คุยกันสักนิด
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
บทที่ 5
เมิ่งจือหลันถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยล้า “ฉันไม่เข้าใจพวกเธอเลยนะ ว่าทำไมถึงได้ชอบยุ่งกับเื่ของคนอื่นถึงขนาดนี้ ทั้งๆ ที่พวกเราก็ไม่ได้สนิทอะไรขนาดนั้น”
“ถึงแม้ว่าฉันจะไม่ต้องบอกกับพวกเธอก็ได้ แต่ฉันขอบอกเอาไว้ก่อนเลยนะ ว่าการที่ฉันหายไปในครั้งนี้ก็เพราะว่าฉันไม่สบาย ดังนั้นฉันหวังว่าพวกเธอทั้งสามคนจะไม่นำเื่ของฉันไปพูดจาใส่ร้ายอะไรอีก”
หวังซูอี้ยกมือขึ้นชี้ไปที่เมิ่งจือหลันด้วยความไม่พอใจ เธอไม่คิดเลยว่าในครั้งนี้เมิ่งจือหลันจะไม่ไว้หน้าพวกเธอถึงขนาดนี้ ทั้งๆ ที่ปกติอีกฝ่ายมักจะพยายามหลีกเลี่ยงพวกเธออยู่เป็ประจำ และไม่ว่าเธอจะพูดจาว่าร้ายอะไรอีกฝ่ายออกไป อีกฝ่ายก็ทำเพียงแค่ฟังพวกเธอเท่านั้น แต่ในวันนี้ทุกอย่างกับทุกแปลกไปกว่าเดิม
“เธอกล้าพูดแบบนี้ออกมาได้ยังไงกัน คิดว่าตัวเองเป็ใครกัน”
“แล้วพวกเธอคิดว่าตัวเองเป็ใครกัน ทำไมถึงชอบยุ่งเื่ของคนอื่นกันจังเลย ทั้งๆ ที่ฉันก็ไม่เคยไปทำอะไรให้พวกเธอไม่พอใจ อีกอย่างการที่ฉันไม่มาหาญาติฝั่งแม่ของฉันแบบนี้ พวกเขาก็ยังไม่เห็นเคยบ่นหรือต่อว่าฉันแบบที่พวกเธอกำลังทำอยู่แล้ว”
เมิ่งจือหันจ้องมองไปที่ผู้หญิงทั้งสามคนด้วยความไม่พอใจ “ฉันขอบอกเป็ครั้งสุดท้ายนะ เื่นี้เป็เื่ของฉันกับครอบครัวฝั่งแม่ของฉัน ซึ่งครอบครัวฝั่งแม่ของฉันคือลู่ ไม่ใช่กัว ถานหรือหวัง ดังนั้นพวกเธอทั้งสามคนไม่จำเป็ต้องใส่ใจเื่ของฉันขนาดนั้นก็ได้ เอาเวลาที่สนใจเื่ของคนอื่นแบบนี้ กลับไปดูแลคนในครอบครัวของพวกเธอดีกว่า”
“เมิ่งจือหลัน!”
เมิ่งจือหันหน้าไปหากัวซือเยว่อีกครั้ง “พวกเธอควรหลีกทางให้ฉันได้แล้ว ไม่อย่างนั้นถ้าฉันปั่นจักรยานชนพวกเธอเมื่อไหร่ ก็คงจะโทษฉันไม่ได้หรอกนะ”
ซึ่งแน่นอนว่าทันทีที่เมิ่งจือหลันพูดจบ เธอก็ไม่รอให้คนทั้งสามทันได้ตั้งตัว เพราะเธอเริ่มปั่นจักรยานขึ้นมาอีกครั้ง และแน่นอนว่าเธอไม่ได้ตั้งใจที่จะชนอีกฝ่ายเหมือนอย่างที่พูดออกไป เพราะเธอรู้ดีว่าอีกฝ่ายจะต้องหลบเธอได้ทันอย่างแน่นอน
“กรี้ด เธอทำอย่างนี้ได้ยังไงกัน ถ้าหากชนพวกฉันจะว่ายังไง” กัวซือเยว่กระทืบเท้าของตัวเองลงไปบนพื้นด้วยความขัดใจ เธอไม่คิดเลยว่าเมิ่งจือหลันจะกล้าที่จะปั่นจักรยานชนพวกเธอแบบนี้ ยังดีที่เธอะโหลบได้ทัน ไม่อย่างนั้นร่างกายของเธอคงได้ลงไปคลุกกับฝุ่นและดินบนพื้นอย่างแน่นอน
“คอยดูเถอะเมิ่งจือหลัน ฉันไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ อย่างแน่นอน”
กัวซือเยว่รู้สึกไม่พอใจเมิ่งจือหลันมาตั้งนานแล้ว โดยเฉพาะเมื่อเธอได้เห็นการใช้ชีวิตอย่างมีอิสระของอีกฝ่าย ทั้งๆ ที่พวกเธอมีพ่อเป็คนในตำบลเหมือนกัน แต่ชีวิตความเป็อยู่ของพวกเธอกลับแตกต่างกันเป็อย่างมาก ซึ่งแน่นอนว่ากัวซือเยว่ได้แต่คิดว่าเพราะอะไรที่ตรงนั้นถึงไม่เป็ของเธอ ถ้าหากเธอได้เป็ลูกสาวของเมิ่งจางเฮ่อ ถ้าหากแม่ของเธอได้แต่งงานกับเมิ่งจางเฮ่อแทนที่แม่ของเมิ่งจือหลัน ชีวิตของเธอก็คงจะสุขสบายและมีความสุขมากกว่านี้อย่างแน่นอน
“เธอก็เห็นอยู่ว่าพวกเรายืนอยู่ ทำไมเมิ่งจือลหันถึงได้กล้าปั่นจักรยานมาชนพวกเราแบบนี้” ถานลู่เฟยรู้สึกไม่ชอบเมิ่งจือหลันเช่นเดียวกัน เนื่องจากเธอรู้สึกอิจฉาที่อีกฝ่ายมีชีวิตที่ดีแบบนี้
“นั่นสิ คอยดูเถอะฉันจะต้องหาวิธีทำเมิ่งจือหลันคนนั้นตกต่ำมาให้ได้” หวังซูอี้เดินเข้าไปปลอบประโลมกัวซือเยว่ด้วยความเป็ห่วง เนื่องจากเมื่อครู่นี้คนที่อยู่ใกล้จักรยานของเมิ่งจือหลันที่สุดก็คือกัวซือเยว่เพื่อนของเธอคนนี้ “ไม่ต้องเป็กังวลไปนะซือเยว่ ฉันจะช่วยเธอเอง”
“ขอบคุณนะซูอี้”
เมื่อถานลู่เฟยเห็นกัวซือเยว่ขอบคุณหวังซูอี้ เธอก็รู้สึกอิจฉาอีกฝ่ายขึ้นมา ดังนั้นถานลู่เฟยจึงได้เดินกลับมายืนอยู่ข้างกัวซือเยว่อีกครั้ง
“ฉันก็เหมือนกันนะซือเยว่ ถ้าหากเธอมีอะไรให้ฉันช่วยเหลือก็บอกมาได้เลย ฉันก็ไม่อยากเห็นเมิ่งจือหลันคนนั้นมาเดินวนเวียนอยู่ภายในหมู่บ้านเฟิงหยวนของพวกเราเหมือนกัน”
“ขอบคุณพวกเธอสองคนมาก แต่เื่นี้ฉันคงจะต้องไปปรึกษากับครอบครัวของฉันก่อน เอาไว้ถ้าหากฉันมีเื่ที่้าให้พวกเธอช่วยเหลือ รับรองได้เลยว่าฉันจะรีบมาบอกกับพวกเธอโดยเร็วเลยละ”
กัวซือเยว่ไม่มีทางปฏิเสธถานลู่เฟยและหวังซูอี้อย่างแน่นอน เพราะว่าถ้าหากเธอ้าจัดการกับเมิ่งจือหลันแล้วละก็ เธอก็ไม่ทางลงมือจัดการกับอีกฝ่ายด้วยตัวเองอย่างแน่นอน เพราะไม่อย่างนั้นถ้าหากว่าเธอเกิดถูกจับได้ขึ้นมา รับรองได้เลยว่าอนาคตของเธอจะต้องสูญสิ้นแน่ ดังนั้นเพื่อนของเธอทั้งสองคนจึงเป็ตัวเลือกที่ดีที่จะเป็คนลงมือทำร้ายเมิ่งจือหลัน
‘เมิ่งจือหลัน ฉันจะต้องทำให้เธอตกต่ำกว่าฉันให้ได้’
ทันทีที่เมิ่งจือหลันปั่นจักรยานมาถึงประตูทางเข้าบ้านของครอบครัวลู่เรียบร้อยแล้วนั้น เธอก็รีบลงจากจักรยานในทันที พร้อมกับเดินตรงไปยังบานประตูและลงมือเคาะประตูตรงหน้า พร้อมกับส่งเสียงเรียกออกไปเพื่อให้คนที่อยู่ด้านในออกมาเปิดประตูให้กับเธอนั่นเอง
“คุณตา คุณยาย มีใครอยู่ที่บ้านหรือเปล่าคะ”
เสียงเรียกตระโกนของเมิ่งจือหลันดังเข้ามาภายในบ้าน ซึ่งแน่นอนว่าในตอนเวลานี้มีเพียงคุณยายจินอวี่ถงและหลานชายทั้งสองคนเพียงเท่านั้น เนื่องจากคุณตาลู่เทียนหยาง คุณลุงลู่จิ้งซุนและป้าสะใภ้เหอกู้จิ้งต่างก็ออกไปทำงานที่แปลงนากันหมดแล้ว
ดังนั้นเมื่อจินอวี่ถงได้ยินเสียงเคาะประตูและเสียงเรียกที่ดังขึ้นบริเวณหน้าบ้าน เธอจึงได้กำชับให้หลานชายทั้งสองคนของเธอห้ามออกไปนอกบ้าน หลังจากที่กำชับกับหลานชายทั้งสองคนเรียบร้อยแล้ว จินอวี่ถงจึงได้เดินออกไปยังประตูทางเข้าบ้านในทันที
หลังจากที่เธอเปิดบานประตูออกมา จินอวี่ถงก็รีบเดินเข้าไปหาหญิงสาวที่กำลังยืนส่งยิ้มให้กับเธอในทันที
“จือหลันหลานยาย ทำไมหลานถึงได้มาที่นี่คนเดียวแบบนี้ละ อย่าบอกนะว่าพ่อกับแม่ของหลานปล่อยให้หลานปั่นจักรยานมาที่บ้านของยายเพียงลำพังแบบนี้”
จินอวี่ถงรู้สึกไม่พอใจลูกสาวและลูกเขยของเธอเป็อย่างมาก เนื่องจากเธอรู้มาก่อนหน้านั้นแล้วว่าหลานสาวของเธอไม่สบาย ดังนั้นการที่อีกฝ่ายปั่นจักรยานมาหาเธอถึงหมู่บ้านเฟิงหยวนแบบนี้ จึงยิ่งทำจินอวี่ถงรู้สึกเป็กังวลมากขึ้นไปกว่าเดิมไม่ได้
เมิ่งจือหลันรีบเขนจักรยานเข้าไปภายในบ้านของครอบครัวลู่ หลังจากที่จอดจักรยานเสร็จเรียบร้อยแล้ว เมิ่งจือหลันก็หันกลับมากอดยายของเธอด้วยความคิดถึงและออดอ้อนอีกฝ่าย เพราะถึงแม้ว่าเธอจะพึ่งจะเคยพบเจอกับอีกฝ่ายเป็ครั้งแรก แต่เพราะความทรงจำของเมิ่งจือหลันคนก่อนที่เธอมีอยู่ ทำให้เมิ่งจือหลันไม่ได้เคอะเขินแต่อย่างใด นอกจากนี้เธอยังรู้สึกคิดถึงอีกฝ่ายเหมือนกับว่าเธอเป็หลานสาวแท้ๆ ของอีกฝ่ายมาเนิ่นนาน
“หนูหายดีแล้วค่ะคุณยาย ดังนั้นต่อจากนี้ไปหนูจะแวะมาหาคุณยายทุกวันเหมือนเมื่อก่อนดีไหมคะ”
จินอวี่ถงตีเข้าไปที่แขนของหลานสาวเบาๆ “หลานแน่ใจแล้วนะว่าหายป่วยดีแล้ว ถ้าหากอาการป่วยของหลานกลับมาอีกครั้ง ยายจะตีหลานจริงๆ นะ”
เมิ่งจือหลันทำตาปริบๆ ส่งไปให้กับคุณยายของตัวเอง ก่อนที่เธอจะจูบเข้าไปที่แก้มของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว “คุณยายกล้าตีหนูเหรอคะ หนูเป็เด็กดีมากเลยนะคะ”
“เดี๋ยวเถอะ ทำไมหลานถึงได้ทำตัวกระโดกกระเดกแบบนี้กัน ถ้าหากคนอื่นมาเห็นเข้ามันจะดูไม่ดีนะ”
“แต่ตอนนี้เราอยู่ในบ้านของพวกเราแล้วนะคะ ดังนั้นไม่มีคนอื่นที่ไหนมาเห็นหรอกค่ะ ว่าแต่ตอนนี้น้องๆ ของหนูอยู่ที่ไหนกันเหรอคะ” เมิ่งจือหลันรู้ดีว่าคุณยายของเธอเป็ห่วง แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่้าให้คุณยายของเธอบ่นไปมากกว่านี้ ดังนั้นเมิ่งจือหลันจึงหาทางเปลี่ยนเื่ในทันที พร้อมกับมองหาลูกพี่ลูกน้องทั้งสองคนที่เป็ลูกชายของคุณลุงและป้าสะใภ้ของเธอนั่นเอง
จินอวี่ถงส่ายศีรษะให้กับความลื่นไหลของหลานสาวของตัวเอง “อิ่นซือและซือเสิ้นอยู่ด้านใน ป่านนี้ก็คงจะชะเง้อคอมองหาพวกเราแล้วละมั้ง”
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราเข้าไปด้านในกันเถอะค่ะ หนูมีของมาฝากทุกคนด้วยนะคะ” เมิ่งจือหลันยกถุงที่เธอพึ่งจะหยิบออกมาจากตะกร้าด้านหน้าของจักรยานออกมาให้คุณยายของเธอได้เห็น ซึ่งแน่นอนว่าเมิ่งจือหลันไม่รอให้อีกฝ่ายบ่นใส่เธออีกครั้ง ดังนั้นหลังจากที่เธอยกถุงที่อยู่ในมือขึ้นมาให้เห็นแล้วนั้น เมิ่งจือหลันก็รีบเดินเข้าไปภายในบ้านในทันที
ซึ่งการกระทำของเมิ่งจือหลันก็ทำให้จินอวี่ถงถึงกับต้องส่ายศีรษะออกมาด้วยความอ่อนใจ ทั้งๆ ที่เธอเคยย้ำเตือนกับอีกฝ่ายหลายต่อหลายครั้งแล้วว่าไม่จำเป็ที่จะต้องหอบหิ้วสิ่งใดมาด้วย แต่ทั้งหลานสาวของเธอ รวมไปถึงลูกสาวและลูกเขยของเธอต่างก็มักจะหอบหิ้วของมาให้กับครอบครัวลู่อยู่เป็ประจำ
และแน่นอนว่าการกระทำของคนทั้งสามต่างก็เป็ที่พูดถึงภายในหมู่บ้านแห่งนี้ เพราะว่ายังมีอีกหลายครอบครัวที่อยู่กันอย่างยากลำบาก ดังนั้นพวกเขาเ่าั้จึงมักจะอิจฉาที่ครอบครัวลู่ของเธอกินดีอยู่ดีกว่าพวกเขานั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่าทั้งเธอและครอบครัวลู่ต่างก็ไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดนินทาของคนเ่าั้ นอกเสียจากว่าคนเ่าั้จะมาพูดจาเสียๆ หายๆ ต่อหน้าเธอโดยตรง เมื่อถึงเวลานั้นจินอวี่ถงก็ไม่คิดที่ยอมอยู่เฉยเหมือนเคยอย่างแน่นอน
“พี่สาวครับ”
“พี่สาว พี่สาวหายป่วยแล้วเหรอครับ”
เสียงที่ดังจากภายในบ้านทำให้จินอวี่ถงอดที่จะอมยิ้มขึ้นมาไม่ได้ เธอรู้สึกโชคดีเป็อย่างมากที่ครอบครัวของเธอรักใคร่กลมเกลียวกันมากขนาดนี้ ไม่ว่าจะเป็ลูกชายและลูกสาวของเธอที่ต่างก็ดูแลและรักใคร่กันเป็อย่างดี รวมไปถึงลูกสะใภ้และลูกเขยของเธอก็เป็คนดีเช่นเดียวกัน และในตอนนี้หลานชายและหลานสาวทั้งสามคนของเธอต่างก็รักใคร่กลมเกลียวกันเหมือนกับเป็พี่น้องท้องเดียวกันเลยก็ว่าได้
“คุณย่าครับ คุณย่าทำอะไรอยู่เหรอครับ ดูนี่สิครับ พี่สาวมีลูกอมมาฝากผมกับซือเสิ้นด้วย”
ลู่อิ่นซือยกลูกอมในมือให้กับผู้เป็ย่าได้เห็น ซึ่งแน่นอนว่าในเวลานี้เขารู้สึกมีความสุขเป็อย่างมาก ถึงแม้ว่าลูกอมที่เขาและซือเสิ้นได้รับจากพี่จือหลันจะมีเพียงไม่กี่เม็ดก็ตาม แต่ก็ถือได้ว่าชีวิตของเขาในตอนนี้ดีกว่าเด็กๆ ในหมู่บ้านอยู่หลายคนเลยทีเดียว ดังนั้นลู่อิ่นซือจึงรู้สึกชอบใจอยู่ทุกครั้งที่พี่สาวของเขาแวะมาเยี่ยมเยียนแบบนี้
“ไหนๆ ขอย่าดูหน่อยสิว่าพี่สาวของอิ่นซือหอบหิ้วอะไรมาบ้าง”
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
พบกันใหม่ในตอนต่อไปนะคะ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++