บทที่ 7 พร์ะเืตระกูล เริ่มต้นการถอนหมั้น
ฉัวะ!
ตุ้บ!
แสงกระบี่กรีดผ่านอากาศ พร้อมละอองเืที่สาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ!
"เ้า... เ้า... เ้า..."
ซูชีเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อสายตา พลางชี้นิ้วไปที่ซูชิงลั่วด้วยสีหน้าเหมือนเห็นผี
ชั่วพริบตาต่อมา ร่างของเขาก็ล้มลงกระแทกพื้นอย่างแรง เืสีแดงสดไหลรินตามลำคอของซูชี ดูน่าสยดสยองยิ่งนัก
ซูชิงลั่วก้มมองซูชีที่นอนจมกองเือยู่บนพื้นด้วยสายตาเ็า แม้ว่านางจะพยายามแสดงท่าทางเ็าอย่างถึงที่สุด ทว่า ไหล่ที่สั่นเทาเล็กน้อยกลับเปิดเผยความรู้สึกภายในใจออกมา
เด็กสาววัยสิบหกปีที่เพิ่งฆ่าคนเป็ครั้งแรก ต่อให้จะเ็าหรือหัวขบถเพียงใด ก็ยังคงรู้สึกตื่นเต้นและหวาดกลัว
และนี่กลับเป็การทำเพื่อพ่อเลี้ยงที่นางควรจะเกลียดชังที่สุด...
"หลับตาเสีย อย่ามองเลย" เสียงแหบพร่าเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหูของนาง
หลินม่อเอื้อมมือขึ้นมาปิดตาของซูชิงลั่วไว้ ฝ่ามือของเขาััได้ถึงขนตาที่สั่นระริกของอีกฝ่าย
เขารับรู้ได้ถึงความตื่นเต้นและความหวาดกลัวของซูชิงลั่ว และนี่เป็ครั้งแรกที่หลินม่อได้อยู่ใกล้ชิดกับเด็กสาวถึงเพียงนี้
หัวใจของเขาเองก็เต้นเร็วขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
ซูชิงลั่วส่งเสียงอืมในลำคอเบา ๆ โดยไม่ได้ขัดขืนการกระทำของหลินม่อ
หัวใจของนางเต้นตึกตัก ไม่รู้เพราะเหตุใด นางรู้สึกว่าในขณะนี้ตนเองมีความตื่นเต้นบางอย่าง
แต่ดูเหมือนไม่ใช่เพราะความกลัว...
ส่วนเหล่าสมาชิกตระกูลซูทั้งภายในและภายนอกศาลบรรพชน ต่างก็ตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้!
แต่ละคนเบิกตากว้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
เด็กสาวอัจฉริยะของตระกูลซูถึงกับ... ฆ่าคน?!
์! นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?!
"ชิงลั่ว เ้า... เ้ากำลังทำอะไรกัน?!"
ซูฉี่อู่มีสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าซูชิงลั่วจะฆ่าคนต่อหน้าสาธารณชน!
แม้ว่าด้วยระดับพลังของเขาจะสามารถปกป้องซูชีไว้ได้ แต่มันไม่มีความจำเป็ เพราะเพียงเพื่อคนรับใช้คนหนึ่ง กลับต้องให้ความหวังของตระกูลซูมัวหมอง เห็นได้ชัดว่าไม่คุ้มค่าสักนิด
อีกทั้งซูชิงลั่วกำลังจะเข้าสำนักชิงอวิ๋นในเร็ว ๆ นี้ เมื่อถึงเวลานั้น แม้แต่เขาที่เป็ผู้นำตระกูลก็อาจจะต้องขอความช่วยเหลือจากนาง
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีคนมองอยู่มากมายเช่นนี้ ซูฉี่อู่ย่อมต้องแสร้งทำเป็ดุบ้างตามมารยาท
ส่วนเื่ที่ซูชีกล่าวอ้างว่า หลินม่อเกี่ยวข้องกับการตายของผู้าุโสี่ ความจริงเขาไม่ได้ปักใจเชื่อนัก เพราะผู้าุโสี่มีระดับบำเพ็ญสร้างรากฐาน ส่วนหลินม่อเป็เพียงระดับกลั่นลมปราณขั้นที่หนึ่ง ไม่มีทางเป็ผู้ลงมือสังหารได้อย่างแน่นอน
ต่อให้ทั้งสองจะเกี่ยวข้องกัน เขาก็ยากจะเชื่อว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องที่สำคัญอะไร และต่อให้เกี่ยวข้องกันจริง ๆ หากไม่ใช่การค้นิญญา ก็คงยากที่จะเค้นความจริงออกมาได้
อีกทั้งยังมีซูชิงลั่วอยู่ด้วย เขาจึงไม่อาจใช้วิธีทรมานอย่างเปิดเผยได้ ทำได้เพียงแอบสืบสวนเป็การส่วนตัวเท่านั้น
"เอ๊ะ... เดี๋ยวก่อน เ้าทะลวงระดับแล้วหรือ? กลั่นลมปราณขั้นที่เจ็ด!"
ซูฉี่เหวินที่เงียบมาตลอดพลันอุทานออกมาด้วยความใ
สิ้นคำพูดของเขา คนอื่น ๆ จึงเริ่มรู้สึกตัว
ในตอนนี้พวกเขาถึงสังเกตเห็นว่า กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากตัวซูชิงลั่วนั้น แข็งแกร่งกว่าแต่ก่อนมากนัก
"อะไรนะ! กลั่นลมปราณขั้นที่เจ็ด!"
"นางทะลวงขั้นแล้วจริง ๆ!"
"อายุสิบหกปีแต่เป็ถึงกลั่นลมปราณขั้นที่เจ็ด!"
"์! หากเข้าสำนักชิงอวิ๋นไป ไม่ใช่ว่าจะมีโอกาสได้เป็ศิษย์สายตรงหรอกหรือ?!"
"นั่นสิ ได้ยินว่าศิษย์ฝ่ายในของสำนักชิงอวิ๋นส่วนใหญ่ ต้องอายุห้าสิบปีขึ้นไปด้วย"
"นี่มัน... นี่มัน..."
...
เพียงชั่วพริบตา ศาลบรรพชนก็เกิดความวุ่นวายขึ้นทันที
ไม่ว่าจะเป็สมาชิกตระกูลซู หรือซูฉี่อู่และผู้าุโทั้งสาม ต่างก็มองไปที่ซูชิงลั่วด้วยความเหลือเชื่อ!
พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่า ซูชิงลั่วจะเลื่อนขั้นเป็ระดับกลั่นลมปราณขั้นที่เจ็ดได้ในวัยเพียงสิบหกปี!
เดิมทีด้วยพร์ของซูชิงลั่ว เมื่อเข้าสำนักย่อมต้องได้เป็ศิษย์ฝ่ายในอย่างแน่นอน
แต่ยามนี้ ตำแหน่งศิษย์สายตรงไม่ใช่เื่ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไปแล้ว!
"หากเด็กคนนี้ได้เป็ศิษย์สายตรงจริง ๆ ในภายหน้าตระกูลซูของข้า ไม่ใช่จะได้กลายเป็หนึ่งในตระกูลศิษย์สายตรงของสำนักชิงอวิ๋นหรอกหรือ?!
ตระกูลศิษย์สายตรง! ซี้ด!" ซูฉี่อู่สูดลมหายใจเข้าลึกอีกครั้ง
ต้องรู้ว่า ตระกูลศิษย์สายตรงของสำนักชิงอวิ๋นล้วนมีผู้แข็งแกร่งระดับแกนทองคำขั้นสูงสุด
ที่สำคัญกว่านั้นคือ ตระกูลศิษย์สายตรงสามารถส่งคนเข้าสำนักได้ปีละสิบคน และทุกคนล้วนได้รับตำแหน่งสำคัญภายในสำนัก
กล่าวได้ว่า สำนักชิงอวิ๋นอันกว้างใหญ่ ถูกควบคุมโดยตระกูลศิษย์สายตรงเพียงไม่กี่ตระกูลเท่านั้น! สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงฐานะของตระกูลศิษย์สายตรงได้อย่างชัดเจน!
"แค่ก ๆ... ชิงลั่ว การฆ่าคนในศาลบรรพชนถือว่าไม่เคารพบรรพบุรุษอยู่บ้าง เอาอย่างนี้แล้วกัน ข้าขอลงโทษให้เ้ากักบริเวณเป็เวลาสิบวัน ห้ามออกไปที่ใดเด็ดขาด
ส่วนหลิน... พ่อของเ้าคงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของผู้าุโสี่มากนัก เ้าเองก็อย่าคิดมาก จงตั้งใจบำเพ็ญเพียร อีกไม่นานข้าจะส่งจดหมายไปยังสำนักชิงอวิ๋น
เมื่อเ้าเข้าสำนักแล้ว พวกเราก็นับว่าได้สร้างชื่อเสียงให้วงศ์ตระกูล"
คำพูดของซูฉี่อู่ฟังดูสง่างามและถูกต้อง แต่ไม่ว่าใครก็ฟังออกว่ามีความลำเอียงอยู่ในนั้น
กักตนสิบวัน? นี่เรียกว่าการลงโทษที่ไหนกัน?
แล้วหลินม่อล่ะ ไม่ถามไถ่สักคำเลยหรือ?
เปลี่ยนใจได้รวดเร็วเสียจริง
เหล่าสมาชิกตระกูลซูมองหน้ากันด้วยสีหน้าหลากหลาย แต่ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรออกมา เพราะตอนนี้ทุกคนเข้าใจแล้วว่า เด็กสาวอัจฉริยะตรงหน้านี้มีค่าเพียงใด
อาจกล่าวได้ว่า อนาคตของตระกูลซูฝากไว้ที่นางเพียงคนเดียว!
นอกจากทุกคนจะไม่กล้าเอ่ยปากออกมาแล้ว ภายในใจกลับเริ่มเกิดความหวาดกลัวขึ้นมาแทน
เพราะเมื่อครู่ซูชิงลั่วแสดงออกชัดเจนว่าออกหน้าแทนหลินม่อ ขณะที่ก่อนหน้านี้พวกเขากลับพูดจาถากถางหลินม่อ หากถูกซูชิงลั่วจดจำความแค้นไว้ ต่อไปจะใช้ชีวิตอยู่ในตระกูลได้อย่างไร!
ทุกคนต่างก็สงสัยยิ่งนัก ไม่ใช่ว่าซูชิงลั่วเกลียดหลินม่อมาตลอดหรอกหรือ? วันนี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
เดิมทีหลินม่อคิดว่าตนเองจะต้องถูกเค้นถามอย่างหนัก แต่ผลลัพธ์นี้กลับเหนือความคาดหมายของเขาอย่างมาก
'ดูท่าข้าจะประเมินฐานะของลูกสาวแสนดีคนนี้ในตระกูลซูต่ำไปหน่อย ต่อให้เจินเหรินระดับสร้างรากฐานตายไปคนหนึ่ง ก็ยังปกปิดเื่ราวได้
จิ๊ จิ๊ จิ๊...' หลินม่อเดาะลิ้นในใจด้วยความรู้สึกทึ่ง
ครั้งที่สองแล้วั้แ่ทะลุมิติมา นี่เป็ครั้งที่สองที่ถูกลูกสาวช่วยให้พ้นวิกฤต เขานี่เป็บิดาที่ไม่ได้เื่เอาเสียเลย...
หลินม่อส่ายหัว
เขาไม่อยากเสียเวลาอีกต่อไป และเตรียมตัวกลับไปศึกษาระบบคริติคอลห้าดาวที่พึ่งได้รับมา
ดังนั้นหลังจากบอกลาซูชิงลั่วแล้ว เขาก็หันหลังเตรียมจะจากไป
"เดี๋ยวก่อน! หลินม่อ เ้ากับชิงลั่วอยู่ต่ออีกสักครู่ คนอื่น ๆ แยกย้ายกันไปได้" ซูฉี่อู่เรียกหลินม่อไว้
"หืม? เกิดอะไรขึ้นถึงไม่ให้ไป?"
หลินม่อเลิกคิ้ว แต่ก็หยุดฝีเท้าลง
ส่วนสมาชิกตระกูลซูคนอื่น ๆ รวมถึงผู้าุโทั้งสาม ล้วนทยอยเดินออกจากศาลบรรพชนไป เหลือเพียงซูชิงลั่ว หลินม่อ และซูฉี่อู่สามคนยืนอยู่ในโถง
พื้นในโถงถูกคนรับใช้ทำความสะอาดจนเรียบร้อยแล้ว และซูชิงลั่วั้แ่ลงมือหลังจากนั้นก็นิ่งเงียบไป
นางยืนนิ่งอยู่ที่เดิมโดยไม่พูดอะไร ก้มหน้าลงเล็กน้อย ผมสั้นสีเงินขาวสั่นไหวเป็ระยะ บนแก้มยังคงหลงเหลือรอยสีชมพูจาง ๆ ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
เมื่อเห็นดังนั้น หลินม่อที่รีบร้อนอยากกลับไปศึกษาสิ่งล้ำค่าจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากก่อน
"ขอถามท่านผู้นำตระกูล การที่ให้พวกข้าอยู่ต่อมีธุระสำคัญอันใดหรือขอรับ?"
หลินม่อมองซูฉี่อู่ด้วยความสงสัย
ซูฉี่อู่เหลือบมองซูชิงลั่ว เมื่อเห็นว่านางไม่มีท่าทีผิดปกติ จึงหันกลับมามองหลินม่อ
"ก็ไม่มีเื่ใหญ่อะไร เพียงแต่เ้าในฐานะพ่อเลี้ยงของชิงลั่วย่อมมีสิทธิ์ที่จะรับรู้
เ้าคงรู้ดีว่า ชิงลั่วกำลังจะเข้าสำนักชิงอวิ๋น และคงรู้ว่าพร์ของชิงลั่วยอดเยี่ยมเพียงใด
ดังนั้น... ที่เรียกเ้าไว้ก็เพื่อ้าปรึกษาเื่การถอนหมั้น"
"ถอนหมั้น? ถอนหมั้นอะไรกัน?"
"ก็สัญญาหมั้นหมายกับตระกูลเซียว หนึ่งในสองตระกูลใหญ่แห่งเมืองชิงอวิ๋นอย่างไรเล่า!
ข้าตั้งใจจะให้ชิงลั่วถอนหมั้นกับเ้าเด็กตระกูลเซียวผู้นั้น!"