ชั้นที่39 ห้องสวีทสุดหรูที่พักส่วนตัว
เมญ่าแทบจะวิ่งกลับมาให้ถึงห้องด้วยความอับอายที่ยังตกค้างมาจากห้องอาหารแต่ปัญหาใหญ่คือเธอเข้าห้องไม่ได้!อเล็กซ์ไม่ได้ให้คีย์การ์ดหรือกุญแจไว้กับเธอเลยไม่รู้ว่าเขาขี้ลืมหรือจงใจแกล้งกันแน่แต่ผลคือเธอต้องมายืนเคาะประตูเรียกให้เขามาเปิดให้ประหนึ่งคนอาศัย
‘นี่มันเื่น่าอายอะไรกันเนี่ย!’ เธอยืนใบหน้าที่บึ้งตึงด้วยความขัดเคืองอยู่หน้าประตูโดยมีบาร์โชว์ยืนนิ่งเป็รูปปั้นคุมเชิงอยู่ด้านหลัง
แกร๊ก!!!
เสียงเปิดประตูเปรียบเสมือนเสียง์เมญ่าเตรียมจะะโเข้าไปข้างในเพื่อหลบหนีความรู้สึกผิดและความวุ่นวายที่เพิ่งเจอมาทว่า...
“โอ๊ยยย...” เป็ครั้งที่สองของวันที่หน้าสวยๆของเธอต้องปะทะเข้ากับแผงอกกำยำที่แข็งแกร่งดุจศิลาของอเล็กซ์อย่างจังเมญ่ายกมือขึ้นกุมจมูกด้วยความเจ็บจนน้ำตาเล็ด
อเล็กซ์ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ให้กับความความไร้เดียงสาที่น่ารำคาญใจของเมญ่าก่อนจะเบี่ยงตัวหลบให้เธอเดินเข้าไปข้างใน
เมญ่าไม่รอช้าเธอรีบวิ่งถลาไปที่โซฟาคว้าหมอนอิงขึ้นมามุดหน้าลงไปทันทีเพื่อหลบหนีโลกแห่งความเป็จริง
อเล็กซ์เดินตามมาติดๆเขาหยุดยืนกอดอกมองร่างบางที่พยายามซุกหน้ากับหมอนด้วยสายตาอ่านยาก
“มาดามซานเดียร์... อาหารอร่อยไหม?”เขาเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มจอมปลอมที่แสนยียวนเพราะเขารู้อยู่เต็มอกจากรายงานของบาร์โชว์ว่าเธอแทบไม่ได้แตะอะไรเลย
เมญ่าเงยหน้าขึ้นจากหมอนทันทีดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยความอัดอั้น “คุณอเล็กซ์!คุณให้อิสระฉันบ้างไม่ได้หรือไง!” เมญ่าเค้นเสียงพูดรอดไรฟันอย่างโกรธแค้นเธอโกรธที่แค่ลงไปทานข้าวเฉยๆเขาก็ทำให้มันกลายเป็เื่ใหญ่โตจนคนทั้งโรงแรมเดือดร้อน
“อิสระงั้นเหรอ?” อเล็กซ์เลิกคิ้ว ยิ้มอย่างท้าทาย“ได้สิ... ถ้าเธอ้า บัตร Diamond Platinum ในกระเป๋าเธอก็มีถือมันเดินลงไปช้อปปิ้งข้างล่างนั่นได้เลย ถ้าไม่เกิดปัญหาอะไรเลยแม้แต่น้อยเธอจะได้รับอิสรภาพในการเดินเล่นทันที!”
เขาโน้มตัวลงมาจนใบหน้าชิดกับเธอลมหายใจอุ่นๆ รินรดผิวแก้มแต่คำพูดกลับเย็นเยียบ “แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นมึงต้องรับผิดชอบเอง... ต่อให้มึงโดนลากไปข่มขืน ก็อย่าหวังว่ากูจะไปช่วยมึง!”
พูดจบเขาก็สะบัดหน้าเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานอย่างไม่ใยดีเมญ่ามองตามหลังเขาไปด้วยความไม่เข้าใจและไม่เชื่อถือในสิ่งที่ได้ยิน
“ใครมันจะกล้าลากคนไปข่มขืนในที่สาธารณะกันเล่า!”เธอทนไม่ไหวจนต้องโพล่งออกมา เพราะสิ่งที่เขาขู่มันดูเกินจริงไปมากสำหรับเธอ
อเล็กซ์หยุดรั้งเขาหันกลับมาส่งยิ้มที่ชวนให้ขนหัวลุกให้เธออีกครั้งก่อนจะใช้นิ้วชี้ไปที่ประตูห้อง “ออกไปสิ...” คำพูดสั้นๆแต่แฝงไปด้วยคำท้าทายนั้น
ทำเอาเมญ่าจุกจนพูดไม่ออกเขาไล่เธอออกไปรับอิสระที่เธอโหยหาแต่ทำไมเธอกลับรู้สึกว่าก้าวขาไม่ออกแม้แต่นิดเดียว
เมญ่าทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างอ่อนแรงพลางควักสมาร์ทโฟนออกจากหน้าอกมาเปิดดูแก้เครียด‘ไม่ใช่ว่าฉันกลัวจนไม่กล้าออกไปหรอกนะแต่ฉันแค่ไม่อยากไปขัดจังหวะเขาต่างหาก’ เธอปลอบใจตัวเองแบบนั้นแต่ทันทีที่ปลายนิ้วไถหน้าฟีดโซเชียล ความโกรธและความหิวก็มลายหายไปสิ้น
และไม่นานก็เปลี่ยนเป็ความตระหนกจนหน้าถอดสี
มีโพสต์ประจานโรงแรมหรูเื่การยกเลิกโต๊ะอาหารกะทันหันรวมถึงการกั้นพื้นที่ว่างจนน่าเกลียด และที่ร้ายที่สุด...มีคนแอบถ่ายสีผมของเธอจากระยะไกลเอาไปเปรียบเทียบกับภาพหลุดก่อนหน้าพร้อมวิจารณ์การอารักขาที่เว่อร์วังเกินเหตุ “หายนะมาเยือนแล้วไง...”
เมญ่าไล่อ่านคอมเมนต์จนมือน้อยๆสั่นระริกจนแทบจะประคองสมาร์ทโฟนไว้ไม่อยู่เธอทนอยู่เฉยไม่ได้อีกต่อไปจึงลุกพรวดวิ่งไปหาอเล็กซ์ที่โต๊ะทำงาน“คุณ... คุณดูนี่!”เธอยื่นสมาร์ทโฟนให้เขาดูภาพที่เขาดึงเธอไปกอดตอนลงจากรถแม้มันจะเบลอเพราะถ่ายจากระยะไกล แต่มันก็ชัดพอจะยืนยันตัวตนได้ในระดับหนึ่ง
อเล็กซ์จ้องมองชื่อคนคอมเมนต์และรูปนั้นั์ตาสีเขียวน้ำทะเลวาวโรจน์มือหนากำสมาร์ทโฟนของเธอแน่นจนเส้นเอ็นปูดโปนออกมาอย่างน่ากลัว
“คุณ! สมาร์ทโฟนฉันจะพังนะ!” เมญ่ารีบจับแขนอเล็กซ์แล้วเขย่าแรงๆเพื่อเรียกสติ
อเล็กซ์หันขวับมามองเมญ่าด้วยแววตาจริงจังจนน่าขนลุกมันไม่ใช่การข่มขู่เหมือนทุกครั้ง แต่มันคือการเตือนภัยอย่างมหาศาล“มึงต้องระวังตัวให้มากกว่านี้ เมญ่า!”
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงบรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งจนเมญ่าหายใจลำบาก “กูไม่เข้าใจอยู่อย่างเดียว...ทำไมตาแก่ฟรอสถึงเลือกมึงมาลงหลุมดำนี้กับกูทั้งที่ตาแก่นั่นคอยเฝ้ามองมึงเติบโตมาั้แ่เด็กแท้ๆแต่ทำไมถึงคิดดึงมึงลงมาอยู่ข้างกู!”
เขาโน้มตัวลงมาจนริมฝีปากเกือบชิดกันกระซิบเสียงต่ำที่สั่นพร่าด้วยอารมณ์บางอย่าง “นามสกุลซานเดียร์ไม่ใช่เื่ตลก!”
เมญ่ายืนอึ้งทึ่ง และสับสนจนทำอะไรไม่ถูก เธอไม่เข้าใจว่าเขามันเื่อะไรกันแน่? เมื่อเช้าก็โมโห ตอนนี้พอเห็นรูปหลุดเขาก็ะเิอารมณ์ใส่เธออีกถ้าเขาไม่อยากให้ใครรู้ว่าแต่งงาน แล้วเขาจะเปลี่ยนโปรไฟล์ประกาศสถานะสมรสทำไม?แล้วจะลากเธอมาแต่งงานด้วยเพื่ออะไร?
ความรู้สึกอึดอัดที่ถูกเก็บกดมาทั้งวันตีตื้นขึ้นมาจนทนไม่ไหวหยาดน้ำตาเอ่อล้นและร่วงหล่นลงบนแก้มเมญ่าเอื้อมยื่นมือที่สั่นเทาไปดึงสมาร์ทโฟนคืนมาแล้วเดินก้มหน้าซ่อนหยาดน้ำตาพลางก้าวถอยกลับไปที่โซฟาเธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็คนโง่งมที่ไม่เข้าใจอะไรเลย และเขาก็ไม่เคยคิดจะอธิบายเหมือนเธอเป็แค่เด็กโง่ที่มีหน้าที่รับฟังเพียงคำสั่งเท่านั้น
อเล็กซ์ยืนมองแผ่นหลังที่สั่นเทาของเมญ่าขณะที่เธอเดินโซเซกลับไปที่โซฟาความเงียบในห้องสวีทเริ่มทำงานหนักขึ้นจนน่าอึดอัดเดิมทีเขาแค่อยากสนุกกับการควบคุมเธอเพื่อแก้เบื่อและลดความเครียดจากการที่ต้องคอยวางหมากปกป้องเธอจากศัตรูรอบทิศ...แต่ทำไมหยดน้ำตาของเธอในวันนี้ ถึงได้บีบคั้นหัวใจเขาจนชาหนึบแบบนี้
‘เธอจะมองไม่ออกเลยสักนิดหรือไงว่าทำไมคนทั้งโลกอินเทอร์เน็ตถึงต้องตามหาอย่างบ้าคลั่งตามหามาดามซานเดียร์’ เขาขบกรามแน่นจนเป็สันนูนการที่เขาเปลี่ยนสถานะในโซเชียลก็เพื่อปูทางให้โลกรับรู้ถึงงานแต่งงานที่จะเกิดขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าเพื่อให้ฐานะของเธอ "มิอาจล่วงละเมิด" ในสายตาคนนอก ใช่...เขาปกป้องเธอได้ และปกป้องได้ดีที่สุดในโลกใบนี้ด้วยซ้ำ แต่มันมีราคาที่ต้องจ่ายและราคาที่เมญ่ากำลังจ่ายคืออิสรภาพที่เธอกรีดร้องโหยหาขารู้ดีว่ากรงทองแห่งนี้หนาวเหน็บเพียงใดแต่มันคือที่เดียวที่พายุร้ายภายนอกจะกรายกล้ำเข้าไปไม่ถึง
อเล็กซ์ยกมือขึ้นบีบขมับที่เส้นเืเต้นตุบๆอย่างแรง ความรู้สึกสนุกที่ได้ปั่นหัวคนใต้ปกครองเริ่มจางหายไปเปลี่ยนเป็ความหนักอึ้งที่อธิบายไม่ได้ภาพเด็กหญิงผมสีน้ำตาลอ่อนั์ตาสีน้ำตาลทองในวันวานผุดขึ้นมาในหัว...เขาเห็นเธอมาั้แ่เด็ก ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเมญ่าเป็คนสดใสขนาดไหน
ทุกครั้งที่ตาแก่ฟรอสใช้ให้เขาไปรับที่บ้านอัครบดีเขามักจะเจอเธอวิ่งเล่นอย่างรื่นเริงอยู่ในรั้วบ้านเสมอ ถามว่าเขาชอบไหม? กับเด็กผู้หญิงที่น่ารักเหมือนแสงตะวันขนาดนั้น แน่นอนว่าเขาชอบภาพเด็กหญิงในชุดกระโปรงสีสดใสที่วิ่งเล่นท่ามกลางแสงแดดจ้าตัดกับโลกที่เต็มไปด้วยควันบุหรี่และกลิ่นคาวเืของเขาแต่เขาเลือกที่จะไม่เข้าไปยุ่งเลยสักครั้ง เพราะคิดว่าฟรอสคงหวงแหนหลานสาวผู้นี้ประดุจแก้วตาดวงใจทว่าสุดท้าย... กลับเป็ตาแก่ฟรอสเองนั่นแหละที่ดึงเธอลงมาวางไว้ข้างกายเขา
‘ดึงเธอลงมาในโลกมืดดำที่เธอไม่เคยรับรู้...ลงมาในนรกของซานเดียร์ที่มีแต่คราบเืและเขม่าปืน’
อเล็กซ์ลดมือลงสายตาที่เคยเ็ามองไปที่ร่างบางบนโซฟาที่ยังคงสะอื้นไห้เงียบๆเขาเริ่มรู้สึกว่าการแกล้งให้เธอหิว หรือการตีตราที่คอเธอด้วยรอยเขี้ยวมันอาจจะไม่ใช่วิธีที่ลดความเครียดของเขาได้อีกต่อไปแล้ว
ชั้นที่39 ห้องสวีทสุดหรูที่พักส่วนตัว
อเล็กซ์ถอนหายใจยาวเหยียดความรู้สึกอัดอั้นพุ่งพล่านจนเขาอยากจะเดินไปซัดกำปั้นใส่หน้าตาแก่ฟรอสสักหมัดที่โยนพันธนาการทางอารมณ์อันหนักอึ้งนี้มาให้เขาแล้วตัวเองกลับออกไปโลดแล่นแจกยิ้มสร้างภาพตามสื่อธุรกิจ ทั้งที่หายหัวไปเป็สิบปี
เขาจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่เขาปลอบโยนใครคือเมื่อไหร่ั้แ่แม่ตายไป ปู่ฟรอสก็สอนให้เขารู้จักแต่การควบคุมและการทำลายไม่เคยสอนวิธีประคองความรู้สึกใคร แม้แต่ความรู้สึกของตัวเอง
อเล็กซ์ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆร่างที่สั่นเทา ก่อนจะตัดสินใจดึงเมญ่าเข้ามาไว้ในอ้อมกอด เขาจำได้ลางๆว่าแม่เคยทำแบบนี้กับเขาในวันที่เขาอ่อนแอ และเขาหวังโง่ๆ ว่ามันจะช่วยเธอได้
“อย่าร้อง...”เขาพึมพำเสียงต่ำพลางลูบกลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนนุ่มมือของเธอเบาๆ
“ฮึก... ทำไม... นี่มันเื่อะไรกันแน่...” เมญ่าสะอื้นจนตัวโยนความเหนื่อยล้าที่สะสมมาั้แ่รู้ว่าจะต้องแต่งงาน ความกลัวที่ถูกบีบคั้นและการที่เขาปั่นหัวเธอเล่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันทำให้เธอเหมือนคนกำลังจะเสียสติ
“เื่บางเื่... การไม่รู้คือสิ่งที่ดีกว่า”
อเล็กซ์ก้มมองร่างเล็กในอ้อมแขนที่ดูเปราะบางเหลือเกินในนาทีนี้“ไปล้างหน้าซะ... เดี๋ยวอาหารจะมาส่งแล้ว”
เมญ่าค่อยๆผละออกจากอกแกร่งเธอเดินไปที่ห้องน้ำอย่างเชื่องซึมราวกับเลื่อนลอยดั่งร่างที่ไร้ิญญาความไม่เข้าใจมันเปลี่ยนเป็ความกลัวที่หยั่งรากลึก ‘ถ้าเขาบอกฉันสักนิด... ฉันจะทำตัววุ่นวายไปทำไม ฉันไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ’ เธอคิดอย่างตัดพ้อแม้เขาจะแก่กว่าเธอมากแค่ไหน แต่เธอก็ยอมรับสถานะแต่งงานนี้แล้วไม่ใช่หรือไง?
ยิ่งคิดน้ำตาก็ยิ่งไหลพรากออกมาหนักกว่าเดิมจนแทบจะบ้าตายภายในห้องน้ำที่หรูหรานั้นแต่แล้วสัญชาตญาณการเอาตัวรอดก็ฉุดเธอขึ้นมา เธอจะตายไม่ได้...เธอต้องมีชีวิตอยู่ต่อเพื่อลมหายใจของบ้านอัครบดี และเพื่อศักดิ์ศรีของตัวเอง
‘ต่อให้ทางข้างหน้าจะเป็นรก... ฉันก็จะต้องเดินผ่านมันไปให้ได้!’ เมญ่าปาดน้ำตาออกจากแก้มอย่างแรงพินิจเงาสะท้อนของตนผ่านบานกระจกด้วยสายตาที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็ความมุ่งมั่น
อเล็กซ์นั่งนิ่งอยู่บนโซฟาลอบสังเกตท่าทีของหญิงสาวพลางขบคิดในใจอย่างหนักหน่วง เขาควรจะบอกความจริงทั้งหมดหรือปล่อยให้เธอเผชิญมันด้วยตัวเองดี... “บอกแค่สถานะ...ก็คงพอ” เขารำพึงกับตนเองแ่เบา สำหรับเขา เืและเขม่าปืนคือลมหายใจแต่สำหรับเธอ มันคือฝันร้ายที่เขาไม่อยากให้เธอลืมตาตื่นมาพบแต่เธอจำเป็ต้องเรียนรู้ด้วยตัวเองว่าการเดินเคียงข้างผู้ชายอย่างอเล็กซ์ซานเดียร์มันไม่ใช่เื่ง่ายเหมือนในนิยายเพ้อฝัน
ไม่นานนักเมญ่าก็เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป...มันไม่ใช่ความสดใสเหมือนวันวานแต่เป็ความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะรับแรงกระแทกจากทุกสถานการณ์ไม่ว่ามันจะทรมานแค่ไหนเธอก็จะทนให้ได้เธอเดินมาทรุดตัวนั่งข้างเขาอย่างเงียบเชียบ ปล่อยให้ความอึดอัดโรยตัวครอบคลุมคนทั้งคู่ราวกับหมอกหนา
เมญ่าพยายามพยายามสะกดกลั้นความพรั่นพรึงแต่สุดท้ายเธอก็เป็ฝ่ายพ่ายแพ้ต่อความเงียบ อเล็กซ์อาจจะชินชากับความกดดันแบบนี้แต่สำหรับเธอ... มันเหมือนการถูกบีบคอช้าๆเธอหันไปมองคนตัวโตที่คว้าแท็บเล็ตขึ้นมาจิ้มด้วยความเร็วสูงั้แ่ตอนไหนก็ไม่รู้“คุณอเล็กซ์คะ...” เธอเรียกเขาเสียงแ่
นิ้วหนายังคงรัวััหน้าจอด้วยความเร็วที่เมญ่าตามไม่ทันเขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาสบตาเธอเลยแม้แต่น้อย “ทานข้าวก่อน...แล้วค่อยคุย” น้ำเสียงนั้นเฉียบขาดแต่ทว่าเรียบนิ่ง
สิ่งที่เมญ่าไม่รู้คือในวินาทีนี้อเล็กซ์กำลังสั่งการลบภาพทุกอย่างบนอินเทอร์เน็ตอย่างบ้าคลั่งเขาจะไม่ยอมให้รูปของเธอหลุดออกไปสู่สาธารณะแม้แต่พิกเซลเดียว เพราะเขารู้ดีว่า...เธอยังไม่พร้อม ที่จะรับมือกับพายุที่กำลังจะตามมาหากตัวตนของ 'มาดามซานเดียร์' ถูกเปิดเผยแม้อเล็กซ์จะดูเหมือนสนใจงานประสาทััของเขายังคงจดจ่ออยู่กับทุกจังหวะลมหายใจของสตรีที่นั่งเคียงข้าง
ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นเปรียบเสมือนระฆังช่วยชีวิตเมญ่ารีบถลาลุกขึ้นจากความอึดอัดที่แผ่ซ่านจากตัวอเล็กซ์เธอไม่กล้าแม้แต่จะเปิดโซเชียลดูผลกระทบจากเื่ที่ร้านอาหารจึงเลือกที่จะพุ่งไปเปิดประตูด้วยความหวังว่าจะเจออาหารมาประทังหิวเธอเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็วเมื่อบาร์โชว์นำขบวนรถเข็นอาหารที่มีเชฟในชุดขาวสะอาดตาสองคนเข็นเข้ามา
เคร้ง!!
โลกทั้งใบของเมญ่าหยุดหมุน เมื่อจู่ๆเชฟคนหนึ่งตวัดมีดสั้นประกายเงาวับพุ่งเข้าหาใบหน้าของเธอด้วยความเร็วแสง!
ตุ๊บ!!!
ทว่าก่อนที่ปลายมีดจะถึงตัวเธอเชฟอีกคนที่เดินตามมากลับคว้าท่อนเหล็กที่ซ่อนอยู่ใต้รถเข็นฟาดเข้ากลางแสกหน้ามือมีดอย่างจังจนร่างนั้นทรุดฮวบน็อคคาที่ปลายมีดหยุดห่างจากแก้มของเมญ่าไปไม่ถึงนิ้ว!
เมญ่าเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้นทันทีดวงตาเบิกโพลงมองร่างที่ถูกบาร์โชว์กระชากหัวลากออกไปอย่างไร้ปรานีอเล็กซ์เดินเข้ามาใกล้พลางสอบถามเชฟที่เป็คนของเขา ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดแต่หูของเมญ่าดับวูบไปแล้ว เธอหูอื้อจนไม่ได้ยินสิ่งใดแม้แต่อเล็กซ์จะพยายามเอื้อมมือมาดึงแขนเธอสะดุ้งสุดตัวแล้วปัดมือเขาเตลิดอย่างลืมตัว
เธอพยายามพยุงร่างที่สั่นเทาเกาะขอบผนังลุกขึ้นจิติญญาล่องลอยหายไปจนกระทั่งคนอื่นๆ ออกไปจากห้องจนหมดเหลือเพียงเธอกับปีศาจตรงหน้า
“มึงได้ยินกูไหม! เป็เหี้ยอะไร!!!” อเล็กซ์คำรามลั่นใส่หน้าเธอเสียงดังสนั่นเพื่อเรียกสติ
“ฮึก... ฮื้อออ!”
กำแพงความอดทนพังทลายเมญ่าโผเข้ากอดอเล็กซ์แน่นพลางปล่อยโฮออกมาสุดเสียงเธอหลงลืมความเกลียดชังทิ้งไปหมดสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวที่เกาะกินใจอเล็กซ์ถอนหายใจออกมาแรงๆ เขาไม่เข้าใจว่าเธอจะสติหลุดอะไรขนาดนั้นในเมื่อเชฟของเขาก็ไม่ใช่คนธรรมดา และเธอก็ปลอดภัยดีทุกประการ
เขายกแขนขึ้นกอดปลอบร่างที่สะอึกสะอื้นจนตัวโยนในอกแกร่ง“หยุดร้องสักที มันไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น... ทีนี้ก็จำใส่หัวไว้ใครเคาะประตูอย่าเสือกกระริกระรี้ะโไปเปิดโดยไม่มอง!”
“ก็... ก็ที่นี่มันชั้นปิดไม่ใช่เหรอคะ...”เมญ่าถามปนสะอื้น เพราะเธอคิดว่าที่นี่คือเขตหวงห้ามที่ปลอดภัยที่สุด
“ตอนขึ้นลิฟต์มาหลังจากทานข้าว... มีคนมองมึงไหม?” อเล็กซ์ถามเสียงเย็น
เมญ่าผงกหัวรัวๆ “มีค่ะ... มีเยอะมากด้วย”
อเล็กซ์เกร็งตัวขึ้นมาทันทีรังสีฆ่าฟันแผ่ออกมาจนััได้การที่เขาพยายามสั่งให้เธอไม่ห่างกายเกินสิบก้าวมันมีเหตุผลเสมอแต่พอปล่อยให้ลงไปทานข้าวไม่ถึงชั่วโมง เธอกลับดึงดูดศัตรูให้ตามกลิ่นมาถึงที่พัก
‘พวกมันเจอตัวจนได้สินะ...เหมือนกูต้องรีบพามึงกลับคฤหาสน์ ส่วนเื่งานที่นี่มีตาแก่ฟรอสคุมอยู่พวกมันไม่กล้าแน่’