ตอนที่8
ผิดสัญญา
ราวินทร์ได้ยินคำตอบจากวุฒิศักดิ์แล้วเขาก็รู้ทันทีว่าชายคนที่วุฒิศักดิ์พูดถึง หมายถึงคือใคร และสามารถตอบได้ทันทีว่าไม่มีวันที่วุฒิศักดิ์จะสมหวังในตัวเขาแน่นอน แต่ถึงอย่างไรเขาก็ต้องดูดวงให้เสร็จ เพราะทำสัญญาไปแล้ว เขาจึงเริ่มเปิดไพ่ และทำนาย
J ข้าวหลามตัด :
ชีวิตนายรายล้อมด้วยผู้ชายที่ผ่านมาไม่ว่าจะลำบากแค่ไหน ก็มีคนคอยอุปถัมภ์ค้ำจุนอยู่เสมอ
10 โพธ์แดง :
่นี้เป็เวลาที่ดีที่สุดในชีวิตก็ว่าได้ได้งานสบาย เงินดี และดูมีความสุขกับการทำงานที่นี่สินะ
A โพธิ์ดำ :
พอดูถึง่อนาคตเขากลับเห็นอนาคตที่สั้นมาก ภาพที่เห็นคือวุฒิศักดิ์นอนตายอยู่ในบ้านมีชายผมสีน้ำตาลใส่ชุดดำยืนมองศพเขาอยู่ “ชายคนนั้นคือใครกัน ทำไมดูคุ้นอย่างนี้”เขาพูดเลี่ยงเื่ที่เห็นกับวุฒิศักดิ์โดยบอกไปแค่ว่า “นายกำลังจะเจอโชคร้าย ระวังเกี่ยวกับผู้ชายไว้ให้มากอย่าไว้ใจใคร”
วุฒิศักดิ์ : แล้วผมจะลงเอยกับเขารึเปล่าครับ? (ส่งสายตายั่วยวนใส่ราวินทร์)
ราวินทร์ : (ยิ้ม)เื่นั้นคงเป็ไปไม่ได้หรอกนะ เพราะฉันมีเ้าของอยู่แล้ว เอาแหละ พิธีจบแล้วออกไปทำงานซะ
วุฒิศักดิ์เดินออกมาด้านนอกด้วยท่าทางเสียดาย“อ่อยขนาดนี้แล้วยังเมินอีก สงสัยจะกลัวคุณนทีรู้ล่ะมั้ง”
ห้อง ICU ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง :
ชายคนหนึ่งยืนมองหญิงสาวที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนเตียง
“คุณเป็ใครยมทูตงั้นเหรอ มารับิญญาฉันสินะ”
“เปล่าฉันไม่ใช่ยมทูต ฉันเป็ปีศาจ ที่สามารถช่วยชีวิตเธอได้”
“จริงเหรอคะได้โปรดเถอะค่ะ ฉันยังไม่อยากตาย ช่วยฉันด้วยนะคะ”
“แต่คุณต้องทำสัญญาก่อนนะครับว่าจะยอมรับใช้ผมไปตลอดกาล”
หญิงสาวตอบรับคำโดยไม่ลังเล “ค่ะฉันยินดีรับใช้คุณ” ชายคนนั้นค่อยเดินเข้ามาจนเห็นใบหน้าและก้มลงจูบหญิงสาวคนนั้นเพื่อทำสัญญา และเมื่อเธอลืมตาขึ้นก็พบว่าร่างกายมีเรี่ยวแรงเพิ่มขึ้น สามารถขยับตัวได้ ความเ็ปหายไปจนหมดสิ้นเธอหันไปมองหน้าชายคนที่ช่วยเธอ “คุณชื่ออะไรคะ” ชายคนนั้นยิ้มและตอบกลับมาว่า“ผมชื่อนที ตอนนี้ผมเป็เ้านายของคุณแล้ว”
ที่สำนักดูดวงวุฒิศักดิ์ยังคงมาทำงานปกติ โดยมีท่าทีเมินราวินทร์กับนทีอย่างชัดเจนนทีสังเกตได้จึงถามราวินทร์ด้วยความสงสัย
นที : เด็กนั่นเป็อะไร?
ราวินทร์ : คงไม่พอใจหล่ะมั้งหลายวันก่อนมาอ่อยฉัน
นที : งั้นเหรอ? (มองไปที่วุฒิศักดิ์)
นทีไล่วุฒิศักดิ์ออกทันทีในวันนั้นโดยแจ้งว่าเขาทำผิดสัญญา มันทำให้เขาไม่พอใจอย่างมากเขาหันไปมองหน้าราวินทร์ที่ไปฟ้องจนทำให้เขาต้องออกจากงาน เขารีบเก็บของทันทีและต่อว่าทั้งสองก่อนไป
“อย่างพวกนายไม่ได้อยู่ในความสนใจฉันหรอกเชิญเสพสมกันให้พอใจเถอะ สำนักประหลาดอะไรนี่ ใครจะไปทนอยู่ไหว”
หลังจากกลับไป เขาก็ทำการแก้แค้นทันทีโดยได้ตั้งกระทู้ในเว็บไซต์หนึ่ง เพื่อระบายความคับแค้นใจที่มีออกมา
หัวข้อเื่ : หมอดูคู่กับหมอเดา
ผมไปทำงานที่หนึ่ง เป็พวกสำนักดูดวงประมาณนั้นรายได้ดีและงานสบาย ดูเผินๆ ก็เหมือนไม่มีอะไรแต่สิ่งที่มันแปลกคือเ้าของทั้งสองคน ที่บ้านพวกเขา ไม่มีอินเทอร์เน็ต ทีวีหรือสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรเลย ไมโคเวฟ เครื่องทำน้ำอุ่น ไม้กวาดเครื่องดูดฝุ่นหรือกระทั่งจานข้าว หรืออาหารสำเร็จรูปใดๆ เก็บไว้มีตู้เย็นอยู่แต่ในนั้นไม่มีอาหาร หรือเครื่องดื่มอย่างอื่น มีน้ำแช่ไว้ 3 ขวดสำหรับไว้รับรองลูกค้า ไม่เคยเห็นเ้าของดื่มหรือกินอะไร คนหนึ่งนานๆ จะแวะมาทีอีกคนที่อยู่ประจำก็จะอยู่ในห้องตลอดเวลา ออกมาแค่ตอนดูดวงให้ลูกค้าเท่านั้นที่บ้านสะอาดสะอ้าน แต่ไม่เคยเห็นมีแม่บ้านมาทำความสะอาดผมเคยทำกาแฟหกลงพื้นแล้วไม่ได้เช็ด พอเช้ามามันก็หายไปเหมือนมันไม่เคยหกของทุกอย่างพอเช้ามาก็จะอยู่ที่เดิมเสมอ ไม่ว่าจะเอามันไปวางไว้ที่อื่นแล้วก็ตาม การดูดวงก็ประหลาดต้องพาเข้าห้องมืดและอยู่กันสองต่อสอง แต่คิดว่าคงไม่แม่นแน่นอนเพราะไม่มีลูกค้าคนไหนกลับมาดูซ้ำอีกเลย ที่สำนักนี้สร้างข้อห้ามเยอะแยะมากมายทำให้เหมือนว่าตัวเองมีเวทย์มีของ แต่คิดว่ามีไว้สำหรับหลอกลูกค้ากฎของพนักงานที่ห้ามโน่นนี่นั่นก็เหมือนเป็ข้ออ้างไว้เพื่อไล่พนักงานออกแถมเวลาที่อีกคนมาหาก็จะขึ้นไปอยู่ข้างบนด้วยกันนานสองนานพอผมไปยุ่งด้วยหน่อยก็โดนไล่ออก คงห่วงผู้เป็แน่ผมไปยุ่งกับผู้เขาเข้าหน่อยก็โดนไล่ออกทันที ไม่มีค่าชดเชยใดๆ ให้ทั้งสิ้นแบบนี้ไปฟ้องกรมแรงงานได้รึเปล่านะ
...............................
ที่บ้านวุฒิศักดิ์หลังจากที่โพสต์ข้อความได้ไม่นาน:-
วุฒิศักดิ์นั่งอ่านคอมเม้นท์ที่มีคนมากมายเข้ามาตอบเขารู้สึกสนุกที่ได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นเขาจึงก๊อบปี้ข้อความที่พิมพ์ลงในเว็บนั้น เพื่อไปโพสต์ในเว็บอื่นๆ ต่อแต่แล้วจู่ๆ ไฟก็กะพริบ ดับๆ ติดๆ เหมือนไฟตกเขาจึงลุกขึ้นและเปิดผ้าม่านเพื่อดูว่าห้องอื่นเป็เหมือนกันรึเปล่าแต่่ที่ไฟติดขึ้นมาเขาก็ใ เพราะเห็นมีคนยืนที่ด้านหลังเขาในกระจก
วุฒิศักดิ์ :(หันกลับมามองชายคนนั้นและอุทานออกมา) คุณนที เข้ามาได้ยังไงครับ
นที : ก็ไม่ได้ล็อกประตูนิก็เปิดเข้ามาแค่นั้นเอง
วุฒิศักดิ์ : คุณรู้ได้ไงว่าผมอยู่ที่นี่แล้วคุณมาที่นี่ทำไม
นที :กลายเป็คนขี้สงสัยถามซอกแซกั้แ่เมื่อไหร่นะ ทั้งๆ ที่ตอนทำงานด้วยกันไม่เห็นเคยถามอะไรสักคำ
สายตาที่จ้องมาที่เขานั้นราวกับฆาตกรที่จ้องจะฆ่าเหยื่อที่อยู่ตรงหน้า วุฒิศักดิ์เริ่มกลัวและพยายามหาทางออกจากห้อง เขาวิ่งไปที่ประตูพยายามเปิดออก แต่ทำยังไงก็เปิดไม่ออก
วุฒิศักดิ์ : ผมขอโทษครับ ผมจะรีบลบทิ้งเลยอย่าทำอะไรผมเลยนะครับ
นที : ฉันไม่ได้จะทำอะไรสักหน่อยนายคิดว่าฉันจะมาฆ่านายงั้นเหรอ (หัวเราะ) ฉันดูน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ
วุฒิศักดิ์ : แล้วคุณมาทำไม คุณ้าอะไรจากผม
นที : ทันทีที่นายโพสต์ข้อความพวกนั้นทุกอย่างของนายก็กลายเป็ของฉันแล้ว จำสัญญาที่เขียนไม่ได้งั้นเหรอ
นทีเดินเข้าไปใกล้วุฒิศักดิ์มากขึ้น“หากทำผิดสัญญา อายุขัยของนายจะกลายเป็ของฉันทั้งหมด” แล้วเขาก็เอานิ้วชี้จิ้มไปที่หน้าอกของวุฒิศักดิ์ รอยยิ้มนั้น คือสิ่งที่สุดท้ายที่วุฒิศักดิ์เห็นตาเขาเริ่มพร่ามัว และก็เริ่มหายใจไม่ออก เขามีอาการเหมือนชักกระตุก “ช่วยด้วยช่วยผมด้วย” เขาอ้อนวอนขอชีวิตกับนที แต่นทีกลับยืนมองด้วยท่าทีที่เฉยเมยไม่นานนักเขาก็ล้มลง และสิ้นใจทันทีนทีเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือของวุฒิศักดิ์และลบโพสต์ทั้งหมดที่เขาลงหลังจากนั้นก็เดินข้ามศพเขา ที่นอนตายอยู่หน้าห้องไป เปิดประตูเดินออกไปอย่างเงียบๆราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ในตอนเช้าข่าวออกว่าพบชายคนหนึ่งหัวใจวายตายอยู่หน้าประตูห้องตำรวจสันนิษฐานว่าเขาคงมีโรคประจำตัวและพยายามจะออกจากห้องไปขอความช่วยเหลือแต่ไม่ทัน เลยมาล้มลงตรงหน้าห้องเช่นนี้เมื่อลองเปิดกล้องวงจรปิดของคอนโดดู หลังจากเขาเข้าห้องแล้ว ก็ไม่พบว่ามีใครมาหาสภาพในห้องไม่มีการต่อสู้ ไม่มีการรื้อค้นแต่อย่างใด ญาติจึงไม่ได้ติดใจสงสัยอะไรนำร่างของเขาไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิด
นรก :-
พญายมราช : รายงานมาสิบวรสิ่งที่เ้าเห็นนั้นมันคืออะไร?
บวร : มีการตายที่แปลกมาครับท่านพวกเขาถูกดูดิญญาไปทำให้ตายทั้งที่ยังไม่หมดอายุขัยครับ
พญายมราช : พวกปีศาจงั้นสินะ
บวร : แต่รายล่าสุด นายวุฒิศักดิ์ เขียวชอุ่มเขาเสียชีวิตจากการโดนดูดอายุขัยไปจนหมดครับ
พญายมราช : ว่าไงนะ! ...........เ้าคชาสินะ
บวร :จากการตรวจสอบเบื้องต้นเหมือนว่าเขาจะทำสัญญาบางอย่างกับคชาไว้และผิดสัญญาครับ
พญายมราช :มันเป็วิธีของพวกปีศาจที่ใช้หลอกพวกมนุษย์ที่โลภมากทั้งหลาย คนพวกนั้นรักษาสัญญาไม่ได้กันทั้งนั้นแหละ เอาแหละเื่นี้จำเป็ต้องรีบจัดการข้าจะให้กษิตกับวงกต ไปช่วยเ้า ตามหาปีศาจพวกนั้นและลากมันลงนรกซะ
กษิต วงกต บวร : ครับท่าน