“หยวนเข่อชิงอย่าได้เศร้าใจไปเลยเราจะไม่โง่อีกถึงจะไม่เหลือใครเลยแต่เรายังเหลือตัวเองต่อไปเราจะใช้ชีวิตที่ดีแทนเ้าวันนี้ข้าได้รู้ว่าบิดามารดาของเ้ารักเ้ามากจริงๆ ผิดกับข้ามากอย่าเศร้าใจไปเลย” หยวนเข่อชิง
“จริงอย่างเ้าว่าข้ายังมีท่านแม่รอข้าอยู่ขอบใจเ้าชีวิตของหยวนเข่อชิงต่อไปเป็ของเ้าใช้ให้ดีนะ” เสียงในหัวหยวนเข่อชิง
“คงไปสู่สุคติแล้วสินะส่วนเราก็ยังก็ต้องสู้ต่อไป” หยวนเข่อชิง
วันนี้เธอตื่นสายมากเพราะเมื่อวานหลังจากความวุ่นวายเธอก็นั่งเขียนแบบเสื้อ แบบเครื่องประดับและสูตรอาหารกว่าจะเขียนเสร็จก็สว่างแล้ว
“คุณหนูท่านตื่นแล้ว” ลู่จื่อหน้าตื่นโล่งใจ
“เป็อะไร” หยวนเข่อชิง
“ท่านไม่ตื่นสักทีกลัวว่าท่านจะป่วยแล้ว” ลู่จื่อ
“ไม่เป็ไรวันนี้เ้ากับแม่นมสีออกไปทำธุระให้ข้าหน่อยนี่ไปที่ร้านผ้า นี่ไปที่หอไคหยวนอันนี้ไปที่ภัตตาคาร” หยวนเข่อชิงส่งเอกสารให้ลู่จื่อ
“คุณหนูจะทานอะไรก่อนมั้ยเ้าคะ” ลู่จื่อ
“ไม่ล่ะยังไม่หิวเ้าไปเถอะอ้อนี่เงินเอาไปซื้อพันธุ์ผักมา” หยวนเข่อชิง
“แล้วพวกข้าไปหากเกิดอะไรขึ้นข้างนอกจะทำอย่างไรล่ะเ้าคะ” ลู่จื่อ
“ไม่ต้องเป็ห่วงหรอกคงไม่มีใครมาวุ่นวายกับเราสักสองสามวัน” หยวนเข่อชิง
เหตุเพราะเข็มที่ถูกปักตามร่างกายของคนเ่าั้ไม่ใช่เข็มแต่มันเห็นขนเม่นที่มีพิษแบบไม่ถึงตายแต่ทำให้ปวดแสบปวดร้อนในระดับที่สาม
ตอนนี้หยวนเข่อชิงตั้งค่าพิษเอาไว้ว่าหากยังจะมาวุ่นวายอีกจะค่อยๆ เพิ่มระดับจนกว่าจะถึงตายคนพวกนี้ทำร้ายเ้าของร่างจนเนื้อตัวแทบไม่มีตรงไหนที่ไม่เ็ป
โดนแค่นี้ยังน้อยไป
ลู่จื่อกับแม่นมออกไปแล้วหยวนเข่อชิงจึงเดินออกไปดูว่าคนงานทำงานกันอย่างไรดูเหมือนทุกคนจะแบ่งงานกันได้ดีนางจึงกลับเข้าไปในห้อง
ทุกคนต่างเข้าใจว่าอนุหยวนพวกนี้คงกลับเข้าไปนอนเพราะนางยังดูเหนื่อยอยู่ที่ผ่านมานางโดนทำร้ายมามากเพราะไม่ยอมถึงตอนนี้นางคงปล่อยวางแล้ว
“อาไคว่” หยวนเข่อชิง
“ขอรับนายท่าน” อาไคว่ที่วิ่งเข้ามาหาเธอจากด้านนอก
“เจอหรือยัง” หยวนเข่อชิง
“ของที่ไม่คืนมาส่วนใหญ่อยู่ที่ตำหนักไทเฮาขอรับ” อาไคว่
“ไทเฮาไม่มีเงินหรือถึงมาแย่งชิงของอนุอย่างข้า” หยวนเข่อชิง
“หามิได้ขอรับดูเหมือนชายารองทั้งจะเอาไปถวายในนามของตนเอง” อาไคว่
“ทำอย่างนั้นก็ได้หรือ” หยวนเข่อชิง
“โดยทั่วไปอนุไม่มีทางได้เข้าวังยกเว้นเ้านายที่ได้ข้อยกเว้นขอรับ” อาไคว่
“ไม่แปลกไปหน่อยหรือ” หยวนเข่อชิง
“เป็เพราะบิดาของท่านเป็บุคคลสำคัญเขาถูกขอร้องแกมบังคับให้ไปเจรจาการค้ากับชาวโพ้นทะเลบิดาของท่านจึงขอแลกด้วยสมรสพระราชทานดังนั้นที่จริงท่านไม่ได้เป็อนุเพียงแต่วันที่แต่งเข้าท่านอ๋องไม่อยู่ทุกอย่างเป็แผนของไทเฮาให้ท่านเข้าจวนด้านข้างท่านจึงกลายเป็อนุไป” อาไคว่
“แค่เข้าจวนด้านข้างเนี่ยนะ” หยวนเข่อชิง
“ตามประเพณีการทำเช่นนี้ไม่สามารถนับเป็ชายาเอกได้ ไทเฮาที่ควรมาเป็ประธานของพิธีไม่ยอมเข้าร่วมที่จริงนางอยากฆ่าเ้านายเพียงแต่ทำไม่ได้” ไทเฮา
“นาง้าฆ่าข้าเพื่อสมบัติตระกูลหยวนสินะ” หยวนเข่อชิง
“ยังทำไม่ได้ขอรับพวกเขาดูถูกตระกูลหยวนว่าหากไม่มีผู้นำตระกูลแล้วตระกูลหยวนจะอ่อนแอแต่ดูผิดไปหยวนหย่งชิงพี่ชายของท่านเป็คนที่มีความสามารถมากและสามารถดูแลตระกูลได้ดีเพียงแต่ว่าต้องอพยพออกไปเพื่อเลี่ยงการปะทะกับราชวงศ์” อาไคว่
“สารเลวนี่มันปล้นกันชัดๆ แล้วฉินมู่หยางรู้เห็นหรือไม่” หยวนเข่อชิง
“ไม่มีหลักฐานว่าเขาสมรู้ร่วมคิดเพียงแต่ว่าเขาไม่พอใจกับการแต่งงานจึงไม่สนใจภรรยาที่แต่งเข้ามาสักคน” อาไคว่
“นี่ขนาดไม่สนใจยังมีเมียตั้งเจ็ดคนเชียวนะ” หยวนเข่อชิง
“ทุกคนล้วนถูกไทเฮาบังคับให้แต่งด้วยกันทั้งสิ้น” อาไคว่
“คงอยากมีหลานล่ะมั้ง” หยวนเข่อชิง
“เื่นี้ไม่แน่ใจขอรับ” อาไคว่
“คงไม่ใช่แม่ลูกกันจริงๆ สินะ” หยวนเข่อชิง
“ท่านรู้ได้อย่างไร” อาไคว่แปลกใจ
“ก็ดูสิจับเขาแต่งงานกับภรรยาที่เป็บุตรนอกสมรสกันทั้งสิ้นแม้จะให้เป็ภรรยารองดูเหมือนจับเขาแต่งเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองมากกว่า” หยวนเข่อชิง
“เป็เช่นนั้นขอรับ” อาไคว่
“เช่นนั้นเขาก็เป็เหมือนกับสินค้าที่เอาไว้แลกเปลี่ยนเช่นกันสินะ” หยวนเข่อชิง
“ฮัดเช่ย” ฉินมู่หยางที่กำลังเดินทางกลับไปที่ค่ายจู่ๆ ก็จามออกมา
“ท่านแม่ทัพพักหน่อยดีหรือไม่ขอรับ” รองแม่ทัพเซี่ย
“ไม่เป็ไรหรอก่เปลี่ยนฤดูน่ะคงแค่แพ้เกสรดอกไม้กระมัง” ฉินมู่หยาง
ร้อยวันพันปีไม่เคยแพ้อะไรแต่วันนี้ท่านแม่ทัพจามแล้วถึงสองครั้งตอนเช้าเข้าใจได้ว่าอาการยังเย็นอยู่แต่ว่าตอนนี้อาทิตย์ตรงหัวกลับจามออกมาถ้าไม่เป็หวัดก็คงจะเพราะมีคนพูดถึงนั่นเอง
การศึกกับเผ่าทะเลทรายนั้นค่อนข้างโหดร้ายฝ่ายข้าศึกมีการรบแบบกองโจรและข่มขวัญด้วยการตัดคอและไม่เหลือศพของฝ่ายตนเองทำตัวเป็สัตว์ประหลาดกระหายเื
เขากลับมาครั้งนี้เพื่อขอกองกำลังคืนเหตุเพราะฮ่องเต้ขอแบ่งไปรับขบวนทูตจากทางใต้แต่ดูเหมือนว่าพี่ชายออกจะขี้ระแวงไปเสียหน่อยจึงคืนมาแค่ครึ่งเดียว
ดังนั้นการศีกครั้งนี้ไม่ง่ายและอาจกินเวลาที่ยาวนานไปอีกหวังว่านางจะรอได้เขาไม่ดีเองที่ไม่คิดให้รอบคอบคิดไม่ถึงเลยว่าไทเฮาจะกล้าลงมือขนาดนี้
เด็กผู้หญิงคนนั้นในอ้อมกอดของเขาแม้จะกลัวแต่เธอก็ไม่ขัดคำสั่งเขานั่นเป็เพราะว่าเธอเชื่อใจเขามากนั่นเองเธอเป็สาเหตุที่ทำให้เขาสามารถกลับไปรบได้อีกก็เพราะเด็กคนนั้น
เพราะประชาชนยังคงเชื่อมั่นและ้าการปกป้องจากกองทัพอยู่หากเขาใจฝ่อไปแล้วใครชาวบ้านจะอยู่กันอย่างไร
เด็กคนนั้นหลับตาปี๋แม้จะกลัวแต่ก็พยายามเอาตัวบังหัวใจของเขาไว้ไม่น่าเชื่อว่านางจะโตเป็สาวแล้วจนมาแต่งงานกับเขาได้เอาเถอะกลับไปจะล้างมลทินและหาสามีที่เหมาะสมให้นางเอง
ส่วนทางเมืองหลวงหยวนเข่อชิงใช้เวลาสามเดือนในการเนรมิตเรือนกระจกสำหรับปลูกผักในฤดูหนาวได้ทันเวลาและไม่มีใครเข้ามาในจวนนี้ั้แ่เหตุการณ์ครั้งก่อน
เหตุเพราะประตูที่ถูกปิดจากด้านนอกบัดนี้ก็ถูกปิดจากด้านในโดยที่มีป้ายบอกว่าจะเปิดแค่ตอนส่งเสบียงเท่านั้น
ภายนอกดูเหมือนจวนอนุหยวนนั้นเงียบสงบวันทั้งวันไม่มีคนเข้าออกรอรับแต่อาหารเท่านั้นจนคนคิดว่าคนที่จวนอนุนั้นเป็คนี้เีที่รออาหารไปวันๆ เท่านั้น
เพราะแม้แต่งานเอาหน้าอย่างเช่นเทศกาลไหว้พระจันทร์หรือลอยโคมและการเตรียมเทศกาลฤดูหนาวจวนอนุก็ไม่เสนอหน้ามาเข้าร่วม
และั้แ่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนั้นหมอหลวงกลับบอกว่าสิ่งที่เกิดเพราะเป็การแพ้ละอองเกสรบางอย่างอาจเป็เพราะเริ่มเปลี่ยนฤดูอาจเป็โรคที่มากับลมทุกคนจึงเห็นตามนั้น
และเพราะแผลที่ปากเจียงถงเอ๋อไม่สามารถออกไปไหนได้เป็เดือนและคืนก่อนหน้านั้นหลี่ลีเฟินก็เกิดภาพหลอนจนไม่กล้าออกจากจวนเช่นกัน
และเหล่าอนุทั้งสี่เองเมื่อไม่มีคนนำก็ไม่กล้ามาหาเื่เพราะเมื่อเจอกันตัวต่อตัวโดยไม่มีชายารองทั้งสองพวกนางก็สู้กับหยวนเข่อชิงไม่ได้
และเพราะทุกคนที่ไปหาเื่ที่จวนกลับติดโรคมาทั้งหมดทุกคนจึงคิดว่าคนในจวนอาจจะติดโรคมาก็ได้เพราะคนงานที่อยากรู้ว่าคนในจวนทำอะไรจึงแอบดูตามซอกกำแพงและเห็นว่าคนงานในจวนต่างก็มีเนื้อตัวสกปรก
ข่าวจึงแพร่ออกไปว่าคนในจวนอนุหยวนี้เีและสกปรกอาจจะเป็แหล่งเพาะพันธุ์ไปแล้วจากนั้นคนที่มาส่งเสบียงก็มักจะไม่กล้าเข้าไปที่ทำคือปลดล็อกกุญแจแล้ววางเสบียงไว้แค่ที่ด้านหน้าจวนแล้วะโเรียกให้คนงานออกมาขนเข้าไปกันเอง