"ที่นี่คืออะไร?" เอลิอันถาม ขณะปลดสายบังเหียนม้าแล้วผูกมันไว้กับต้นไม้ใกล้ ๆ
"สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่ง" เซเรน่าตอบสั้น ๆ เธอเดินไปนั่งที่ขอบบ่อน้ำ แล้ววางคทาลงข้างตัว "ถ้าเ้าจะตามข้ามาหาลูนาเรีย เ้าต้องพิสูจน์ก่อนว่าเ้าไม่ใช่แค่คนโง่ที่วิ่งตามตำนาน"
เอลิอันนั่งลงตรงข้ามเธอ ห่างออกไปไม่กี่ก้าว "ข้าจะพิสูจน์ยังไง?"
เซเรน่ายกมือขึ้น น้ำในบ่อเริ่มสั่นไหวราวกับมีลมพัดผ่าน แสงสีเขียวจากฝ่ามือของเธอสะท้อนลงไปในน้ำ ก่อนที่ภาพจะค่อย ๆ ปรากฎขึ้นบนผิวน้ำราวกับกระจกวิเศษ ภาพนั้นเผยให้เห็นหมู่บ้านที่ถูกทำลาย บ้านเรือนพังทลาย ผู้คนกรีดร้องขณะที่เงามืดกลืนกินทุกสิ่ง เอลิอันกำหมัดแน่นเมื่อเห็นภาพนั้น มันคือหมู่บ้านของเขาในคืนที่ครอบครัวของเขาตาย
"เ้าเห็นอะไร?" เซเรน่าถาม น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่แฝงด้วยความท้าทาย
"บ้านของข้า...ครอบครัวของข้า" เอลิอันตอบ เสียงของเขาสั่นเล็กน้อย "ข้าสูญเสียทุกอย่างในคืนนั้น ข้าจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นกับคนอื่นอีก"
เซเรน่ามองเขานิ่ง ๆ สักพักก่อนจะลดมือลง ภาพในน้ำค่อย ๆ จางหายไป "ข้าเองก็เคยเห็นภาพแบบนั้น" เธอพูดเบา ๆ เกือบเป็การกระซิบ "ครอบครัวของข้าถูกเงามืดพรากไปเช่นกัน แต่ข้าเลือกที่จะปกป้องป่าแห่งนี้แทนการวิ่งตามความหวังลม ๆ แล้ง ๆ อย่างลูนาเรีย"
"แล้วทำไมเ้าถึงยังอยู่ที่นี่?" เอลิอันถาม "ถ้าเ้าไม่เชื่อในลูนาเรีย ทำไมไม่หนีไปให้พ้นจากคำสาป?"
เซเรน่าหัวเราะเยาะ "หนี? เ้าคิดว่ามันง่ายขนาดนั้นหรือ? คำสาปนี้ผูกมัดข้าไว้กับป่าแห่งนี้ ข้าจะตายถ้าข้าทิ้งมันไป" เธอหยิบคทาขึ้นมาแล้วลุกยืน "แต่เ้า...เ้ามีอิสระที่จะเลือก ถ้าจะไปต่อ ข้าจะพาเ้าไปยังเส้นทางของลูนาเรีย แต่ถ้าเ้าตาย ข้าจะไม่รับผิดชอบ"
เอลิอันลุกขึ้นตามเธอ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "ข้าจะไปต่อ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น"
เซเรน่าพยักหน้ารับ ก่อนจะหันไปมองท้องฟ้าที่เริ่มมืดสนิท "ดี คืนนี้เราจะพักที่นี่ พรุ่งนี้เราจะเผชิญหน้ากับบางสิ่งที่เลวร้ายกว่าอสูรกายเมื่อครู่ เตรียมตัวให้ดี อัศวิน"
ขณะที่ทั้งคู่เตรียมตัวพักผ่อน เสียงหอนยาว ๆ ดังก้องมาจากส่วนลึกของป่า เงามืดบางอย่างกำลังเคลื่อนไหว และมันรู้ว่ามีผู้บุกรุกเข้ามาในอาณาเขตของมันแล้ว
แสงจันทร์สีเงินจาง ๆ สาดส่องลงมาบนลานศักดิ์สิทธิ์กลางป่ามรกต ขณะที่ลมเย็นพัดผ่านพุ่มไม้ ทำให้ใบไม้สีเข้มสั่นไหวและส่งเสียงกรอบแกรบดังเบา ๆ เอลิอันนั่งพิงต้นไม้ใหญ่ที่มีรากโผล่พ้นพื้นดินราวกับงูั์บิดตัว เขาถือก้อนหินทรงกลมในมือ ค่อย ๆ ขูดคราบเืสีดำจากดาบของเขาด้วยความระมัดระวัง เกราะหนังสีน้ำตาลเข้มของเขามีรอยขีดข่วนใหม่เพิ่มมาจากการต่อสู้เมื่อครู่ และเสื้อคลุมสีเทาที่ขาดวิ่นพาดอยู่บนไหล่ราวกับเครื่องเตือนใจถึงการเดินทางที่โหดร้าย
ไม่ไกลจากเขา เซเรน่านั่งขัดสมาธิอยู่ริมบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ คทาไม้ที่แกะสลักลวดลายโบราณวางพาดอยู่บนตักของเธอ ผมสีขาวราวหิมะของเธอปลิวไสวไปกับสายลม เผยให้เห็นใบหน้าที่งดงามแต่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า เธอยกมือขึ้นััน้ำในบ่อเบา ๆ ปลายนิ้วของเธอสร้างระลอกคลื่นเล็ก ๆ ที่สะท้อนแสงจันทร์เป็วงกลมกว้างขึ้นเรื่อย ๆ "ป่าแห่งนี้กำลังร้องไห้" เธอพูดขึ้นมาโดยไม่หันมองเอลิอัน "เ้ารู้สึกได้ไหม?"
เอลิอันหยุดขูดดาบแล้วเงยหน้าขึ้นมองรอบตัว เขาสูดลมหายใจลึก ๆ กลิ่นดินชื้นและกลิ่นใบไม้เน่าปนกับกลิ่นบางอย่างที่เขาไม่สามารถระบุได้—กลิ่นที่หนักหน่วงและอึมครึมราวกับความตาย "ข้ารู้สึกถึงความเงียบ" เขาตอบ "มันเงียบเกินไป ไม่มีแม้แต่เสียงของสัตว์"
เซเรน่าพยักหน้า "นั่นเพราะมันรู้ว่าเราอยู่ที่นี่" เธอลุกขึ้นยืน หยิบคทามากุมไว้ในมือ "เงามืดไม่ใช่แค่คำสาป มันมีชีวิต มันคิดได้ และมันเกลียดทุกสิ่งที่มีแสงสว่าง"
ก่อนที่เอลิอันจะได้ถามอะไรเพิ่ม เสียงหอนยาว ๆ ดังก้องมาจากส่วนลึกของป่า เสียงนั้นแหบแห้งและเย็นะเืจนทำให้ขนลุก ม้าของเอลิอันที่ผูกไว้กับต้นไม้เริ่มตื่นตระหนก มันขูดกีบลงกับพื้นและสะบัดหัวไปมาอย่างควบคุมไม่ได้ "สงบลง!" เอลิอันลุกขึ้นวิ่งไปควบคุมม้า แต่สายตาของเขาจับจ้องไปที่เงาราง ๆ ที่เคลื่อนไหวในพุ่มไม้รอบลาน
เซเรน่ายกคทาขึ้นทันที แสงสีเขียวเข้มพุ่งออกจากปลายคทาเป็วงกลมล้อมรอบลานศักดิ์สิทธิ์ "เตรียมตัว อัศวิน" เธอพูดด้วยน้ำเสียงตึงเครียด "มันมาแล้ว"
พื้นดินสั่นะเืเบา ๆ ราวกับมีบางสิ่งหนักหน่วงกำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ หมอกสีเงินที่ลอยอยู่ในอากาศเริ่มหนาขึ้นจนมองเห็นได้แค่ไม่กี่ก้าวข้างหน้า จากนั้นเงาดำขนาดมหึมาปรากฎขึ้นจากความมืด มันสูงกว่าต้นไม้รอบลานเกือบสองเท่า ร่างกายของมันเป็เงาดำที่บิดเบี้ยวราวกับหมึกไหล ดวงตาสีแดงเพลิงสี่ดวงจ้องมองลงมาที่ทั้งคู่ด้วยความเกลียดชัง กรงเล็บยาวที่ทำจากเงาคล้ายควันพุ่งออกจากแขนของมัน ขูดลงกับพื้นดินจนเกิดรอยลึกและส่งกลิ่นเหม็นไหม้ลอยขึ้นมา
"นี่มันอะไรกัน!" เอลิอันะโ ชักดาบออกมาทันที เขายืนในท่าเตรียมต่อสู้ ขาของเขาเกร็งแน่นเพื่อรับแรงกระแทก
"มันคือหนึ่งในผู้รับใช้ของเงามืด" เซเรน่าตอบ เธอกวาดคทาไปในอากาศ สายเถาวัลย์หนาที่ยื่นออกมาจากพื้นดินพุ่งเข้าพันรอบขาของอสูรกาย "ระวังตัวให้ดี มันเร็วกว่าที่เห็น!"
อสูรกายคำรามดังสนั่น ฉีกเถาวัลย์ของเซเรน่าขาดเป็เสี่ยง ๆ ด้วยกรงเล็บของมัน ก่อนจะพุ่งเข้าหาเอลิอันด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อสำหรับร่างกายขนาดนั้น เขากลิ้งตัวหลบไปด้านข้างได้ทันเวลา กรงเล็บของมันปักลงกับพื้นดินที่เขาเคยยืนอยู่ ส่งโคลนและหญ้ากระเด็นไปทั่ว เอลิอันฟันดาบเข้าใส่แขนของมัน แต่ใบดาบผ่านร่างที่เป็เงาไปโดยไม่เกิดรอยแผลใด ๆ
"ดาบของเ้าใช้ไม่ได้ผล!" เซเรน่าะโ เธอวิ่งไปด้านข้าง ส่งพลังเวทเป็ลูกไฟสีเขียวพุ่งเข้าใส่ดวงตาของอสูรกาย มันกรีดร้องด้วยความเ็ปและถอยหลังไปสองสามก้าว "เราต้องโจมตีพร้อมกัน!"
เอลิอันพยักหน้า เขาวิ่งไปตั้งหลักใกล้บ่อน้ำ ขณะที่เซเรน่าสร้างกำแพงเถาวัลย์ขึ้นมาขวางอสูรกายไว้ชั่วครู่ "บอกข้ามาว่าต้องทำยังไง!" เขาะโ