เสียงล้อรถยนต์บดไปตามพื้นถนนยางมะตอยส่งเสียงหอนเบาๆ กระทบโสตประสาทของนัท ราวกับเสียงเตือนภัยที่กึกก้องอยู่ในใจอย่างไม่รู้จบ ภายในพื้นที่จำกัดของห้องโดยสารรถยนต์ที่เขาเคยเป็เ้าของ นัทในร่างหญิงสาวกลับทำได้เพียงนั่งตัวลีบชิดประตูรถด้วยความหวาดระแวง ส่วนฝ้ายในร่างนักศึกษาสาวนั่งตัวสั่นอยู่ที่เบาะหลังด้วยความหวาดกลัว
นัทรู้สึกสับสนและอึดอัดจนแทบคลั่งที่จิติญญาของชายหนุ่มต้องถูกบีบอัดอยู่ในสรีระที่บอบบางและนุ่มนวลนี้ มันคือความทุกข์ทรมานที่แสนสาหัสที่ยากจะหาคำเปรียบ... ทุกจังหวะที่รถเคลื่อนไหว นัทััได้ถึงความนูนเด่นของหน้าอกจากร่างหญิงสาวที่เสียดสีกับสายเข็มขัดนิรภัยอย่างเลี่ยงไม่ได้
ประสาทััของร่างนี้ไวต่อความรู้สึกเกินความจำเป็ ความนุ่มละมุนของร่างกายที่เขาเคยเพียงแค่ลูบไล้ บัดนี้เขากลับต้องเป็เ้าของมันเสียเอง ความอึดอัดและเขินอายแล่นพล่านไปทั่วร่างกายจนเขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็ผู้บุกรุกที่กำลังอยู่ในร่างกายนี้... เป็ิญญาแปลกหน้าที่มาสิงสถิตอยู่ในร่างกายของคนที่เขารักที่สุด
ร่างของนัทบังคับพวงมาลัยด้วยท่าทางผ่อนคลาย มือที่หยาบกร้านซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็ของเขา บัดนี้กลับถูกใช้งานโดยคนอื่น และกำลังนำพาพวกเขาไปสู่การทดสอบที่พวกเขาไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง รถยนต์ไม่ได้มุ่งตรงกลับบ้านทันทีอย่างที่ควรจะเป็ตามที่เขาบอกทาง แต่มันกลับเลี้ยวไปอีกทาง เพื่อเข้าไปยังซอยลึกและเปลี่ยว เป็บ้านพักอาศัยเก่าแก่แห่งหนึ่งที่ดูเงียบเหงา
"เรามาทำอะไรกันที่นี่?" นัทเอ่ยถามด้วยเสียงหวานใสจากร่างหญิงสาว
ร่างชายหนุ่มไม่ตอบในทันที เขาเพียงแต่กระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างเ้าเล่ห์ ก่อนจะปรายตาผ่านกระจกหลังไปยังหญิงสาวในชุดนักศึกษาที่นั่งตัวสั่นงันงกอยู่เบาะหลัง
"ก็พาน้อง 'กิ๊ฟ' มาเก็บของยังไงล่ะจ๊ะ... จะให้ไปอยู่บ้านคนอื่นโดยไม่มีของใช้ และเสื้อผ้าอาภรณ์ติดตัวไปเลยได้ยังไง"
เมื่อได้ยินคำว่า 'กิ๊ฟ' ฝ้ายรู้สึกเหมือนฟ้าผ่าเข้ามากลางใจ มันคือชื่อของร่างนักศึกษาสาวที่เธอถูกบังคับให้ไปอยู่ การที่แม่มดจงใจใช้ชื่อคนแปลกหน้าเรียกเธอ มันเป็การตอกย้ำอย่างโเี้ว่าตัวตนของเธอที่เป็ฝ้ายกำลังจะถูกลบเลือนออกไปอย่างสมบูรณ์
ฝ้ายหันไปมองแม่มดและนัทด้วยสายตาอันปวดร้าวพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า นัทที่นั่งอยู่ข้างหน้า พยายามส่งสายตาให้กำลังใจฝ้าย ในขณะที่ฝ้ายกำลังจะพยายามพูดปฏิเสธชื่อนี้ด้วยเสียงที่สั่นเครือออกมา
"พี่นัท... ฝ้ายไม่ใช่..."
"เงียบซะ กิ๊ฟ" เสียงทุ้มต่ำจากร่างชายหนุ่มตวาดกร้าวขึ้นมาทันทีจนบรรยากาศในรถดูเหมือนจะหยุดนิ่ง นัทใเมื่อเห็นใบหน้าจากร่างเดิมของตัวเองมีแววตาเต็มไปด้วยความโกรธจัดอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
"จำใส่หัวไว้ว่าตอนนี้ชื่อของเธอคือ 'กิ๊ฟ' ต่อไปเมื่ออยู่ต่อหน้าใครๆ ก็ตาม ฉันและ 'ฝ้าย' จะเรียกเธอว่า ‘กิ๊ฟ’ เท่านั้น อย่าทำให้เื่ราวมันยุ่งยากไปกว่านี้เลยนะ... เข้าใจไหม!" แม่มดในร่างของนัทกำชับด้วยเสียงอันดัง ปล่อยให้คนรักทั้งสองได้แต่จมอยู่กับความเงียบที่น่าอึดอัดใจที่สุดในชีวิต
เมื่อถึงที่หมาย ร่างของชายหนุ่ม ก้าวลงจากรถด้วยท่าทางมาดมั่นอันเป็บุคลิกใหม่ที่นัทไม่คุ้นตา เขาเดินหายเข้าไปในบ้านพักเพียงครู่เดียว ก่อนจะกลับออกมาพร้อมกับกระเป๋าผ้าที่อัดแน่นไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ของเ้าของร่างเดิมที่ชื่อว่า 'กิ๊ฟ' เขาโยนกระเป๋าใบนั้นเข้าไปที่เบาะหลังอย่างไม่ไยดี ราวกับมันเป็เพียงขยะไร้ค่าชิ้นหนึ่ง
"นี่คือของใช้ทั้งหมดของเธอ... 'กิ๊ฟ' " แม่มดจงใจเน้นชื่อนั้นขณะปรายตามองหญิงสาวในชุดนักศึกษา ด้วยสายตาเหยียดหยาม
"ต่อจากนี้ไป เธอจะอยู่ในบ้านของฉันกับ 'ฝ้าย'... ในฐานะคนรับใช้!"
นัทในร่างหญิงสาว ต้องเบือนหน้าหนีเพราะทนดูการกระทำอันเหยียดหยามนั้นไม่ได้ ความสงสารจับใจแล่นพล่านเมื่อเห็นคนรักต้องจำยอมรับสภาพที่แม่มดยัดเยียดให้ นัททำได้เพียงแอบมองเธอผ่านกระจกมองหลังด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง และรู้สึกผิดที่เขาไม่อาจปกป้องเธอได้เลยในร่างที่แสนบอบบางนี้
นัทในร่างหญิงสาว เฝ้ามองดูร่างในชุดนักศึกษาที่นั่งตัวสั่นอยู่ที่เบาะหลัง ฝ้ายในร่างใหม่นั้นพยายามข่มอารมณ์ให้นิ่งสงบ ทว่าทุกครั้งที่เธอขยับตัวจนปลายนิ้วไปััโดนิัที่ไม่ใช่ของตน นัทกลับสังเกตเห็นสายตาแห่งความขยะแขยงผ่านดวงตาคู่นั้น... มันคือความสะอิดสะเอียนอย่างถึงที่สุดต่อร่างกายที่เธอไม่ได้เป็เ้าของ
"แกทำแบบนี้ทำไม... สนุกนักเหรอที่เห็นพวกเราต้องเป็แบบนี้" นัทะเิอารมณ์ออกมาผ่านน้ำเสียงหวานสั่นที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น
ร่างเดิมของนัท ที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยหัวเราะหึๆ ในลำคอ ใบหน้าที่เขาเคยใช้ส่องกระจกทุกเช้า บัดนี้กลับบิดเบี้ยวด้วยรอยยิ้มหยันของปีศาจ
"ความสนุกมันเพิ่งจะเริ่มต้นเองนะจ๊ะ..." เสียงทุ้มต่ำที่นัทเคยภาคภูมิใจเอ่ยออกมาอย่างใจเย็น
"เธอน่าจะภูมิใจนะที่ได้เห็นคนรักของเธอในมุมมองและบทบาทใหม่ๆ บ้าง... ส่วนเธอก็ต้องหัด เรียนรู้การเป็ 'ผู้หญิงที่ดี' ในร่างกายนี้ให้คล่องซะล่ะ เพราะ บทบาทของเธอหลังจากนี้... มันน่าสนุกกว่าที่เธอจินตนาการไว้เยอะ"
ระหว่างทางมุ่งหน้าสู่บ้านพักของนัทและฝ้าย ซึ่งเป็บ้านที่นัทและฝ้ายลงมือลงแรงสร้างมากับมือ นัทในร่างหญิงสาว คอยชำเลืองมองกระจกส่องหลังเป็ระยะเพื่อสบตากับคนรักในร่างของนักศึกษา ทุกครั้งที่ดวงตาประสานกัน พวกเขาพยายามส่งยิ้มให้กำลังใจกันเพื่อที่ว่าทั้งคู่จะได้ผ่านการทดสอบนี้ไปได้ นัทเห็นฝ้ายในร่างของกิ๊ฟนั่งกอดตัวเองไว้แน่น ราวกับว่าฝ้ายที่อยู่ข้างในนั้นกำลังพยายามปกป้องตัวตนของตัวเองอยู่ ไม่ให้หายไปไหน และเมื่อนัทเห็นฝ้ายทำท่าทางหวาดกลัว เขายิ่งรู้สึกเหมือนโดนตอกย้ำถึงความไร้ความสามารถของเขา... ในฐานะสามีที่ควรจะปกป้องเธอได้ดีกว่านี้
ในขณะเดียวกัน ร่างกายของฝ้ายที่นัทอาศัยอยู่ก็เริ่มสร้างความสับสนให้จิตใจแก่เขามากขึ้นเรื่อยๆ สรีระเพศหญิงที่ผิดแปลกไปจากเดิม ทำให้เขารู้สึกไม่คุ้นชินอย่างถึงที่สุด ฮอร์โมนที่ไหลเวียนอยู่ในกายนี้ดูเหมือนจะทำให้เขาอ่อนไหวและตื่นตระหนกง่ายกว่าปกติ นัทเผลอใช้นิ้วมือลูบไล้ต้นขาที่เนียนละเอียดของตัวเองด้วยความลืมตัว
ััที่บอบบางและนุ่มนวลนั้นส่งกระแสสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ มันคือประสาทััที่แปลกประหลาดและละเอียดอ่อนเกินกว่าจิติญญาของชายหนุ่มจะเข้าใจได้
เมื่อรถเลี้ยวเข้าสู่รั้วบ้านพักที่คุ้นตา นัทกลับยิ่งรู้สึกเหมือนเขากำลังก้าวเข้าสู่สนามรบ บ้านที่เคยเป็ที่พักผ่อนและช่วยเติมพลังให้กับเขา บัดนี้กลับดูเหมือนถ้ำปีศาจที่พร้อมจะกลืนกินเขาเข้าไป ทันทีที่รถจอดสนิท ฝ้ายในร่างนักศึกษาก็รีบวิ่งลงจากรถแล้วมุ่งตรงเข้าบ้านไปทันที ฝ้ายในร่างนั้นคงทนความอับอายต่อไปไม่ไหวที่ต้องอยู่ในร่างกายที่เธอไม่ได้เต็มใจจะอยู่
นัทพยายามบังคับร่างของหญิงสาวให้วิ่งตามเธอไปเพื่อปลอบโยน แต่เขากลับต้องเผชิญกับอุปสรรคทางกายภาพที่น่าปวดหัว เขายังไม่ชินกับรองเท้าส้นสูง และจุดส่วนถ่วงและน้ำหนักตัวที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ทุกย่างก้าวที่พยายามจะวิ่งตามบนทางเดินดูทุลักทุเลอย่างถึงที่สุด นัทในร่างฝ้ายเซถลาจนเกือบเสียหลักล้มอยู่หลายหน ร่างอันบอบบางต้องพยายามเปลี่ยนมาเดินอย่างช้าๆ และเกร็งข้อเท้าเพื่อเดิน
"ใจเย็นๆ สาวน้อย ค่อยๆ เดินก็ได้... ไม่ต้องรีบวิ่งไปไหนหรอก… แม่สาวน้อยของฉัน"
ร่างเดิมของนัทเดินตามมาติดๆ ก่อนจะใช้มือที่แข็งแรงคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนอันบอบบาง แรงบีบมหาศาลจากร่างกายที่ครั้งหนึ่งเคยเป็ของเขาเอง ทำให้นัทเจ็บจนต้องเผลออุทานออกมาอย่างลืมตัว
"ปล่อยผม... แกไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องตัวผมแบบนี้!"
เขาพยายามสะบัดตัวออก แต่มันช่างน่าสงสารนักเมื่อพละกำลังของหญิงสาวนั้นน้อยนิดเกินกว่าจะต้านทานแรงชายที่ครั้งหนึ่งเคยเป็ของเขาได้
"ในบ้านหลังนี้ ตอนนี้ฉันคือ 'นัท' และเป็เ้าของบ้านแต่เพียงผู้เดียว..." แม่มดในร่างเขาโน้มลงมาประชิดใบหู กระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำอบอุ่นที่เขาเคยใช้พูด
"และอย่าลืมสิว่าตอนนี้เธอคือใคร... เธอคือ 'ฝ้าย' เมียที่แสนดีของฉัน... จำใส่ใจไว้ให้แม่นล่ะ"
ภายในบ้านที่นัทคุ้นเคยทุกซอกทุกมุม บัดนี้บรรยากาศบ้านที่เคยอบอุ่นแสนสบายกลับเปลี่ยนไปเป็อึดอัดอย่างสิ้นเชิง นัทในร่างฝ้ายเฝ้ามองดู ฝ้ายในร่างชุดนักศึกษา ที่นั่งขดตัวอยู่ตรงเก้าอี้ไม้ที่มุมห้องรับแขก ฝ้ายที่ติดอยู่ในร่างของกิ๊ฟนั้นซบหน้าลงกับหัวเข่าพลางสะอื้นไห้อย่างไม่สนใจใคร นัทอยากจะเดินเข้าไปโอบกอดและปลอบเธอพร้อมกับบอกเธอว่า 'พี่นัทอยู่นี่' แต่เมื่อเขาพยายามจะเข้าไป เขาเห็นร่างกายอันบอบบางกับชุดเดรสที่สวมใส่อยู่นั้น ความอับอายภายในใจก็ท่วมท้นจนเขาไม่กล้าที่จะเดินเข้าไปหาคนรัก
ในขณะที่ แม่มดในร่างชายหนุ่ม เดินเข้าไปทิ้งตัวนั่งบนโซฟาหนังด้วยมาดเ้าของบ้านคนใหม่พร้อมกับยกขาทั้งสองข้างขึ้นพาดบนโต๊ะรับแขกด้วยท่าทางสบายๆ
"เอาล่ะ... ได้เวลาจัดสรรเื่ที่นอนกันเสียที เพื่อให้ละครฉากนี้ยังดูเนียนตา และคนภายนอกยังเห็นว่าเราเป็คู่รักที่หวานชื่นเหมือนเดิม... " แม่มดในร่างชายหนุ่ม ปรายตามองมายังนัทในร่างบอบบางที่ยืนนิ่งอยู่เพื่อออกคำสั่ง
"ฝ้าย เธอต้องขึ้นไปนอนในห้องนอนใหญ่กับฉัน"
นัทในร่างหญิงสาวเบิกตาโพลงด้วยความตื่นตระหนก "ไม่! … ผมจะนอนกับฝ้าย นอนที่ห้องนอนเล็กหรือนอนที่ห้องรับแขกก็ได้!"
"อย่ามาต่อรองกับฉัน!" แม่มดในคราบนัทตวาดเสียงแข็งจนน่าเกรงขาม
" 'กิ๊ฟ' เธอต้องไปนอนที่ห้องนอนเล็กเพียงลำพังคนเดียว เพราะเธอ... 'ฝ้าย'! เธอเป็ภรรยาของฉัน เธอต้องมานอนห้องนอนใหญ่ ห้องเดียวกับฉัน... นี่คือคำสั่ง!"
นัทหันไปมอง ฝ้ายในร่างชุดนักศึกษา ที่เงยหน้าขึ้นมาสบตา แววตาของฝ้ายที่นัทติดอยู่ในร่างนั้นแตกสลายไม่มีชิ้นดี เธอกล้ำกลืนความเ็ปแล้วพยักหน้าช้าๆ อย่างสิ้นหวัง
"พี่นัท... ฝ้ายทนได้ค่ะ" เสียงหวานแ่เบาที่เต็มไปด้วยความร้าวรานดังมาจากมุมห้อง
นัทในร่างหญิงสาวทำได้เพียงส่งสายตาที่เปี่ยมไปด้วยคำขอโทษไปให้คนรัก เขาต้องจำใจเดินตามแม่มดที่อยู่ในร่างเดิมของตนขึ้นบันไดไปสู่ห้องนอนใหญ่ที่เคยเป็สรวง์ส่วนตัวของเขากับฝ้าย ทิ้งให้คนรักต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยวในร่างแปลกหน้าเพียงลำพัง
นัทรู้สึกเศร้าจนหยาดน้ำตาเริ่มไหลรินอาบแก้มของร่างบาง ความรู้สึกของชายหนุ่มที่ต้องแบกรับความอับอายในเรือนร่างเพศหญิง และกำลังถูกคนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวที่เขาเคยเป็เ้าของ... มันคือความจริงที่โหดร้ายเกินกว่าจะจินตนาการได้
เมื่อประตูห้องนอนปิดลง นัทในร่างฝ้ายที่ใส่ชุดเดรส ยืนสั่นสะท้านอยู่กลางห้องที่ครั้งหนึ่งเคยเป็พื้นที่ปลอดภัยที่สุดในชีวิตของเขา เขารู้สึกอึดอัดจนหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อต้องอยู่ลำพังกับแม่มดในร่างเดิมของตัวเอง
"ไปอาบน้ำซะ 'ฝ้าย'... ส่วนฉันจะขอสำรวจ 'ร่างกายใหม่' นี้หน่อยว่ามันเป็อย่างไงบ้าง" แม่มดในร่างชายหนุ่ม ออกคำสั่งพลางกระตุกยิ้มอย่างพึงพอใจ
นัทเบิกตาโพลงด้วยความรู้สึกหวาดหวั่น เขาจำต้องมองดูร่างเดิมของตัวเองที่กำลังเปลื้องอาภรณ์ออกเพื่อสำรวจมัดกล้ามและสรีระชายชาตรีอย่างไม่สามารถทำอะไรได้ เขารู้สึกหวาดกลัวเมื่อเขาก้มมองมืออันเรียวเล็กและร่างกายที่บอบบางของตนเองในตอนนี้
นัทตระหนักได้อย่างแจ่มแจ้งว่า ภายใต้เรือนร่างที่แสนบอบบางและนุ่มนวลที่เขาอาศัยอยู่ในตอนนี้... เขาไร้ซึ่งพละกำลังที่สามารถจะต่อกรกับร่างกายผู้ชายเดิมที่แข็งแรงของตนเองได้เลย
(จบบทที่ 5)