ใน่เวลาสามเดือน ลู่ซือฝึกฝนทั้งท่าร่างและพลังปราณที่ได้รับมาจากจงเป่าอย่างต่อเนื่อง ในแต่ละวัน ภาระกิจที่ทำั้แ่ตื่นนอนคือฝึกฝน นอกจากเวลากินข้าวแล้ว มีแต่ฝึกฝนไม่หยุด ในยามค่ำคืนก็นั่งสมาธิอย่างต่อเนื่อง
ั้แ่รู้ความในตอนสามปี ลู่ซือถูกจงเป่าฝึกนั่งสมาธิมาตลอด โดยปกติ การฝึกสมาธิจะต้องเป็เด็กที่มีอายุสักอย่างน้อยก็หกหรือเจ็ดแปดขวบเป็อย่างน้อยที่สามารถทำสมาธิได้นาน แต่ลู่ซือในวัยสามขวบปีสามารถทำได้ อีกทั้งสมาธิยังนิ่งและนั่งได้นาน แม้กระทั่งจงเป่าเองก็ยังอดแปลกใจไม่ได้ในความสามารถที่ผิดแปลกเช่นนี้
ในยามค่ำคืน สิ่งที่ลู่ซือจะทำคือการทำสมาธิและการทำกรรมฐาน การทำสมาธิก็คือ การเจริญกัมมัฏฐานทำจิตใจให้ปลอดจากนิวรณ์ทั้งหลาย ส่วนการทำกรรมฐาน คือ การตั้งมั่น ตั้งใจทำงานภายในเพื่อควบคุมจิต ผสานอารมณ์ให้ตั้งมั่นและทำให้มีอารมณ์เป็หนึ่งเดียว หากทำได้ทั้งสองส่วน ไม่ว่าทำสิ่งใดก็จะง่ายได้ และประสบความสำเร็จได้มากขึ้น วิธีการเหล่านี้ จงเป่าสอนลู่ซือด้วยตนเองทุกคืนั้แ่อายุยังน้อย
ความนิ่งของอารมณ์ทำให้ลู่ซือเข้าถึงธรรมชาติของสรรพสิ่งได้อย่างง่ายดาย การมองสรรพสิ่งต่าง ๆ การรู้ตัวตนทำให้เกิดปัญญาในสิ่งต่าง ๆ ในแบบที่คนอื่นเข้าไม่ถึง และหลังจากที่เข้าไปรักษาหนิงเซียน บุตรสาวเ้าเมือง ด้วยการเข้ากรรมฐานขั้นสูงที่กล้าและมั่นคง ลู่ซือก็ได้พบความจริงอันลึกซึ้งอีกครั้งเกี่ยวกับจักระกิเลนในตัวเอง
วันเวลาผันผ่าน ในที่สุดก็ใกล้ครบกำหนดสามเดือน ....
าุโหลักและาุโสาม พร้อมจงหมาน จงซื่อ จงฮวา และลู่ซือก็เดินทางโดยรถม้า เข้าไปที่สำนักเทพ์ ผู้คนมากมายทั้งชายและหญิงเข้ามาที่แห่งนี้ โรงเตี๊ยมมากมายถูกจับจอง การค้าการขายเป็ไปด้วยความคึกคัก
หลังจากสมัครทดสอบเรียบร้อยแล้ว ทั้งหมดก็เดินออกมาเพื่อหาที่พัก
"พวกเราพักกันที่นี่ก่อน พรุ่งนี้ตอนเช้าตรู่ พวกเราจะเข้าไปในสำนักเพื่อทดสอบกัน" าุโหลักกล่าวพร้อมแยกย้ายไปพัก ลู่ซือแยกไปพักอีกห้องต่างหาก โดยใช้เงินของจงเป่าที่ให้ติดกระเป๋ามา ส่วนอีกสองครอบครัวก็แยกกันไปพักเช่นกัน
"เ้าหน้าไม่อาย ใช้เงินท่านย่าของข้า เ้าไม่มีปัญญาหาเองหรือไง ไอ้ลูกไม่มีพ่อไม่มีแม่" จงหมานะโออกไป
"ท่านพี่หยุดได้แล้ว ทำไมต้องมาพูดอย่างนี้ด้วย ท่านเองก็ใช้เงินของตระกูลเหมือนข้า ท่านย่ารู้ว่าจะเป็ปัญหา จึงใช้เงินส่วนตัวของท่านย่ามาตลอด ท่านก็รู้อยู่แก่ใจตั้งนานแล้ว" จงฮวาเถียงกลับไปด้วยความโมโหและผิดหวังในตัวพี่ชายผู้เป็ญาติ
"ไม่เป็ไร จงฮวา ข้าไม่ถือสา เ้าไปพักผ่อนเถิด ขอบใจมาก" ลู่ซือลูบหัวจงฮวาแล้วเดินแยกเข้าห้องไปตามลำพัง นี่เป็ครั้งแรกที่ลู่ซือต้องห่างจากจงเป่าผู้เป็ย่า ทำให้รู้สึกแปลก ๆ เหงา ๆ แต่ที่มากไปกว่านั้น คือความห่วงใยที่ตลอดเวลา ลู่ซือจะดูแลอาหารและยาบำรุงให้จงเป่าเสมอ ไม่เคยขาดตกบกพร่องแต่อย่างใด
แต่ในยามนี้ ตัวมันเองต้องห่างผู้เป็ย่ามา จึงคิดถึงและห่วงตลอดเวลา ก่อนที่จะเดินทาง ลู่ซือก็ได้ปรุงยาบำรุง ที่ได้จากจักระกิเลน ช่วยทำให้มีกำลังวังชา บำรุงปราณพลัง และมีผิวพรรณเต่งตึงไม่เหี่ยวย่นให้แก่จงเป่าไว้จำนวนหนึ่ง พร้อมกำชับสาวใช้ที่ดูแลจงเป่าให้ดูแลนางให้ดี
#$#$
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ผู้คนที่เข้าสอบคัดเลือกในปีนี้ ร่วมหมื่นแปดคน
"พวกเ้าที่มาสอบคัดเลือกฟังให้ดี ในที่นี่ อนุญาตให้เฉพาะผู้สมัครเท่านั้น ไม่อนุญาตผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามา สำหรับกฏเกณฑ์ในการทดสอบ พวกเ้าเข้าไปที่เขตอารามยุทธ์ที่เ้า้า เ้ามีสิทธิ์เข้าทดสอบได้ทุกอาราม แต่หากเ้าไม่ผ่านการทดสอบ เ้าจะมีโอกาสเข้ารับการทดสอบจากอารามอื่นได้ตาม้า แต่นั่นหมายความว่า พวกเ้าจะต้องจัดสรรเวลา เพื่อให้พวกเ้าสามารถเข้าทดสอบได้ทุกอารามได้ทันการ"
"แต่ไม่ว่าจะอย่างไร เ้าจะเลือกอารามหลักได้เพียงอารามเดียวเท่านั้น คือ ดาบ กระบี่หรือพลอง อย่างใดอย่างหนึ่ง เมื่อพวกเ้าเข้าไปเรียนแล้ว เ้าก็จะต้องเรียนวิชาพื้นฐานของแต่ละอาราม พร้อมวิชาเอกเชี่ยวชาญของแต่ละอารามที่เ้าเลือก"
"เมื่อเ้าผ่าน สถานะของเ้าคือ ศิษย์สายนอก เ้ามีเวลาสองปีเท่านั้นในการทดสอบผ่านเป็ศิษย์สายใน และสามปีสำหรับศิษย์เอก เราเรียกกันว่า เส้นทางยุทธ์เทพ์ ภายในห้าปี พวกเ้าจะต้องเป็ศิษย์เอกให้ได้ หากไม่ได้พวกเ้าก็จะมีสถานะเป็เพียงศิษย์สายในเท่านั้น"
"หลังจากนี้ พวกเ้าแยกไปที่อารามแห่งกระบี่ อารามแห่งดาบ หรืออารามแห่งพลอง ไปวัดระดับพลัง ผู้ที่อยู่ในระดับพลังสูงสุดสามร้อยคนแรก จะเข้าเป็ศิษย์นอก แต่หากใครได้ระดับพลังสูงสุดทั้งสามอารามและคะแนนทิ้งห่างจากระดับที่สองอย่างชัดเจน เ้าจะได้รับการคัดเลือกเป็ศิษย์สายในทันที"
"ที่ผ่านมามีเพียงไม่กี่คนที่ผ่านเกณฑ์ที่ข้ากล่าวมา อีกทั้งยังผ่านมาแล้วกว่าเก้าสิบปี ่เก้าสิบปีที่ผ่านมา ยังไม่มีใครทำได้เลย พวกเ้าไปดูลำดับพลังที่อยู่บนแท่นหน้าอารามหลักกันเอง" าุโซื่อไห่ชี้มือไปยังแท่นลำดับที่แสดงถึงบุคคลผู้สอบผ่านทั้งสามอารามและมีคะแนนสูงสุดทิ้งห่างจากคนอื่น ๆ
"พวกเ้ามีเวลาเพียงสองวันเท่านั้นในการทดสอบ เริ่มได้ ..." สิ้นเสียงประกาศของาุโซื่อไห่ ผู้คนต่างกระจายตัวไปยังอารามต่าง ๆ ที่ตนเอง้าเข้าไปเป็ศิษย์ ไม่นานนักลานหน้าสำนัก ไร้ผู้คนและเงียบลงถนัดตา ผู้คนกระจายตัวไปอย่างรวดเร็ว
"จงฮวา ขอให้เ้าโชคดีนะ แล้วเจอกัน..." ลู่ซือตบบ่าจงฮวาให้กำลังใจแล้วเดินแยกออกไป จงฮวาเดินไปยังอารามกระบี่พร้อมกับจงหมานและจงซื่อ
ที่อารามกระบี่ มีผู้คนมารอทดสอบจำนวนมากที่สุด หากเทียบกับอารามดาบและอารามพลอง ส่วนลู่ซือ เห็นคนมากมายที่อารามกระบี่และดาบ จึงเดินมุ่งหน้าไปยังอารามพลองแทน ซึ่งมีคนอยู่ไม่กี่พันคน
การวัดระดับพลัง คือการวางมือทาบลงบนแท่นศิลา หากแท่นศิละมีการเรืองแสง ขีดระดับพลังจะเลื่อนขึ้นตามความเข้มของแสง คนที่มีระดับพลังปราณแข็งแกร่ง ระดับพลังจะสูงตามลำดับ ที่่ผ่านมาระดับพลังสูงสุดคือ ระดับสาม ที่ว่าสุดยอดสำหรับการเริ่มต้นแล้ว
ที่อารามกระบี่ จงหมาน จงซื่อ และจงฮวา รอเข้ารับการทดสอบ มีคนไม่น้อยผ่านเกณฑ์ระดับพลังปฐมกายา หากแต่อยู่เพียงระดับชั้นที่ 3 มากที่สุด จากหกระดับ
จงหมานและจงซื่อผ่านเกณฑ์ ได้ระดับชั้นที่ 2 ส่วนจงฮวาได้ระดับชั้นที่ 3 แม้จะไม่พอใจผลระดับชั้นพลังของตนเองเมื่อเปรียบเทียบกับของจงฮวา แต่จงหมานและจงซื่อก็ไม่ได้กล่าวอะไร เพียงเสียหน้า เสียความรู้สึกเท่านั้น ่อายุต่างกันหลายปี แต่กลับมีระดับพลังที่ต่ำกว่า จะไม่รู้สึกอะไรก็ใช่ที่ แต่จะยังไงก็ตาม อย่างไรก็ไม่ได้มีความเกลียดชังจงฮวา อีกทั้งยังเป็คนในตระกูลจงเช่นเดียวกันก็ปล่อยผ่านไป
"พวกเ้าจะไปทดสอบ อารามอื่นไหม" จงฮวาสอบถามจงหมานและจงซื่อ
"ไปสิ ข้ายังไม่แน่ใจว่าจะได้หรือไม่ ต้องรอประกาศอีกครั้ง ข้ากับจงซื่อจะไปสำนักดาบ เ้าละจะไปที่ไหน" จงหมานถามกลับมา
"ข้าก็จะไปอารามแห่งดาบเช่นกัน" ทั้งสามจึงเดินทางออกไปพร้อมกัน
ในส่วนของอารามแห่งพลอง ลู่ซื่อก็รอเข้ารับการทดสอบ แม้คนจะไม่มาก แต่มีคนที่ผ่านเพียงไม่ถึงร้อย เพราะแท่นวัดพลังของอารามแห่งพลอง มีความยากและถ่ายทอดพลัง ดังนั้น จึงมีผู้ไม่ผ่านจำนวนมาก
ลู่ซือเดินเข้าไปที่แท่นวัดพลัง พร้อมวางมือบนศิลา แต่ไม่ปรากฏการเปลี่ยนแปลงออกมา าุโผู้ควบคุมเข้ามาดูก็ไม่พบความบกพร้อมของแท่นพลัง ทำให้ตอบไม่ได้ว่าผ่านหรือไม่ าุโจึงหยุดแท่นวัดพลังนี้ไว้ รอการตรวจสอบจากาุโสายในอีกครั้ง
ลู่ซือเดินไปวัดแท่นพลังอื่นอีกสองแท่นก็ปรากฏเหตุการณ์เดิม ทำให้แท่นอีกสองแท่นหยุดให้การทดสอบไปโดยปริยาย
"หยุดก่อนเถอะ ข้าว่าเ้าไปวัดระดับพลังที่อารามอื่นก่อนดีกว่า ถ้าเป็เช่นนี้ คนอื่นจะไม่ได้วัดระดับพลังกันพอดี เ้ารอผลการทดสอบอย่างเป็ทางการ ระดับพลังเ้าไม่แสดงอะไรเลย มันไม่น่าเป็ไปได้ อย่างน้อยก็จะต้องขึ้นเจือจาง แม้แต่เด็กกว่าเ้ายังวัดระดับพลังได้ ข้าไม่เข้าใจว่าทำไมเ้าถึงวัดระดับแล้วไม่มีผลอะไรออกมา มันต้องมีความผิดพลาดอะไรเป็แน่แท้"
"เ้าพยายามทำอีกสองอารามให้ได้ เผื่อพลาดจะได้ไม่เสียโอกาสในปีนี้ไป" าุโคนดังกล่าวบอกลู่ซือให้กำลัง พร้อมทั้งส่งสารไปยังาุโสายในให้มาคลี่คลายเหตุการณ์ดังกล่าว
ลู่ซือไม่เสียเวลา เดินไปยังอารามแห่งดาบและอารามแห่งกระบี่เป็ที่สุดท้าย และเหตุกาณ์ก็ยังคงเป็เช่นเดิม เหมือนกับที่อารามแห่งพลอง แม้จะแปลกใจ และผิดหวัง แต่ก็ไม่เสียกำลังใจ คิดว่า ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็ไร ก็กลับไปดูแลท่านย่า ข้ายังมีเวลาอีกสองสามปีที่จะเข้าสอบคัดเลือกใหม่ ข้าอายุเจ็ดปี ยังมีเวลาอีกสองปีไม่เป็ไร
เวลาผ่านไปหนึ่งวันหนึ่งคืนบนลานทดสอบของสำนัก การทดสอบเสร็จสิ้น ผู้คนต่างรอคอยอยู่บนลานหลักของสำนักเทพ์อย่างใจจดใจจ่อ ผู้คนต่างวิพากย์วิจารณ์การทดสอบของตนเองและของคนอื่นที่พบเห็นอย่างมีอรรถรส
แสงอรุณสาดส่องในยามเช้า เสียงนกอสุนีเพลิง บินขับขานรับอรุณ พ่นไฟอยู่บนฟ้า เป็ภาพที่แปลกตาสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับที่สำนักแล้ว นกอสุนีเพลิงที่มีตัวขนาดใหญ่ จะทำรังอยู่บนเชิงผาหลังสำนัก และจะออกมาบินรับแสงตะวันทุกเช้าจนเป็เื่ชินตา
ไม่นานนัก ... าุโซือไห่เดินออกมาหน้าลานกว้าง ...