The Phoenix of Andromeda

    04 กองกำลังลับโบโรเธีย



    "แล้วตอนนี้องค์จักรพรรดิ์กับพระราชโอรสได้ไปหลบซ่อนตัวแล้วใช่หรือไม่? " โคแวนถามทหารหน่วยสื่อสาร

    "กองทหารสื่อสารทางฝั่งโน้นยังไม่สามารถระบุถึงเรื่องนี้ได้ครับ เพียงแต่ว่าการสอดแนมของทางฝ่ายเราก็ยังเห็นว่าทั้งองค์จักรพรรดิ์และพระราชโอรสของเรายังไม่ได้ตกอยู่ในความครอบครองของทางฝ่ายกองกำลังโบโรเธีย นอกจากเครือญาติขององค์จักรพรรดิ์และทหารองครักษ์ขององค์จักรพรรดิ์บางคนที่ได้ถูกควบคุมตัวไว้ที่อีกส่วนหนึ่งของตำหนักจักรพรรดิ์ครับท่านโคแวน" ทหารสื่อสารตอบ

    "อืม... เมื่อเป็นดังนี้ก็ดีแล้ว... แต่ตอนนี้พวกเราจะมัวคลายใจถึงเรื่องนี้อยู่ไม่ได้" แล้วโคแวนก็กวาดสายตาไปที่ทหารทุกๆคนที่อยู่ภายในห้อง "เพราะจะอย่างไรพวกกองกำลังของโบโรเธียนนั่นก็ได้รู้ถึงความลับของทางลับใต้ดินไปแล้ว จึงได้สามารถลักลอบเข้ามาในพระราชวังด้านในได้สำเร็จ แต่ทั้งหมดนี้นั้น มันก็ไม่ได้ผิดจากที่ข้าได้คาดการณ์ไว้ตั้งแต่แรกหรอกนะ และสิ่งที่พวกเราจะต้องรีบเร่งทำในตอนนี้ก็คือการค้นหาตัวองค์จักรพรรดิ์และพระราชโอรสให้เจอโดยเร่งด่วน และนำทั้งสองไปยังห้องนิรภัยทองคำ แต่บางที ขณะนี้ทั้งสองอาจจะเข้าไปหลบอยู่ในห้องนิรภัยทองคำแล้วก็ได้ ดังนั้นสิ่งที่เราจะต้องเร่งรีบทำกันในตอนนี้อีกอย่างก็คือ การขับไล่พวกกองกำลังโบโรเธียให้ออกไปจากอณาจักรของเราให้เร็วที่สุด...! "

    แล้วเขาก็หันไปทางวิก "เฝ้ามองจอเรดาห์ให้ดีนะวิก ตอนนี้ข้าชักจะไม่แน่ใจว่าจะมีการบุกโจมตีเข้ามาทางอากาศด้วยหรือเปล่า แต่ข้ากำลังสงสัยว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นกลลวงของพวกโบโรเธียเองซะมากกว่านะ...? "

    แล้วเขาก็หันไปหาเหล่าพลทหารคนอื่นๆ "พวกเจ้า รีบพาข้าไปที่ยานใต้ดินความเร็วสูงโดยด่วน เราจะต้องรีบกลับเข้าสู่วังชั้นในให้เร็วที่สุด...! "


    *ภายในตำหนักจักรพรรดิ์ของพระราชวังชั้นในแห่งอณาจักรแอนโดร่า*


    พวกเจ้า... หาตัวองค์พระจักรพรรดิ์กันเจอหรือยัง...? " บุรุษร่างสูง ผู้สวมชุดนักรบสีดำและสวมหน้ากากสีเงินแวววาวหันกลับมาถามกลุ่มทหารโบโรเธียที่อยู่ในเครื่องแบบสีเทาจำนวนประมาณสามสิบคน ที่กำลังยืนรอคำสั่งจากเขา

    "ยังไม่เจอครับ... ท่านเมธานอส" หัวหน้าทหารคนที่อยู่ด้านหน้าพูดขึ้น "แต่คาดว่าน่าจะหลบอยู่ในมุมไหนมุมหนึ่งของตำหนักจักรพรรดิ์อันซับซ้อนนี้อย่างแน่นอนครับ"

    บุรุษผู้สวมหน้ากากสีเงินผู้ถูกเรียกว่าเมธานอสทำท่าครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะกล่าวต่อไป

    "บางที อาจจะหลบอยู่ในห้องนิรภัยทองคำที่ข้าเคยได้ข้อมูลมาว่าอยู่ในชั้นในลึกสุดของตำหนักจักรพรรดิ์แห่งนี้ แต่ก่อนที่จะเข้าไปถึงห้องนั้นได้ ก็ยังมีกับดักอันซับซ้อนวางไว้เพื่อป้องกันผู้บุกรุกด้วย ถ้าเป็นเช่นนั้น เราก็จะต้องหาคนที่สามารถจะปลดรหัสกับดักเหล่านั้นให้ได้ซะก่อนในตอนนี้..."

    "ว๊า... เสียเวลากว่าที่คิด" เสียงแหลมเล็กของสตรีนางหนึ่งพูดขึ้น "ข้านึกว่า พอพ้นออกมาจากอุโมงค์ลับใต้ดินที่เราเข้ามาแล้ว เราก็จะสามารถเข้าถึงตัวจักรพรรดิ์โง่ๆ นั่นได้อย่างง่ายๆ เลยซะอีก..."

    เมธานอสหันขวับมาที่สตรีนางนี้ทันที

    สตรีนางนี้มีหน้าตาสวยงามหมดจด แต่แววตาของนางกลับแฝงไว้ด้วยความโหดเหี้ยมอำมหิต นางสวมชุดนักรบสีแดงเพลิงเช่นเดียวกับสีผมของนาง และท่าทางของนางนั้นก็ดูองอาจห้าวหาญเกินกว่าสตรีธรรมดาสามัญทั่วไป ที่ด้านหลังของนางนั้นก็ยังมี กลุ่มนักรบประหลาดที่เป็นบุรุษจำนวนหกคนยืนรอคำสั่งจากเมธานอสอยู่เช่นกัน

    "องค์จักรรพรรดิ์ของแอนโดร่าไม่ได้โง่นะคาเมเลียส...! " เมธานอสพูดขึ้น "ไม่อย่างนั้น อณาจักรโบโรเธียของเราคงจะยึดอณาจักรแอนโดร่าไปได้ตั้งนานแล้วสิ..."

    แล้วสตรีผู้ถูกเรียกว่าคาเมเลียสก็สะบัดหน้าหันไปอีกทาง พลางสบถอะไรเบาๆ

    แล้วเมธานอสก็หันกลับไปที่กลุ่มทหารแห่งโบโรเธีย "เอาล่ะ แล้วตอนนี้พวกเครือญาติขององค์พระจักรพรรดิ์อยู่ที่ไหนกันแล้ว...? "

    "ตอนนี้พวกทหารของเราอีกกองหนึ่งได้ต้อนไปรวมกันไว้ที่ห้องโถงใหญ่ทางปีกขวาของตำหนักจักรพรรดิ์นี่แล้วครับ ส่วนทหารองครักษ์ขององค์จักรพรรดิ์อีกสามคนก็ถูกพวกเราควบคุมตัวไว้ที่อีกห้องหนึ่งครับท่านเมธานอส" หัวหน้ากลุ่มทหารตอบ

    "แล้วพวกทหารของแอนโดร่าที่รวมตัวกันอยู่ด้านหน้าของวังนั่นมันคงจะไม่กล้าบุกกันเข้ามาอีกแล้วใช่ไหม? " เมธานอสถามต่อไป

    "ครับ อย่างที่ท่านเมธานอสได้คาดการณ์เอาไว้ พอเราบุกทะลวงเข้ามาจากทางลับด้านใน และควบคุมเหล่าเครือญาติขององค์จักรพรรดิ์ไว้ได้แล้ว พวกทหารแอนโดร่าที่อยู่ข้างนอกนั่นก็ไม่กล้าบุกกันเข้ามาอีกเลยครับ"

    "ดี...! พวกเราทุกคนจงฟัง" เมธานอสประกาศ "เราจะไปถามหารหัสเพื่อปลดล็อกกับดักหน้าทางเข้าห้องนิรภัยทองคำจากพวกเครือญาติขององค์จักรพรรดิ์ แล้วก็จงอย่าลืมว่า เป้าหมายในการทำงานครั้งนี้ของเราก็คือการชิงตัวโอรสขององค์จักรพรรดิ์กลับสู่อณาจักรของเราให้ได้เท่านั้น ดังนั้นก็ขอให้พวกเจ้าทั้งหมดอย่าทำอะไรบุ่มบ่ามตามใจชอบ ก่อนที่จะมีคำสั่งจากข้า จงจำกันไว้ให้ดีด้วย! "

    เมธานอสเน้นเสียงประโยคสุดท้ายพลางหันไปจ้องหน้าคาเมเลียส แต่นางก็กลับทำหน้าเบ้อย่างไม่อยากจะรับฟังนัก


    *ที่ด้านหน้าประตูใหญ่ ของพระราชวังชั้นใน*


    กองทหารแห่งแอนโดร่ากำลังปักหลักดูสถานการณ์การจู่โจมของพวกโบโรเธียอย่างแทบไม่กระพริบตา พวกเขาไม่อาจจะบุกทะลวงเข้าไปโรมรันกับกองกำลังของโบโรเธียได้ในขณะนี้ เมื่อทราบว่าองค์พระจักรพรรดิ์และเครือญาติของพระองค์ได้ถูกกักตัวไว้อยู่ภายในตำหนักนั้น

    "นี่ถือว่าเป็นคืนที่เลวร้ายที่สุดคืนหนึ่งของอณาจักรเราที่ต้องมาเผชิญกับการบุกรุกเข้าสู่วังชั้นในแบบสายฟ้าแล่บของพวกโบโรเธีย..."

    บุรุษผู้มีรูปร่างไม่สูงใหญ่นัก แต่ดูองอาจห้าวหาญและแต่งกายแบบอัศวินชั้นสูงพูดขึ้นขณะที่กำลังยืนอยู่บนหอคอยสูงที่อยู่ไม่ไกลจากประตูทางเข้าตำหนักจักรพรรด์

    "ตอนนี้เจ้าได้เห็นการเคลื่อนไหวใดๆ ของพวกทหารหุ่นยนต์แห่งโบโรเธียที่อยู่แถวหน้าตำหนักนั่นอีกหรือไม่? " เขาหันไปถามพลทหารคนที่กำลังส่องกล้องดูความเคลื่อนไหวภายในตำหนักจักรพรรดิ์

    "ตอนนี้ไม่เห็นการเคลื่อนไหวใดๆ อีกเลยครับท่านโรมิยาส" พลทหารตอบพลางลดกล้องลง "พวกทหารหุ่นยนต์ที่เป็นหน่วยหน้านี่ยังคงคุมเชิงอยู่ที่หน้าตำหนักเช่นเดิม จำนวนคร่าวๆ ของมัน น่าจะมีแค่ร้อยกว่าตัวเท่านั้นเองนะครับ"

    "ถึงอย่างนั้นก็เถอะ..."บุรุษผู้ถูกเรียกว่าโรมิยาสกล่าวต่อไป "พวกมันเองก็คงจะรู้ว่า พวกเราที่อยู่ทางฝั่งนี้อย่างไรก็คงไม่กล้าบุกเข้าไปในตอนนี้แน่ๆ ในเมื่อองค์พระจักรพรรดิ์และพระโอรสยังคงถูกกักไว้ที่ตำหนักด้านในแบบนี้"

    แล้วเขาก็ลูบคางขบคิดก่อนจะพูดต่อไป "ขณะนี้โคแวนคงจะรู้ข่าวแล้วสินะ แต่เราจะมัวรอการกลับมาของเขาอยู่ไม่ได้ ข้าจะต้องหาทางลักลอบเข้าไปด้านใน เพื่อค้นหาตัวพระโอรสและองค์พระจักรพรรดิ์ให้พบเจอโดยด่วนก่อน จากนั้นข้าจะหาทางช่วยเหลือคนของเรา ก่อนจะลักลอบเล่นงานหรือกำจัดพวกผู้บุกรุกนี้ให้ได้มากที่สุด! "

    แล้วเขาก็หันไปหาพลทหารอีกคนหนึ่ง "โรมินอฟอยู่ที่ไหน...? เรียกโรมินอฟมาหาข้าหน่อยสิ? "

    สักพักเดียว บุรุษผู้ชื่อโรมินอฟผู้มีหน้าตาคล้ายคลึงกับโรมิยาสแต่ดูอ่อนวัยกว่าก็แหวกกลุ่มทหารเข้ามา

    "ท่านพี่... ตัดสินใจจะทำยังไงต่อหรือครับตอนนี้? " เขาถามโรมิยาส

    "น้องรัก..." โรมิยาสจับไหล่โรมินอฟผู้เป็นน้องชายของเขาเอง "ข้าได้ตัดสินใจว่า จะลอบเข้าไปในตำหนักด้านใน เจ้าจะต้องคอยดูแลกองทหารของเราตรงนี้ไว้ให้ดี และรอฟังสัญญาณจากข้า ขณะนี้โคแวนกำลังเดินทางกลับมาแล้ว แต่ข้าจะมัวรอช้าอยู่ไม่ได้ เพราะจดประสงค์ของพวกโบโรเธียนั้น ข้าคาดเดาว่า ต้องอยู่ที่พระโอรสขององค์พระจักรพรรดิ์เราแน่ๆ "

    โรมินอฟมีสีหน้าประหลาดใจขึ้นมา "ท่านพี่ พวกโบโรเธียนั่นคงจะไม่เชื่อเรื่องคำทำนายนั่นหรอกนะ...? "

    "คำทำนายนั่น ป่านนี้มันคงได้แพร่หลายไปทั่วดาราจักรแล้วล่ะน้องข้า และพวกมันก็คงจะเชื่อกันแน่ๆ ว่า จะเป็นไปตามนั้นจริงๆ พวกมันถึงได้มีปฏิบัติการเช่นนี้... อา... ศาสนาบาดูลอันเก่าแก่นั่นมันยังเป็นคัมภีร์ที่ทั่วทั้งดาราจักรยังคงยึดเหนี่ยวอยู่ลึกๆ เมื่อมีคำทำนายในรอบพันปีของศิลาบรรพกาลนั่นออกมาในขณะนี้ด้วย ก็ย่อมส่งผลต่อความเชื่ออันเก่าแก่นั้นด้วยอย่างแน่นอน แต่ข้าเองนั้นรู้สึกเสียดายเหลือเกินที่คำทำนายบ้าๆ นั่นดันมีออกมาหลังจากที่พระโอรสของเราประสูติแล้ว ไม่อย่างนั้นพวกเราคงจะได้ช่วยกันปกปิดเรื่องพระโอรสของเรามีลายสักเป็นรูปนกฟีนิกซ์มาแต่กำเนิดกันซะก่อน..."

    โรมินอฟงุนงงขึ้นมา "ท่านพี่... ท่านพี่หมายความว่า...? '

    "ความหมายของข้าก็คือ... " โรมิยาสอธิบายต่อ "อณาจักรแอนโดร่าของเราไม่ได้คิดจะอำพรางเรื่องรอยสักรูปนกฟีนิกซ์นั่นไว้ไม่ให้พวกอณาจักรอื่นๆ ล่วงรู้มาตั้งแต่แรก พอมาถึงตอนนี้ พระโอรสของเรานั้น ก็คงกำลังตกเป็นเป้าหมายของหลายๆ อณาจักรไปแล้วแน่ๆ ในตอนนี้...! "

    แล้วโรมินอฟก็ตื่นตะลึงขึ้นมาทันที!

    "เอาล่ะ..." โรมิยาสจับไหล่น้องชายไว้ทั้งสองข้าง " ดูแลตรงนี้ไว้ให้ดี ข้าจะเข้าไปแล้ว ภาระกิจนี้ไม่แน่ว่าข้าจะทำได้สำเร็จหรือมีชีวิตรอดกลับมาได้หรือไม่ เพราะข้ามั่นใจอีกอย่างหนึ่งว่า นอกจากพวกหุ่นยนต์กากเดนของพวกมันที่คงไปขนเอามาจากพวกไตรตรอนแล้ว ภายในตำหนักด้านในจะยังต้องมีเหล่ายอดนักรบของพวกโบโรเธียรวมอยู่ด้วยอย่างแน่นอน...! "

    แล้วโรมิยาสก็ผละจากไป โดยที่โรมินอฟยังไม่ทันที่จะพูดอะไรออกมาอีก...

    แต่ทว่า ภายในปีกขวาของตำหนักจักรพรรดิ์ในขณะนี้นั้นกลับได้มีการหลั่งเลือดกันขึ้นมาแล้ว!

    l+v