วันนี้โอปอลก็มาโรงเรียนเหมือนเดิม
เทียบกับโรงเรียนหรูไร้ที่ติในเกมแล้ว โรงเรียนในชีวิตจริงของเขาช่างจืดชืด พื้นเป็สีขาวลายหินแบบพื้นราคาถูก พัดลมติดอยู่ตามยอดเสามีสายให้ดึง สภาพเหมือนไม่ได้ซ่อมมายี่สิบปี รั้วเป็เหล็กทาสีขาวขึ้นสนิม
โรงเรียนตั้งอยู่ริมถนน สนามกีฬาจึงเหม็นกลิ่นควันรถและคลุ้งฝุ่น ห้องเรียนแม้จะติดแอร์ แต่โต๊ะและเก้าอี้ไม้แข็งกระด้าง แถมถ้าไม่ระวังก็โดนเสี้ยนตำเอาได้ง่ายๆ ใต้โต๊ะเองก็มีแต่ขี้มูกกับหมากฝรั่ง เรียกได้ว่าเทคโนโลยีไปไกลแค่ไหน โรงเรียนนี้ก็ตามไม่ทัน
โอปอลไม่ได้เข้าแถวเคารพธงชาติหลายวันแล้ว
เมื่อเขาโผล่หน้าไป ทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องและเพื่อนร่วมชั้นต่างพากันถอยห่าง เขาไม่เห็นว่าไปแล้วมีประโยชน์อะไรในเมื่อสิ่งที่ทำหลังร้องเพลงชาติก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขาเลย
เด็กหนุ่มจึงมาสายและโดดเรียนเป็กิจวัตร แต่ก็ยังรักษาคะแนนไว้ดีพอเลยไม่ต้องซ้ำชั้น
่นี้แม้แต่อันธพาลรายใหญ่ของโรงเรียนยังไม่กล้าหือกับเขา แน่ล่ะ โดนมีดปักตูดคราวนั้นไม่เข็ดก็แปลกแล้ว
อันที่จริงระหว่างกลับบ้าน เขาเคยโดนดักรุมกระทืบ พวกนั้นมีท่อเหล็กกับมีดพับ บางคนแอบพกปืนมาด้วย
โอปอลจำไม่ค่อยได้ว่าตัวเองรอดมายังไง แต่รู้ตัวอีกทีเขาก็มีปืนอยู่ในมือขวาและท่อในมือซ้าย ส่วนพวกที่ตั้งใจจะรุมเขากลับลงไปนอนกองกันหมด เหตุผลที่เขาพอนึกได้คือพวกนี้เป็มือสมัครเล่นเลยโดนเขาจัดการเสียง่ายดาย ตัวเขาเองได้แผลต้องไปเย็บ เสียสตางค์ไปเยอะเอาเื่ แต่โดยรวมก็ปลอดภัยเหมือนปาฏิหาริย์
หลังเหตุการณ์วันนั้นโอปอลก็ไม่เคยโดนอะไรอีกเลย ไม่โดนแจ้งความ ไม่เคยแม้แต่โดนสะกดรอยตาม พอเขาเดินผ่านทุกคนก็พร้อมใจกันหลีกทาง
แต่เด็กหนุ่มยังไว้ใจไม่ได้...ตอนนี้พวกมันยอมสยบแต่จะหือเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ดูสายตาเมื่อครู่สิ... แวบหนึ่งเขาเห็นแววการต่อต้านจากอดีตหัวโจกที่เคยใหญ่สุดในโรงเรียน มันเรียนซ้ำมาสองปีแล้ว ป่านนี้คงอายุยี่สิบ ตัวมันโตกว่าใคร แถมแรงเยอะดีกรีนักกีฬาดาวเด่นของโรงเรียน คงเข้ามหาลัยโดยใช้ใบกิจกรรมได้สบายถ้ามันไม่ติดเื่ความประพฤติ
“เฮ้ย”
“...อึก...”
“มองหน้ามีอะไรหรือครับพี่?” โอปอลหยุดเดินตรงหน้าเขา เด็กหนุ่มพูดสุภาพเสมอเมื่อคุยกับพวกอันธพาลในโรงเรียน... แบบนั้นยิ่งทำให้น่าเกรงขามกว่าเดิม
“...เปล่า” ประกายความต่อต้านหายไปจากดวงตาทันที
“อ้อ อย่างนั้นก็ดี ผมนึกว่าเผลอทำอะไรให้พี่โกรธเสียอีก” โอปอลเอียงคอ “แล้วนั่นพี่ซ่อนอะไรอยู่? กำแน่นเชียว”
“ไม่มีอะไร!”
“ถ้าไม่มีอะไรจริง ให้ผมดูก็ไม่เห็นมีปัญหานี่ครับ?”
“ก็บอกแล้วไงวะว่าไม่มีอะไร!”
“พี่ขึ้นเสียงทำไมเหรอครับ?”
“อึก...”
โอปอลซุกมือในกระเป๋ากางเกง การวางตัวดูสบายๆ แต่คนที่เคยัักำปั้นของเขารู้...ว่ามันเป็การข่มขู่
หากเด็กหนุ่มตัวบางคนนี้โกรธขึ้นมาจริงๆ เขาไม่แพ้นักเลงตัวโตคนไหน ทีเด็ดของเขาไม่ใช่ความหนักหน่วงแต่เป็ความไวและความแม่นยำ ออกหมัดแต่ละครั้งหวังผลให้โดนจุดตาย ถึงแรงไม่เยอะแต่ถ้าโจมตีถูกจุดถูกจังหวะก็ล้มคู่ต่อสู้ได้โดยง่าย
“นักเรียน เข้าห้องได้แล้ว!”
พอโอปอลหันไปก็เห็นว่าครูคนนั้นแอบสะดุ้งที่เผลอสั่ง...แม้แต่ครูในโรงเรียนยังกลัวโอปอล ทั้งที่ตัวเขาไม่เคยข่มขู่ครูบาอาจารย์เลยแท้ๆ
“ขอโทษแล้วกันนะที่ผมเผลอนึกว่าพี่ไถเงินใครมาอีกแล้ว เพราะถ้าพี่ทำจริง...”
โอปอลทิ้งท้ายไว้แค่นั้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิทก่อนจะเดินล้วงกระเป๋าเข้าห้องเรียนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งให้คนข้างหลังหยิบแบงก์พันที่กำไว้ขึ้นดูทั้งยังเสียวสันหลังและเสียวกรามที่เคยหักไม่หาย
------------------
“วันที่สองเป็ไงมั่ง? นายเจอสาวที่ถูกใจรึยัง?”
“...ก็ไม่”
“ทำหน้าอย่างนั้นแสดงว่าเจอแน่” อัศวินหัวเราะร่วนเมื่อเห็นหน้าบูดยิ่งกว่าเดิมของอีกฝ่าย “ให้เดานะ...เมื่อวานนายเจอลิลิ เลย์ลา กับหญ้าหวานยังไม่หวั่นไหว แคโรไลน์คงไม่ใช่แนวนายเพราะยังไงก็เป็สาวแบบที่เอื้อมไม่ถึง ส่วนชิฌาก็นิสัยยุ่งยากเกินที่นายจะชอบ ถ้าอย่างนั้นก็ต้องเป็...ฟองจันทร์? นายชอบผู้หญิงแบบน่าปกป้องเหรอ?”
“ทำไมฉันต้องหวั่นไหวกับผู้หญิงที่ไม่มีตัวตนด้วย?”
“แน่ะ ทำหน้าอย่างนั้นแสดงว่าฉันเดาถูก เขินเสียด้วย จะรู้สึกอะไรกับคนที่ไม่มีตัวตนอยู่จริงก็ไม่เห็นแปลก คนเราอ่านนิยาย ดูหนัง เล่นเกม มันก็ต้องมีชอบตัวละครบ้างเป็ธรรมดาไม่ใช่เรอะ? อย่างไวฟุหรือฮัสแบนโดะไรงี้ไง”
“ก็อย่าใช้คำว่าหวั่นไหวสิวะ”
“ฮะๆ นายนี่ตลกชะมัด เอ้อ คิดไปคิดมาทำไมไม่มีเ้าไหนทำเกมเสมือนจริงที่มีฉาก18+มั่งเลยนะ? ไหนๆ มีฉากความรุนแรงทำไมจะมีฉากอย่างว่าไม่ได้?”
“นี่มันคอนโซล เกมโป๊ไม่ลงคอนโซลอยู่แล้วเพราะมีกฎหมายห้ามอยู่”
“อย่าเรียกมันว่าเกมโป๊ดิวะ”
“ก็มันเกมโป๊ไม่ใช่เหรอ?”
แทนที่จะโกรธ อัศวินกลับะเิหัวเราะจนโอปอลหน้านิ่วยิ่งกว่าเดิม
“โอ๊ย ไม่ไหวๆ ยิ่งนายเริ่มเปิดปากพูดเท่าไหร่นายยิ่งน่าสนใจ ตอนรู้จักกันใหม่ๆ นายไม่เคยพูดเลย ฉันก็เดาอยู่ตั้งนานว่าในหัวนายคิดเื่อะไรอยู่... แต่ถ้านายจะจีบฟองจันทร์ก็ขอเตือนไว้นะว่ามัดใจเธอยาก ขี้อายยิ่งกว่าอะไร รุกนิดหน่อยถอยเข้ากระดอง แถมสูตรอาหารที่ต้องช่วยเธอทำตอนแรกก็มาแบบไม่ซ้ำเลย ฉันล่ะปวดหัว บางทีก็ขนมบางทีก็อาหาร”
“ช่างสิ” เขาไม่รู้สึกว่าฟองจันทร์จีบยากตรงไหน เธอดูคุยง่ายที่สุดในหมู่สาวหกคนที่เขาเจอด้วยซ้ำ
“ช่างได้ไงเล่า? เอ้อ จะว่าไปนายหาตัวละครลับเจอรึยัง?”
“เจอแล้ว” เด็กหนุ่มพูดแบบไม่ยี่หระ อัศวินตาลุกวาว
“เจอแล้ว?! วันแรกก็ดวงดีเลยเหรอ? แล้ว? ได้อะไรบ้าง? บอกมาให้หมดอย่ากั๊ก”
โอปอลเท้าคาง
“ฉันว่ายัยนั่นไม่ใช่ AI” เขายักไหล่ “แต่ไม่มีอะไรยืนยัน”
“ไม่ใช่ปัญญาประดิษฐ์… นายจะบอกว่าเธอเป็คน? แต่ถึงเธอจะเป็คนจริงๆ...” อัศวินหลุดเข้าห้วงความคิดของตัวเอง เมื่อโอปอลเคาะนิ้วกับโต๊ะจึงรู้สึกตัว “อา โทษที นายช่วยเล่าได้ไหมว่าเจอเธอได้ยังไง? เธอพูดอะไรบ้าง?”
“ฉันเจอเธอตอนลองปีนรั้วดาดฟ้า”
“ปีนเพื่อ...?”
“ยัยนั่นบอกว่าเคยลองปีนแล้วเหมือนกันแต่ชนกำแพง แล้วก็พูดอีกว่าจะรอ...ฉะนั้นฉันอาจเจอเธออีกวันนี้”
“...” อัศวินแตะคาง “ตอนนี้เื่เงื่อนไขการปรากฏตัวของเธอพักไว้ก่อนดีกว่า ถ้านายได้เจอเธออีกจริงๆ ต้องพยายามรู้ให้ได้ว่าเธออยู่ในเกมนี้เพื่ออะไรและเธอรู้อะไรบ้าง ที่สำคัญคือฉันเองก็อยากยืนยันเหมือนกันว่าตัวละครลับเป็คนหรือเป็ปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งอาจจะยากสักหน่อยในเมื่อตัวละครทุกตัวในเกมนี้เป็ AI แบบที่ยิ่งมีปฏิสัมพันธ์กับผู้เล่นจะยิ่งเรียนรู้ ถึงจะยังต้องใช้เสียงคนพากย์อยู่แต่พวกเธอตอบสนองกับสถานการณ์ได้หลายรูปแบบ หลายครั้งที่ตัวAIจะเขียนบทพูดแล้วส่งให้นักพากย์ เมื่อนักพากย์ส่งเสียงกลับมาเมื่อไหร่ก็สามารถตอบสนองกับสถานการณ์ใหม่นั้นได้เวลาเจอครั้งต่อไป... บางทีผู้สร้างอาจจะโปรแกรมไว้ก็ได้ว่าหากผู้เล่น้ายืนยันว่าพวกเธอเป็คนจริงๆ หรือไม่ให้โต้ตอบไปว่าอะไร”
“แล้วนายจะให้ฉันทำไง?” ปัญญาประดิษฐ์เขียนบทพูด? สมัยนี้ยังเหลืองานให้มนุษย์ทำอยู่หรือเปล่า? ถ้าเกมนี้ปิดตัวลงเมื่อไหร่ AI ของสาวๆ ในเกมคงขายได้ในราคาหลักล้าน
“เวลานายคุยกับแชทบอท นายจะรู้ได้เองใช่ไหมล่ะว่าสิ่งที่นายกำลังคุยด้วยไม่ใช่คน แต่นั่นก็ไม่ได้กำจัดความเป็ไปได้ที่ว่าคนอาจจะแกล้งทำตัวเป็เครื่องจักร ฉะนั้นฉันขอโทษ แต่ฉันเองก็ไม่รู้”
“การทดสอบของทัวริง?”
“ไม่รู้สิ บางทีคนก็ถูกเข้าใจผิดว่าเป็เครื่องจักรนะถ้าใช้ไอ้นั่นน่ะ” อัศวินถอนหายใจยาว “ฉันคิดว่าทางที่ดีที่สุดคือ...นายใช้ความรู้สึกของนายนั่นแหละ ใช้ฟีลลิ่ง มันเป็สิ่งที่วิวัฒนาการเหลือไว้ให้เรา ฉะนั้นเราควรใช้ให้เป็ประโยชน์ถูกไหม?”
“ฉันเล่นด้วยก็ได้” โอปอลลุกขึ้น ขณะเดินไปถึงประตูโรงอาหาร เขาหันกลับมาเล็กน้อยและพูดประโยคที่ไม่รู้ว่าพูดกับใครครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่
“...เจอกัน”
“เจอกัน พรรคพวก”
--------------
เขากลับไปเล่นเกมต่อ เมื่อวานนี้หลังเล่นวันแรกในเกมจบ เขาก็ออกจากเกมทันทีเพื่อไปทำอย่างอื่น วันนี้เขามาเล่นวันที่สองต่อ ในบัตรนักเรียนมีเงินเพิ่มมา 1000 บาท เนื่องจากเมื่อวานเขาส่งข้อความไปขอเงินจากแม่ในเกม
ก่อนหน้านี้เขานัดเจอกับอัศวินอีกครั้งก่อนกลับบ้าน คราวนี้นัดที่ร้านข้าวแกงตรงปากซอยโรงเรียนของอีกฝ่ายเพราะโอปอลบ่นว่า ห้างนั้นถึงจะมีที่นั่งสบายๆ และโต๊ะทำงานพร้อมที่ชาร์จแต่ของก็แพงเกิน
อัศวินเลี่ยงหัวข้อเื่บริษัทสตาร์ดัสต์และคุยเื่จิปาถะอย่างอื่นแทน รวมทั้งเื่ที่ตอนนี้ขอเงินจากพ่อแม่ในเกมง่ายมากเพราะผู้พัฒนาเกมไม่อยากให้ผู้เล่นมีอะไรติดค้างก่อนเกมปิด
แต่ถึงมีเงินเป็พันเขาก็ไม่รู้จะเอาไปทำอะไรอยู่ดี
“เอ่อ... พี่คะ...”
ระหว่างยืนคิดอยู่ก็ได้ยินเสียงคุ้นๆ
“อ้อ เธอ” หันไปก็เจอสาวน้อยเปียตะขาบ
“ฟองจันทร์เองค่ะ เมื่อวานนี้ขอบคุณมากเลยค่ะ” เด็กสาวพูดด้วยเสียงที่เล็กและเบาจนแทบไม่ได้ยิน “คือว่า ถ้าพี่ไม่รังเกียจ... นี่ค่ะ”
โอปอลเลิกคิ้วและรับของสิ่งนั้นมา มันเป็ห่อกระดาษที่ผูกริบบิ้นไว้เสียน่ารัก เกิดมายังไม่เคยมีผู้หญิงให้ของขวัญ(ไม่นับจับสลากที่โรงเรียน) เด็กหนุ่มทำตัวไม่ถูกหน่อยๆ ไม่รู้จะทำยังไงกับของขวัญที่เพิ่งได้รับเป็ครั้งแรกในชีวิตชิ้นนี้ดี
“...เปิดเลยได้ไหม?” เขาถาม ใบหน้าตัวเองร้อนขึ้นโดยไม่มีสาเหตุจนต้องยกมืออีกข้างปิด เกมบ้านี่มันจะทำเด็กผู้หญิงสมจริงไปถึงไหน...
“ค่ะ... คือ ถึงหนูจะทำอาหารหรือขนมอบไม่ค่อยเก่ง แต่ถ้าเป็พวกช็อกโกแลตหรือลูกอมละก็... ถ้าไม่รังเกียจก็รับไว้นะคะ แต่ถ้าไม่ชอบก็ให้คนอื่นก็ได้...”
เปิดออกมาก็เจอลูกอมห่อกระดาษสีขาว บนกระดาษติดสติ๊กเกอร์ลายผลไม้ กลิ่นที่โชยจากปากถุงบอกว่านี่เป็ลูกอมคาราเมล เด็กหนุ่มไม่ได้ชอบเป็พิเศษแต่เพื่อไม่ให้เสียน้ำใจเขาจึงแกะเข้าปากหนึ่งเม็ด
“...อร่อย” เขาหลุดปากพูด ทั้งที่คิดว่าคงหวานเลี่ยน แต่มันไม่ได้หวานจนเกินไปแถมยังมีรสขมๆ ของน้ำตาลเคี่ยวปนมาอีก เกมนี้ไม่ได้ละเอียดขนาดใส่รสััมาด้วย แต่แค่นี้เขาก็ทึ่งพอแล้ว
มองคนตรงหน้าก็เห็นว่าเด็กสาวรุ่นน้องอายม้วน มือดันแว่นทั้งที่มันก็เข้าที่อยู่แล้ว
“คิดว่าเป็ผู้ชายไม่น่าชอบหวานมาก... ถะ ถูกใจก็ดีใจค่ะ” เธอโค้งตัว “ถ้าอย่างนั้น นะ หนูขอตัวก่อนนะคะ!”
“เดี๋ยว!”
“ค่ะ!!!”
“...เสา”
ฟองจันทร์หันไปเจอเสาที่ขวางทาง หากเมื่อครู่โอปอลไม่ได้เรียกไว้ เธอคงชนเข้าไปเต็มๆ
“ขอบคุณค่ะ...” เธอรีบวิ่งหนีโดยที่ปิดหน้าไว้
โอปอลชักเริ่มกังวล... จังหวะในการพูดหรือโต้ตอบของฟองจันทร์ลื่นไหลจนไม่อยากเชื่อว่าเป็แค่ตัวละครสมมุติ อย่างนี้จะแยกยังไงว่าไลลาเป็คนหรือเป็AI?
เขานึกนอกเื่ไปว่า ถ้าหากเธอเป็ตัวละครเกมที่พอลบเกมทิ้งก็จะหายไปตลอดกาล เขาจะพยายามขวนขวายคำตอบเ่าั้ไปทำไม ในเมื่อสุดท้ายคนที่จำได้คือเขาคนเดียว