บทที่ 4 อันอันมีพี่ชายหกคน
ภายใต้บรรยากาศอันอบอุ่นภายในห้องนอนที่กว้างขวางเกินกว่าเด็กน้อยจะจินตนาการถึง อันอัน ค่อย ๆ จิบน้ำนมจากชามใบโต เพียงแค่หยดแรกที่ััปลายลิ้น กลิ่นหอมละมุนของนมสดก็แผ่ซ่านไปทั่ว รสชาติอร่อยจนเธอถึงกับมึนงงไปชั่วขณะ
ความหิวโหยที่สั่งสมมานานทำให้อันอันไม่อาจหักห้ามใจได้อีกต่อไป เธอยื่นมือน้อย ๆ ทั้งสองข้างออกไปประคองชามใบใหญ่ที่ใบใหญ่กว่าหน้าของเธอ แล้วกระดกดื่มนมสีขาวบริสุทธิ์ลงคออึก ๆ อย่างรวดเร็ว ความอบอุ่นแผ่ซ่านจากท้องไปทั่วร่างกาย สบายจนเธอต้องหรี่ตาลง ที่แท้นมวัวก็อร่อยขนาดนี้เอง!
เมื่อเห็นเ้าตัวน้อยดื่มนมหมดชามในคราวเดียวจนเกิดคราบนมสีขาวติดที่มุมปาก ฉินฮ่าวเฉิน ผู้เป็พ่อก็รู้สึกเอ็นดูจนหัวใจสั่นไหว เขาหันไปสั่ง ฉินเหยียนอี้ ลูกชายคนรองด้วยน้ำเสียงเรียบแต่แฝงคำสั่งเด็ดขาด
"สั่งให้คนเตรียมนมเพิ่มอีกหน่อย"
"รับทราบครับ"
ฉินเหยียนอี้ไม่รอช้า รีบหันหลังวิ่งออกจากห้องนอนไปทันที
ฉินซุ่ยอัน ค่อย ๆ วางชามใบใหญ่ลงบนตัก พลางใช้ลิ้นเล็ก ๆ เลียคราบนมที่ขอบริมฝีปากอย่างเสียดาย แต่เมื่อเห็นว่านมในชามหมดเกลี้ยงแล้ว เธอก็ฉุกคิดขึ้นได้ว่าอาจจะดูไม่สุภาพ เด็กน้อยรีบก้มหน้าลงต่ำด้วยความรู้สึกผิดและหวาดกลัวลึกๆ ในใจ
"คุณพ่อคะ... อันอันดื่มหมดแล้ว อันอันไม่ได้ตั้งใจนะคะ"
ฉินฮ่าวเฉินชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือหนาไปลูบศีรษะเล็ก ๆ ของเธอพลางเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงทุ้มโยน
"อันอันเก่งมาก ต่อไปก็ต้องดื่มให้หมดแบบนี้แหละ ห้ามเหลือทิ้งให้เสียของนะครับ"
เธอกะพริบตาจ้องมองเขาด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ ก่อนจะถามอย่างระมัดระวัง
"คุณพ่อไม่รังเกียจที่อันอันดื่มเยอะไป กินเยอะไปเหรอคะ?"
"ทำไมพ่อต้องรังเกียจด้วยล่ะ?"
ฉินฮ่าวเฉินขมวดคิ้วเน้นย้ำอย่างจริงจัง
"อันอัน มนุษย์เราน่ะถือว่าอาหารเป็สิ่งสำคัญที่สุด กินอิ่มท้องแล้วถึงจะมีแรงทำอย่างอื่นได้นะ"
ฉินซุ่ยอันขยับปากเล็ก ๆ ทวนคำพูดของพ่อเบา ๆ
"มนุษย์ถือว่าการกินเป็เื่สำคัญ... กินให้อิ่มท้อง..."
เธอก้มลงมองพุงน้อย ๆ ของตัวเอง แม้จะดื่มนมไปหนึ่งชามใหญ่แล้ว แต่มันก็ยังไม่อิ่มดี ถ้าอย่างนั้นเธอยังสามารถกินต่อได้อีกใช่ไหม?
ฉินฮ่าวเฉินเหมือนจะมองทะลุเข้าไปในความคิดที่แสนไร้เดียงสานั้น เขาหยิบชามน้ำซุปตุ๋นเพื่อสุขภาพรสชาติอ่อน ๆ ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นขึ้นมา ตักใส่ช้อนแล้วจ่อที่ปากของเธอ
"อันอัน นี่คือสิ่งที่หนูต้องกิน ห้ามเหลือทิ้งเด็ดขาด ต้องกินให้หมดนะครับ"
อาหารที่ฉินเหยียนอี้เตรียมมานั้นผ่านการคำนวณมาอย่างดี แม้เ้าตัวน้อยจะกินจนหมดก็จะไม่เป็ภาระต่อร่างกายที่ซูบผอมของเธอแน่นอน
ดวงตาของฉินซุ่ยอันโค้งหยีเป็รูปพระจันทร์เสี้ยว เธอพยักหน้าอย่างดีใจ
"ค่ะ! ไม่ควรทิ้งอาหารให้เสียเปล่า อันอันจะกินให้หมดเลยค่ะ!"
"เก่งมาก"
ฉินฮ่าวเฉินยิ้มมุมปาก ค่อย ๆ ป้อนเธอทีละคำอย่างใจเย็น
หลังจากทานน้ำซุปและอาหารจานเล็ก ๆ จนครบ อันอันก็ทิ้งตัวพิงอยู่ในอ้อมกอดกว้างของผู้เป็พ่ออย่างมีความสุข ใบหน้าเล็ก ๆ เต็มไปด้วยรอยยิ้มที่สดใสกว่าครั้งไหน ๆ ฉินฮ่าวเฉินอุ้มลูกน้อยขึ้นแนบอกแล้วเดินออกจากห้องนอนช้า ๆ
"อันอัน พ่อจะพาลูกไปเที่ยวชมบ้านของเรานะครับ"
ฉินซุ่ยอันเงยหน้ามองใบหน้าหล่อเหลาของพ่อพลางยิ้มซื่อ ๆ เธอชูมือน้อย ๆ ขึ้นอย่างตื่นเต้น
"เย่~"
ตอนนี้เธอมีครอบครัวแล้ว! เธอไม่ใช่เด็กที่ไม่มีใคร้าในสถานสงเคราะห์อีกต่อไป!
เมื่อเดินออกมาจากห้องนอน ก็พบกับห้องโถงใหญ่ที่ตกแต่งอย่างหรูหรา แบ่งเป็ส่วนนั่งเล่น มุมอ่านหนังสือ พื้นที่สันทนาการ และห้องแต่งตัวขนาดใหญ่ ห้องนอนที่เธอเพิ่งออกมาเป็เพียงส่วนหนึ่งของที่นี่เท่านั้น
ฉินซุ่ยอันถามด้วยความอยากรู้
"คุณพ่อจะนอนกับอันอันที่นี่เหรอคะ? แล้ว... แล้วพี่รองล่ะคะ จะมานอนกับพวกเราด้วยไหมคะ?"
เท่าที่เธอมองดู บ้าน หลังนี้เหมือนจะมีเตียงแค่เตียงเดียว
ฉินฮ่าวเฉินหัวเราะออกมาทันทีพลางอธิบาย
"อันอัน นี่คือห้องของหนูคนเดียวครับ"
ฉินซุ่ยอันเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ
"นี่เป็ห้องของอันอันคนเดียวเหรอคะ?"
สถานที่ที่ทั้งใหญ่และสวยขนาดนี้ เป็แค่ห้องของเธอเองเหรอ! ดูแล้วยังใหญ่กว่าสถานสงเคราะห์ซิ่งฝูเสียอีก!
"ใช่ครับ ห้องของพ่ออยู่ข้าง ๆ นี่เอง ส่วนห้องของพี่รองอยู่ชั้นบน"
ฉินฮ่าวเฉินอุ้มเธอผ่านทางเดินกว้างขวางไปที่บันได
"ั้แ่ชั้นสามขึ้นไป คือห้องของพวกพี่ชายของลูก"
"พวกพี่ชายเหรอคะ?"
อันอันมองขึ้นไปตามบันได แม้จะมองไม่เห็นแต่เธอก็รู้ว่าห้องของพี่ชายต้องสวยมากแน่ ๆ เธอหันไปถามพ่อ
"คุณพ่อคะ อันอันมีพี่ชายหลายคนเหรอคะ?"
"อืม ลูกมีพี่ชายทั้งหมดหกคนครับ"
ฉินฮ่าวเฉินนึกถึงลูกชายคนอื่น ๆ แล้วเผลอทำสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อย
เขาสั่งให้เฮ่อเหยียนไปเรียกเ้าพวกนั้นกลับมาต้อนรับน้องสาว แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจเลยสักนิด เขาตั้งใจไว้แล้วว่าถ้าวันนี้เ้าพวกนั้นยังไม่โผล่หัวมา จะไล่ออกจากทะเบียนตระกูลฉินให้หมด!
"ไม่ต้องไปสนใจพี่ชายพวกนั้นหรอกลูก เราไปชมบ้านกันต่อดีกว่า"
ฉินฮ่าวเฉินอุ้มเธอลงมาชั้นล่าง พลางชี้ไปที่สไลเดอร์ขนาดเล็กข้างบันได
"ถ้าอันอันจะลงมาชั้นล่างเอง ก็นั่งสไลเดอร์ลงมาได้เลยนะ ทั้งปลอดภัยและรวดเร็วด้วย"
ดวงตาของอันอันเป็ประกายจ้องมองสไลเดอร์ไม่วางตา ฉินฮ่าวเฉินเห็นดังนั้นจึงพาเธอกลับขึ้นไปชั้นสองอีกครั้ง แล้ววางเธอลงที่จุดเริ่มต้น
"ลองดูสิลูก"
"สนุกมาก ๆ เลยค่ะ"
อันอันตื่นเต้นจนหน้าแดง เธอปล่อยมือจากราวจับแล้วสไลด์ตัวลงมา ‘ฟิ้ววว’ลงสู่ชั้นหนึ่งอย่างราบรื่น
ฉินฮ่าวเฉินรีบวิ่งลงบันไดมารับร่างเล็ก ๆ ไว้ได้อย่างมั่นคง
"สนุกไหมครับ?"
อันอันพยักหน้าแรง ๆ
"สนุกมากเลยค่ะ~"
"งั้นพ่อจะเล่นกับหนูต่อนะ"
ว่าแล้วฉินฮ่าวเฉินก็อุ้มลูกสาวขึ้นไปชั้นสองอีกครั้ง เพื่อลูกสาวแล้ว จะให้เล่นอีกกี่พันกี่หมื่นครั้งเขาก็เต็มใจ
ฉินเหยียนอี้ที่จัดการธุระเสร็จเดินเข้ามาในคฤหาสน์พอดี เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของอันอันเขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา เขาเร่งฝีเท้าตามเสียงไปพลางะโบอก
"พ่อครับ! ผมซื้อวัวนมมาหนึ่งร้อยตัวแล้วครับ! ต่อไปนี้ไม่ต้องกังวลเื่นมของอันอันแล้ว!"
ฉินฮ่าวเฉินรับร่างเล็กที่สไลด์ลงมาไว้ในอ้อมกอด อันอันที่เริ่มเหนื่อยซบหน้าลงกับคอของพ่อพลางมองพี่ชายอย่างสงสัย
"อันอัน อยากไปดูวัวนมไหมครับ?"
ฉินเหยียนอี้ยิ้มถาม
"วัวนมเหรอคะ?"
อันอันนึกถึงรสชาติของนมแล้วลอบกลืนน้ำลาย
"อยากไปค่ะ"
คฤหาสน์ริมอ่าวในเมือง A แห่งนี้กว้างขวางมาก มีทั้งวิวทะเลและสวนขนาดใหญ่ เมื่อฉินฮ่าวเฉินอุ้มอันอันออกมาข้างนอก เธอก็ต้องตาค้างกับภาพที่เห็น
รถบรรทุกขนาดใหญ่จอดต่อแถวกันยาวเหยียด บนรถมีวัวนมตัวโตลายขาวดำส่งเสียงร้อง
"มอ~ มอ~"
ระงมไปหมด
อันอันตื่นตาตื่นใจมาก เธอทำเสียงเลียนแบบวัวด้วยเสียงเล็ก ๆ
"มอ~ มอ~"
เดิมทีฉินเหยียนอี้ตั้งใจจะเลี้ยงวัวไว้ที่ฟาร์ม แต่เขากลัวว่ามันจะยุ่งยากเวลาอยากได้นมสด ๆ เลยสั่งคนขนวัวหนึ่งร้อยตัวมาไว้ที่คฤหาสน์ริมอ่าวเสียเลย ตอนนี้เขาเริ่มไม่มั่นใจว่าพ่อจะอนุญาตไหม เพราะการเลี้ยงวัวร้อยตัวในบ้านมันดูจะเกินจริงไปสักหน่อย
เขาลองหยั่งเชิงถาม
"เอ่อ... พ่อครับ พ่อดูวัวพวกนี้สิครับ..."