ตอนที่ 5สองพ่อลูกเวเนเตอร์
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
สำหรับหญิงสาวคนนี้ เธอทำงานอยู่ที่นี่มานานหลายปีแล้วซึ่งเธอเองก็เป็เวเนเตอร์เช่นกัน เพียงแต่ไอเทมสปีริตของเธอไม่เหมาะสำหรับการต่อสู้และไม่เหมาะที่จะเป็สายสนับสนุนอีกด้วยการที่เธอจะเข้าร่วมทีมไปทำภารกิจจึงแทบจะเป็ไปไม่ได้
เื่ที่คิดจะใช้แกนสปีริตในการบ่มเพาะก็เป็เื่ที่เกินตัวมากไปแม้จะเป็แกนสปีริตสีขาวจะเป็แกนสปีริตที่มีถูกที่สุดก็ตาม แต่มูลค่าของมันก็นับว่าไม่ใช่น้อยๆเลยทีเดียว
เธอนำคุณหมอสมคิดมาพบกับลูกชายเื่นี้หากเป็เมื่อก่อนอาจจะเป็เื่ที่น่าตื่นเต้นมากเพราะเด็กชายคนนี้หลับมานานขนาดนี้
แต่ในตอนนี้เื่พวกนี้กลับกลายเป็เื่ที่ธรรมดาเพราะมันมีหลายคนที่ฟื้นตื่นขึ้นมาในกรณีนี้
องกรค์นิวโฮปเคยนำพวกเขาที่หลับมานานมาทำการวิจัยแล้วผลลัพธ์ของมันชี้ออกมาแล้วว่าระยะเวลาของการนิทราไม่มีความพิเศษมากกว่าคนที่หลับในระยะเวลาที่สั้นกว่า ไอเทมหรือทักษะของพวกเขานั้นนับว่าเหมือนกันมันไม่ผิดปกติหรือมีความพิเศษใดๆ บางคนกระทั่งได้รับไอเทมสปีริตที่ไร้ประโยชน์ออกมาด้วยซ้ำ
แม้แต่หญิงสาวที่ทำงานตรงหน้านี้เองเธอก็เคยหลับใหลไปถึงสามปีด้วยกันเื่นี้ทำให้เธอเสียโอกาสในการใช้ชีวิตเสียมากกว่า
ดังนั้นแล้วการที่เด็กหนุ่มฟื้นตื่นขึ้นมามันจึงไม่ใช่เื่พิเศษแต่อย่างใดแม้ว่าเขาจะเป็ผู้นิทรารุ่นแรกก็ตาม
หญิงสาวขยับนิ้วมือแตะลงบนภาพโฮโลแกรมที่ฉายจากข้อมือไม่นานเสียงของน้ำสีน้ำเงินที่อยู่ภายในแท่นที่แช่ร่างของเด็กหนุ่มก็ดังขึ้นเพราะน้ำเ่าั้ถูกดูดลงไป
เมื่อไร้ซึ่งน้ำของเหลวที่ช่วยพยุงร่างเด็กชายที่ไม่ได้ขยับร่างกายเป็เวลานานก็ฟุบลงอย่างอ่อนแรง
“เฟิร์ส!”คุณหมอสมคิดะโเรียกชื่อลูกชายของเขาอย่างดีใจ
ไม่นานแท่นกระจกก็ถูกดึงลงเข้าไปในพื้นปล่อยให้ร่างของเด็กหนุ่มที่ชื่อเฟิร์สได้เป็อิสระอีกครั้งหนึ่ง
หญิงสาวในชุดเครื่องแบบสีขาวหยิบเสื้อคลุมและสวมให้กับเด็กหนุ่ม
“ไม่เป็ไรนายก็แค่ตื่นจากการหลับไป” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น
หากมองกันตามตรงเด็กหนุ่มคนนี้นับได้ว่าเป็รุ่นปู่ของเธอด้วยซ้ำแต่จะอย่างไรเล่าเมื่ออายุของเขานั้นถูกหยุดไว้ั้แ่อายุสิบหกปี สำหรับเธอในตอนนี้ก็อายุเกือบจะสามสิบปีแล้วเมื่อนับตามอายุขัย เธอก็นับได้ว่าอายุมากกว่าเด็กหนุ่มอยู่ดี
“ขอบคุณครับ”สมคิดผู้เป็บิดากล่าวขอบคุณ
หญิงสาวยิ้มพร้อมกับนำรถเข็นมาให้เฟิร์สได้นั่งพักผ่อน
“เชิญตามมาทางนี้ค่ะ มีห้องพักผ่อนสำหรับเวเนเตอร์ที่พึ่งตื่นและญาติหลังจากนั้นวันพรุ่งนี้พวกเราจะขอตรวจสภาพร่างกายของลูกชายคุณอีกครั้งเมื่อไอเทมสปีริตถูกขึ้นทะเบียน พวกคุณก็สามารถกลับบ้านได้เลยหรือถ้าคุณ้าให้ลูกชายของคุณได้รับการฝึกฝนเป็เวเนเตอร์โดยตรงก็สามารถลงทะเบียนที่นี่ได้เช่นกัน”เธอเอ่ยอธิบาย
“เื่ที่ลูกชายของผมจะเป็เวเนเตอร์เลยรึป่าวค่อยให้เขาตัดสินใจหลังจากนี้เถอะครับ”คุณหมอสมคิดกล่าว
“ค่ะ”
เด็กหนุ่มที่พึ่งตื่นจากความฝันฟังพ่อของเขาคุยกับหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจเขาไม่รู้ว่าทั้งสองกำลังพูดเื่อะไรกัน อะไรคือเวเนเตอร์ อะไรคือไอเทมสปีริตเขารู้สึกมึนงงไปหมด
ห้องพักรับรองเวเนเตอร์ที่พึ่งฟื้นตื่น
ภายในห้องแห่งนี้มีเครื่องเรือนที่อำนวยความสะดวกอย่างครบครันทั้งหมดนี้คิดค่าบริการแค่เล็กน้อยเท่านั้น เพราะที่นี่คือสถานที่อำนวยความสะดวกให้กับเวเนเตอร์ต้องรู้ไว้ว่าเวเนเตอร์นั้นทำรายได้ให้พวกเขามากมายเท่าไหร่
เวเนเตอร์ที่พึ่งตื่นจากการนิทราเหล่านี้บางคนถึงขั้นเป็เวเนเตอร์ระดับโลกเลยก็มีองค์กรนิวโฮปมีรายได้มากมายจากเวเนเตอร์เหล่านี้ องค์กรนิวโฮปบางที่ถึงกับมีการซื้อขายเวเนเตอร์เลยก็มี
ผู้ตื่นจากนิทรานับว่าเป็ต้นอ่อนที่เป็ทรัพย์สมบัติของพวกเขาสถานที่ลงทะเบียนแรกของเวเนเตอร์คือถิ่นที่พวกเขาถือกำเนิดขึ้นมาเท่านั้น การจะออกไปทำงานในสถานที่ต่างถิ่นจะต้องได้รับอนุญาตจากนิวโฮปแห่งนั้นๆก่อน
ดังนั้นแล้วเมื่อมีผู้ตื่นจากการนิทราที่ก่อรูปร่างไอเทมสปีริตที่ดีๆขึ้นมา พวกเขาย่อมต้องดึงตัวเวเนเตอร์ผู้นี้อยู่ในสังกัดอย่างแน่นอน
เพราะเหตุนี้เฟิร์สที่พึ่งตื่นจากการนิทราจึงไม่สามารถออกจากที่นี่ได้ทันทีเพราะเขาต้องยืนยันไอเทมสปีริตของเขากับที่นี่ก่อน
“พ่อ ... นี่มันเื่อะไรกัน?”
ในที่สุดเฟิร์สก็ได้มีโอกาสอยู่กันสองคนกับพ่อของเขาเขาไม่ลังเลที่จะเอ่ยถามเื่ทั้งหมดในทันที
อาการของเฟิร์สในตอนนี้แทบจะไม่ต่างจากอาการของสมคิดในตอนนั้นเลยสมคิดจึงเข้าใจความรู้สึกของลูกชายดี
สมคิดเล่าเื่ทั้งหมดอย่างใจเย็น
เฟิร์สที่ได้ยินเื่ทั้งหมดเขาไม่ได้สติแตกหรือแสดงความไม่เชื่อแต่อย่างใดต้องรู้ไว้ว่าก่อนหน้านี้ตนเองก็ถึงกับหลุดเข้าไปในโลกแห่งเวทมนตร์มาแล้วแม้ว่าเื่นั้นจะเหมือนกับความฝันก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้นความสมจริงของมันก็ทำให้เขาไม่รู้สึกประหลาดใจใดๆ
“อย่างนั้นพ่อในตอนนี้ก็เป็เวเนเตอร์อย่างนั้นหรอ?”เด็กหนุ่มเอ่ยอย่างสงบนิ่ง
สมคิดแปลกใจกับท่าทีของลูกชายของเขาเล็กน้อยก่อนหน้านี้ลูกชายที่เขารู้จักไม่ได้มีท่าทางแบบนี้แต่ก่อนเฟิร์สนั้นเป็เด็กติดเกมส์ที่หัวรั้น ท่าทางร่าเริงสดใส แต่ถึงอย่างนั้นก็เชื่อฟังเขาเป็อย่างมากเช่นกัน
ทว่าเฟิร์สที่อยู่ตรงหน้านี้กลับมีท่าทางสงบเยือกเย็นมีความเป็ผู้ใหญ่มากยิ่งขึ้น ราวกับว่านี่คือเฟิร์สในเวอร์ชั่นที่โตแล้ว
แต่มันจะเป็อย่างนั้นได้อย่างไรเมื่อผู้นิทราทุกคนล้วนถูกทำให้นาฬิกาชีวิตหยุดลง ความรู้สึกและความคิดทุกอย่างถูกหยุดไว้แค่ในตอนนั้นเท่านั้นซึ่งเื่ทั้งหมดนี้เขาย่อมเป็คนที่รู้ดีกว่าใคร
แต่ถึงอย่างนั้นสมคิดก็พยักหน้าแล้วยื่นมือข้างขวาของเขาออกไป
“นี่คือพลังสปีริต”
ทันทีที่เขากล่าวจบสัญลักษณ์ดาราขาวหกแฉกก็ทอแสงออกมาแสงนั้นเร่งเร้าปฏิกิริยาพลังสปีริตภายในร่างแล้วหลังจากนั้นบนแขนทั้งสองข้างของสมคิดก็ปรากฏเส้นใยสีขาวถักทอจนกลายเป็ถุงมือสีขาวที่มีลวดลายประหลาดปรากฏออกมา
สมคิดใช้ถุงมือนั้นจับลงบนบ่าของเฟิร์สแสงสีขาวทอประกายออกมาแล้วห่อหุ้มร่างของเด็กหนุ่มเอาไว้ ตอนนั้นเองท่าทางที่ดูอ่อนแรงของเด็กหนุ่มก็พลันดูดีมากขึ้น
ร่างกายของเขาราวกับได้รับเยียวยาจากอาการอ่อนล้ามีความตื่นตัวและรู้สึกกระปี้กระเป่าอย่างน่าอัศจรรย์
สมคิดดึงมือกลับมาแล้วถอนหายใจครั้งหนึ่งสีหน้าของเขามีความเหน็ดเหนื่อยเล็กน้อยแน่นอนว่าการใช้พลังสปีริตย่อมต้องทำให้เขาเหน็ดเหนื่อยเช่นนี้
สมคิดเป็เวเนเตอร์ดาราขาวหกแฉกเท่านั้นพลังสปีริตย่อมมีไม่มากนัก ทักษะที่เขาใช้คือทักษะฟื้นฟูร่างกายซึ่งเป็ทักษะระดับสูงของดาราขาวอีกทั้งเฟิร์สนั้นไม่ได้ขยับร่างกายมาเป็เวลานาน ร่างกายย่อมต้องรับภาระหนักเมื่อฟื้นตื่นขึ้นมาดังนั้นแล้วพลังสปีริตที่สมคิดต้องใช้จึงมากกว่าปกติเลยทำให้เขาแสดงท่าทางแบบนี้ออกมา
เฟิร์สขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะคลายลง
‘พลังแบบนี้ช่างเหมือนเวทมนตร์ฟื้นฟูในโลกแห่งนั้นยิ่งเพียงแต่ประสิทธิภาพของมันดูจะอ่อนแอกว่าอยู่บ้างนั้นเอง’เด็กหนุ่มกำลังย้อนคิดไปตอนที่เขาเคยอยู่ในโลกแห่งความฝัน
“พ่อ แล้วแม่ล่ะ”เฟิร์สละความสนใจจากเื่นี้แล้วเอ่ยถามถึงมารดาตน
สีหน้าของสมคิดสลดลงเล็กน้อยก่อนจะยิ้มอย่างอ่อนแรงออกมา
“แม่เฟิร์สยังไม่ฟื้นมันยังมีอีกหลายคนที่เป็เหมือนแม่เค้า พ่อว่าเฟิร์สรีบพักผ่อนเถอะวันพรุ่งนี้หลังจากที่เฟิร์สทดสอบพลังสปีริตแล้ว เราค่อยกลับบ้านกัน”
สองพ่อลูกพูดคุยกันอย่างสนิทสนมแม้บุคลิกท่าทางของเฟิร์สจะเปลี่ยนไป แต่ความผูกพันของทั้งสองนั้นยังไม่เปลี่ยน สมคิดยังเป็คนที่เฟิร์สรักเหมือนเดิม
เื่ราวที่ผ่านมานั้นเหมือนภาพในความฝันซึ่งตอนนี้เขากลับมาอยู่ในโลกแห่งความจริงแล้ว
ต่อให้โลกนี้จะเปลี่ยนไปเขาก็ยังต้องใช้ชีวิตต่อไปเช่นกัน
@font-face{font-family:"Cordia New";panose-1:2 11 3 4 2 2 2 2 2 4;mso-font-charset:222;mso-generic-font-family:swiss;mso-font-pitch:variable;mso-font-signature:-2130706429 0 0 0 65537 0;}@font-face{font-family:"Cambria Math";panose-1:2 4 5 3 5 4 6 3 2 4;mso-font-charset:0;mso-generic-font-family:roman;mso-font-pitch:variable;mso-font-signature:3 0 0 0 1 0;}@font-face{font-family:Calibri;panose-1:2 15 5 2 2 2 4 3 2 4;mso-font-charset:0;mso-generic-font-family:swiss;mso-font-pitch:variable;mso-font-signature:-536859905 -1073732485 9 0 511 0;}p.MsoNormal, li.MsoNormal, div.MsoNormal{mso-style-unhide:no;mso-style-qformat:yes;mso-style-parent:"";margin:0cm;mso-pagination:widow-orphan;font-size:12.0pt;mso-bidi-font-size:15.0pt;font-family:"Calibri",sans-serif;mso-ascii-font-family:Calibri;mso-ascii-theme-font:minor-latin;mso-fareast-font-family:Calibri;mso-fareast-theme-font:minor-latin;mso-hansi-font-family:Calibri;mso-hansi-theme-font:minor-latin;mso-bidi-font-family:"Cordia New";mso-bidi-theme-font:minor-bidi;}.MsoChpDefault{mso-style-type:export-only;mso-default-props:yes;font-family:"Calibri",sans-serif;mso-ascii-font-family:Calibri;mso-ascii-theme-font:minor-latin;mso-fareast-font-family:Calibri;mso-fareast-theme-font:minor-latin;mso-hansi-font-family:Calibri;mso-hansi-theme-font:minor-latin;mso-bidi-font-family:"Cordia New";mso-bidi-theme-font:minor-bidi;}div.WordSection1{page:WordSection1;}