รุ่งอรุณของวันใหม่มาเยือนพร้อมกับแสงสีทองอ่อนที่สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างเล็กๆ ของอาราม หลินซูตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ยังคงสับสนและอ่อนล้าจากเหตุการณ์เมื่อคืน ร่างกายของนางยังคงจดจำััของจ้าวหลงได้เป็อย่างดี ความรู้สึกวาบหวามที่ปะปนกับความหวาดหวั่นยังคงติดตรึงอยู่ในกายของนาง
นางนอนขดตัวอยู่บนเสื่อหญ้าเก่าๆ ที่ปูอยู่ในห้องเล็กๆ ที่จ้าวหลงจัดให้ ความทรงจำของเหตุการณ์ในสระน้ำทิพย์เมื่อคืนยังคงชัดเจนในความคิดของนาง ทุกัั ทุกคำพูด ทุกความรู้สึกที่เพิ่งถูกปลุกขึ้นมาครั้งแรกในชีวิต นางยกมือขึ้นััที่ใบหน้าตัวเองที่ยังคงร้อนผ่าว ความอับอายและความสับสนยังคงวนเวียนอยู่ในใจ
"ทุกอย่างเพื่อมารดา... ทุกอย่างเพื่อมารดา..." นางท่องคำนี้ในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า พยายามปลอบใจตัวเองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็เพียงส่วนหนึ่งของพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ แต่ร่างกายของนางกลับยังคงตอบสนองต่อความทรงจำเ่าั้ ความชุ่มชื้นที่เคยไหลซึมออกมาเมื่อคืนยังคงเป็ความลับที่ทำให้นางรู้สึกอับอายอย่างยิ่ง
เสียงระฆังเบาๆ ดังขึ้นจากห้องโถงใหญ่ เป็สัญญาณให้ตื่นนอนและเตรียมตัวสำหรับกิจกรรมของวัน หลินซูลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า ร่างกายยังคงเมื่อยล้าจากการยืนนิ่งในสระน้ำเป็เวลานาน นางสวมชุดคลุมสีขาวใหม่ที่จ้าวหลงเตรียมไว้ให้ ผ้าไหมเนื้อดีที่นุ่มนวลและบางเบา แตกต่างจากชุดเก่าที่นางเคยสวม
หลังจากที่จ้าวหลงปล่อยให้นางไปเปลี่ยนชุด หลินซูก็ได้แต่เดินโซซัดโซเซกลับมายังห้องพักของตน นางนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน จิตใจของนางเต็มไปด้วยคำถามมากมายเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น และความหมายของพิธีกรรมที่จ้าวหลงได้กระทำลงไป ทุกครั้งที่นางหลับตาลง ภาพของมือใหญ่ที่ลูบไล้ไปตามร่างกายของนางก็จะผุดขึ้นมา ทำให้นางตื่นขึ้นมาด้วยใจสั่นและหายใจหอบ
นางเดินออกจากห้องพักด้วยก้าวย่างที่ไม่มั่นคง ความรู้สึกแปลกใหม่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนยังคงส่ายแส่ไปทั่วร่างกาย ทำให้นางรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในฝัน ทางเดินที่เคยคุ้นเคยกลับดูแปลกตา แสงแดดยามเช้าที่ส่องผ่านหน้าต่างเล็กๆ ทำให้เงาของนางเต้นระบำไปตามพื้นหิน
เช้านี้ จ้าวหลงได้เรียกหลินซูไปที่ห้องโถงใหญ่ของอาราม ซึ่งเป็สถานที่ที่ใช้ในการประกอบพิธีกรรมและบำเพ็ญภาวนา ห้องโถงนี้กว้างใหญ่และสูงโปร่ง เสาหินอ่อนสีขาวตั้งเรียงรายรองรับเพดานที่ประดับด้วยภาพเขียนสีทองของเทพเ้าต่างๆ แสงธรรมชาติส่องผ่านช่องหน้าต่างขนาดใหญ่ ทำให้บรรยากาศในห้องดูศักดิ์สิทธิ์และเงียบสงบ
หลินซูถูกสั่งให้นั่งคุกเข่าลงบนเบาะรองนั่งที่ปูอยู่กลางห้อง เบาะผ้าไหมสีแดงเข้มที่ปักด้วยด้ายทองเป็ลวดลายัและนกฟีนิกซ์ เบื้องหน้าของนางคือพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่บนแท่นบูชา พระพุทธรูปทำจากหินหยกสีเขียวอ่อน ใบหน้าเต็มไปด้วยความเมตตาและความสงบ ดวงตาครึ่งหลับที่ดูเหมือนจะมองทะลุผ่านทุกสิ่ง
ธูปหอมกลิ่นจันทน์และกำยานลอยฟุ้งไปทั่วห้อง กลิ่นหอมหวานปนขมที่ทำให้จิตใจรู้สึกสงบแต่ก็ทำให้หลินซูนึกถึงกลิ่นเดียวกันที่อบอวลอยู่ในห้องลึกลับเมื่อคืน นางสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อความทรงจำนั้นผุดขึ้นมา
"จงทำจิตใจให้สงบ ปล่อยวางซึ่งกิเลสและตัณหาจากทางโลก" จ้าวหลงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยอำนาจ เขายืนอยู่ข้างหลังหลินซู ชุดนักพรตสีขาวของเขาปลิวไสวเบาๆ ตามลมที่พัดผ่านช่องหน้าต่าง "จงรวบรวมสมาธิทั้งหมดไว้ที่ลมหายใจเข้าออก และภาวนาถึงพระพุทธองค์ เพื่อชำระล้างจิตใจให้บริสุทธิ์ผุดผ่อง"
น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและมีเสน่ห์ ทำให้หลินซูรู้สึกถึงความสั่นะเืเล็กๆ ที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย นางพยายามไม่คิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืน แต่เสียงของเขากลับทำให้ความทรงจำเ่าั้ชัดเจนขึ้น
หลินซูหลับตาลง พยายามทำตามคำสั่งของจ้าวหลง นางพยายามที่จะรวบรวมสมาธิ แต่จิตใจของนางกลับฟุ้งซ่าน ภาพััของจ้าวหลงยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงความคิดของนาง ความรู้สึกร้อนผ่าวที่เคยเกิดขึ้นเมื่อคืนยังคงประทับอยู่ในกายของนาง ทุกครั้งที่นางพยายามจะมีสมาธิ ความทรงจำของมือใหญ่ที่ลูบไล้ไปตามร่างกายก็จะผุดขึ้นมา
แต่ยิ่งนางพยายาม ความรู้สึกแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นเมื่อคืนยิ่งชัดเจนขึ้น ความชุ่มชื้นที่เคยไหลซึมออกมาจากระหว่างขา ความรู้สึกซ่านสยิวที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ความร้อนผ่าวที่ก่อตัวขึ้นในส่วนลึกของกาย ทุกอย่างเหล่านี้ทำให้นางสับสนและหวาดกลัว
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า หลินซูไม่รู้ว่านางนั่งภาวนาไปนานเท่าใด รู้เพียงแต่ว่าร่างกายของนางเริ่มชาและปวดเมื่อยไปหมด ขาที่คุกเข่าอยู่เริ่มเสียวซ่า แขนที่วางประสานกันเริ่มเมื่อยล้า แต่นางยังคงพยายามรักษาท่าทางให้ดูเหมาะสม
เมื่อจ้าวหลงอนุญาตให้นางลืมตาขึ้น แสงแดดยามบ่ายก็สาดส่องเข้ามาในห้องโถงแล้ว แสงสีทองอุ่นๆ ทำให้พระพุทธรูปหินหยกเปล่งประกายระยิบระยับ หลินซูลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ดวงตาที่เคยใสสะอาดตอนนี้ดูเหนื่อยล้าและสับสน
"เ้าทำได้ดีมากหลินซู" จ้าวหลงเอ่ยชม น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลงเล็กน้อย "จิตใจของเ้าเริ่มสงบลงแล้ว แต่ยังไม่เพียงพอที่จะเชื่อมต่อกับพลังเทพได้อย่างสมบูรณ์"
หลินซูพยายามขยับร่างกายที่ชาไปหมด นางรู้สึกเหมือนเพิ่งตื่นจากความฝันอันยาวนาน ขาที่คุกเข่าอยู่นานจนเสียวซ่าและปวดเมื่อย แขนที่ประสานกันแน่นจนเืไหลเวียนไม่ดี นางพยายามขยับนิ้วมืออย่างระมัดระวัง เพื่อให้ความรู้สึกกลับคืนมา
"ข้า... ข้าพยายามแล้วท่านนักพรต" หลินซูเอ่ยเสียงแ่ "แต่จิตใจของข้ายังคงฟุ้งซ่าน ข้าไม่สามารถควบคุมความคิดได้เหมือนที่ควรจะเป็"
จ้าวหลงเดินเข้ามาใกล้หลินซู เขายื่นมือออกไปััที่หน้าผากของนางเบาๆ ฝ่ามือของเขาอุ่นและนุ่มนวล แตกต่างจากความหยาบกร้านที่นางคาดไว้ หลินซูรู้สึกถึงกระแสพลังงานบางอย่างที่ไหลผ่านเข้ามาในกายของนาง ทำให้ร่างกายนางรู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อย ความปวดเมื่อยจากการนั่งนานเริ่มคลายตัวลง
"นี่เป็เื่ธรรมดา" เขาอธิบายด้วยน้ำเสียงที่เข้าใจ "หญิงสาวที่เพิ่งเริ่มบำเพ็ญเพียรมักจะมีจิตใจที่ไม่สงบ เพราะร่างกายยังไม่ได้รับการเตรียมอย่างเหมาะสม กระแสพลังปราณยังไม่ไหลเวียนได้อย่างสมบูรณ์"
เขาถอนมือออกจากหน้าผากของนาง แล้วเดินไปมาข้างหน้าอย่างช้าๆ มือทั้งสองข้างประสานไว้ข้างหลัง ท่าทางดูเหมือนนักปราชญ์ที่กำลังไตร่ตรองปัญหาอันซับซ้อน "การภาวนาเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับเ้า หลินซู เ้า้าการเตรียมพิเศษ"
หลินซูมองตามเขาด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย "การเตรียมพิเศษหรือเ้าคะ ท่านนักพรต?"
"เพื่อที่จะเปิดจุดหยินหยางในกายของเ้า และเชื่อมต่อกับพลังเทพได้อย่างแท้จริง" จ้าวหลงเอ่ยต่อ หันกลับมามองหลินซูด้วยดวงตาที่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น "เราจะต้องทำพิธีพิเศษอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งจะช่วยให้จิติญญาของเ้าบริสุทธิ์และพร้อมสำหรับการบำเพ็ญเพียรอย่างแท้จริง"
คำว่า "จุดหยินหยาง" ทำให้หลินซูรู้สึกขนลุกเล็กน้อย นางเคยได้ยินคำนี้จากหมอยาแผนโบราณในหมู่บ้าน แต่ไม่เคยเข้าใจความหมายที่แท้จริง นางรู้เพียงว่ามันเกี่ยวข้องกับพลังงานลึกลับในร่างกายมนุษย์
"จุดหยินหยางคืออะไรเ้าคะ ท่านนักพรต?" นางถามด้วยความอยากรู้ปนความกังวล
จ้าวหลงยิ้มบางๆ "จุดหยินหยางคือศูนย์กลางของพลังชีวิตในร่างกายมนุษย์ มันเป็จุดที่พลังหยินและพลังหยางมากัน เมื่อจุดนี้ถูกเปิดแล้ว เ้าจะสามารถรับรู้และควบคุมพลังเทพได้อย่างสมบูรณ์ การบำเพ็ญเพียรจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น และบุญกุศลที่เ้าสร้างจะส่งไปถึงมารดาได้อย่างแท้จริง"
การกล่าวถึงมารดาทำให้หลินซูรู้สึกถึงแรงผลักดันอีกครั้ง ความรักและความกตัญญูที่มีต่อมารดาเป็แรงจูงใจที่ทำให้นางยอมทำทุกอย่าง "ข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะ ข้าพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อมารดา"
จ้าวหลงพาหลินซูไปยังห้องเล็กๆ อีกห้องหนึ่ง ห้องนี้แตกต่างจากห้องโถงใหญ่โดยสิ้นเชิง มันเป็ห้องที่มืดสลัว มีเพียงแสงเทียนสลัวๆ ที่ให้ความสว่าง เทียนไขหลายสิบเล่มจุดอยู่รอบๆ ห้อง สร้างบรรยากาศที่ลึกลับและศักดิ์สิทธิ์
กลิ่นกำยานลึกลับอบอวลไปทั่วทั้งห้อง กลิ่นหอมหวานปนขมของกำยานทำให้หลินซูรู้สึกมึนงงเล็กน้อย มันเป็กลิ่นเดียวกับที่นางได้กลิ่นเมื่อคืนในสระน้ำทิพย์ ทำให้ความทรงจำของเหตุการณ์นั้นผุดขึ้นมาอีกครั้ง
กลางห้องมีแท่นหินอ่อนขนาดใหญ่ตั้งอยู่ แท่นหินสีขาวเนียนนุ่มที่แกะสลักด้วยลวดลายดอกบัวและั ผิวหินเรียบลื่นและเย็นเฉียบ บนแท่นหินมีเบาะผ้าไหมสีแดงเข้มปูอยู่ ทำให้ดูนุ่มนวลและสบาย
จ้าวหลงสั่งให้หลินซูขึ้นไปนอนบนแท่นหินอ่อนนั้น หลินซูลังเลเล็กน้อย มองไปรอบๆ ห้องด้วยความไม่แน่ใจ บรรยากาศในห้องนี้ทำให้นางรู้สึกแปลกใจ มันไม่เหมือนห้องสำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่นางเคยเห็น
"เ้าลังเลทำไม หลินซู?" จ้าวหลงถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนแต่มีอำนาจ "นี่คือพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ที่จะช่วยให้เ้าเปิดจุดหยินหยาง เพื่อส่งบุญไปให้มารดาของเ้า"
การกล่าวถึงมารดาอีกครั้งทำให้หลินซูตัดสินใจได้ นางก้าวขึ้นไปบนแท่นหินอย่างระมัดระวัง ผิวหินเย็นเฉียบัักับเท้าเปล่าของนาง ทำให้นางสั่นเทาเล็กน้อย นางนอนลงบนเบาะผ้าไหมอย่างว่าง่าย ความรู้สึกหวาดหวั่นเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของนางอีกครั้ง
แสงเทียนที่ริบหรี่ทำให้เงาของนางเต้นระบำไปตามผนัง ชุดคลุมสีขาวที่นางสวมอยู่ดูซีดจางในแสงสลัว ทำให้ร่างกายของนางดูเหมือนผีเสื้อที่กำลังจะบินหนี
จ้าวหลงหยิบขวดแก้วเล็กๆ ที่บรรจุน้ำมันสีทองอร่ามออกมาจากย่ามของเขา ขวดแก้วใสที่แกะสลักด้วยลวดลายละเอียดอ่อน น้ำมันข้างในเปล่งประกายระยิบระยับเมื่อถูกแสงเทียนส่อง
"นี่คือน้ำมันสกัดจากดอกไม้ป่าหายาก" จ้าวหลงอธิบายขณะที่เขาเปิดฝาขวด กลิ่นหอมหวานลอยออกมา ผสมผสานกับกลิ่นกำยานในห้อง "มันจะช่วยเปิดกระแสพลังปราณในกายของเ้า ทำให้ิัของเ้าไวต่อัั และช่วยให้พลังเทพสามารถไหลเวียนเข้าสู่กายของเ้าได้อย่างสมบูรณ์"
หลินซูฟังคำอธิบายด้วยความตั้งใจ แม้จะไม่เข้าใจทั้งหมด แต่นางเชื่อในคำพูดของจ้าวหลง ความศรัทธาที่มีต่อนักพรตผู้ศักดิ์สิทธิ์ทำให้นางยอมรับทุกสิ่งที่เขาบอก
จ้าวหลงรินน้ำมันสีทองลงบนฝ่ามือของเขา น้ำมันมีความหนืดพอประมาณ และอุ่นเมื่อัักับอากาศ เขาถูฝ่ามือทั้งสองข้างเข้าด้วยกันเพื่อให้น้ำมันอุ่นขึ้น ก่อนจะลูบไล้ไปตามต้นขาด้านในของหลินซูอย่างช้าๆ
ความรู้สึกเย็นวาบจากน้ำมันกระทบกับิัของนาง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็ความร้อนผ่าวที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งกาย น้ำมันมีคุณสมบัติพิเศษที่ทำให้ิัรู้สึกไวต่อััมากขึ้น ทุกการััของนิ้วมือจ้าวหลงทำให้หลินซูรู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าเล็กๆ ที่แล่นปราดไปตามเส้นประสาท
นิ้วมือของจ้าวหลงเริ่มนวดเฟ้นไปตามต้นขาของหลินซูอย่างชำนาญ เขาใช้เทคนิคการนวดที่เรียนรู้มาจากตำราโบราณ การบีบนวดกล้ามเนื้อที่อ่อนนุ่มอย่างจงใจ ทำให้เืไหลเวียนดีขึ้นและกระตุ้นจุดประสาทต่างๆ
ความรู้สึกซ่านสยิวที่นางเคยััเมื่อคืนกลับมาอีกครั้ง และคราวนี้มันรุนแรงกว่าเดิมหลายเท่า น้ำมันพิเศษทำให้ทุกการััรู้สึกเข้มข้นขึ้น ิัของนางเหมือนถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมา รับรู้ถึงทุกการเคลื่อนไหวของนิ้วมือเขา
"จงอย่าได้กังวลไปเลยหลินซู" จ้าวหลงเอ่ยปลอบ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเมตตา ทว่าการกระทำของเขากลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง "นี่คือการเปิดกระแสพลังปราณ เพื่อส่งบุญไปให้มารดาของเ้าที่บ้าน นางจะได้พ้นจากความทุกข์ทรมานและได้พบกับความสุข"
คำว่า "มารดา" ดังก้องอยู่ในหัวของหลินซู นางหลับตาลงแน่น พยายามที่จะเชื่อในคำพูดของจ้าวหลง นางนึกถึงใบหน้าซีดเซียวของมารดาที่นอนป่วยอยู่บนเตียงไม้เก่า ความเ็ปที่มารดาต้องทนทุกวัน และความหวังที่ว่าลูกสาวจะสามารถช่วยนางได้
แต่นางก็ไม่อาจปฏิเสธความรู้สึกร้อนรุ่มที่ก่อตัวขึ้นที่กึ่งกลางกายของนางได้ มันเป็ความรู้สึกแปลกใหม่ที่นางไม่เคยรู้จักมาก่อน มันทั้งน่ากลัวและน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน ร่างกายของนางเริ่มตอบสนองต่อััของเขาโดยไม่ฟังคำสั่งของจิตใจ
มือของจ้าวหลงเลื่อนขึ้นมาที่หน้าท้องของหลินซู เขาใช้น้ำมันเพิ่มเติมลูบไล้ไปตามหน้าท้องที่แบนราบอย่างแ่เบา ิัที่เนียนนุ่มและอ่อนไหวรับรู้ถึงทุกการเคลื่อนไหวของนิ้วมือ ก่อนจะหยุดลงที่บริเวณสะดือ
นิ้วมือของเขากดลงไปที่สะดือของนางเบาๆ ทำให้หลินซูรู้สึกจุกเล็กน้อย ความรู้สึกแปลกๆ ที่แผ่ซ่านจากจุดนั้นไปทั่วร่างกาย เหมือนมีกระแสพลังงานไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายผ่านจุดเล็กๆ นั้น
"นี่คือจุดศูนย์รวมพลังปราณของเ้า" จ้าวหลงอธิบายขณะที่เขาใช้นิ้วกดและหมุนเป็วงกลมเล็กๆ รอบสะดือ "การเปิดจุดนี้จะช่วยให้พลังเทพสามารถไหลเวียนเข้าสู่กายของเ้าได้อย่างสมบูรณ์ และช่วยให้เ้าสามารถบำเพ็ญเพียรได้อย่างมีประสิทธิภาพ"
จ้าวหลงเริ่มนวดเฟ้นไปรอบๆ สะดือของหลินซูอย่างช้าๆ ใช้เทคนิคการกดจุดที่เขาเรียนรู้มาจากตำราลับ ความรู้สึกร้อนรุ่มที่กึ่งกลางกายของนางทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ มันเป็ความรู้สึกที่ยากจะอธิบายได้ มันทั้งเ็ปและสุขสมในเวลาเดียวกัน
หลินซูรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นปราดไปทั่วทั้งกาย ร่างกายของนางสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ใบหน้าของนางแดงก่ำไปถึงใบหู ลมหายใจติดขัด หัวใจเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก
"จงปล่อยใจให้เป็อิสระหลินซู" จ้าวหลงกระซิบข้างหูของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอที่เปียกชื้นด้วยเหงื่อ "จงปล่อยให้พลังเทพไหลเวียนเข้าสู่กายของเ้า และจงรับรู้ถึงความสุขที่แท้จริงที่กำลังจะเกิดขึ้น"
หลินซูไม่รู้ว่านางควรจะทำอย่างไร นางสับสนและหวาดกลัว แต่นางก็ไม่อาจปฏิเสธความรู้สึกร้อนรุ่มที่ก่อตัวขึ้นในกายของนางได้ ความรู้สึกนี้แปลกใหม่และรุนแรงเกินกว่าที่นางจะเข้าใจ
นางปล่อยให้จ้าวหลงทำตามใจชอบ ปล่อยให้ร่างกายของนางตอบสนองต่อััของเขาอย่างไม่อาจควบคุมได้ ความรักที่มีต่อมารดาและความศรัทธาที่มีต่อนักพรตผู้ศักดิ์สิทธิ์เป็สิ่งเดียวที่ทำให้นางยอมรับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น
แสงเทียนริบหรี่ส่องแสงเหลืองอุ่นๆ ไปทั่วห้อง เงาของทั้งสองคนเต้นระบำไปตามผนัง ขณะที่พิธีกรรมลึกลับนี้ดำเนินต่อไปอย่างช้าๆ และเต็มไปด้วยความตึงเครียด