แสงแดดยามบ่ายคล้อยเริ่มอ่อนตัวลง
ลมอุ่นพัดผ่านสนามบาสเกตบอล ด้านข้างโรงเรียนเป็ระยะ พัดพาเอากลิ่นหญ้าสดที่ภารโรงกำลังตัดลอยโชยมาบางๆ
ต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา ข้างสนามบาส มีม้าหินอ่อนวางเรียงรายหลายตัว ข้างๆ มีซุ้มขายน้ำเล็ก ๆ เปิดให้บริการอยู่
เด็กชายตัวน้อยในชุดนักเรียนประถม กำลังนั่งเท้าคาง อยู่บนเก้าอี้พลาสติก ที่ร้านซุ้มน้ำนำมาให้เขา สมุดการบ้านถูกเปิดค้างไว้ตรงหน้า
ดินสอแท่งสั้นในมือหมุนไปมา อย่างคนไม่มีสมาธิ ส่วนสายตากลมโตนั้น... กำลังแอบมองสนามบาส มากกว่ามองโจทย์คณิตศาสตร์การบ้าน
ตึง! ลูกบาสกระทบพื้นดังเป็จังหวะ ธามะโชูตลูกบาส จากเส้นสามคะแนน ลูกบาสลอยเป็เส้นโค้งสวย ก่อนตกลงใจกลางห่วง พอดิบพอดี
เด็กน้อยรีบลุกพรวด ส่งเสียงดีใจ"เย้!"เ้าตัวเล็กปรบมือดังแปะ ๆ เหมือนกำลังเชียร์นักกีฬาทีมชาติ จนธามอดหัวเราะไม่ได้
"การบ้านเสร็จหรือยังครับ นักเชียร์"
ต้นกล้าหันกลับมามองสมุด ก่อนค่อย ๆ นั่งลงเหมือน เพิ่งนึกได้ว่าตัวเองยังมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ
"ยังครับ..."
เสียงตอบแ่ลงอย่างเห็นได้ชัด ธามเดินถือผ้าขนหนูเข้ามา เหงื่อจากการเล่นบาส เกาะพราวอยู่ตามลำคอและกรอบหน้า ชายหนุ่มดึงเก้าอี้อีกตัวมานั่งคร่อมข้างเด็ก ก่อนก้มมองสมุดการบ้าน
"ไหนดูซิ"
นิ้วหนาเคาะลงบนข้อหนึ่งเบา ๆ "เจ็ดคูณแปดได้เท่าไหร่"
ต้นกล้ากะพริบตาปริบ ๆ"ห้าสิบหกครับ"
"อ้าว" ธามเลิกคิ้ว "ตอบได้แล้วทำไมไม่เขียนครับ"
เด็กน้อยเงียบไปสองวินาที ก่อนตอบเสียงอ่อย"ต้นกล้าี้เีครับ"
สิ้นคำ คนฟังถึงกับหลุดหัวเราะออกมา หัวเราะจริงจังจนไหล่กว้างสั่น
"พูดตรงเกินไปไหม"
"โกหกไม่ดีครับ"
เด็กน้อยตอบหน้าตาซื่อ จนธามต้องยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเอง ไม่รู้ควรชมว่าเด็กคนนี้ซื่อสัตย์ หรือควรปวดหัวดี
"งั้นเอาอย่างนี้"
เขาหยิบดินสอจากมือเล็กมา หมุนเล่นหนึ่งรอบ
"ทำข้อไหนได้ก็ทำก่อน"
"ข้อไหนไม่ได้ล่ะครับ"
"ถามพี่"
"ลุง"
"พี่"
"ลุง"
"พี่"
"ลุง"
ต่างคนต่างจ้องหน้ากัน ไม่มีใครยอมใคร สุดท้ายต้นกล้าเป็ฝ่ายหัวเราะคิกคักก่อน แก้มยุ้ยบุ๋มลงเป็ลักยิ้มจาง ๆ
รอยยิ้มสดใสนั้นทำให้หัวใจ ของคนมองอ่อนยวบ ลงอย่างช่วยไม่ได้บางที...เด็กคนนี้อาจไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ ว่าตัวเองเก่งแค่ไหน เก่งในแบบที่ทำให้คนที่พังทั้งชีวิต เผลอยิ้มออกมาได้อีกครั้ง
ธามหัวเราะเสียงดัง นานแค่ไหนแล้วก็ไม่รู้ ที่เขาหัวเราะ กับง่าย ๆแบบนี้ นับั้แ่ ย้ายมาจากกรุงเทพฯ มีแต่เื่ปวดหัว
เื่หนี้ เื่ธุรกิจ เื่คนทรยศ แต่พอมีเด็กแก้มยุ้ยนั่งอยู่ข้าง ๆ ทุกอย่างกลับดูเบาลง อย่างประหลาด
"มานี่"
ธามลากเก้าอี้มานั่งข้างๆ ก่อนหยิบดินสอขึ้นมา
"เจ็ดคูณแปดจำยังไงรู้ไหม"
ต้นกล้าส่ายหน้า
"ก็จำว่า..."ชายหนุ่มหยุดคิด"เอาเป็ว่าจำไปก่อน"
"ลุงก็ไม่รู้ใช่ไหมครับ"
"ไอ้เด็กนี่"
เสียงหัวเราะดังขึ้นพร้อมกัน จนบีที่กำลังชงชาอยู่ในร้าน ถึงกับส่ายหน้า ไม่รู้ว่าใครเป็เด็กกว่ากัน ระหว่างคนอายุสามสิบ กับเด็ก ป.2
.........................................................