บทที่ 5 คุณเป็วีรบุรุษเหรอ?
ระหว่างทาง เชอริลคอยพูดคุยและตามติดร็อบบ์ไม่ห่าง เธอเป็เหมือนกับนักเวทคนอื่น ๆ อยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับทุกสิ่งอย่าง สำหรับร็อบบ์ผู้เป็นักบวช ‘ลึกลับ’ แน่นอนว่าเขาได้กลายมาเป็ที่สนใจ เธอถามไถ่สารพัดคำถาม เช่นบ้านเกิดอยู่ที่ไหน ฝึกเวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์มานานเท่าไร เคยเดินทางไปที่ไหนมาบ้าง …ปากเล็ก ๆ นั่นแทบไม่เคยหยุดพัก!
ทว่าร็อบบ์ไม่อาจตอบได้ โลกใบนี้ยังคงเป็ปริศนา เขาไม่ทราบอะไรทั้งสิ้นจึงไม่ขอพูดอะไร เขาเอาแต่นิ่งเงียบ คอยตอบเธอเป็ครั้งคราวเท่านั้น
การนิ่งเงียบกับการเฉยเมยเช่นนี้ หากเป็คนอื่น ๆ ก็เกรงว่าคงทำให้ผู้หญิงโกรธและหมดความสนใจไปนานแล้ว แต่เมื่อครู่เขาเพิ่งโชว์เทพไป ชายแข็งแกร่งผู้หวงคำพูดเยี่ยงทองนั้นเรียกได้ว่าเป็คน ‘มั่นคง’ และ ‘เป็ผู้ใหญ่’ ผู้หญิงจะไม่เกลียดคนประเภทนี้ แต่กลับจะแสดงความชื่นชมแทน...
ดังนั้นหญิงสาวจึงพูดคุยต่อไป และร็อบบ์ก็อาศัยคำพูดของเธอเรียนรู้เกี่ยวกับโลกแห่งนี้
โลกแห่งนี้เรียกว่า ‘ทวีปชุมนุมมาร’ มีสามมหาอำนาจอยู่ในทวีป โดยมีอาณาจักรแห่งอัศวิน ‘นอร์มา’ อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ อาณาจักรเวทมนตร์ ‘แกรน’ อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ และอาณาจักรมนุษย์กระต่าย ‘ต้าถัง’ อยู่ทางดินแดนตะวันออก บนชายแดนระหว่างมหาอำนาจเหล่านี้ ยังมีอาณาจักรยิบย่อยอยู่มากมาย ซึ่งไม่ควรค่าแก่การกล่าวถึง
และแนวเขาที่พวกเขาอยู่มีนามว่าแนวเขาสนดำ เป็ดินแดนของอาณาจักรแกรน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองหลวงที่ชื่อว่า ‘เมืองแห่งนักบุญ’ อาณาบริเวณปกคลุมด้วยแนวเขาทอดยาว ทางทิศตะวันออกเป็ที่ราบกว้างใหญ่ อีกทั้งเมืองแห่งนักบุญยังตั้งอยู่บนที่ราบดังกล่าว ส่วนทางทิศตะวันตกเป็แดนเถื่อนที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์ และมีเมืองหน้าด่านอยู่เพียงไม่กี่แห่ง
พวกเขากำลังจะไปยังเมืองเวสต์วินด์ทางทิศตะวันตก ซึ่งเป็ดินแดนที่รายล้อมไปด้วยมอนสเตอร์!
คนทั้งสี่เดินลงเชิงเขาไป ตลอดทางมีก็อบลินชะโงกหัวออกมาให้เห็นเรื่อย ๆ และยังมีั์ตัวหนึ่งจ้องมองมาจากระยะไกล เมื่อเห็นว่าพวกเขามีกันสี่คน เ้าั์จึงล้มเลิกความคิดที่จะเข้าใกล้...
จนกระทั่งพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า นภาเริ่มมืดครึ้ม ในที่สุดเมืองเวสต์วินด์ก็ปรากฏสู่สายตา
นี่คือเมืองขนาดเล็กที่สร้างบนแนวเขาสนดำ เต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างที่เป็หินและเป็เหลี่ยมเป็ก้อน ครั้นมองดูแล้วไม่มีความวิจิตรงดงาม ในขณะนี้เริ่มพลบค่ำ แสงไฟนวลตาก็เริ่มสว่างไสวทั่วเมือง ทหารยามประจำหน้าที่ยืนบนกำแพง ซึ่งมีคบเพลิงจุดไฟให้แสงสว่างเป็ระยะ ทำให้มองเห็นกำแพงเมืองจากภายนอกได้อย่างชัดเจน
ร็อบบ์เห็นเหมืองหลายแห่งเปิดอยู่ มีรถขนแร่หลายคันออกันอยู่ตรงทางเข้า ดูเหมือนเป็เมืองที่สร้างขึ้นเพื่อการขุดเจาะโดยเฉพาะ ทว่าเขาแค่ไม่ทราบว่าเป็หินแร่ประเภทใด
ชายหนุ่มรู้สึกว่าทักษะการขุดเจาะและทักษะการตีหลอมของตนเริ่มเดือดพล่าน จนต้องร้องเตือนตนเองอีกครั้งว่า ‘นายเวลตันหมดแล้วนะเฟ้ย นายไม่มีความสนใจในการขุดเจาะกับตีหลอมอีกต่อไป!’
และแล้วทั้งสี่ก็เดินมาถึงหน้าเมือง เมื่อทหารยามเห็นกอร์ดากับหนังับนบ่ากว้าง พวกเขาก็พากันโห่ร้องดีใจ “คุณกอร์ดากลับมาแล้ว! แบกหนังัหยกมณีกลับมาด้วย! พระเ้า! พวกเขาทำสำเร็จ”
ทหารยามหลายคนพากันเข้ามารุมล้อม บางคนวิ่งเข้าไปในเมืองพร้ะโกนลั่น “คุณกอร์ดากลับมาแล้ว พวกเขาจัดการไอ้ัหยกมณีตัวนั้นได้แล้ว ทุกคน! เรามาฉลองกันเถอะ”
ประตูหน้าบ้านของชาวเมืองถูกเปิดออกกว้าง ผู้คนข้างในต่างวิ่งออกมา ทั้งชายหญิงและทั้งเด็กผู้ใหญ่ ผู้คนล้วนมารวมตัวกันที่ประตูเมือง ในไม่ช้าก็มากันเป็ร้อยคน
กอร์ดาแผ่หนังัหยกมณีลงบนพื้นและเหยียบมันด้วยเท้าข้างหนึ่ง
เหล่าผู้คนรอบข้างเริ่มพูดคุยจอแจ “ฉันจำรอยบนหลังนั่นได้ มันเป็ัหยกมณีตัวนั้นไม่ผิดแน่ เป็มันแน่ ๆ”
“ยอดเยี่ยม ไอ้นี่มันกินวัวของฉันไปทั้งตัว!”
“ลูกชายฉันถูกมันฆ่า ในที่สุดมันก็ได้ชดใช้ด้วยชีวิต วู้ว… ในที่สุดมันก็ได้ชดใช้ด้วยชีวิต...”
“คุณกอร์ดาสุดยอดไปเลย พวกเราไม่ได้รวมเงินกันสูญเปล่าแล้ว”
ท่ามกลางเสียงพูดคุยจอแจ ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งก็ก้าวเดินออกมา เขามีรูปร่างสันทัด แต่งกายสุภาพ ใบหน้ารูปสี่เหลี่ยม ชาวเมืองต่างทำความเคารพเขา ดูเหมือนชายคนนี้จะเป็นายกเทศมนตรี เขาบอกให้ชาวเมืองสงบลง จากนั้นเดินตรงไปยังกอร์ดาและย่อกายลงมองดูหนังัหยกมณีบนพื้นอย่างละเอียด หลังจากสำรวจไปได้สักพักก็ยืนยันได้ว่านี่คือหนังของัหยกมณีที่จ้างวานให้กำจัดจริง
ชายวัยกลางคนเงยหน้าขึ้นมา “โอ้ เหล่านักผจญภัยผู้กล้าหาญ ขอขอบคุณเป็อย่างสูง ัหยกมณีตัวนี้นำหายนะใหญ่หลวงมาสู่บ้านเมือง แต่ตอนนี้มันถูกปราบปรามลงแล้ว พวกเราจะได้ใช้ชีวิตสงบสุขเสียที เราเคยขอให้นักผจญภัยจัดการมันถึงสองหน แต่กลับล้มเหลว กระนั้นก็ได้ท่านกอร์ดาที่ทำได้อย่างยอดเยี่ยม”
กอร์ดาหัวเราะแห้งในลำคอ เขากล่าวอย่างตะขิดตะขวง “ไม่ใช่ผลงานของฉันหรอก ฉันไม่นึกว่าเ้าัหยกมณีจะเป็มอนสเตอร์ระดับสูง ฉันเองก็เกือบพลาดท่าเสียที โชคยังดีที่มีคุณโรเบิร์ตช่วยจัดการ เขาแข็งแกร่งมาก ใช้แค่กระบวนท่าเดียวก็ล้มเ้าเขียวนี่ได้”
ขณะนี้ทุกสายตาจับจ้องไปที่ร็อบบ์
“ว้าว สุดยอดไปเลย!”
“ใช้เวทมนตร์เดียวล้มัหยกมณี?”
“พระเ้า! ฉันเคยเห็นัหยกมณีจัดการทหารเก่ง ๆ หลายคนกับตา”
“คุณโรเบิร์ตแข็งแกร่งเหลือเกิน...”
“แกร่งกว่าคุณกอร์ดาอีกเหรอ?”
เมื่อได้ยินเสียงอุทานของผู้คน กอร์ดาก็รีบเติมเชื้อไฟเข้าไปเพิ่ม “เขาชื่อโรเบิร์ต เป็นักบวช ฉันเห็นเขาใช้เวทมนตร์ะเิดาวศักดิ์สิทธิ์กับตา และไม่เพียงรักษาอาการาเ็ของฉัน แต่ยังฆ่าเ้าัหยกมณี นั่นมันสุดยอดมาก เขาเป็นักบวชที่ศรัทธาในเทพเ้าแห่งแสงมากที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอ”
“อะไรนะ? ฆ่าัหยกมณีด้วยเวทมนตร์ะเิดาวศักดิ์สิทธิ์ครั้งเดียว?” นายกเทศมนตรีงุนงง ชาวเมืองทั่วไปไม่ทราบถึงความแตกต่างระหว่างประเภทกับอานุภาพของเวทมนตร์ ทว่านายกเทศมนตรีเป็ผู้รอบรู้ เขายังทราบอีกด้วยว่าแม้ทักษะนี้จะช่วยรักษาและทำความเสียหายในเวลาเดียวกัน แต่อานุภาพนั้นไม่ค่อยร้ายแรงนัก
ตามหลักการแล้ว เวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์ส่วนมากมีขึ้นเพื่อการรักษา ซึ่งมีไม่มากนักที่จะสร้างความเสียหายรุนแรง เวทมนตร์เช่นะเิดาวศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถโค่นัหยกมณีได้ในครั้งเดียว เขาจะต้องศรัทธาต่อเทพเ้าแห่งแสงในระดับใด? หากอุทิศตนศรัทธาสุดตัว เทพเ้าแห่งแสงจะให้เขายืมพลังศักดิ์สิทธิ์มากแค่ไหนกัน?
นายกเทศมนตรีรีบแสดงความเคารพอย่างเคร่งขรึมต่อร็อบบ์ “ทำความเคารพผู้ส่งสาส์นของเทพเ้าแห่งแสง ท่านโรเบิร์ต โปรดให้ข้าได้ต้อนรับในนามเมืองเวสต์วินด์ การปรากฏตัวของท่านเป็เกียรติต่อชาวเมืองเวสต์วินด์ยิ่งนัก”
ร็อบบ์ยักไหล่ “พูดได้ดี พูดได้ดี! อะ… เอ่อ… ฉันขอถามหน่อย… มื้อเย็นกินกันตอนไหนเหรอ? หิวเหลือเกิน”