หลังจากที่วาทีพาพิมพ์มาเจอฝ้ายเพื่อนสนิท เเต่โชคไม่ดีเพราะฝ้ายดันย้ายออกไปจากคอนโดนานมากแล้ว สถานการณ์ทำให้พิมพ์กลับมารู้สึกเเย่อีกครั้ง แต่เเล้วเธอก็ยิ้มออก เมื่อวาทีนั้นยังไม่ได้กลับไป แถมยังซื้อชาเขียวปั่นมาให้เธอดื่มเพื่อปลอบใจ นอกจากนี้เขายังเสนอให้พิมพ์ไปพักที่บ้านของเขาเป็การชั่วคราวอีกด้วย
"เอ้าว่าไงพิมพ์ ตัดสินใจได้ยังว่าจะเอายังไงต่อ"
"พิมพ์ยังไม่รู้เลยค่ะ เเต่เอ่อพิมพ์ขอยืมมือถือของคุณวาทีลองโทรหาฝ้ายหน่อยได้ไหมคะ คิดว่าฝ้ายคงน่าจะยังไม่เปลี่ยนเบอร์"
"ได้สิ อ่ะนี่...อ่าวมัวอึ้งอะไรอยู่ล่ะ รีบโทรซะสิ ตรงนี้เเดดร้อนนะเดี๋ยวก็ไม่สบายเอาหรอก"
"โทรไม่ได้แล้วล่ะค่ะ…"
"อ้าว ทำไมล่ะหรือว่าเธอกลัวว่าฝ้ายจะเปลี่ยนเบอร์ไปแล้ว ไม่เอาน่า มาถึงขั้นนี้แล้ว ลองกดโทรดูก็ไม่น่าจะเสียหายหรอกมั้ง จริงไหม?"
"พิมพ์อยากโทรมากๆเลยค่ะ เเต่ว่าพิมพ์…"
"ทำไมหรอ...อ่อหรือว่าเธอกลัวเปลืองตังค์ ไม่ต้องห่วงนะฉันไม่คิดค่าโทรกับเธอหรอกน่ะ"
"มันไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ คือว่าพิมพ์...จำเบอร์ฝ้ายไม่ได้ ปกติก็จะกดโทรออกจากมือถือ พิมพ์ก็เลยไม่ได้จำเบอร์ฝ้ายไว้ค่ะ เฮ้อ!!ทำไมทุกอย่างมันถึงไม่เป็ไปอย่างที่ฉันคิดไว้นะ ฉันชักอยากกลับบ้านแล้วล่ะที่นี่ไม่สนุกเลย เฮ้อ!!"
"ใจเย็นๆก่อนสิสาวน้อย ชีวิตเธอมันไม่ได้แย่ขนาดนั้นซะหน่อย เธอยังมีฉันอยู่นะและฉันก็พร้อมที่จะช่วยเหลือเธอเสมอ หวังว่าคราวนี้เธอคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากไปพักที่บ้านฉันก่อนแล้วล่ะมั้งเนาะ ป่ะ..ขึ้นรถกลับบ้านกัน บ้านฉันน่าอยู่นะ"
"คุณไม่กลัวว่าฉัน..จะเป็มิจฉาชีพมาหลอกคุณหรอ ทำไมคุณถึงไว้ใจและเชื่อใจฉันง่ายดายขนาดนี้" วาทียิ้มกว้างและโน้มตัวลงใช้นิ้วดีดที่จมูกของพิมพ์เพื่อเป็การหยอกล้อและแสดงให้เห็นว่าเขาไม่เคยมองเธอเป็ศัตรูหรือมิจฉาชีพเลย
"ถ้าผู้หญิงตัวเล็กๆน่ารักๆอย่างพิมพ์เป็โจรได้ ฉันก็พร้อมที่จะให้เธอปล้นเเต่โดยดี โอเคยัง..ป่ะขึ้นรถ" ใน่สถานการณ์ที่ย่ำแย่แบบนี้ คำพูดเพียงไม่กี่ประโยคของวาที มันทำให้พิมพ์กลับมายิ้มได้อีกครั้ง เธอรู้สึกว่าวาทีดีกับเธอจนน่าใจหาย แต่ในวินาทีนี้เธอก็ไม่มีทางอื่นให้เลือกนอกจากอาศัยอยู่ในบ้านของเขาไปก่อน แล้วค่อยหาทางกลับโลกของเธอทีหลังนั่นเอง ความดีของวาทีมันทำให้พิมพ์รู้สึกอบอุ่นและอยากอยู่ใกล้ๆเขาตลอดเวลา ไม่นานนักรถก็วิ่งตรงเข้ามายังคฤหาสน์หลังแรกที่เธอลืมตาตื่นขึ้นมาเห็น พิมพ์ก้าวลงจากรถแล้วมองไปรอบๆบ้านเพื่อจะดูว่าเธอมาโผล่ที่นี่ได้ยังไง
"มองอะไรอยู่หรอ เข้าบ้านกันเถอะ"
"คุณเข้าไปก่อนเถอะ ฉันอยากเดินเล่นก่อนน่ะ คงได้ใช่ไหม?"
"ได้อยู่แล้ว งั้นเธอก็ตามสบายเลยนะ ถือซะว่านี่เป็บ้านของเธอเองฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อน" พิมพ์พยักหน้าตอบ ก่อนจะเดินมองซ้ายทีขวาทีเพื่อหาประตูมิติกลับไปยังโลกของเธอ แต่ทว่าหาจนรอบรั้วบ้านแล้วก็ไม่มีทีท่าว่าจะเจอประตูอะไรเลย
"เนื้อคู่บ้าบออะไรกัน ฉันไม่อยากเจอแล้ว เอาไว้อีก 10 ปีค่อยมาเจอก็แล้วกันนะ ใครจะรู้ว่า 10 ปีข้างหน้าฉันจะมีชีวิตที่ย่ำแย่ขนาดนี้ เพื่อนให้พึ่งพายามยากก็ไม่มี เงินก็ไม่มีติดตัวสักบาท แล้วฉันจะไปไหนได้เนี่ย มีทางเดียวเท่านั้นคือฉันต้องหาทางกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้วให้ได้!!ไอ้ประตูบ้านี่แกอยู่ไหนเนี้ย!!" พิมพ์เธอตามหาประตูมิติแทบจะพลิกสวนดู แต่ก็ยังคงหาไม่เจอและในตอนนั้นวายุก็กำลังจะออกไปข้างนอกพอดี สิ่งที่เขาเห็นคือผู้หญิงคนหนึ่งกำลังคุ้ยเขี่ยหาอะไรบางอย่างตามรั้วบ้านของเขา มันทำให้เขาปักใจเชื่อทันทีว่าหากไม่ใช่โจรก็คงเป็คนบ้าที่หลงเข้ามาอีกแน่นอน วายุจึงแอบลอบวิ่งมาข้างหลังและกระชากตัวพิมพ์ออกมาจากพุ่มไม้
"ฉันจับแกได้แล้วไอ้โจร แกคงไม่อยากตายดีสินะถึงได้กล้าก้าวขาเข้ามาในบ้านหลังนี้….เห้ย!!นี่เธออีกแล้วหรอ ฉันว่าฉันไล่เธอไปแล้วนี่ ยังจะหน้าด้านกลับมาอีกทำไม?"
"นี่นายใจเย็นๆก่อนนะ คือว่าฉันมีเหตุผลนะ ตอนนี้ฉันกำลังตามหาประตูมิติที่มันพาฉันทะลุมาบ้านนายเนี่ยไง ฉันกำลังจะกลับบ้านนะ"
"นี่สรุปเธอจะบ้าไม่เลิกใช่ไหม ได้!!งั้นมานี่เลยฉันจะจับเธอไปส่งตำรวจ! ดูซิว่าจะหายบ้าไหม" วายุกระชากคอเสื้อพิมพ์และดึงลากเธอไปที่หน้าประตูบ้านเพื่อจะจับเธอโยนออกไปข้างนอก แน่นอนว่าผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างพิมพ์ไม่สามารถต้านแรงกระชากของวายุได้เธอจึงเปลี่ยนมาเป็เหยียบเท้าเขาอย่างแรงจนมือเขาหลุดจากคอเสื้อของเธอ วินาทีนั้นพิมพ์วิ่งเข้ามาในบ้านโดยไม่คิดชีวิต
"หนอย!!กล้าทำร้ายฉันงั้นหรอ เธอไม่ใช่เเค่คนบ้าจริงๆด้วย เธอเป็โจรเข้ามาขโมยของเเน่ๆ กำพล!!กำพล!!ออกมาช่วยฉันจับโจรที เร็วเข้า!!"
"ครับนาย!! หยุดนะ เอ้า!นี่คุณ..กลับมาอีกทำไม?"
"ฉันไม่ได้ตั้งใจจะกลับมา เเต่เ้าของบ้านหลังนี้พาฉันกลับมาเองจริงๆนะ คุณช่วยหยุดไอ้บ้านั่นไว้ที"
"กำพล! แกยืนบื่ออะไรอยู่จับเธอไว้สิ ต้องรอให้เธอขนของไปหมดบ้านก่อนหรือไงวะ!!" กำพลทำตามหน้าที่เขาจับเธอไว้แน่นก่อนที่วายุจะเดินมาสมทบ เขาใช้มือช้อนหน้าเธอขึ้นมาสำรวขอย่างตรงไปตรงมาและพิมพ์เองก็ไม่มีท่าทีว่าจะหลบสายตาของเขาแม้เเต่น้อย
"คราวก่อน ฉันอุตส่าห์ใจดีปล่อยเธอไปเพราะเห็นว่าเธอยังเด็กอยู่ แต่ที่เธอย้อนกลับมารอบ 2 แบบนี้ ฉันว่าเธอคงวางแผนจะขโมยของในบ้านฉันอยู่นานแล้วสินะ"
"ใจเย็นๆก่อนนะคุณ ฉันไม่ได้มาขโมยของ ฉันบอกคุณไปแล้วไงว่าฉันกำลังหาทางกลับบ้านและที่ฉันกลับมาที่นี่ก็เพราะว่าเ้าของบ้านหลังนี้เป็คนพาฉันกลับมาด้วย จริงๆนะ"
"เ้าของบ้านหลังนี้งั้นหรอ เฮอะ!!นี่แสดงว่าเธอทำการบ้านมาไม่ละเอียดพอนะ เ้าของบ้านหลังนี้จะพาเธอกลับมาได้ไง ก็ในเมื่อเขาเพิ่งไปอเมริกาเมื่อเช้า จะเพ้อเจ้ออะไรก็ช่วยหาข้อมูลหน่อยเถอะ"
"ฉันไม่ได้เพ้อเจ้อนะ แล้วก็ไม่ได้โกหกด้วย เ้าของบ้านหลังนี้เป็คนพาฉันมาจริงๆ ถ้านายไม่อยากโดนไล่ออกนายรีบปล่อยตัวฉันดีกว่าเพราะถ้าเ้าของบ้านออกมานายสองคนซวยแน่!!"
"อะไรนะ? ฮ่าฮ่าฮ้า ฉันซวยงั้นหรอ เธอต่างหากล่ะที่กำลังจะซวยเพราะฉันจะจับเธอส่งตำรวจเดี๋ยวนี้แหละ กำพลโทรเเจ้งตำรวจ!" สถานการณ์คับขันเช่นนี้ พิมพ์ยังคงจ้องหน้าวายุอย่างไม่ละสายตา เธอรู้สึกโมโหมากที่เขาไม่ฟังที่เธอพูดเลย แถมยังเอาตัวเองเป็ศูนย์กลางของจักรวาล ตัดสินคนอื่นด้วยความคิดของตัวเองอีก ในระหว่างที่กำพลกำลังจะกดมือถือโทรหาตำรวจ วาทีก็ได้เดินออกมาจากห้องน้ำพอดี เขาได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากทางหน้าบ้าน วาทีจึงเกรงว่าพิมพ์จะเป็อันตรายอะไรเขาจึงได้รีบวิ่งออกมาดู ภาพที่วาทีเห็นคือวายุกำลังล็อกตัวพิมพ์ไว้แน่น ส่วนกำพลก็กำลังกดมือถือกำลังจะโทรออกหาใครซักคน ผู้หญิงตัวเล็กๆกำลังโดนผู้ชายร่างสูงใช้มือหนึ่งข้างล็อคคอไว้และมืออีกข้างรวบแขนทั้งสองของเธอไว้แน่น วาทีจะช่วยพิมพ์ยังไงให้เธอหลุดพ้นจากเ้าของฉายา พายุกระหน่ำลูกนี้ไปได้ ติดตามกันต่อใน EP. หน้านะคะ