ปลายรุ้ง 1
อากาศยามค่ำเย็นฉ่ำกว่า่กลางวันท้องถนนที่เต็มไปด้วยยานยนต์สารพัดชนิดค่อยๆ คลานไปข้างหน้าอย่างช้าๆ
ซึลกีไม่รู้สึกเบื่อหน่ายกับการจราจรแม้แต่น้อยเขาซุกกายอิงแอบกับพนักพิงแล้วถอนใจยาวอย่างแสนสุขพรางแอบมองเสี้ยวหน้าของคนรักอดไม่ได้ที่จะสอดมือไปไขว้ไว้กับแขนของเขาแล้วเอียงแก้มซบลงตรงนั้น
ประหลาดนัก...หัวใจของซึลกีเต้นกระตุกผิดจังหวะไปนิดหนึ่งเมื่อรู้สึกว่าแขนข้างนั้นช่างแข็งกระด้างปราศจากความรู้สึกใดร่างบางไม่อาจอ่านความรู้สึกในสีหน้าและดวงตาของเขาได้ ซึลกีเห็นแต่ความเคร่งขรึมในใบหน้าของเขาเท่านั้น
จู่ๆ ลิฟก็เบนรถจอดข้างทางหันมามองซึลกีด้วยดวงตาจุดประกายวาวขึ้นอย่างประหลาดต้นแขนที่แก้มของร่างบางซบอยู่ทำท่าจะเบี่ยงเบนออกเขายืดตัวนั่งตรงแล้วมองหน้าชายหนุ่มอย่างจะถามไถ่แต่ไม่มีคำพูดใดออกมาเขาพยายามรั้งหัวใจที่เต้นรั่วให้กลับมาสงบอย่างยากเย็นในที่สุดเขาพยายามยิ้มเมื่อพูดออกมาก่อน
"งานเลี้ยงสนุกจังเลยนะครับลีฟ แล้วปลีก็ดูดีมากๆ เลยจนกีแทบจะอดอิจฉาไม่ได้ คุณว่ากีโง่ไหมที่ขอให้ปลีเป็เพื่อนเ้าสาว"
"ซึลกี...มีอย่างหนึ่งที่ผมอยากจะบอกคุณแต่...แต่ไม่รู้จะตั้งต้นอย่างไง"
ร่างบางเลิกคิ้วสูงแล้วหัวเราะ"จนป่านนี้แล้วคุณยังไม่กล้าพูดอะไรกับกีตรงๆ อีกรึ ไม่เอาน่าไม่ต้องเกรงใจกันสิ มีอะไรก็พูดมาเถอะ เราสัญญากันแล้วว่าจะไม่ปิดบังอะไรกันไงครับ"
"ซึลกี จริงรึ..คุณแน่ใจนะว่าจะรับฟังความจริงได้"ชายหนุ่มขยับตัวอย่างอึดอัด
"ลีฟครับมีอะไรในใจก็พูดมาเถอะ กีอยากรู้จะแย่แล้วอยากรู้ว่าคุณกำลังจะพูดเื่การแต่งงานของเรารึเปล่า..."ร่างบางพูดเสียงอ่อนโยน
"ใช่แล้ว..."เขาพูดเต็มเสียง แต่กลับกระซิบแ่เบาในประโยคต่อมา
"ซึลกี...ผม..ผมอยากจะบอกคุณว่าเราไม่ควรก้าวไปถึงขั้นนั้น..."
"อะไรนะ...คุณพูดอะไรออกมาน่ะ"ซึลกีได้ยินเสียงหัวใจเต้นโครมๆ ของตัวเอง
"ผมอยากแต่งงานตามกำหนดหรือเร็วกว่านั้น...แต่ไม่ใช่กับคุณ ซึลกี"
หัวใจของร่างบางปวดหนึบเหมือนถูกทุบอย่างแรงทำให้เขาอ้ำอึ้งไปชั่วขณะ กว่าพูดออกมาเหมือนเสียงละเมอ
"ลิฟ...กีไม่เข้าใจ"
ลิฟมีสีหน้าอีดอัดขึ้นมาทันที"มันเป็เื่ที่น่าทุเรศที่สุด ผมเพิ่งรู้ตัวว่าไม่ได้รักคุณ"
ร่างบางสะดุ้งแววตาตื่นตระหนก "ลิฟ? "
"ผมรู้ว่าคุณรู้สึกอย่างไงแต่ก่อนผมคิดว่ารักคุณ คุณเป็คนเดียวที่ผมจะแต่งงานและอยู่ด้วย ผมคิดเช่นนั้นแต่..."
"นั้นซิครับคุณทำให้ผมเชื่อยังนั้นมาตลอดเวลาแล้วทำไม เพราะอะไรเื่มันถึงเป็แบบนี้ได้?"
"เพราะผมไม่พบปลีคุณเองที่แนะนำผมกับปลีให้รู้จักกัน"
ซึลกียืดไหล่ตรงเหมือนมีหนามแหลมทิ่มแทงอยู่กลางหลัง"ลีฟ..." ร่างบางตวาดเบาๆ น้ำเสียงเกลี้ยวกราด
"นี่..นี่คุณกำลังจะบอกว่าคุณกับปลี.."คำพูดชะงักขาดห้วงไปเมื่อลมหายใจหอบหืดพลุ่งออกมาจากในอก
"เราไม่รู้ตัวเลยซึลกี...สาบานได้ว่าเราไม่คิดว่ามันจะเป็แบบนั้นแต่พอเราได้พบกันเพียงวินาทีแรกมันก็ ช่วยไม่ได้เสียแล้วผมเสียใจ"
"พพอ...ไม่ต้องพูดอีกแล้ว ฉันเข้าใจไม่ต้องอธิบาย จะบอกให้เอาบุญนะ ว่าจริงๆแล้วมันก็แค่คนใจง่ายกับคนใจคดโคจรมาพบกันในชีวิตของฉันเท่านั้นเองหึ...คู่หมั้นกับญาติสนิทของฉัน ช่างน่าขำสะจริงๆ "
"ซึลกี..."ลีฟร้องอย่างปวดร้าว "นี่คุณเห็นเื่ของผมกับปลีเป็เื่ตลกน่าขำรึรู้ไหมว่าคุณสบประมาทเราทั้งคู่"
"ใช่...ั้แ่เกิดมายังไม่เคยได้ยินเื่อะไรตลกยังนี้มาก่อนเลย"ซึลกีรับคำอย่างหนักแน่น
"ถามหน่อยว่าเื่มันเกิดนานรึยัง"
"ก็ั้แ่ที่คุณแนะนำให้เรารู้จักกันนั่นละ"
"งั้น...ก็แค่อาทิตย์เดียวนะสิให้ตายเถอะ "
"ผมรู้...ปลีไม่สบายใจมากเราไม่อยากทำร้ายคุณเลย...ซึลกี เราพยายามหักห้ามใจแต่มันก็"
"ก็ช่วยไม่ได้เสียแล้วเพราะพวกคุณรักกันปานจะกลืนกินช่างยิ่งใหญ่เหลือเกินนะ" ร่างบางกระแทกเสียง"นี่รึความจริงของคุณ"
"ก็ยังทันไม่ใช่รึบอกให้รู้ความจริงั้แ่ตอนนี้ดีกว่ารอจนเราแต่งงานกันแล้วมีปัญหาทีหลัง"
"ถูก...คุณพูดถูกมากเลยละลีฟ"ซึลกีกระแทกเสียง
"ผมจะกลับบ้านเดี๋ยวนี้แหละ"
"ซึลกี ผมเสียใจ เชื่อเถอะ ว่าผมเสียใจจริงๆ "ลีฟปล่อยความเสียใจปนความโล่งใจออกมาในคำพูดนั้น
"ผมเชื่อว่าคุณเสียใจแต่ผม้าจะกลับบ้านและไม่มีอะไรต้องพูดแล้ว"
ลิฟขับรถมุ่งหน้ากลับเข้าเมืองเพื่อไปส่งอดีตคู่หมั้น
"เอ้า...ถึงบ้านแล้ว"
เสียงเรียกดังขึ้นในภวังค์ของซึลกีเมื่อเขาหันมามองอดีตคู่หมั้นด้วยแววตาเ็า
"ผมจะไม่ว่าอะไร..เชิญไปเสพสุขกันให้สำราญแต่อย่าหวังว่าจะได้รับคำอวยพรจากผมแม้แต่น้อย ผมขอให้พวกคุณร่วมทางกันสู่ความหายนะวายวอดจนถึงที่สุด"
ร่างบางก้าวออกจากรถแล้ววิ่งเข้าบ้านโดยไม่หันกลับไปมอง'อดีตคู่หมั่น' ไม่แยแสว่าลีฟจะเร่งเครื่องยนต์เสียงสนั่นแล้วพารถแล่นฉิวออกไป
คุณนายฮัล ยืนรอตรงหน้าบ้านซึลกีวิ่งเข้าไปหาทันที สีหน้าและแววตาของบุตรชายทำให้ผู้เป็แม่สังหรณ์ถึงเื่เลวร้ายเธออ้าแขนออกโอบกอดร่างโปร่งบางนั้นไว้แล้วถามด้วยเสียงห่วงใย
"เป็อะไรค่ะน้องกี ดูซิตัวสั่นเชียว ไม่สบายรึเปล่าค่ะ"
น้ำเสียงที่แสดงความห่วงใยทำให้เขาแทบสะอื้นออกมาเขาไม่ตอบแต่เดินเข้าบ้านอย่างเงียบๆ แม่จับจูงซึลกีไปที่เตียงแล้วค่อยๆ กอดประคองให้ร่างน้อยล้มตัวนอนเหมือนเด็กเล็กๆ
"น้องกี ลูกเป็อะไรไปค่ะ"
"แม่ครับปลีกลับมาบ้านรึยัง? "
"ปลีหรือยังไม่กลับมาเลยจ๊ะ" มารดาถามอย่างประหลาดใจ "ถามถึงปลีทำไมแม่อยากรู้ว่าลูกเป็อะไรไป ถึงทำท่าแปลกๆ ยังนั้น"
"แม่ครับ.."ร่างบางสะอื้นอย่างไม่ยั้ง น้ำตาไหลอาบสองแก้ม
"อะไรกันมีเื่ร้ายแรงรึครับ บอกแม่ซิ"
"มันยิ่งกว่าร้ายแรงอีกครับลูกแม่ถูกถอนหมั้น ลีฟเขาบอกว่า เข้าใจผิดว่ารักลูก ได้ยินไหมครับเขาไม่ได้รักลูกไม่้าแต่งงานด้วย แต่เขารักปลีต่างหาก"
ร่างท้วมของผู้เป็แม่สั่นสะท้านราวกับต้องลมแรง ดวงตาเบิกกว้างเหมือนว่าลีฟพูดตรงหน้าเธอเอง
"ซึลกี...ลูกรักไม่จริงใช่ไหม เป็ไปไม่ได้ ลูกเข้าใจผิดรึเปล่าค่ะ"
"ทีแรกลูกก็คิดยั้งนั้นแต่เขายืนยันเขาบอกว่าไม่ใช่ความผิดของพวกเขามันเป็เื่ช่วยไม่ได้ต่างหากที่เขารักกัน...แหมช่างน่าปลื้มเสียจริงที่พวกเขาต้องตาต้องใจกันในวินาทีแรกที่สบตากัน"
"โธ่...ซึลกี"
"ลีฟพูดยังกับเป็ความผิดของลูกด้วยซ้ำที่แนะนำให้พวกเขารู้จักกัน"ร่างบางแค่นหัวเราะ
"เขาบอกว่าโชคดีที่บอกความจริงก่อนที่จะแต่งงานกันแม่ครับ."
ร่างบางสะอื้นจนตัวสั่นในอ้อมแขนมารดา
"แม่ครับแล้วเราจะทำยังไง จะทำยังไงดี"
ผู้เป็มารดาได้แต่กอดลูกแน่นเข้าเหมือนจะยืนยันว่า เธอพร้อมจะปกป้องซึลกีอย่างเต็มความสามารถไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในโลกโสมมนี้
