ตอนที่ 4 : ภารกิจทลายสำนักมาร

เกี้ยวสองหลังหยุดนิ่งลงใต้ร่มไม้ทึบตรงรอยต่อของ หุบเขาโลหิต แหล่งกบดานอันมืดมิดของสำนักโลหิตทมิฬ สี่ศิษย์เอกก้าวลงจากรถม้าในชุดรัดกุมสีเข้มที่เอื้อต่อการต่อสู้ บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยกลิ่นอายคาวโลหิตและซากอาคมมารที่แผ่ซ่านออกมาจากยอดเขา
"ตรงหน้าพวกเราคือหุบเขาโลหิต ้าผาทมิฬคือที่ตั้งของแท่นบูชายัญ" หลี่มู่เฉิน ชี้กระบี่ชี้ทิศทางด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม "เพื่อไม่ให้พวกมารจับชาวบ้านเป็ตัวประกัน เราจำต้องแบ่งกลุ่มปฏิบัติการออกเป็สองทาง"
เซียวเหยียน คลี่ยิ้มจาง ๆ ทว่าแววตากลับแน่วแน่จริงจัง "ตามแผนเดิมนะขอรับ... ข้ากับศิษย์น้องเล็กจะลอบเข้าทางคุกใต้ดินด้านหลังหุบเขาเพื่อช่วยชาวบ้านและศิษย์สำนักธรรมะที่ถูกจับมา ส่วนศิษย์พี่ใหญ่กับศิษย์น้องสามจะบุกหน้าด่านเพื่อทำลายค่ายกลโลหิตและล่อศิษย์สำนักมาร"
"เมื่อกลุ่มของข้าช่วยชาวบ้านได้สำเร็จ ข้าจะยิง พลุสัญญาณสีเขียว ขึ้นฟ้าเป็สัญญาณ จากนั้นเราทุกคนจะไปสมทบกันที่ แท่นบูชายัญ เพื่อสังหารจ้าวโลหิตอเวจีร่วมกัน" เซียวเหยียนสรุปแผนการ
ขณะเตรียมแยกย้าย สายตาและความรู้สึกห่วงใยลับ ๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ตำแหน่งคู่หมั้นหลอกลวงก็ปะทุขึ้นเงียบ ๆ:
- เซียวเหยียนเอื้อมมือไปคว้าข้อมือของ ไป๋เสวี่ยหร่ง เอาไว้ บีบกระชับแน่นเบา ๆ ดวงตาขี้เล่นคู่นั้นฉายแววห่วงใยลึกซึ้งขณะกระซิบข้างหูนาง "ระวังตัวด้วยนะเสวี่ยหร่ง... อย่าห่างกายข้าเด็ดขาด" เสวี่ยหร่งมองเขากลับด้วยสายตาอ่อนหวาน พยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง
- ในเวลาเดียวกัน มู่เฉินดึงตัว จีเสวี่ยเหม่ย มาตรวจเช็กอาวุธและแส้เพลิงสุริยันข้างเอวของนางด้วยตัวเอง น้ำเสียงที่ปกติมักจะเ็าบัดนี้กลับแฝงความหนักแน่นมั่นคง "เมื่อบุกเข้าไปแล้ว อย่าอยู่ห่างกายข้าเกินสามก้าว เข้าใจหรือไม่?" เสวี่ยเหม่ยแก้มร้อนซ่าน พยักหน้ารับอย่างนอบน้อมดั่งสตรีผู้ยอมจำนนต่อคนรัก
ทางเดินคุกใต้ดินแคบและเหม็นอับไปด้วยกลิ่นคาวโลหิต ไป๋เสวี่ยหร่งกระชับพิณวารีในอ้อมอกไว้แน่น นางคอยบรรเลงเพลงพิณสะกดิญญาเบา ๆ ปล่อยคลื่นเสียงวารีอันเยือกเย็นเข้าสะกดประสาทััของพวกยามมารจนหลับไปทีละคนอย่างเงียบเชียบ โดยมีเซียวเหยียนคอยใช้วิชาสะกดจิตสะกดขุนพลมารที่เหลือ
ทว่าขณะกำลังเปิดกรงคุกช่วยตัวประกัน ยามมารระดับสูงคนหนึ่งลอบโจมตีเสวี่ยหร่งจากด้านหลังด้วยดาบใหญ่!
"ศิษย์น้องเล็ก ระวัง!"
ฉัวะ!
เซียวเหยียนพุ่งตัวเข้าขวางวิถีดาบอย่างไม่เสียดายชีวิต คมดาบถากผ่านท่อนแขนแกร่งจนโลหิตสีแดงฉานซึมผ่านผ้าเสื้อคลุมสีฟ้าอ่อน เขาใช้เปลวเพลิงสะกดจิตะเิเผาร่างยามมารตนนั้นจนสลายเป็ผุยผงในชั่วพริบตา
"ศิษย์พี่รอง! แขนท่านาเ็เ้าค่ะ!" เสวี่ยหร่งละล่ำละลักด้วยความใ น้ำตาเอ่อคลอรีบใช้วิชาพิณสายน้ำเข้าสมานแผลให้เขา รอยยิ้มอบอุ่นของเซียวเหยียนยังคงส่งให้นางเยี่ยงเดิม "ข้าไม่เป็ไร... าเ็เพียงเล็กน้อย แลกกับความปลอดภัยของเ้าก็นับว่าคุ้มค่ายิ่งนัก" เสวี่ยหร่งหัวใจสั่นไหว ปล่อยพลังรักเยียวยาจนแผลของเขาปิดสนิท
เมื่อช่วยเหลือทุกคนสำเร็จ เซียวเหยียนจึงวาดนิ้วสะบัด พลุสัญญาณสีเขียว พุ่งทะยานขึ้นฟ้าเหนือยอดหุบเขา
ที่ประตูหน้าของรังมาร... การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด ศิษย์สำนักมารนับร้อยดาหน้าเข้ามาหาคู่หนุ่มสาว
หลี่มู่เฉินวาดกระบี่เหมันต์คู่กาย ปลดปล่อยไอเย็นั์แผ่ซ่านแช่แข็งพื้นดินและร่างของพวกมารจนกลายเป็น้ำแข็ง ขณะที่จีเสวี่ยเหม่ยสะบัดแส้เพลิงสุริยันอย่างพริ้วไหว กวาดสายอัคคีเข้าฟาดฟันศิษย์สำนักมารที่โดนน้ำแข็งเกาะจนละลายและสลายไปเป็เถ้าถ่าน
"คอยระวังปีกซ้ายให้ข้าด้วย!" เสวี่ยเหม่ยะโบอกสุภาพ
"เ้าลุยไปข้างหน้า ข้าหนุนหลังเอง!" มู่เฉินตอบเสียงเฉียบขาด เขาพุ่งตัวเข้าไปรับลูกศรพิษที่ยิงเข้าใส่เสวี่ยเหม่ย สะบัดปราณกระบี่แช่แข็งคันธนูทั้งหมด ก่อนจะส่งพลังปราณเย็นเข้าทำลายแกนกลางของ ค่ายกลโลหิต จนะเิออกในคราวเดียว
เขาะโลงมายืนเคียงข้างนาง ทั้งสองหอบหายใจกระชั้น เสวี่ยเหม่ยสบสายตาแข็งแกร่งของมู่เฉินด้วยความเทิดทูน ความรู้สึกมั่นคงที่ได้รับการปกป้องจากชายผู้นี้คือสิ่งที่นางโหยหาที่สุด
เมื่อเห็นสัญญาณพลุสีเขียวบนฟ้า มู่เฉินกระชับกระบี่แน่น "ศิษย์พี่รองช่วยชาวบ้านได้แล้ว บุกเข้าวิหารกลางกันเถอะ!"
ทั้งสองกลุ่มพุ่งมารวมตัวกันที่ลานกลางวิหารสีคราม จ้าวโลหิตอเวจี ยืนท้าทายอยู่บน แท่นบูชายัญ หินั์ที่มีบ่อเืเดือดพล่าน
"พวกเ้าช่างรนหาที่ตายนึกว่าจะทลายรังของข้าได้รึ!"
การต่อสู้ครั้งสุดท้ายดุเดือดตึงเครียด ศิษย์ทั้งสี่ประสานเพลงรบอย่างพร้อมเพรียง:
- เสวี่ยหร่งดีดพิษลวงตาและเพลงพิณสยบมารคอยรบกวนสมาธิและกักลมปราณของจ้าวอเวจี
- เสวี่ยเหม่ยฟาดแส้เพลิงตรึงข้อมือและข้อเท้าของจ้าวอเวจีเอาไว้ไม่ให้หลบหนี
- มู่เฉิน และ เซียวเหยียน พุ่งตัวเข้าโจมตีพร้อมกัน กระบี่น้ำแข็งหนาวเหน็บและเพลิงไฟสะกดจิตพุ่งทะยานเข้ารวมเป็พลังทำลายล้างสายใหญ่ทะลวงผ่านอกของจ้าวสำนักมารจนะเิออกทลายแก่นพลังทมิฬไปพร้อมกับวิหารมารที่พังทลายลง!
เมื่อฝุ่นควันจางหายไป ความมืดมิดของหุบเขาถูกแทนที่ด้วยความสงบสุข ชาวบ้านได้รับการช่วยเหลือรอดพ้นความตาย สำนักโลหิตทมิฬโดนกวาดล้างจนหมดสิ้น
ทว่าาความรู้สึกของคนทั้งสี่เพิ่งจะเริ่มปะทุอย่างแท้จริง เมื่อพวกเขาหันมาสบตากันอีกครั้งท่ามกลางชัยชนะ...
--------------------------------------------------ทั้งศิษย์พี่ใหญ่และศิษย์พี่รองคือยอมเจ็บตัวแทนเพื่อปกป้องคนรักสุดชีวิต! ชัยชนะตกเป็นของสำนักธรรมะแล้ว แต่สงครามหัวใจเพิ่งจะเริ่มขึ้นค่ะ เพราะกลับสำนักไปต้องเตรียมจัดงานแต่งสลับคู่เดิมแล้ว! ????
พวกเขาจะกล้าเผชิญหน้าสารภาพความจริงกับเจ้าสำนักอย่างไร? กดอ่านตอนจบและกดปลดล็อกตอนถัดไปมาร่วมลุ้นพิธีวิวาห์ของพวกเขากันเลยค่า! ????