฝ้าใฝ่ฝัน..เสียอาการเท่านี้มาก่อน” ผู้ที่อยู่ตรงหน้าชายหนุ่มตอนนี้ มิใช่เยว่ รู่แต่กลับเป็ซีว่างสหายคนสนิทของมัน
“ จะ จะ เ้า !! ” เฟิงอวิ๋นได้แต่ ชี้หน้าของสหายตนเองแต่มันก็นึกคำที่จะพูดออกมาไม่ได้
“ โอ๊ยสหาย , ช่วยข้าที..ข้าลุกไม่ไหว..ข้าขำจนปวดท้องไปหมดแล้ว” ซีว่างยื่นมือไปให้เฟิงอวิ๋น เพื่อจะให้มันช่วยฉุดรั้งตัวมันขึ้นไป
“ ช่วยเ้า? เปลี่ยนเป็ให้บิดาผู้นี้ไล่เตะสั่งสอนเ้าดีกว่ากระมัง ” เฟิงอวิ๋นรีบวิ่งเข้าไปเพื่อจะทำดั่งที่ตนกล่าวออกไป
เมื่อเห็นสหายตนวิ่งเข้ามาซีว่างจึงกล่าวต่อบุรุษหนุ่มว่า “ เ้าคิดดีแล้วใช่หรือไม่ ? ดูเหมือนปากข้าเริ่มจะเหมือนควบคุมไม่ได้ด้วยสิ ” มันกล่าวออกมาก่อนที่จะยกมือของตน ขึ้นไปเกาที่ปากของตนเอง
“ เ้ากล้า !? ” เมื่อได้ยินสหายตนกล่าวออกมา ทั้งโมโหทั้งทำตัวไม่ถูก ได้แต่ยืนชี้นิ้วไปที่ซีว่าง
เมื่อเห็นสหายตนมีท่าที่แบบนี้ซีว่างจึงลุกขึ้นก่อนเดินเข้าหาสหายของตน เอามือกอดคอชายหนุ่มไว้ แล้วกล่าวว่า “ เอาเป็ว่าเื่นี้ข้าจะไม่บอกใคร เพียงแต่ว่า.....” ซีว่างลากเสียงยาวพยางค์สุดท้าย
“ เพียงแต่ว่า ? ” เฟิงอวิ๋นกล่าวทวนคำของสหายตนในเชิงถาม
“ เ้าเล่ามาว่าเหตุใด..เ้าถึงชอบนาง , บุรุษอย่างเ้าหาได้ดีกว่านางได้ตั้งหลายคน ”
“ ข้าไม่รู้เกิดมาทำเวรทำกรรมอะไรเมื่อชาติปางก่อน , ถึงได้มีเ้าเป็สหาย” เฟิงอวิ๋นไม่ได้กลัวต่อสิ่งที่ สหายตนจะเล่าต่อผู้อื่นเพียงแต่ชายหนุ่มนั้นไม่อยากที่จะให้เยว่รู่ ต้องมาเสียชื่อเสียงเพราะตน “ไปที่ห้องข้า..เดี๋ยวข้าเล่าให้เ้าฟัง , ที่นี่อาจมีผู้อื่นได้ยิน”
ซีว่างหยิบหน้ากากมาใส่ก่อนจะเปลี่ยนโฉมเป็เยว่รู่ แล้วกล่าวต่อเฟิงอวิ๋นด้วยท่าทางยียวนว่า “ ท่านเจอข้าแค่วันเดียวท่านกล้าชักชวนข้าเข้าห้องของท่าน..ท่านช่างไร้ยางอายยิ่งนัก ”
“ ข้าขอร้องต่อเ้าเถอะ..หยุดเถอะ , แค่นี้เ้ายังไม่พอใจอีกหรือ” เฟิงอวิ๋นทำหน้าขอร้องสหายตนเอง กล่าวด้วยน้ำเสียงที่อัดอั้น
“ เมื่อเ้าขอ.. ” ชายหนุ่มถอดหน้ากาก ออกก่อน จะรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วคืนเสื้อผ้าให้หยางน่า
< เ้าไม่คิดจะทำความสะอาดให้ข้าเลยรึ ?.. ข้าไม่เอา..เ้าไปหาตัวใหม่มาให้ข้า!! > หญิงสาวสั่งชายหนุ่ม ด้วยความเอาแต่ใจของนางเอง
< ของที่ข้าซื้อให้เ้า..ข้าไม่เคยเห็นเ้าใส่ , เหตุใดถึงอยากได้ตัวใหม่? > ชายหนุ่มกล่าวถามต่อหญิงสาว
< เ้าซื้อให้ข้า มันก็เป็ของข้า จะใส่ไม่ใส่กงการอะไรของเ้า !!> หญิงสาวกล่าวเสียงดุต่อชายหนุ่ม
< เห็นแก่เ้า..ที่อยู่เป็เพื่อนชมจันทร์กับข้า , พรุ่งนี้ข้าจะไปซื้อตัวใหม่ให้แก่เ้าเอง> ชายหนุ่มกล่าวขณะเดินตาม สหายตนไปที่ห้อง
.
.
.
“ เล่าความทั้งหมด ว่าเหตุใด หนุ่มรูปงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองรุ่งตะวัน ,ถึงเสียท่าให้กับ..แม่หญิงปากร้ายนางนั้นได้” ซีว่างทำตาใส่จ้องหน้าเฟิงอวิ๋น ตั้งใจที่จะฟังคำตอบของชายหนุ่มอย่างใจจดใจจ่อ
“ก็เพราะสาวเมืองรุ่งตะวันมีแต่เข้าหาข้า ไม่เคยมีผู้ใดไม่สนใจต่อข้าแต่ว่านาง...” ชายหนุ่มกำลังนึกถึงเวลา ที่ตนได้พบนางครั้งแรก“เพราะนางเป็เพียงผู้เดียว ที่กล้าชี้หน้า ด่าข้าไม่เอนอ่อนให้แก่ข้า..ข้าจึง...”
< ข้าว่าเพื่อนเ้าวิตถาร..ชอบความเ็ปเสียมากกว่า > หญิงสาวกล่าวบอกต่อชายหนุ่ม
< จุ๊ จุ๊ > ซีว่างทำเสียง เป็เชิงห้ามต่อหญิงสาว
“แล้วอย่างไรต่อ” ซีว่างกล่าวให้ สหายตนพูดต่อ
“นางเป็คนตรงไปตรงมา..เหมือนข้า , ข้าชอบนางตรงนี้คิดสิ่งใดพูดสิ่งนั้น” ชายหนุ่มทำสีหน้าจริงจัง แล้วมองไปที่สหาย
“อยากจุมพิตนางหรือไม่ ข้าทำให้เ้าได้นะสหาย” ซีว่างกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มทำสายตากรุ้มกริ่ม ไปที่สหายของตน
“เ้ามิโดนข้าเตะก้น..เ้าคงมิเลิกเป็แน่ , สักหน่อยไหม? ” เฟิงอวิ๋นพูดขณะ เตรียมลุกขึ้นไป เตรียมจะเตะก้นซีว่าง
“มิเป็ไร..อย่าได้ลำบากเ้าเลย , เอาเป็ข้ากลับดีกว่ามีอะไรปรึกษาบอกข้าได้ทุกเมื่อ..โดยเฉพาะเื่ความรัก” ก่อนที่จะขยับตาให้สหายตนแล้วรีบใช้ท่าร่ายวิ่งหนีไป
ซีว่างมิได้กลับไปที่หอพักมันเพียงไปหาที่เงียบ ๆ ฝึกวิชาต่อจนเช้า
เมื่อใกล้ถึงเวลาอาหารเช้าชายหนุ่มจึงกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนจะออกไปพบกับสหายของตนที่โรงอาหาร
เมื่อไปถึงก็เห็นเฟิงอวิ๋นและเฟิงจิ้นยืนคุยกันอยู่ตนจึงรีบเดินตรงเข้าไปหา
เมื่อจิ้นเฟิงเห็นพี่ชายของตนเด็กหนุ่มจึงรีบโบกมือทักทายต่อชายหนุ่ม “ท่านพี่..วันนี้ข้าอยากเข้าไปในตัวเมือง, สัก่ค่ำ ๆ ท่านไปกับข้านะ”
“มีเหตุอันใด..เ้าถึงต้องเป็วันนี้ , ทั้ง ๆที่เมื่อวานเ้าพึ่งไปมา แล้วเหตุใดต้องเป็เวลาค่ำด้วย ? ” ชายหนุ่มกล่าวถามต่อน้องชายของตนเอง
“ข้าอยากจะไปดูคณะละครเร่ , ข้าได้ข่าวมาว่า..วันนี้พวกเข้าจะแสดงเื่ แด๊ดปูภาค 2 เห็นเขาว่ากันว่าล้อหนังเื่อื่นไปทั่วเลย, ไปกับข้านะ..ข้าอยากไปดู ” จิ้นเฟิงกล่าวเป็เด็กขณะที่มือเขย่าแขนพี่ชายด้วยท่าทีออดอ้อน
เมื่อเห็นกริยาของน้องชายตนซีว่างได้แต่ส่ายหน้า ก่อนกล่าวว่า “วันนี้ข้าตั้งใจจะไปในเมืองพอดีขากลับดูละครเร่กับเ้า..จะเป็ไรไป”
“แต่ก่อนอื่น..กินอะไรก่อนเถิด ข้าวหิวมาก..ข้าฝึกวิชามาทั้งคืนทั้งวันแล้ว”ก่อนที่ชายหนุ่มจะเอามือกุมท้องของตนเอง
“เมื่อคืนท่านนอนไม่หลับหรือ..ถึงได้ลุกมาฝึกวิชา” ผู้เป็น้องถามพี่ชาย
“ข้าก็มิได้ฝีกวิชาทั้งคืนหรอก...” ชายหนุ่มลากเสียงคำสุดท้ายค้างไว้พร้อมกับสายตาเ้าเลห์ไปที่เฟิงอวิ๋น
“แค๊ก แค๊ก” เฟิงอวิ๋นรีบทำเป็ไอในเชิงกล่าวห้ามสหายตนเอง
“แล้วท่านทำอันใดเหล่า ? ..เหตุใดถึงไม่นอน”
“ข้าก็ฝึกไปแล้วไปพักเดิน......ชมจันทร์น่ะสิประมาณเ้าไม่เข้าใจความคิดผู้ใหญ่หลอก..ใช่ไหมเฟิงอวิ๋น”ก่อนที่ชายหนุ่มจะยักคิ้วไปทางเฟิงอวิ๋นผู้น่าสงสาร
เฟิงอวิ๋นคิดในใจด้วยความรู้สึกขื่นขม ‘ชาติก่อน..บาปข้าคงหนาจริง ๆ ถึงได้มีคนมาเห็นเื่ที่ข้าทำ.. , โดยเฉพาะมัน..’
“เอาล่ะ ๆไหนเ้าบอกว่าเ้าหิว..รีบไปทานข้าวดีกว่าแล้วจะได้ไปฝึกวิชากันต่อ” เฟิงอวิ๋นกล่าวตัดบทก่อนจะเดินนำไปเพื่อหลีกหนีต่อกริยาของซีว่าง ที่ทำให้มันอึดอัดอยู่ตอนนี้
“โอ้แม่นางเย่ว..เ้าสบายดีหรือ” ซีว่างกล่าวะโออกมาเสียงดังพอประมาณ
เฟิงอวิ๋นรีบหันมาแต่ไม่พบแม่นางเยว่รู้‘เมื่อใดเื่นี้มันถึงจะจบหนอ..’ก่อนที่จะรีบเดินไปให้ไกล จากตรงนั้น
เมื่อทานอาหารเสร็จชายหนุ่มต่างแยกไปฝึกวิชา เนื่องจากเฟิงอวิ๋นและจิ้นเฟิง มีปราณธาตุเดียวกันจึงไปฝึกวิชาด้วยกันที่ห้องของจิ้นเฟิง
เมื่อเห็นห้องของเฟิงอวิ๋นว่างชายหนุ่มจึงทำการขอต่อสหายตน ว่ามันขอไปฝึงข้างในได้หรือไม่
“เ้าอย่าคิดทำอะไรแผลง ๆ ต่อห้องข้าเด็จขาด , เ้ารู้หรือไม่..ข้าจะอกแตกตายเพราะเ้าอยู่แล้ว”เฟิงอวิ๋นกระซิบต่อ สหายของตนด้วยวาจาที่อ่อนแรง
ซีว่างชูนิ้วโป้งแล้วยิ้มเห็นฟันทุกซี้ ก่อนจะบอกกล่าวต่อสหายของมัน“รับรอง..ข้าไม่ทำห้องเ้ารกแน่นอน..ข้าสัญญา”
‘เื่เดียวเท่านั้น ที่มันรู้ความลับข้า แต่ข้ากลับทำอะไรมันไม่ได้’ เฟิงอวิ๋นเดินกำดาบแน่น จนนิ้วซีดก่อนเดินจากไปเพื่อฝึกวิชา
ซีว่างฝึกไปได้2 ชั่วยาม จู่ ๆ ความเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นชายหนุ่มรีบนั่งขัดสมาธิก่อนจะ สงบสติอารมณ์ของตนเอง พลังปราณในร่างเริ่มปูดบวมขึ้นดวงจิตของชายหนุ่มเหมือนโดน ชำระล้าง “ ปง !!” เสียปราณของชายหนุ่มทำการะเิออก พร้อมกับไอพลังที่เอ่อล้นออกมา
ตอนนี้ซีว่ามิใช่คนที่อยู่ระดับชั่นกำเนิดโลกาเสียแล้ว ตอนนี้ชายหนุ่มอยู่ในรับ จิตโลกาขั่นที่ 1
เมื่อได้ผลที่น่าพอใจ ซีว่างจึงหยุดฝึกเพียงแค่นี้แล้วไปหาพี่น้องของตนเองในทันที เมื่อ ทั้งสามกินข้าวเที่ยงกันเสร็จพวกชายหนุ่มจึงออกไปจากสำนักของตนเอง ตรงไปยังสำนักการค้าตระกูลจิ้น
เมื่อถึงสำนักการค้าตระกูนจิ้นซีว่างกล่าวบอกต่อสหายของตนเอง ก่อนเดินแยกจากสหายขอมัน แล้วไปแผนกชุดสตรี
ที่นี่มีเสื้อผ้าให้เลือกเยอะกว่าเมืองที่ตนจากมามากมายนักไม่ว่าจะชุดนอนที่มีรวดลายประหลาดมากมาย ชุดอาบน้ำที่มีสีสันที่เด็ดดวงหรือแม่แต่ของเฉพาะของผู้หญิงที่มีมากมายก่ายกอง มันเดินดูอยู่สักพักก่อนจะกล่าวถามต่อหญิงสาวในโลกิญญา
< ว่าอย่างไร เ้าถูกใจตัวไหน > ชายหนุ่มกล่าวถามต่อหญิงสาว
< ข้ามิอยากได้ชุดแบบนี้ พาข้าไปตรงขายเสื้อเกราะเดี๋ยวนี้ >
‘ ชุดเกราะ!! เ้าจะอายอะไรข้านักหนา หน้าตาก็ดี ใส่แต่ชุดเกราะเ้าจะบ้าาไปถึงไหน’ ชายหนุ่มคิดในใจ
‘ไม่ผิดแน่..ใต้ชุดนั้นมีแต่กล้ามเนื้อเป็มัด ๆ เป็แน่แท้ , นางถึงอายมิกล้าใส่ชุดแบบอื่นให้ข้าได้เห็น’
พอซีว่างให้นางเลือกซื้อชุดเองทำให้ซีว่างรู้เกี่ยวกับนางอยู่ สองอย่าง อย่างแรก นางมีความสามารถในการเลือกอาวุธและชุดเกราะอย่างมาก นางสามารถเลือกชุดที่แข็งแกร่งเพียงนางส่งสายตามองเท่านั้น อย่างที่สองสำคัญอย่างมาก นางใช่เงินเก่งมาก
‘ผู้ใดได้เ้าเป็ภรรยา..คนจะหมดตัวเป็แน่’ชายหนุ่มคิดในใจเมื่อเห็นจำนวนของที่นางเลือกซื้อและพร์ในการใช้เงินของหญิงสาวมันถึงกับเอามือกุมหน้าผากของตนเองขณะยื่นศิลาธาตุทองจ่ายให้กับร้านค้าด้วยมือที่สั่นเทา
เมื่อชำระสินค้าเสร็จชายหนุ่มก็หยิบถุงมิติที่ข้างใน เต็มไปด้วยชุดเกราะ เพื่อเตรียมจะมอบให้แก่หญิงสาวเมื่อเข้าไปในโลกิญญา ชายหนุ่มใกับภาพที่เห็นตรงหน้าอย่างมาก
นี่เป็ครั้งแรกที่หญิงสาวใส่ชุดที่ตนซื้อให้ เป็ชุดปกติทั่วไปที่หญิงสาวจอมยุทธ์มักใส่กัน
ตัวของหยางน่านั้นเมื่อปราศจากชุดเกราะ น่าดึงดูดอย่างมาก ผิวที่ขาวเนียน ข้อมือเล็ก ๆ นั้น เอวน้อยๆ แถมด้วย กล้ามอกของนาง มันช่างดึงดูเสียนี่กระไร ยามนางเดิน หรือเอามือเท้าโต๊ะกล้ามอกของนางช่าง...
“เ้ามองอะไร ? ไหนของ..ของข้า”หญิงสาวยืนมือซ้ายเท้าเอว มือขวาน้อย ๆ ของนางแบบมือมาเป็การถวงของ ของนาง
“ปะ เปล่ามองอะไร , นะ นี่ของ..ของเ้า”ชายหนุ่มรีบยื่นของให้นาง
“เสี่ยวฮุ่ย..เ้าอยู่ไหนมานี่..รีบเอาของไปเก็บ”หญิงสาวะโเรียกนามของใครมิรู้ออกมา
“เสี่ยวฮุ่ย ? ผู้ใด” เมื่อชายหนุ่มพูดจบอาชาไอยราก็วิ่งมาหาสาวน้อยอย่างเร็วไว
ตอนนี้จากทารกอาชาไอยรา ตัวเท่าหัวเข่าของชายหนุ่ม ตอนนี้ตัวมันสูงกว่า เกือบสองเมตร
เสี่ยวฮุ่ยใช่งวงยาวของมันนั้นหยิบถุงมิติจากมือสาวน้อย ก่อนจะเดินเอาไปวางไว้ที่ ม้านั่งของหญิงสาว
เมื่อมันเดินกลับมาหญิงสาวก็เอามือลูบหัวมันเล็กน้อย..ส่วนเ้าอสูรน้อยก็หลับตาและส่ายหางไปมาด้วยท่าทางที่มีความสุข
“เ้ากับมันสนิทกันั้แ่เมื่อไหร ?” ชายหนุ่มแปลกใจกับสิ่งที่ตนเห็นมากมันไม่คิดว่านางจะเอ็นดูเ้าสัตว์อสูรตนนี้ขนาดนี้
“มันฉลาดกว่าที่ข้าคิดไว้มากและใช้งานง่าย” หญิงสาวตอบเสียงเรียบ
ชายหนุ่มนึกถึงวินาทีแรกที่หญิงสาวเห็นมันหญิงสาวพุ่งเข้ามาเพื่อหมายจะเอาชีวิตมัน..แต่พอมาเห็นตอนนี้จะไม่ทำให้ชายหนุ่มแปลกใจได้อย่างไร
“ไม่มีธุระแล้ว เ้ากลับไปได้แล้ว ข้าจะพักผ่อน , นี่เ้ามองอะไรของเ้านี่..”หญิงสาวพูดพลันนำมือขึ้นมาปิดหน้าอก
“ปะเปล่า , ข้ามองฮุ๋ยน้อยผู้น่ารัก..ไม่ได้มองไปที่ไหนเล้ย(เสียงสูงมาก ) งั้นข้าขอตัวลาก่อนนะแม่นาง” ชายหนุ่มรีบกล่าวก่อนออกมาจากโลกิญญา
‘มีของดีไม่ให้มอง ข้าคงไปเป็ขันทีเสียดีกว่า’ชายหนุ่มคิด ก่อนจะเอาแขนขึ้นมาเช็ดน้ำลายของตนเอง
เมื่อออกมาจากโลกิญญาชายหนุ่มจึงเดินไปหาสหายของตนเองในทันทั
แต่เมื่อไปถึงสิ่งที่ตนกำลังเห็นอยู่นั้น เหล่าสหายของตน กำลังโดน ชาย 7 – 8 คนล้อมไว้พร้อมชูอาวุธออกมา