“เฮอะ มีดีแค่หน้าตากับบ้านรวย”
“อี๋~ ประจบสอพลอ! พวกขี้ข้าอาจารย์มั่นหน้าเกิ๊นน”
“…”
คิดว่าฉันหูหนวกรึไงยะ?
ฉันบ้านรวย! สวยมาก! ประจบใครมั้ย…ก็นิดหน่อย แต่มาถึงจุดนี้ได้เพราะความสามารถล้วนๆ ถ้าไม่ห่วงคะแนนพฤติกรรม แม่ตบหน้าแหกเรียงตัวแน่
ยัยพวกไทยมุงปากตลาดเอ้ย - -***
“สุดยอดเลยแฮะ…โดนด่าขนาดนี้ ยังไม่เปลี่ยนสีหน้า -0-”
‘แคคตัส’ ไอ้แว่นสภานักเรียนเล่นเสียงกระซิบกวนโอ้ย
แหงล่ะ กะอีแค่หมาเห่าไม่มีค่าอะไรกับชีวิตฉัน ขนาดด่าในใจยังเปลืองบรรทัด
นายด้วยไอ้แว่น! ฉันไม่อยากเสียเวลาเสวนาด้วยหรอกย่ะ
“…”
พอถูกเมินตานั่นก็จิ๊ปากหงุดหงิดใส่ เดินดุ่มๆ ล่วงหน้าไปก่อน
เฮ้อ…มีแต่พลังงานลบ ถ้าไม่ใช่คำสั่งด่วนของ ผอ. ฉันคงไม่ออกมาเดินล่อเป้าท่ามกลางฝูงชะนีแบบนี้แน่!
.
-12.30 น.-
(ณ หน้าห้องผู้อำนวยการ โรงเรียนเซนต์อคาเดมี)
ก๊อก ก๊อก
ฉันเคาะประตู 2 ทีพอเป็พิธี
“เข้ามาเลย!”
เมื่อเสียงสวยขานรับ ฉันจึงก้าวเข้าไปอย่างสง่าผ่าเผยในฐานะ ‘ประธานนักเรียน’ มีไอ้แว่นลูกกระจ๊อกเดินตามตูดหย๋องๆ แบบเคอะเขิน
อีตานี่…ยืนให้มันดีๆ หน่อยเซ่! แมลงสาบไต่หลังรึไงยะ บิดไปมาอยู่ได้ -*-
สายตาซอกแซกกวาดมองห้องทำงานเก่าคร่ำครึของลุง ผอ.
ดูสะอาดเรียบร้อยกว่าเคย แถมพรมกลิ่นน้ำหอมฉุนกึก
“ชื่อ ‘ยู’ สินะ…อื้ม หน้าตาดีกว่าที่คิด”
‘เชอรี่’ ผอ.ชั่วคราวหรืออาจจะถาวร (เพราะคนก่อนเพิ่งม่อง) เปล่งเสียงใสมาดมั่น จ้องสำรวจฉันอย่างสนอกสนใจ ซึ่งฉันเองก็เผลอทำแบบเดียวกัน
แหม่มสาวผมทองลอนประบ่าสูงสง่าแต่งหน้าจัด หุ่นสะบึมในชุดกึ่งทางการสูทแดงเกาะอกดำ กระโปรงทรงเอสั้นเสมอหู
เพิ่งเคยเจอตัวเป็ๆ ครั้งแรก…รุ่นราวคราวเดียวกันแท้ๆ แต่เธอดูโตจัง
“…ขอบคุณค่ะ”
ฉันมัวแต่วิจารณ์จนเกือบลืมว่าถูกชม
“สภานักเรียนมีกันแค่นี้หรอ?”
เชอรี่ถามด้วยความสงสัย
“ค่ะ…”
ฉันตอบกลับเสียงแ่
เหลือสองหน่อนี่แหละค่ะ เพราะตึกสภานักเรียนเฮี้ยนมาก + มีคนเรทติ้งติดลบแบบฉันอยู่ กับไอ้แว่นขี้เซาที่ไม่รู้มันเข้ามาทำหอกอะไร
“เอาเถอะ นี่แผนงานปีนี้ ฉันตั้งใจจัดให้ปัง! เพื่อระลึกถึง ผอ.คนก่อนด้วย แน่นอนว่าไฮไลท์คือ ‘ความโรแมนซ์’ ^^”
“โร…อะไรนะคะ?”
เป็ศัพท์ทางวิชาการรึเปล่า?
ฉันก้มทวนเอกสาร เพราะตามสิ่งที่เธอพูดไม่ทัน
[โรแมนติก สคูล]
ว๊อทททท?!? หัวกระดาษจ่าหน้าอะไรเนี่ย???
“เอ่อ…/ดูไม่ผิดหรอกจ้ะ นี่คือแผนงานเก่าของท่าน ผอ. ที่ฉันอยากสานต่อ โรงเรียนอื่นน่ะมันน่าเบื่อ! มุ่งเน้นวิชาการ ศิลปะ กีฬา ภาษา…แต่ที่นี่เรา
ภูมิใจนำเสนอ~ ไลฟ์สไตล์หวานแหววแบบวัยรุ่น!'”
ไอ้แว่นตั้งท่าปริปากพูดซัมติงแต่ถูก ผอ.สาวขัดก่อน
ส่วนฉันยืนงงเต็กพยายามคิดวิเคราะห์…
ให้ตายเหอะ ฉันไม่เก็ต!
แบบว่าในแผนงานมีแต่สีชมพู เปิดไปเจอ ม้านั่งสื่อรัก น้ำพุฟลามิงโก้ หอพักฉิมพลี ฯลฯ
อี๋~ เสี่ยวสุด >_< แพลนสร้างม่านรูดชัดๆ!
แกร่บ แกร่บ
มือฉันสั่นระริกกำหมัดแน่นจนเผลอออกแรงบีบกระดาษแผนโครงการยับยู่ยี่ แต่แทนที่ยัย ผอ.จะบ่นใส่ เธอกลับอมยิ้มมีเลศนัย
“แผนการนี้จำเป็ต้องมีสาวสวยอย่างเธอ!”
“ผมไม่คบยัยถังน้ำแข็งนี่หรอกนะครับ! []^[]”
ไอ้แว่นเบะปากดันแว่นขึ้นอย่างเก๊ก
เดี๋ยวว ถามฉันยัง? ฉันก็ไม่อยากคบกับนายโว้ย ร้อนตัวจริง! -*-
“อีฟต้องคู่กับอดัมที่เป็หนึ่งในเ้าชายทุกปี เธอไม่ใช่เ้าชายหนิ แค่ช่วยเื่จัดงานก็พอ”
เชอรี่พูดจบโบกมือไล่ตานั่นออกจากห้อง
ท่ามกลางความงุนงง ขณะที่ฉันกำลังจะตีเนียนออกไปด้วยก็ถูกเสียงเฉียบหวานรั้งไว้
“เดี๋ยว”
“คะ?”
ริมฝีปากแดงสดฉีกยิ้ม
ลางไม่ดีเลยแฮะ -^-;;
“ปีนี้ ‘อีฟ’ คือเธอนะ ช่วยเป็แฟนกับอดัมทีสิ”
“อะไรนะ?! 0_0”
ฉันใจนลืมใส่หางเสียง
ประโยคแรกเซอร์ไพรส์แล้ว ประโยคหลังยิ่งช็อคกว่า!
“แต่อีฟต้องโหวตนะคะ หนูไม่เป็ที่นิยมหรอกค่ะ!”
ฉันพยายามพูดทัดทานตามความจริง
“อื้ม…แปลกจัง”
สาวมั่นตรงหน้าลากเสียงยาวใช้ปลายนิ้วชี้แตะคางเต๊ะท่าคิด ก่อนกระตุกยิ้มอีกครั้ง
“ผลโหวตปีนี้ หวยออกที่เธอนะ ^^”
ฉันรู้สึกคอแห้งผาด
ไม่! มันต้องไม่ใช่ช้านน!!! ><
“ขะ ขอสละสิทธิ์ได้มั้ยคะ?!”
“ไม่ได้”
น้ำเสียงเธอช่างเย็นเยียบ
“หนูไม่อยากมีแฟนค่ะ!”
“แกล้งเป็สิ ยังไงอดัมก็หล่อมากกก”
ต่อให้เพิ่ม ก ไก่ ล้านตัวก็ไม่เอา -*- คิดว่าปัญหามันอยู่ที่หน้าตารึไง?
“ไม่-ค่ะ”
ฉันเน้นคำเสียงดังฟังชัด
“…”
เชอรี่นิ่งไปก่อนกรีดยิ้มสวยสยองอีกครั้ง
“ไม่เป็ไรจ้ะ ฉันเชื่อว่าเธอต้องเปลี่ยนใจ”
.
-18.00 น.-
(ณ ห้องสภานักเรียน)
เื่เมื่อตอนกลางวันยังกวนใจฉันอยู่
‘อีฟ’ เปรียบเสมือนตำแหน่งดาวโรงเรียน สวย ฉลาด มีความสามารถ
ทุกปีในวันคริสมาสต์อีฟ ‘อดัม’ กับ ‘อีฟ’ ต้องเต้นรำคู่กันและกล่าวคำสาบานรัก
ฉันมาทันดูงานแค่ 2 ครั้ง ซึ่งตำแหน่งอดัมไม่เคยเปลี่ยน คงเพราะทั้งคู่เรียนจบแล้ว ปีนี้เลยต้องหาคนรับไม้ต่อ
แต่ทำไมต้องเป็ฉัน!
ฟ้ากลั่นแกล้งชัดๆ! โหวตเพราะเกลียดกันแน่! T-T
ฉันนั่งคิดวกวนอย่างหงุดหงิดพลางปั่นงานไม่หยุดมือ
‘อีฟต้องคู่กับอดัมที่เป็หนึ่งในเ้าชายทุกปี’
คำพูดของเชอรี่ลอยเข้าหัว…
พวกเ้าชายเหลือใครบ้างนะ?
-วาโย เ้าชายสายลม = ขาประจำตัดออก ควบตำแหน่งอดัมจนเรียนจบ
-ซันไลท์ เ้าชายแสงตะวัน = เพิ่งจบไปเหมือนกัน
-ดิสไนท์ เ้าชายราตรี = ข่าวฉาวเยอะ ไม่เหมาะเป็ไอค่อนโรงเรียน
-แม็กม่า เ้าชายโลกันต์ = หนักเลย เห็นหน้าเด็กยังร้อง ห่างไกลอิมเมจเ้าชายสุดๆ ถ้าธีมงานคือ ‘เดดแมตซ์’ น่ะได้อยู่
คนสุดท้าย…
กึก!
มือฉันหยุดเขียนงานเองดื้อๆ
ไม่หรอกมั้ง เป็แม็กม่าซะยังดีกว่า…
เฮ้อ พอละ เลิกฟุ้งซ่าน!
อุตส่าห์ได้อยู่คนเดียวในที่สงบๆ ผ่อนคลายหน่อยดีกว่า
“อื้อออ~”
ฉันยืดแขนบิดี้เี ทอดมองนอกหน้าต่างบานใหญ่
ฟ้าสีส้มดูเหงาจัง…
ที่ฉันตัดสินใจมาเป็สภานักเรียนในตึกผีสิง เพราะอยากหนีจากความวุ่นวาย ส่วนไอ้แว่นนั่นสมัครไว้แค่ในนาม ร้อยวันพันปีจะเจอหน ห้องนี้จึงกลาย
เป็ ‘เซฟโซน’ ของฉันไปโดยปริยาย
ฉันชอบที่นี่ แม้จะมีงานเอกสารกองพูนเป็ูเาหรือข่าวลือหลอนๆ
เพราะสำหรับอินโทรเวิร์ตอย่างฉัน…คนน่ากลัวกว่าผีเยอะ
“ฮ้าา~”
ฉันสูดหายใจเข้าเต็มปอดพยุงตัวลุกจากเก้าอี้
เอาล่ะ! เย็นมากแล้ว เตรียมเก็บของกลับหอดีกว่า~
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เอ๊ะ ใครมาเคาะประตูเอาป่านนี้? ทุกคนน่าจะกลับหมดแล้วนี่นา
ไอ้แว่นลืมของหรอ? แต่ปกติมันไม่เคาะนะ
ลุงยามกับป้าแม่บ้านก็ไม่เคยมาที่นี่
…แล้วใครล่ะ?
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ใจฉันเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เมื่อคิดถึงความเป็ไปได้
ผีหลอกไม่กลัว แต่ถ้าเกิดเป็โจร สตอล์กเกอร์ หรือฆาตรกรโรคจิตล่ะ? ><
ตึกนี้ยิ่งเปลี่ยวๆ อยู่ด้วย ต่อให้แหกปากดังแค่ไหน คงไม่มีใครได้ยิน
ทำไงดี~~ TToTT ไม่น่าเอ้อระเหยจนกลับช้ากว่าปกติเลย
ฉันก้มหลบใต้โต๊ะ กำไม้บรรทัดฟุตเหล็กอาวุธเพียงหนึ่งเดียวไว้แน่น
แกร๊ก!
แอ๊ดด~
เสียงลูกบิดเปิดประตูและบานพับสนิมเขรอะดังชัดเหมือนหนังสยองขวัญ ตามด้วยฝีเท้าหนักแน่นย่างใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
ตึก ตึก ตึก ตึก…
และตอนนี้มันหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงานของฉัน
พรึ่บ!
“กรี๊ดดดดดด!!!!!! §@¥#%%€$”
ภาพสุดท้ายที่เห็นก่อนหลับตาปี๋ เหวี่ยงไม้บรรทัดสุดแรงเกิดคือหน้าคนเลือนลาง
“โอ้ย!”
“@#฿%&@#฿!”
ฉันกลัวจนสบถไม่เป็ภาษา มือไม้ฟันอากาศมั่วซั่ว
“เดี๋ยวก่อนสิ! ฉันไม่ใช่ผีนะ!!!”
หมับ!
0_0
ตาโตเบิกโพล่งด้วยความใ เมื่อข้อมือถูกคว้าไว้
“ผอ. ไม่เห็นบอกเลยว่าต้องมาเป็แฟนกับคนบ้า”
คนตรงหน้าพูดอะไรไม่รู้ หูฉันดับไปเรียบร้อย แต่สิ่งแรกที่พุ่งชนััทั้ง 5 คือ 'กลิ่น’
กลิ่นหอมติดจมูกคล้ายสวนดอกไม้ธรรมชาติ หอมนวลยิ่งกว่าน้ำยาปรับผ้านุ่ม
ใบหน้าที่ไม่อาจอธิบายได้ว่าควรใช้คำว่า ‘หล่อ’ หรือ ‘สวย’
แสงอัสดงเล็ดลอดผ่านหน้าต่างส่องกระทบเปลวผมเงินทอระยับปรกขนตาแพยาวเล็กน้อย
ดวงตากลมโตทรงอัลมอนด์สีน้ำทะเลจับจ้องสะกดิญญา
ตอนนี้เราอยู่ใกล้กันมากจนได้ยินเสียงลมหายใจ
“ทวิตซ์…”
ปากเผลอเอ่ยชื่อเขาออกมา
เ้าชายคนสุดท้ายที่ไม่คิดจะกล่าวถึง ตอนนี้เค้าอยู่ตรงหน้าฉันแล้ว
“หอมมั้ยล่ะ?”
น้ำเสียงยียวนเรียกสติทำฉันรีบถอยกรูพร้อมเอามือปิดจมูก
โธ่เอ้ย! ไอ้จมูกไม่รักดี!! แกทำให้ฉันดูแย่~>///<
โป๊ก!
“โอ๊ย!”
ฉันอุทานด้วยความเ็ป สองมือกุมหลังหัวโนที่เพิ่งชนของแข็งหมาดๆ
ถอยเร็วเกิน ลืมไปเลยว่ายังอยู่ใต้โต๊ะ…ฮืออ~ T-T
"นอกจากบ้าแล้วยังโรคจิตอีกหรอเนี่ย สวยเสียของซะจริง”
เ้าของคำพูดเหยียดหยามอิงหลังพิงกำแพงนั่งชันเข่าทรงอย่างแบด มือข้างนึงเสยผมขึ้นไม่สบอารมณ์ สายตาสีครามทอดมองฉันไม่วางตา
“เจ็บมั้ยล่ะ?”
น้ำเสียงทุ้มอ่อนโยนขึ้นชั่วขณะ ก่อนแปรเปลี่ยนเป็โทนกวนประสาท
“สมน้ำหน้า”
กึด
-*- หัวคิ้วขมวดผูกโบว์อัตโนมัติ ไม่ยักรู้ว่าหมอนี่มันกวนโอ้ยเบอร์นี้!
คนตรงหน้ายั่วน้ำโหคูณสอง เมื่อเห็นฉันแสดงอาการหัวเสียออกมามากเท่าไหร่ เขายิ่งฉีกยิ้มกว้างขึ้นเท่านั้น
“ตลกจัง”
ยังมิวายกวนบาทา - -* ฉันรีบปลีกตัวดีกว่า ก่อนได้พลั้งมือฆ่าคน
“หลีกหน่อยเซ่!”
คนฟังตัวเบอเร่อนั่งจุมปุ๊กอยู่ที่เดิม ไม่ยอมหลีกให้ฉันได้เคลื่อนตัวออกจากโต๊ะทำงานแคบๆ
นี่! ตำแหน่งโต๊ะกับหน้าต่างมันห่างกันแค่พอวางเก้าอี้นะ ถ้านายยังนั่งทื่อเป็หินปิดปากถ้ำอยู่แบบนี้ ฉันจะออกไปยังไงล่ะย๊ะ?! o>*