“ว้าวโชคดีสุดๆ เป็แรร์ไอเทมจริงๆ ด้วย!”
ซุนเฟยมองตาแทบเยิ้มแทบจะอดใจรอคว้าแรร์ไอเทมมาไว้ในมือไม่ไหวเขามองมันอย่างละเอียด แต่ใครจะรู้ว่าจะมีเสียงเ็าลึกลับโผล่ขึ้นมาในหัวตอนนี้
“เวลาเล่นเกมของคุณวันนี้ถึงขีดจำกัดแล้วผู้เล่นกรุณาเตรียมบันทึกข้อมูลในเกม!”
ในที่สุดก็มาสักที!
แต่คราวนี้เสียงเ็าลึกลับนั่นกลับไม่ได้เร่งนับเวลาถอยหลังสามวินาทีเหมือนทุกครั้ง แต่ให้ซุนเฟยมีเวลาเตรียมตัว
“รอเสียงเ้าตั้งนาน!”ในใจซุนเฟยพลันบีบรัดแน่น
ไม่ผิดแน่ๆแม้ว่าก่อนหน้านี้ซุนเฟยจะรวมสมาธิพุ่งเป้าไปที่การฆ่ามอนสเตอร์ แต่แผนของซุนเฟยคือรอให้เสียงลึกลับนั่นปรากฏตัวอยู่นานแล้ว
ด้วยความที่ซุนเฟยกลัวจะชวดโอกาสไปจึงรีบแหกปากะโไปบนท้องฟ้าว่า“เดี๋ยวๆๆ รอเดี๋ยว ข้ามีเื่อยากจะถาม...ข้าอยากแลกเปลี่ยน 'น้ำยารักษาชีวิต' หวังว่าข้าจะสามารถนำมันออกไปที่โลกของข้าได้ท่านเข้าใจความหมายที่ข้าพูดใช่ไหม? บอกข้าที ข้าต้องจ่ายราคาแลกเปลี่ยนด้วยอะไร?”
ตอนนี้ซุนเฟยรวบรวมพลังจิตพยายามสื่อสานกับเสียงลึกลับในสมอง
ทว่าเสียงลึกลับนั้นไม่ได้ตอบกลับมา
วินาทีถัดมามีแต่ความเงียบที่ทำให้ผู้คนใจสั่นด้วยความหวาดกลัว
เวลาเพียงสามสี่วินาทีแต่สำหรับซุนเฟยที่กำลังรอคำตอบ มันกลับดูเหมือนยาวนานหลายศตวรรษ
สุดท้าย พอเวลาผ่านไปได้ห้าวินาทีเสียงลึกลับนั่นก็ปรากฏขึ้นในหัวของซุนเฟยอีกครั้ง
“ตามที่ท่านปรารถนา... 'น้ำยารักษาชีวิตขวดเล็ก' ราคาแลกเปลี่ยนต่อขวดคือสามพันเหรียญทองความสำเร็จในการแลกเปลี่ยน 75% เหรียญทองจะถูกหักโดยตรงจากจำนวนเหรียญทองที่ผู้เล่นหากเหรียญทองไม่พอ สามารถใช้ไอเทมที่ผู้เล่นแลกเปลี่ยนอัตราการแลกเปลี่ยน 20 % ของมูลค่าที่แท้จริงของไอเทม...กรุณายืนยันการแลกเปลี่ยนเริ่มนับถอยหลังใน...สิบ...แปด...ห้า...”
“ข้าแลกเปลี่ยนแน่นอนว่าต้องแลกเปลี่ยน....แลกเปลี่ยน 'น้ำยารักษาชีวิตขวดเล็ก' สามขวด”
ซุนเฟยะโออกมาอย่างดีใจ
“ติ้ง! จากการคำนวณเหรียญทองแล้วไม่เพียงพอ ไอเทมไม่เพียงพอโปรดเปลี่ยนไอเทมที่ท่านจะแลกหรือเปลี่ยนจำนวนไอเทมที่ท่านจะแลก...เริ่มนับถอยหลังใน...สี่...สาม...”
“แลกเปลี่ยนหนึ่งขวด... 'น้ำยารักษาชีวิตขวดเล็ก' หนึ่งขวด” ซุนเฟยรีบะโขึ้นมา
“ติ้ง! จากการคำนวณ...เหรียญทองไม่เพียงพอ...ไอเทมเพียงพอต่อการแลกเปลี่ยน...คำนวนอัตราการแลกเปลี่ยนสำเร็จ75%...แลกเปลี่ยนสำเร็จ...เวลาเล่นเกมของคุณวันนี้ถึงขีดจำกัดแล้วผู้เล่นถูกดึงออกจากเกม”
ดิ๊งด่อง!
เสียงไพเราะดังขึ้นข้างหู
เบื้องหน้าของซุนเฟยพร่ามัวขึ้นอีกครั้งทิวทัศน์ทั้งหมดเริ่มบิดเบี้ยวไม่หยุด ในที่สุดก็ค่อยๆ มืดลง
ความมืดเข้าปกคลุมอีกครั้ง
…
…
ฮู้!
ซุนเฟยอุทานออกมาอย่างใก่อนจะะโลงจากเตียง
เขามองไปรอบๆ อย่างละเอียดก็พบว่าตัวเองได้กลับมาที่ห้องโถงราชวังแล้ว
แองเจล่า ‘คู่หมั้น’ของเขานั่งอยู่ข้างๆ เตียง ดวงตากลมโตสีฟ้าคู่นั้นจ้องมองมาที่เขาใบหน้าขาวนวลเต็มไปด้วยความกังวลใจ
“อเล็กซานเดอร์ในที่สุดฝ่าาก็ตื่นแล้ว”
เมื่อเห็นซุนเฟยตื่นขึ้นใบหน้าของแองเจล่าที่เสมือนมีเมฆครึ้มปกคลุมอยู่ก็พลันสลายหายไป หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงดีใจติดจะสั่นๆ ว่า“ข้าเห็นไหล่ซ้ายของฝ่าามีเืไหลออกมามาก...ใช่แล้วเมื่อกี้ฝ่าาเพิ่งจะฝันร้ายใช่หรือไม่? ตอนที่ฝ่าาหลับดูกระสับกระส่ายเหงื่อผุดออกมาเต็มใบหน้า...ข้ากังวลจริงๆ หากฝ่าาเป็อะไรขึ้นมา...”
ซุนเฟยตกตะลึงไปชั่วครู่
จากคำพูดที่ไม่ได้มีการลำดับคำพูดทำให้ซุนเฟยรับรู้ถึงความห่วงใยอย่างลึกล้ำของหญิงสาวตรงหน้าที่มีต่อตนเอง
ความเป็ห่วงนี้ไม่ใช่เพราะว่าตัวเองกลายเป็วีรบุรุษของเมืองแซมบอร์ดในชั่วข้ามคืน และไม่เหมือนที่บรู๊คและเหล่าทหารที่เคารพศรัทธาผู้ที่แข็งแกร่งกว่านั่นเป็ความรู้สึกที่เรียบง่ายจากหัวใจ ที่ไม่ว่าตนเองจะเป็คนโง่เง่าหรือกลายเป็คนปกติหลังจากทะลุมิติมาแองเจล่า เทพธิดาคนนี้เป็หญิงสาวที่งามบริสุทธิ์ทั้งกายและใจที่คอยเป็ห่วงและดูแลตนเองเสมอมา
ความห่วงใยแบบนี้ทำให้ในใจของซุนเฟยรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมา
บางทีความห่วงใยนี้น่าจะมอบให้กับเ้าของร่างที่ชื่ออเล็กซานเดอร์ที่ตนเองมาสิงอยู่
แต่ไม่ว่าอย่างไร ซุนเฟยก็รู้สึกดีกับหญิงสาวที่งามบริสุทธิ์ตรงหน้าจริงๆ
แม้ว่าครั้งหนึ่งเขาจะเคยเป็ตัวเลวร้าย ที่ปกติชอบเด็ดดอกไม้งามและยังชอบหาข้ออ้างในการแทะโลมััสาวๆ สวยๆแต่นั่นก็เป็เพียงธรรมชาติของผู้ชายเท่านั้น ในความเป็จริง หากพูดตามเนื้อแท้ซุนเฟยเป็ผู้ชายที่สุภาพเต็มร้อยที่ชอบดอกไม้สวยๆ งามๆ เขามีอุดมการณ์ที่เขายึดมั่น ถึงแม้จะชอบพูดจาบ้าๆ บอๆ แต่ก็ไม่ได้สำส่อนอย่างแน่นอน
แต่ความบริสุทธิ์ของแองเจล่ากลับทำให้หัวใจของซุนเฟยเต้นแรง
เขาหวั่นไหวในความซื่อบริสุทธิ์ของแองเจล่าจริงๆ
ลองถามผู้หญิงคนไหนดูก็ได้หลังจากที่รู้ว่าตัวเองต้องแต่งงานให้กับคนปัญญาอ่อนคนหนึ่ง จะยังมาเป็ห่วงเป็ใยไอ้คนปัญญาอ่อนคนนี้ไหม? ทำไมแองเจล่าถึงยอมหมั้นกับคนปัญญาอ่อนอย่างอเล็กซานเดอร์ ซุนเฟยก็ไม่รู้เบื้องลึกเื้ัเช่นกันแต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคในการตัดสินใจของซุนเฟยต่อจากนี้เขาจะทำทุกอย่างให้ผู้หญิงคนนี้มีความสุขโดยไม่คำนึงถึงสิ่งใด
แน่นอนว่าถ้าหากสามารถได้แต่งหญิงสาวเป็เมียจริงๆ นั่นก็จะยิ่งดีมาก เข้าทำนองที่ว่า ของดีจะแบ่งคนอื่นได้อย่างไร สู้เก็บไว้กับตัวจะดีเสียกว่า!
“วางใจเถอะแองเจล่า อาการาเ็ของข้าดีขึ้นแล้ว...”
ซุนเฟยยิ้มสดใสให้สาวงามแล้วลงจากเตียงปลดเกราะของอัศวินตรงอกและถอดเสื้อซับออกมา าแบนไหล่ซ้ายสมานตัวแล้ว รอยแผลหายไปเหลือแต่จุดแดงเล็กๆ
เหตุการณ์นี้ก็เป็อย่างที่ซุนเฟยคาดการณ์ไว้
หลังจากเข้าเล่นโลก Diablo แล้วไม่ว่าร่างกายตัวเองได้รับาแอะไรมาก่อนหน้านี้ร่างกายก็จะถูกฟื้นฟูกลับมาปกติอย่างน่ามหัศจรรย์
ใบหน้าแดงๆ ของแองเจล่าพุ่งเข้ามาสำรวจาแนั้นอย่างละเอียด ก่อนจะรู้สึกโล่งใจ
ก่อนหน้านี้ตอนที่อเล็กซานเดอร์ยังเป็คนปัญญาอ่อนเวลาแองเจล่าเผชิญหน้ากับเขา จิตใต้สำนึกจะทำเหมือนเขาเป็เด็กชายที่ไม่รู้ความไม่ได้รู้สึกอะไร แต่ตอนนี้จู่ๆ อเล็กซานเดอร์ก็กลายเป็คนปกติเพียงชั่วข้ามคืนแองเจล่าจึงพบว่าไม่รู้ว่าั้แ่เมื่อไรที่ความคิดตัวเองเริ่มอยู่ในสภาพสับสนวุ่นวายมากและมองสถานะของคนตรงหน้าเป็คู่หมั้นของตัวเอง ในใจของสาวงามก็พลันเต้นโครมครามราวกับกวางน้อยที่กำลังตื่นกลัว
แองเจล่าไม่รู้ว่าหน้าตาของตัวเองตอนนี้กำลังขวยเขินอย่างน่ารักจนทำให้ซุนเฟยมองตาค้าง
ทั้งสองคนไม่มีใครพูดบรรยากาศห้องโถงพลันเงียบสงบ
บรรยากาศดูมีเสน่ห์ชวนหลงใหลเล็กน้อย
ซุนเฟยพลันคิดถึงกวีบทหนึ่งของท่านไป๋จวีอี้ที่แต่งขึ้นมาตอนที่ท่านล่องเรือเที่ยวสำราญโดยไม่ได้ตั้งใจ อย่าได้เกลียดชีวิตที่อยู่ในความมืดมิดแม้ยามไร้เสียงก็ยังเหนือกว่าตอนเอ่ยวาจา...เอ๊ะท่อนหลังแต่งว่าอย่างไรก็จำไม่ได้แล้วน่าจะเป็ความงามของดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิไหนเลยจะปิดบังได้มองไปก็เห็นกิ่งดอกไม้สีแดงที่ยื่นออกมานอกกำแพง?
ช่างเป็่เวลาที่ยอดเยี่ยมจริงๆ
ซุนเฟยคิดอย่างชื่นมื่น
และตอนนี้เองบรรยากาศหวานล้ำก็พลันถูกทำลาย
ปัง!
ประตูห้องโถงถูกเปิดออก
สาวน้อยเจ็มม่าวิ่งเข้ามาอย่างเร่งรีบ
สาวน้อยคนนี้ไม่รู้เลยว่าตัวเองได้ทำลายบรรยากาศดีๆ ของคนอื่นทิ้งอย่างไม่มีเหลือชิ้นดีและดูเหมือนว่าจะไม่สนใจสายตาแทบจะฆ่าคนของซุนเฟยด้วยนางหอบหายใจอย่างเหนื่อยๆ แล้วะโว่า “อเล็กซานเดอร์วิธีรักษาของเ้าเป็อย่างไรบ้าง ท่านอาเพียร์ซจะทนไม่ไหวแล้ว...”
บัดซบเอ๊ย!
ซุนเฟยพลันนึกเื่สำคัญออก
เขามองไปรอบ ๆ ครู่หนึ่งในที่สุดเขาก็พบของที่ตนเองใช้เงินและของมีค่ามากมายเพื่อแลกกับไอเทมชิ้นนี้ วางบนเตียงคิงส์ไซส์ที่เขานอน 'น้ำยารักษาชีวิตขวดเล็ก'
พระเ้าคุ้มครองเ้าขวดนี้ในโลก Diablo ขอเพียงยังไม่ตายและดื่มน้ำยารักษาชีวิตสีแดงนี้ก็สามารถช่วยให้คนหายจากอาการาเ็ในชั่วพริบตาสุดท้ายเขาก็ทำการแลกเปลี่ยนออกมาสำเร็จ
ซุนเฟยพิจารณาเ้าขวดเล็กๆ ในมืออย่างละเอียด
ลักษณะของมันเหมือนขวดหมึกเล็กๆ ขวดหนึ่งด้านในมีของเหลวสีแดงสดใส ดูคล้ายๆ กับน้ำแดงแต่มันไม่เหนียวเหนอะหนะ
“เล็กขนาดนี้จะช่วยรักษาอาการาเ็ของเพียร์ซและทหารอีกสามร้อยนาย เกรงว่าคงจะไม่พอ...”
ซุนเฟยสำรวจขวดไปพลางในใจก็ครุ่นคิดไปพลาง
“ทำอย่างไรดีนะ?คงต้องลองดูผลก่อนแล้วกันหากผลของน้ำยารักษาชีวิตขวดนี้มันดีเหมือนในโลก Diablo บางทีอาจจะต้องเจือจางด้วยน้ำเพื่อช่วยชีวิตของพวกเขาหรืออาจจะ...”
“มัวนิ่งทำอะไรรีบไปเร็ว ไปๆๆๆ...” สาวน้อยเจ็มม่าไม่ฟังคำอธิบายใดๆ ลากซุนเฟยออกไปข้างนอก
เมื่อแองเจล่าได้สติกลับมาในขณะที่จะเดินตามไปกลับได้ยินซุนเฟยหันมาพูดกับเธอว่า “แองเจล่า เ้าช่วยข้าเตรียมหม้อใหญ่สองอันที่ใส่น้ำสะอาดจนเต็มหม้อให้หน่อยบางทีเราอาจจะได้ใช้มัน”
“เตรียมน้ำสะอาดกับหม้อไว้ทำอะไร?”สาวน้อยผมทองเหมือนเด็กน้อยที่อยากรู้อยากเห็นไปหมดหลังจากได้ยินคำพูดแปลกๆ ก็ถามว่า “ข้าจะช่วยพี่แองเจล่าเตรียมของเ่าั้ให้อเล็กซานเดอร์ เ้ารีบไปดูท่านอาเพียร์ซเถอะ เขาจะไม่ไหวแล้ว”
ซุนเฟยพูดไม่ออก
การที่เด็กสาวนางหนึ่งจะมาสั่งองค์าามันไม่สมควรแต่ซุนเฟยก็ไม่ว่าอะไรมิหนำซ้ำยังทำตามคำสั่งนั้นอีกด้วย
…
…
ซุนเฟยมาถึงลานหน้าพระราชวัง
ที่นี่มีเหล่าทหารที่ได้รับาเ็นอนเต็มไปหมดและร้องครวญครางด้วยความเ็ปไม่หยุด
แต่พวกเขาได้รับการดูแลที่ดีมากสภาพจิตใจดีกว่าตอนที่อยู่ที่สถานรักษาพยาบาลเก่าเป็ไหนๆ
นอกจากจะมีหมอแล้วยังมีเหล่าสตรีบางส่วนในเมืองแซมบอร์ดถูกจัดให้มาดูแลทหารที่ได้รับาเ็ที่นี่ความใจกว้างขององค์าาอเล็กซานเดอร์ทุกคนต่างเข้าใจดี ใน่เวลาวิกฤติของบ้านเมือง ทุกคนต้องร่วมแรงร่วมใจกันไม่อย่างนั้นคงไม่มีแม้แต่ที่ให้ซุกหัวนอน เมื่อใดที่เมืองถูกตีแตกนั่นหมายถึงความตายของทุกคน
“องค์าาเสด็จแล้ว!”
เมื่อเห็นซุนเฟยเดินเข้ามาทุกสายตาก็หันมาซุนเฟยทันที
สิ่งที่เกิดขึ้นในการต่อสู้ตอนกลางวันได้แพร่กระจายไปทั่วเมืองแซมบอร์ดอย่างรวดเร็วหลายๆ คนเชื่อว่าองค์าาที่โง่เง่าปัญญาอ่อนได้รับการอวยพรจากพระเ้าทำให้เขากลายเป็วีรบุรุษที่มีความสามารถเลิศล้ำดังนั้นอเล็กซานเดอร์จึงกลายเป็ตัวแทนพระเ้าได้อย่างถูกจังหวะและทำให้ได้รับความเคารพและศรัทธาจากทุกคน
ทุกคนต่างตื่นเต้นที่จะทักทายพูดคุยกับซุนเฟย
แม้กระทั่งบางคนที่คุกเข่าลงแล้วจูบที่เท้าของซุนเฟยซึ่งมันสร้างความใให้กับเขามาก
“เวรล่ะ!เฮ้ยๆๆ...เ้ากัดเท้าข้าแล้ว...อูย! ดูเหมือนเส้นทางการเป็วีรบุรุษของที่นี่มันไม่ง่ายเลยจริงๆ...”แม้ว่าปกติแล้วซุนเฟยจะชอบให้คนเคารพตนเอง แต่เคารพมากขนาดนี้ก็เกินไป
มันไม่ง่ายเลยกว่าที่เข้าจะหลุดออกมาจากฝูงชนเขาได้ยินเสียงร้องไห้ลอยเข้ามาที่หู