สีหน้าของไป๋กวน แสดงให้เห็นถึงอาการตกใจเป็นอย่างมากถึงกับหยุดชะงักไปชั่วครู่สิ่งเขาตรวจพบนอกจากอาการของหลินหลงที่ปกติดีแล้วเขายังตรวจพบ "ปราณก่อนเกิดระดับ 5" ไป๋กวนพูดออกมาพร้อมกับสีหน้าที่ยังดูประหลาดใจแต่จากที่เขาตรวจซ้ำแล้วสองถึงสามรอบผลก็ยังคงเช่นเดิมคือหลินหลงตอนนี้มีปราณก่อนเกิดระดับ 5
"ท่านปู่ท่านบอกว่าปราณก่อนเกิดระดับ 5 งั้นหรอ!! "หลินตงที่อยู่ข้างหลังไป๋กวนถามขึ้นมาด้วยสีหน้าตกใจเช่นกับเพราะทั้งสองรู้ดีกว่าใครว่าหลินหลงนั้นไม่เคยฝึกยุทธแม้แต่น้อยและด้วยทั้งสองนั้นไม่มีทรัพย์สมบัติใดๆอยู่เลยจึงไม่อาจให้หลินหลงนั้นก้าวเข้าสู่หลทางแห่งการฝึกยุทธเพราะต้องใช้ทั้งเงินและทรัพยาการณ์จำนวนมากในการปลุกพลังในตัวให้ตื่นขึ้น
"น่าแปลกยิ่งแม้จะบัญเอิญจริงๆเกิดตื่นด้วยตนเองแต่ก็ไม่น่าจะข้ามไปถึงระดับ 5 ได้หลินหลงก็ไม่ใช่คนที่มีพลังมาแต่กำเนิดดั่งนั้นควรที่จะต้องถูกปลุกพลังปราณภายในเสียก่อนถึงจะทำให้พลังที่หลับไหลตื่นขึ้นแต่นี้....ออกจะประหลาดแต่ก็นับเป็นเรื่องน่ายินดี"
ในทวีปนี้ผู้มีพลังปราณนั้นจะมีสองแบบคือผู้ที่เกิดมาแล้วจะมีพลังปราณติดตัวมาแต่กำเหนิดและผู้ที่เกิดมาไร้พลังปราณเพราะพลังนั้นยังหลับไหลและต้องปลุกให้ตื่นเสียก่อนถึงจะสามารถฝึกยุทธได้แต่ในการปลุกให้ตื่นนั้นต้องใช้ทรัพยาการณ์และเงินในการจ้างผู้ฝึกยุทธมาปลุกพลังให้พลังปราณนั้นตื่นขึ้นหลายๆคนที่เกิดมาในตกูลเล็กๆถ้าพวกเขาไม่มีพลังยุทธพวกเขาต้องก้มหน้ายอมรับชะตาของพวกเขาและเลือกที่จะใช้ชีวิตดังคนปกติหากเกิดในตกูลมั่งคั่งพวกเขาก็สามารถใช้ทรัพยาการ์และจ้างผู้ฝึกยุทธมาปลุกพลังในตัวได้แต่ต้องไม่เกินอายุ10ปีเดิมหลินหลงนั้นไม่มีพลังปราณใดๆเปรียบได้กับคนทั่วไปแต่พี่ชายของเขาหลินตงนั้นเป็นผู้มีพลังปราณมาตั้งแต่เกิดพี่ชายของเขาจึงถูกส่งให้ร่ำเรียนวิชาต่างๆและเข้าสู่เส้นทางการฝึกยุทธ
"ฮ่า..หลินหลงในที่สุดเจ้าก็ได้เข้าสู่เส้นทางการฝึกยุทธนับว่าเป็นเรื่องน่ายินดียิ่งนัก" หลินตงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดีใจและมีความสุขมากตลอดเวลาเขาและน้องชายมั้งจะโดนดูถูกแต่หลินหลงนั้นมักจะโดนรังแกอยู่เสมอจากทั้งเพื่อนและผู้อาวุโสที่ไม่ชอบหน้าหลินหลงอยู่เป็นประจำ
"ขอบคุณท่านพี่ ท่านปู่ที่เป็นห่วงข้านั้นสบายดีจากที่ข้าตกเขารู้สึกจะมีท่านหมอคนหนึ่งมาช่วยข้าไว้อาจเป็นเขาช่วยปลุกพลังให้ข้าและชวยรักษาอาการบาดเจ็บก็ได้"หลินหลงพยายามกลบเกลื่อนเนื่อจากมันเป็นเรื่องที่ประหลาดอย่างมากที่จู่ๆจะมีพลังเกิดขึ้นหลังจากอายุผ่าน 10 ปีมาแล้วนั้นนับว่าเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเพราะปัจจุบันหลินหลงนั้นอายุ13 ปีแล้วเกินกำหนดการตื่นของพลังมาถึงสามปีมันจะเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อและเป็นไปได้ยากที่จู่ๆจะมีพลังตื่นขึ้นมา
"นับว่าดี...สวรรค์เข้าข้างเจ้าแล้วจงใช้โอกาศนี้ฝึกยุทธและเข้าประลองการประลองรุ่นเยาว์ที่กำลังจะถึงในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้านี้จะมีรองเจ้าวังจากเมืองหลวงเดินทางมาที่นี้เพื่อรับศิษย์อัจฉริยะไปฝึกยุทธที่สำนักเพลิงสวรรค์สาขาหลักพลังของเจ้านั้นเข้าเกณฑ์ขั้นต่ำพอดี"ไป๋กวนกล่าวพร้อมกับเดินไปที่ประตูและมองออกไปบนฟ้าและนึกถึงพ่อกับแม่ของหลินหลงและพูดในใจ 'สวรรค์เมตาให้คนดีเช่นเขามีพลังเขาจะได้หลุดพ้นจาการถูกรังแกเสียและได้เดินในทางที่เขาเลือกซักที'
"แต่ท่านปู่ หลินหลงพลังยุทธพึ่งจะตื่นขึนมันจะไม่เร็วเกินไปหน่อยหรือ"หลินตงแสดงสีหน้าเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัดแม้ว้าหลินหลงจะมีปราณก่อนเกิดระดับ 5 แต่เขายังไม่เคยฝึกยุทธหรือใช้วิชาใดๆเลยและจะให้ประลองในสองเดือนนั้นมันแทบจะเป็นไปไม่ได้
"นี้อาจเป็นโอกาศครั้งเดียวของเขาที่จะออกจากที่นี้โดยมีคนนำทางเขาสู่เส้นทางที่ดีกว่าหากอยู่ที่นี้แม้เขาจะมีพลังยุทธแต่ก็ยังถูกคนรอบข้างรังเกียจอยู่ดีแม้จะฟังดูเจ็บใจ ทางเดียวคือให้เขาลงประลองและออกจากเมืองนี้ไปเข้าสาขาหลักซะนั้นคือหลทางที่เขาจะได้ฝึกยุทธและมีผู้สนับสนุนเขา" ไป๋กวนนั้นเข้าใจเป็นอย่างดีถึงทุกคนที่รังเกียจหลินหลงที่มีสิทธพิเศษที่ได้อยู่ที่สำนักแม้ไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ ถึงตอนนี้จะมีพลังยุทธแล้วก้าวเข้าสู่เส้นทางการฝึกยุทธผู้คนรอบข้างก็จะกล่าวว่าเป็นเพราะตัวไป๋กวนเป็นคนช่วยเหลือหลินหลงให้พลังตื่นขึ้นและเอาเปรียบผู้อื่นที่ก้มหน้ายอมรับชะตากรรม
"ข้าจะเข้าร่วมการประลองและชนะการประลองให้ได้ ท่านปู่ท่านพี่โปรดวางใจอย่าได้กังวลแม้ข้าไม่เคยฝึกยุทธแต่ข้าก็อ่านตำรามากมายในสำนักที่นี้มาหมดแล้วข้านั้นสามารถฝึกยุทธได้โดยไม่ต้องรบกวนเวลาของพวกท่านหรือให้คนในสำนักเห็นท่านโปรดวางใจ"แววตาของหลินหลงเข้าใจความหมายของไป๋กวนที่กล่าวออกมาชัดเจนในเวลาสองเดือนนี้เขาต้องฝึกเพียงลำพังและชนะการประลองเพื่อไปยังสาขาหลักแม้ไม่ชนะก็ควรแสดงฝีมือให้มากที่สุดและที่นั้นเขาจะได้เริ่มชีวิตใหม่ การฝึกยุทธอย่ามิต้องกังวล สาเหตุไม่ให้ทั้งสองคนมาฝึกให้นั้นหลินหลงเข้าใจดีว่าหากให้พี่ชายและปู่ของเขามาฝึกให้ก็จะมีคนกล่าวว่ารองเจ้าสำนักและศิษย์อัจฉริยะคอยให้ท้ายหลินหลงจนสามารถชนะการประลองนี้ได้ส่วนที่ไม่ให้คนในสำนักได้เห็นนั้นเพราะถ้ามีคนรู้เข้าก็จะมีคนมาก่อนกวนหลินหลงและเสนอเรื่องไม่ให้หลินหลงนั้นเข้าร่วมการประลองที่จะมาถึง
"ฮ่าๆ...ช่างเป็นเด็กที่ฉลาดยิ่งแม้ข้าจะพูดเพียงนิดเจ้ากลับเข้าใจความในใจของข้า สมแล้วที่เป็นลูกของพวกเขาทั้งสองนับว่าดี" ไป๋กวนมองแววตาของหลินหลงพร้อมกลับกล่าวออกมาและเดินจากไป
"หลินหลง หากเจ้ามีสิ่งใดติดขัดหรือไม่เข้าใจเจ้าสามารถถามข้าได้ ข้าจะช่วยเจ้าเอง"หลินตงนั้นยังคงเป็นห่วงหลินหลง แต่ก็มิอาจขัดใจไป๋กวนและไม่อยากตัดโอกาศดีที่จะมาถึงในชีวิตของน้องชายเขา
"ท่านพี่อย่าได้กังวล ข้านั้นมันใจว่าข้าสามารถฝึกด้วยตนเองได้และข้าจะไม่ยอมให้ใครมารังแกข้าอีกต่อไป" หลินหลงกล่าวพร้อมกับทำสีหน้าที่เอาจริงเอาจังหลังจากหลินตงได้ฟังเขาก็ต้องถอดใจที่คิดจะห้ามหลินหลงเขาบอกวิธีต่างๆเกียวกับการโคจรพลังแกหลินหลงและเดินออกจากห้องไป แม้สิ่งที่หลินตงกล่าวมานั้นจะเป็นสิ่งที่ดีและช่วยให้ก้าวหน้าในการฝึกสำหรับผู้ฝึกมือใหม่แต่หลินหลงนั้นเข้าใจมันอยู่แล้วและยังมีวิธีทีดีกว่านั้นในการฝึกและก้าวเข้าสู่ขั้นต่อไปภายในเวลาสองเดือน
"สองเดือนแม้จะดูเป็นเวลาสั้นๆสำหรับข้ามันเพียงพอแล้วทีข้าจะสามารถฝึกและเรียนรู้ทักษะวิชาต่างๆ"หลินหลงยิ้มที่มุมปากพร้อมกับลุกออกจากเตียงและมุ่งหน้าไปที่ป่าหลังสำนักเพื่อเริ่มฝึกทันที
"สิ่งที่ข้าควรจะมีคือทักษะการเคลื่นไหวและการป้องกันงั้นทักษะที่เหมาะสมกับข้าในตอนนี้"หลินหลงนั่งลงพร้อมกับจมลงในความคิดเคล็ดวิชาทักษะต่างๆมากมายไหลผ่านภายในหัวของเขาและเขาเลือก "ทักษะก้าวข้ามสวรรค์" เป็นทักษะที่เขาค้นพบหลังจากถูกไล่ล่ามันเป็นทักษะที่ประหลาดสามารถฝึกได้แม้จะเป็นผู้ฝึกระดับต่ำส่วนผลของมันจะแสดงตามปลังปราณที่มีและสามารถพัฒนาขึ้นได้ตามพลังปราณยิ่งมีพลังปราณมากขึ้นทักษะนี้ก็ยิ่งทวีคูรความเร็วมันจึงไม่จำกัดการฝึกแต่ความเข้าใจในการฝึกนั้นยากมากและแม้แต่ผู้เชียวชานยังมิอาจเข้าใจได้ง่ายๆทุกครั้งการใช้ย่อมเสียพลังปราณอย่างต่อเนื่อง
"โฮ๋เจ้าหนู่..เจ้าเลือกทักษะได้ยอดเยียมแต่ข้าอยากจะบอกเจ้าอย่างตลอดเวลาหนึ่งแสนปีที่ผ่านมาสิ่งที่เจ้าเรียกว่าทักษะก้าวข้ามสวรรค์หรือทักษะอื่นๆนั้นมันได้หายไปจากทวีปแห่งนี้แล้วเจ้าแน่ใจหรือที่จะฝึกมัน"เสียงดังขึ้นในหัวของหลินหลงขณะเขากำลังจมสู่ความคิดเขาก็หยุดและถามออกไปด้วยความสงสัย
"ท่านหมายความว่อย่างไรหายไป?"
"ตลอดเวลาที่จิตของเจ้าและข้าหลอมรวมกันเจ้ากำลังหลับไหลและหลอมรวมกับแก่นแท้ส่วนตัวข้านั้นตื่นอยู่ตลอดเวลาข้าจึงรับรู้เรื่องราวทั้งหมดมาบ้างทักษะและวิชาส่วนใหญ่ถูกผู้คนบางกลุ่มรวบรวมไปจนหมดสิ้นจนสิ่งที่เรียกว่าทักษะนั้นสำหรับผู้ฝึกยุทธปัจจุบันแล้วมันเป็นสิ่งหายากนับได้ว่าถ้ามีคนรู้เจ้าอาจถูกตามล่าเลยทีเดียว"เสียงของหญิงสาวในหัวหลินหลงกล่าวพร้อมกับแนะนำสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดหนึ่งแสนปีในเวลาที่จิตของหลินหลงหลับไหลและหลอมรวมอยู่นั้นจึงไม่อาจเข้าใจว่าปัจจุบันทุกอย่างเปลี่ยนไปมากขนาดไหน?
หลินหลงหารู้ไม่ว่าทักษะที่อยู่ในหัวของเขาตอนนี้มีค่ามากกว่าอณาจักรหรือมากกว่าทวีปขนาดเล็กทวีปหนึ่งเลยด้วยซ้ำ