
....กลางป่าลึกที่เงียบสงัด เพียงเสียงลมพัดผ่านยอดไม้ก็เหมือนกรีดทิ่มใจ ณ ต้นไม้เซียนที่พ่อปลูก ขณะที่หลินเซียนกำลังทดลองนำเปลือกไม้และใบมาผสมปรุงยาอยู่นั้น หลินเซียนก็ขมวดคิ้วแน่น เพราะเขารู้สึกถึงสายตาลึกลับที่จ้องมองอยู่ตลอด เหมือนเส้นลมหายใจถูกกดทับจนแทบแตกสลาย “ใคร?!”
เขาเรียกปราณกระบี่สายนทีวายุขึ้นมา 1 เล่มลอยข้างตัวเขาทันที
"ออกมา! ถ้าไม่ออกอย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ"
พุ่มไม้ข้างหน้าขยับวูบ ราวกับมีเงาดำซ่อนตัวอยู่ หลินเซียนยกมือแตะด้ามดาบ พลังปราณพลุ่งพล่านพร้อมปะทะในพริบตา บรรยากาศหนักหน่วงเข้มข้นจนแทบกลายเป็เสียงดังก้องในหู
แต่อีกวินาที… “ซวบ!”
สิ่งที่โผล่ออกมาจากพุ่มไม้กลับเป็เ้าลูกหมีแพนด้าตัวน้อย
มันมีขนสีขาวดำที่ควรจะนุ่มนวล แต่ตอนนี้กลับมอมแมมเลอะโคลนไปทั่ว ดวงตากลมโตสีดำสนิทช่างฉายประกายใสซื่อไร้เดียงสา มันยืนสองขาโงนเงน ก่อนจะทิ้งตัวนั่งตุ้บลงไปอย่างงุ่มง่าม กอดท่อนไผ่หักครึ่งท่อนแนบอกไว้แน่นเหมือนสมบัติล้ำค่า
เสียง "กรอบๆ" เล็ดลอดออกมาจากฟันเล็กๆ ที่กำลังแทะไผ่ แต่พอเงยหน้าขึ้นมามอง หลินเซียนก็แทบสะดุ้งกับสายตานั้น… มันจ้องด้วยแววตากลมใสไม่กะพริบ ราวกับกำลังสื่อสารว่า “ข้าอยากกินผลไม้สีม่วงต้นนี้ ท่านให้ผลมันแก่ข้าสักลูกได้ไหม?”
ร่างเล็กอ้วนกลมทำให้ดูเหมือนก้อนขนกลิ้งได้ มันเอียงคอทีหนึ่ง ยกอุ้งเท้าเล็กๆ ปาดหน้าเปื้อนดินทีหนึ่ง แต่ยิ่งเช็ดก็ยิ่งเลอะ เหมือนเด็กน้อยที่พยายามทำตัวสะอาดแต่กลับกลายเป็ยุ่งกว่าเดิม
หลินเซียนยืนนิ่งค้าง ทั้งที่เมื่อครู่ยังคิดว่ากำลังเผชิญหน้ากับศัตรูร้ายแรง แต่ตอนนี้กลับถูก ความน่ารักเกินพิกัด ถาโถมเข้ามาแทนที่ หัวใจที่ควรเต้นแรงเพราะตื่นกลัว กลับกลายเป็สั่นไหวเพราะกลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่
เ้าหมีน้อยขยับอุ้งเท้าเหมือนจะคลานเข้ามาใกล้ แล้วพลันล้มคว่ำหน้าลงไปกับพื้นอย่างทุลักทุเล ก่อนจะลุกขึ้นใหม่แล้วหันมามองเขาอีกครั้งด้วยแววตาใสซื่อบริสุทธิ์ยิ่งกว่าเดิม
หลินเซียนเก็บปราณกระบี่ไปเขาอุ้มเ้าลูกหมีแพนด้ามอมแมมตัวหนึ่งที่จ้องด้วยตาใสแป๋วตัวนั้น เขาเด็ดผลอวิ๋นฮวาให้มัน 1 ลูก เ้าแพนด้าน้อยชอบใจยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ใส่เขาก่อนจะเอาใส่ปากกินอย่างเอร็ดอร่อย
"เ้าได้กินแล้ว เ้าก็ควรกลับไปหาแม่เ้าได้แล้วนะ เดี๋ยวท่านจะเป็ห่วง"
แต่หมีแพนด้าน้อยกลับปีนป่ายขึ้นมาบนหัวไหล่ของหลินเซียน มองหน้าแล้วยิ้มก่อนจะหลับผลอยลงที่หัวไหล่เขา
ด้วยความน่ารักเกินต้าน หลินเซียนเอามือลูบหัว เล่นคางมันอย่างมีความสุข ราวกับได้พักผ่อนสมองไปในตัว
"งั้นข้าให้เ้ายืมไหล่ข้าสักพัก รอจนกว่าแม่เ้าจะมารับละกัน"
......แต่ผ่านไป 7 วันไม่ว่าหลินเซียนจะกลับบ้าน หรือมาคิดค้นสูตรยาและฝึกฝนเพิ่มพลังปราณที่ต้นไม้เซียน ลูกหมีแพนด้าก็ตามมาด้วยเสมอ
ตอนนี้มันถูกคุณหนูร้านน้ำชาและแม่ของหลินเซียนช่วยอาบน้ำให้จนขนผ่องไปทั้งตัว (และถูกคุณหนูจับกอดมาหลายรอบด้วยแหละ)
ก็ไม่พบว่าจะมีแม่หมีแพนด้ามาตามแต่อย่างใด หลินเซียนกลัวว่ามันจะพลัดหลงแม่ จึงพาออกเดินป่าไปตามหาแม่หมีแพนด้านอยู่หลายลี้ก็ไม่พบว่ามีหมีแพนด้าตัวอื่นเลย อย่างน่าสงสัย
แถมเ้าตัวเล็กดูจะติดหลินเซียนมากๆ ซะด้วย บอกให้ทำอะไรก็ทำ ให้กลับเข้าไปนอนในถุงสมบัติเซียนมันก็เชื่อฟังคำสั่งแต่โดยดี เรียกออกมาก็จะวนๆรอบตัวหลินเซียนและชอบขึ้นไปนอนที่หัวไหล่เขาเสมอ
เ้าหมีน้อยทำตากลมใสจ้องมาไม่กะพริบ หลินเซียนถอนหายใจยาว
“เ้านี่…จะให้ข้าเรียกว่าอะไรดีล่ะ? ตัวเล็กมอมแมมแบบนี้… เอาเป็ เสี่ยวิ แล้วกัน”
พอได้ยินชื่อตัวเอง เ้าหมีแพนด้าก็ทำเสียง “ฮื่ม” เบาๆ พลางโงนเงนเข้ามาเกาะชายเสื้อราวกับยอมรับนามนี้ทันที
....หลินเซียนเดินสำรวจป่าเพื่อหาพืชสมุนไพรมาปรุงยา เพื่อก้าวข้าวไปสู่ระดับ 3 แกนปราณ โดยมีเ้าเสี่ยวิลูกหมีแพนด้าตัวน้อยเกาะไหล่มาด้วย
แรกเริ่มเขาคิดว่าเสี่ยวิเป็เพียงสัตว์ป่าไร้เดียงสา แต่เมื่อเวลาผ่านไป กลับพบความผิดปกติบางอย่าง
ทุกครั้งที่เสี่ยวินั่งแทะไผ่ใต้ต้นไม้ ต้นไม้นั้นจะผลิดอกบานสะพรั่งในพริบตา กลีบดอกหลากสีโปรยปรายราวหิมะฤดูใบไม้ผลิ
กิ่งก้านที่แห้งเหี่ยวก็กลับเขียวชอุ่มสดใส รากไม้ดูดซับปราณแ่เบาแผ่กระจายออกมา แม้แต่หลินเซียนเองยังััได้ชัดเจน
“นี่มัน…” เขาจับจ้องอย่างไม่เชื่อสายตา
ดอกไม้บานด้วยพลังแห่งชีวิต
ต้นไม้สะท้อนลมหายใจแห่ง์
เสี่ยวิหันมามอง พลางยกท่อนไผ่ในมือเคี้ยวกรอบๆ ทำตาใสแป๋วเหมือนไม่รู้เื่อะไร
แต่ยิ่งมันยิ้มหลิ่วตาไร้เดียงสาเท่าไร พลังแห่งไม้ก็ยิ่งซ่อนเร้นอยู่ในร่างเล็กๆ ของมันมากขึ้นเท่านั้น
หลินเซียนสูดหายใจลึก สายตาเต็มไปด้วยความตกตะลึง
“เสี่ยวิ....เ้าไม่ใช่เพียงลูกหมีธรรมดา เ้าคืออสูริญญาธาตุไม้ใช่ไหม?"
เสี่ยวิกระพริบตากลมโตใสแป๋ว ก่อนเอียงหัวเล็กๆ ไปมาเหมือนตั้งคำถาม
จากนั้นมันโงนเงนเข้ามาใกล้ ใช้อุ้งเท้านุ่มๆ เกาะชายเสื้อหลินเซียนแล้วส่งเสียง “ฮื่ม” เบาๆ
รอยยิ้มใสซื่อบนหน้ากลมอ้วนทำให้ดูเหมือนเด็กน้อยที่กำลังขออ้อมกอด
หลินเซียนมองแล้วใจแทบละลาย เขารู้สึกรักและผูกพันกับลูกหมีแพนด้าตัวนี้เสียแล้ว.....
