ตอนที่คุณตาและคุณยายเสียชีวิตพวกท่านทิ้งเงินมรดกไว้ให้จันทร์เ้าพอสมควรเธอจึงได้นำเงินมรดกที่ได้มาซื้อคอนโดห้องเล็กๆใจกลางเมืองเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ตนเอง่เวลาที่ยากจะทำใจมากที่สุดในชีวิตของจันทร์เ้าก็คือการสูญเสียพวกท่านนับเป็ครั้งแรกที่จันทร์เ้ารู้สึกว่าตนเองโชคดีที่สามารถมองเห็นดวงิญญาที่จากไปแล้วได้ทำให้เธอสามารถบอกลาพวกท่านได้เป็ครั้งสุดท้ายแม้ว่าจะกลับไปไม่ทันได้ดูใจพวกท่านที่โรงพยาบาลก็ตาม
“ไม่ต้องเสียใจ”นี่คือถ้อยคำสุดท้ายที่ดวงิญญาของคุณยายพูดกับเธอแล้วหลังจากนั้นอีกหลายเดือนต่อมาดวงิญญาของคุณตาก็พูดประโยคนี้กับเธออีกครั้งแล้วหลังจากนั้นพวกท่านก็จับจูงมือกันไปจากเธอพร้อมกันตลอดกาลแล้วหลังจากนั้นเธอก็ไม่ได้เห็นพวกท่านอีกเลยทุกครั้งที่นึกถึง่เวลานั้นเธอก็มักจะหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความรู้สึกเศร้าเสียใจ
“ร้องไห้ทำไมอีกเสียใจที่ลุงยามตายหรือ”คำถามของคนที่นั่งอยู่เคียงข้างเธอทำให้จันทร์เ้ารีบเช็ดน้ำตาแล้วก็พยายามทำเป็ไม่ได้ยินเสียงของเขา
“แกล้งทำเป็มองไม่เห็นอีกแล้ว”เสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจของเขาทำให้จันทร์เ้ารีบหลับตาลงตอนนี้เธอนั่งอยู่บนรถไฟฟ้าใต้ดินอีกสองสถานีจึงจะถึงสถานีที่อยู่ใกล้กับคอนโดของเธอเสียงที่ทักทายเธอเมื่อครู่นี้คือเสียงของดวงิญญาดวงหนึ่งที่คอยติดตามเธอมาโดยตลอดน่าแปลกที่ดวงิญญาดวงนี้ไม่ยอมไปยังสถานที่ที่เขาชอบไปอย่างเช่นดวงิญญาดวงอื่นแต่กลับคอยติดตามเธอมาั้แ่วันแรกที่ได้พบกัน
ดวงิญญาดวงนี้แตกต่างจากดวงิญญาดวงอื่นๆเขาโปร่งใสจนแทบจะมองไม่เห็น เสียงของเขาก็บางเบาราวกับยุงแถมยังตามติดจันทร์เ้าราวกับเงาไม่ว่าจะทำอย่างไรเขาก็ไม่ยอมไป ทำบุญให้ก็แล้วสวดไล่ิญญาก็แล้ว จนถึงขั้นบอกไล่ตรงๆ ก็ทำแล้ว แต่เขาก็ยังคงดื้อดึงไม่ยอมไปไหนผลสุดท้ายจันทร์เ้าจึงได้แกล้งทำเป็มองไม่เห็นและไม่ได้ยินเสียงเพื่อที่เขาจะได้ยอมจากไปไปสู่ที่ชอบของเขาได้เสียที
“มองทางด้วยสิ”เสียงบางเบาที่เอ่ยเตือนทำให้จันทร์เ้าต้องรีบเงยหน้าขึ้นไปมองราวบันไดพอเธอเดินออกจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินแล้วเดินต่ออีกไม่ไกลก็ถึงคอนโดของตนเองจันทร์เ้าทอดถอนใจออกมาเมื่อถึงที่พักของตนเองในที่สุดพอเข้าไปในห้องแล้วสิ่งแรกที่เธอทำก็คือ...
“ห้ามเข้าไปในห้องนอนของฉันห้องน้ำของฉันยิ่งห้ามอย่างเด็ดขาดถึงจะเป็ผีแต่ก็ควรจะเคารพสิทธิส่วนบุคคลของฉันด้วย”เมื่อจันทร์เ้าพูดเช่นนี้ก็มีเสียงหัวเราะดังขึ้นมาจากร่างโปร่งใสในทันที
“คิดว่าจะแกล้งทำเป็มองไม่เห็นและไม่ได้ยินผมได้ตลอดไปแล้วเสียอีก” เมื่อเขาพูดเช่นนี้จันทร์เ้าก็ทอดถอนใจออกมา
“ก็อยากจะทำอย่างนั้นแต่คุณชอบแกล้งฉัน ฉันไม่อยากจะเสียอารมณ์เพราะคุณอีก”เมื่อเธอพูดเช่นนี้เขาก็หัวเราะออกมา
“ถึงแม้ว่าผมจะเป็ผีขี้ตื๊อแต่ผมก็ไม่ใช่ผีถ้ำมองที่ชอบแอบดูสาวๆ ตอนเข้าห้องน้ำหรือว่าตอนเข้านอนเสียหน่อยวางใจเถอะ ผมจะไม่กวนคุณขอแค่คุณยอมให้ผมอยู่ด้วยก็พอ”เมื่อเขาพูดเช่นนี้จันทร์เ้าก็ทอดถอนใจออกมา
“คุณจะมาอยู่กับฉันได้อย่างไรทำไมไม่ไปผุดไปเกิดล่ะ หรือไม่ก็ไปอยู่กับญาติๆ เพื่อนฝูงหรือว่าคนรักของคุณก็ได้”เมื่อเธอพูดเช่นนี้เขาก็ส่ายหน้า
“ถ้าผมไปจากคุณได้ผมคงไปนานแล้ว” เขาพูดพลางทำสีหน้าเศร้าหมองออกมา
“ผมบอกคุณแล้วว่าผมติดอยู่ในบ้านเรือนไทยหลังนั้นมานานมากแล้วไม่สามารถออกไปไหนได้เลย แต่แค่เพียงได้พบกับคุณผมก็สามารถติดตามคุณไปยังสถานที่ต่างๆได้ทุกที่ตอนนี้นอกจากบริเวณบ้านเรือนไทยหลังนั้นแล้วผมก็ทำได้แค่เพียงติดตามคุณไปยังสถานที่ต่างๆได้เพียงเท่านั้น” เมื่อเขาพูดเช่นนี้จันทร์เ้าก็ทอดถอนใจออกมา
เธอพบกับเขาครั้งแรกก็ตอนที่เธอไปช่วยธารมิกายกโต๊ะและเก้าอี้ที่ไม่ได้ใช้นำไปเก็บที่ห้องเก็บของบริเวณใต้ถุนของบ้านเรือนไทยออฟฟิศของเธอเป็อาคารพาณิชย์สามชั้นสี่คูหาตั้งอยู่ติดกับถนนใหญ่มีที่จอดรถกว้างขวางด้านหลังของอาคารพาณิชย์เป็บ้านเรือนไทยหลังใหญ่ที่ดูเก่าแก่และทรุดโทรม
ธารมิกาเคยบอกกับเธอว่าบ้านเรือนไทยหลังนี้เป็ของเ้าของที่ดินผืนนั้นเพียงแต่เ้าของย้ายไปอยู่ต่างประเทศจึงปล่อยให้บ้านเรือนไทยหลังนั้นรกร้างและทรุดโทรมคุณเปรมสินีเ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่เป็เพื่อนสนิทกับเ้าของบ้านเรือนไทยหลังนั้นจึงมักจะนำข้าวของที่ชำรุดหรืออุปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้ไปเก็บในห้องเก็บของที่อยู่ใต้ถุนของบ้านเรือนไทยและจันทร์เ้าก็ได้พบกับผีหรือว่าดวงิญญาดวงนี้ที่บ้านเรือนไทยหลังนั้นแล้วหลังจากนั้นเธอก็ไม่อาจจะขับไล่ดวงิญญาดวงนี้ให้ไปจากเธอได้อีกเลย
“แล้วคุณมาติดตามฉันทำไมฉันไม่เชื่อหรอกว่าคุณติดตามฉันก็แค่เพราะอยากจะออกจากบ้านเรือนไทยหลังนั้นคุณจะต้องมีเป้าหมายอื่นอีกแน่ๆ” เมื่อเธอพูดเช่นนี้เขาก็ส่ายหน้า
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันก็แค่รู้สึกว่ายังดีกว่าถูกขังให้อยู่แต่ในบ้านเรือนไทยหลังนั้น”พอเขาพูดเช่นนี้จันทร์เ้าก็ทอดถอนใจออกมา
“ฉันถามคุณจริงๆเถอะ ทำไมคุณถึงได้ไปติดอยู่ที่นั่นล่ะ คุณตายอยู่ที่นั่นหรือคะ”เมื่อเธอถามเช่นนี้เขาส่ายหน้า
“ผมก็เคยบอกกับคุณไปแล้วนะว่าไม่รู้ก่อนหน้านี้ผมใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศมาโดยตลอดญาติสนิทหรือเพื่อนฝูงของผมล้วนอยู่ต่างประเทศทั้งหมดที่ผมมาที่นี่ก็เพื่อมาประชุมเื่การค้ากับลูกค้าของผมเพียงเท่านั้นคิดไม่ถึงว่ายังไม่ทันได้ประชุมก็เกิดอุบัติเหตุระหว่างทางแล้วก็กลายเป็ดวงิญญาที่ถูกขังอยู่ในบ้านเรือนไทยหลังนั้นอย่างที่คุณเห็นผมไม่รู้หรอกว่าตนเองถูกขังอยู่นานเท่าไหร่ รู้แค่เพียงว่าผมอยู่ที่นั่นนานมากมีคนเข้าออกบ้านหลังนั้นตั้งมากมายแต่ไม่มีใครมองเห็นผมได้อย่างคุณเลยและที่สำคัญไม่มีใครที่สามารถพาผมออกมาจากที่นั่นได้อย่างคุณด้วย”เมื่อเขาพูดเช่นนั้นจันทร์เ้าก็ส่ายหน้า
“ชื่อของคุณคืออะไรนะคะ”จันทร์เ้าพูดพลางเดินไปนั่งลงบนโซฟาของตนเองแล้วดึงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าแล้วทำการเสิร์ชหาข้อมูลของเขาบนโลกแห่งอินเทอร์เน็ตอีกครั้ง
“แอนโทนี่เจคอป เจมส์ ผมบอกคุณเป็รอบที่ร้อยแล้วมั้งทำไมคุณยังจำไม่ได้อีก”เขาพูดพลางทอดถอนใจออกมาแล้วก็ล่องลอยมานั่งลงเคียงข้างเธอ
“คุณไม่เจอผมหรอกผมไม่ได้เล่นโซเชียล” เมื่อเขาพูดเช่นนี้จันทร์เ้าก็หันไปมองเขา
“เป็ฝรั่งที่หน้าไทยมากแถมยังพูดไทยชัดมาก ฉันไม่เชื่อหรอกว่าคุณไม่มีชื่อไทย”เมื่อเธอพูดเช่นนี้เขาก็ทำสีหน้าอึดอัดใจในทันที
“ทำไมบอกไม่ได้หรือ”เมื่อจันทร์เ้าถามเช่นนี้เขาก็ส่ายหน้าในทันที
“บอกไปแล้วคุณก็เสิร์ชหาผมไม่เจออยู่ดีเพราะว่ามันเป็แค่เพียงชื่อเล่นที่คุณย่าของผมใช้เรียกผมตอนที่ผมยังเด็กเท่านั้น”เมื่อเขาพูดเช่นนี้จันทร์เ้าก็ยิ้มออกมาในทันที
“ลองบอกฉันมาเผื่อฉันจะหาเจอ”เมื่อเธอพูดเช่นนี้เขาก็นิ่งเงียบไป
“ถ้าไม่บอกแล้วฉันจะหาตัวตนคุณเจอได้อย่างไรถ้าไม่รู้ว่าคุณคือใครแล้วฉันจะหาสาเหตุพบหรือว่าเป็เพราะอะไรคุณถึงได้มาติดแหง็กอยู่กับฉันอย่างนี้”จันทร์เ้าพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดทำให้ดวงิญญาที่นั่งอยู่เคียงข้างผละออกจากข้างกายของเธอไปในทันที
“จะไปไหนบอกชื่อเล่นของคุณมาก่อนต่อให้หาตัวตนของคุณไม่เจอก็ไม่เป็ไรแค่คุณบอกฉันมาก็พอว่าคุณชื่อเล่นว่าอะไรฉันจะได้เรียกคุณถูก คุณคงไม่อยากจะให้ฉันเรียกคุณว่าคุณผีไปตลอดหรอกนะ”เมื่อเธอพูดเช่นนี้เขาก็รีบตอบกลับเธอในทันที
“เรียกผมว่าแอนโทนี่หรือจะเรียกสั้นๆ ว่าโทนี่ก็ได้ แต่ถ้าหากอยากจะเรียกว่าคุณผีก็ตามสบายแต่ผมไม่รับประกันนะว่าเวลาที่ผีตัวอื่นได้ยินเข้าพวกเขาจะคิดว่าคุณกำลังเรียกพวกเขาหรือเปล่า”เมื่อเขาพูดเช่นนี้จันทร์เ้าก็พลันหรี่ตาในทันที
“ชื่อไทยของคุณล่ะคะคุณไม่คิดจะบอกฉันหน่อยหรือ”
“ไม่จำเป็ต้องรู้หรอกเพราะว่ามันไม่ได้สลักสำคัญอะไร” เมื่อเขาไม่ยอมบอกจันทร์เ้าก็ไม่ได้คิดจะสนใจเธอนั่งพิมพ์หาข้อมูลของเขาบนโลกอินเทอร์เน็ตอีกครั้งน่าเสียดายที่ชื่อที่เธอค้นเจอไม่มีสักชื่อที่น่าจะเกี่ยวข้องกับดวงิญญาดวงนี้
‘หรือว่าฉันต้องบินไปอเมริกา แล้วพาผีตนนี้ไปส่งให้ญาติของเขา’ จันทร์จ้าวคิดเช่นนี้อยู่ในใจแต่เมื่อคิดถึงเงินในบัญชีของเธอแล้วเธอก็ขนลุกพรึบขึ้นมาในทันทีถ้าต้องสลายเงินในบัญชีแค่เพียงเพราะดวงิญญาที่เธอไม่รู้จักตนหนึ่งเธอยอมทนอุดอู้อยู่กับดวงิญญาดวงนี้ไปก่อนดีกว่าไม่แน่ว่าพอเขาได้พบกับคนที่เขาสามารถติดตามไปได้เขาก็คงจะจากไปโดยที่ไม่ต้องเดือดร้อนเงินอันน้อยนิดที่อยู่ในบัญชีของเธอด้วย