ลิขิตหงสาเหนือปฐพี [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 56 พบกันในวัด

            ความจริงแล้วนี่ก็เป็นครั้งแรกที่จวินหวงได้ฟังอุดมการณ์ของฉีอวิ๋นนางเองก็รู้สึกทึ่ง จากนั้นก็ยิ้มน้อยๆ ออกมานางเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าหากฉีอวิ๋นได้เป็นฮ่องเต้เขาจะต้องเป็นมหากษัตริย์ผู้ทรงพระปรีชาสามารถที่ได้บันทึกชื่อลงในประวัติศาสตร์อย่างแน่นอน

            หลังจากที่สุราสามจอกลงท้องฉีอวิ๋นไปแล้ว หนานจี๋หานถึงค่อยๆเอ่ยปากขึ้นด้วยท่าทางขึงขังจริงจัง "หวางเหย่มีอุดมการณ์แรงกล้าเช่นนี้ผู้น้อยเลื่อมใส"

            "ผู้น้อยก็เช่นเดียวกัน" ฉีอวิ๋นเหลือบตาขึ้นมองหนานจี๋หานแล้วส่งสุราจอกหนึ่งให้ ตนเองก็ยกจอกสุราที่อยู่ตรงหน้าขึ้นมาหลังจากที่เขาผายมือเชื้อเชิญ เขาก็ดื่มสุราเข้าไปก่อนหนานจี๋หานเข้าใจอย่างชัดเจน เขาแหงนหน้ากระดกสุราขึ้นดื่มรวดเดียวหมดจอก

            จวินหวงที่นิ่งเงียบสงวนคำพูดมาโดยตลอดเห็นคนที่ขัดแย้งกันปรองดองกันได้ก็ยิ้มรื่น "อันบ่อน้ำตื้นหาใช่ที่อยู่ของพญามังกรเยี่ยงองค์ชายทั้งสองพระองค์เวลานี้หากทั้งสองพระองค์ร่วมมือกันอย่างแข็งขันก็จะสามารถเติมเต็มซึ่งกันและกันได้ กลายเป็นมั่นคงยืนยาวนับพันปี"

            ทั้งสองคนได้ยินคำกล่าวนั้นก็มองมาที่จวินหวง มองหน้ากันแล้วยิ้มพลางยกสุราบนโต๊ะขึ้นมา จวินหวงก็ยกจอกสุราขึ้นมาเช่นเดียวกัน และในขณะนี้เอง จู่ๆก็มีเงาคนผู้หนึ่งปรากฏขึ้นที่นอกประตูหลังจากผ่านเหตุการณ์หลายอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาที่ผ่านมาสัญชาตญาณเตือนภัยในตัวของจวินหวงจึงค่อนข้างสูงกว่าปกติ นางบีบจอกเหล้าดวงตาหรี่ลงคอยสังเกตทุกความเคลื่อนไหวของคนที่อยู่ด้านนอกเข็มพิษที่อยู่ในแขนเสื้อถูกเตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

            ทันใดนั้นหนานสวินก็เคาะประตูพอได้ยินเสียงด้านในตอบรับถึงผลักประตูเดินเข้ามาแววตากระจ่างใสเยือกเย็นทำเหมือนกับคนเข้าห้องผิด แต่ก็คล้ายว่าจงใจจะทำเช่นนี้

            จวินหวงมุ่นคิ้วสงสัยกับการปรากฏตัวกะทันหันของหนานสวิน อีกสองคนที่เหลือบสายตามามอง แต่หนานสวินกลับไม่รู้สึกว่าการที่จู่ๆตนเองก็ปรากฏขึ้นจะเป็นเรื่องแปลกอะไร เพียงแต่มองจวินหวงอย่างอึ้งๆบรรยากาศเริ่มอึดอัดขึ้นมาเล็กน้อย

            "ท่านมาได้อย่างไร?" ผ่านไปนานพอดูจวินหวงถึงถามขึ้นเนิบๆ

            หนานสวินมองคนทั้งสามคนในห้อง เมื่อครู่เขาก็ได้ยินที่จวินหวงกล่าวเรื่องที่หนานจี๋หานกับฉีเฉินร่วมเป็นพันธมิตรกันเป็นเรื่องที่เขาคาดการณ์ไว้อยู่ในใจแต่ไม่ได้ใส่ใจนัก

            ในที่สุดเขาก็จากไปโดยไม่ได้พูดอะไรออกมาทำให้คนที่อยู่ในห้องมึนงงหาสาเหตุไม่ได้ ไม่รู้ว่าเขาจะมาไม้ไหนฉีอวิ๋นสังเกตหนานสวินอยู่เงียบๆ หัวคิ้วมุ่นเป็นเกลียวครุ่นคิดบางอย่างอยู่ในใจ

            ขณะที่จวินหวงก้มหน้าครุ่นคิด ฉีอวิ๋นก็ลุกขึ้นยืนประสานมือคารวะแล้วกล่าวขึ้นว่า"เรื่องในวันนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดีจากนี้เป็นต้นไปผู้น้อยกับองค์ชายถือเป็นคนในครอบครัวเดียวกันแล้วตอนนี้หากไม่มีอะไรแล้ว เช่นนั้นผู้น้อยต้องขอตัวก่อน" กล่าวจบก็เดินตรงออกไป

            จวินหวงยังคงอึ้งกับการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของหนานสวินอยู่ ตอนที่ฉีอวิ๋นจากไปนางจึงไม่ได้กล่าวอะไรกว่าที่นางจะรู้สึกตัวก็เห็นแต่หนานจี๋หานกำลังจ้องมองนางตาเขม็งนางย่นหัวคิ้วเล็กน้อย 

            "ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ผู้น้อยก็ต้องขอตัวลาเช่นกัน"จวินหวงพูดจบก็ยืนขึ้น จัดแต่งแขนเสื้อหลวมกว้างที่มีรอยย่นอยู่ให้เรียบร้อย แล้วตัดสินใจจะเดินออกไป แต่กลับถูกหนานจี๋หานคว้าข้อมือไว้รวดเร็ว

            นางรู้สึกเอือมระอาเล็กน้อยดูเหมือนว่าคนผู้นี้จะชอบคว้าข้อมือของผู้อื่นเสียเหลือเกินถ้าเป็นเมื่อก่อนนางคงโมโหอาละวาดไปแล้ว แต่ตอนนี้ไม่ได้หลังจากผ่านการเจรจาในวันนี้ นางมองออกว่าหนานจี๋หานมีเจตนาช่วยเหลือฉีอวิ๋นอย่างแท้จริงหากได้ความช่วยเหลือจากเขา การที่ฉีอวิ๋นจะขึ้นเป็นฮ่องเต้ก็คงเหลือแต่เรื่องเวลาเพียงเท่านั้น

            "ขอเรียนถามว่าองค์ชายยังมีเรื่องอันใดอีกหรือไม่?" จวินหวงดึงข้อมือตนเองกลับมาโดยไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ ไว้ หนานจี๋หานจึงเริ่มรู้ตัวว่าตนเองหุนหันพลันแล่นเกินไปอีกแล้วจึงชักมือกลับอย่างรวดเร็วแล้วไอเบาๆ แก้เก้อ

            "ได้ยินว่าอีกไม่กี่วันจะเป็นวันไหว้พระขอพรที่วัดเป่ยฉีเปิ่นหวางไม่ชินทาง ไม่ทราบว่าคุณชายจะไปเป็นเพื่อนได้หรือไม่?" หนานจี๋หนานพูดจบก็มองไปที่จวินหวงอย่างใจจดจ่อ หัวใจหดเกร็งไปหมดกลัวว่าจวินหวงจะปฏิเสธตนเอง

            จวินหวงก้มหน้าครุ่นคิดเรื่องนี้ คิดไปแล้วตนเองก็ไม่ได้มีธุระอะไรอีกทั้งนางก็เป็นคนรู้จักประเมินเหตุการณ์จึงรู้ว่าไม่สามารถปฏิเสธได้จึงพยักหน้ารับ"เรื่องพาองค์ชายชื่นชมทิวทัศน์ของเป่ยฉีเป็นสิ่งที่ผู้น้อยสมควรทำย่อมไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว"

            หนานจี๋หานได้ยินเช่นนี้ดวงตาก็สว่างสดใสขึ้นมาทันทีราวกับเด็กน้อยที่ได้ลูกอมขนมหวานมากินเยี่ยงนั้น"เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้"

            จวินหวงพยักหน้า มองออกไปบนท้องฟ้าด้านนอกก็รู้ว่าเวลาล่วงเลยไปมากแล้วจึงรีบเดินออกไประหว่างทางในใจก็ครุ่นคิดถึงสายตาของหนานสวินที่ไม่แน่ว่าดีหรือร้ายนางไม่รู้ว่าท่าทีของหนานสวินแท้จริงแล้วต้องการบอกอะไรกันแน่

            ช่วงนี้ฉีเฉินไม่ได้สืบเสาะเกี่ยวกับการติดต่อกันระหว่างจวินหวงกับหนานจี๋หานมากนักเพราะเขานึกว่าจวินหวงคงจะดึงหนานจี๋หานเข้ามาเป็นพวกเพื่อเสริมอำนาจบารมีให้ตนเองอยู่อย่างลับๆตอนนี้หนานกู่เยว่ก็เป็นชายาของตนเองแล้วหนานจี๋หานก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ช่วยเหลือตนเองดังนั้นหลายวันมานี้แม้ว่าจวินหวงจะไปขลุกอยู่แต่กับหนานจี๋หานไปเช้ากลับดึกแค่ไหน ฉีเฉินก็ไม่เคยถามสักคำ มีเพียงแต่เรียกมาปรึกษาสถานการณ์ปัจจุบันเป็นครั้งคราว

            ...

            ไม่นานนักวันเทศกาลงานวัดก็มาถึง หนานจี๋หานมารับจวินหวงด้วยตนเองแต่เช้าแต่จวินหวงเข้าไปคุยปรึกษางานกับฉีเฉินขณะที่นางออกมาก็เห็นหนานจี๋หานกำลังพูดคุยอยู่กับหนานกู่เยว่

            ทันทีที่เห็นจวินหวงกับฉีเฉินเดินออกมาจากห้องหนังสือเขาก็รีบเดินเข้ามาโดยไม่หลบเลี่ยงฉีเฉินเลยแม้แต่น้อย ยิ้มหัวอย่างอารมณ์ดี"วันนี้เป็นวันเทศกาลงานวัดคุณชายยังจำที่นัดหมายกับข้าไว้เมื่อหลายวันก่อนได้หรือไม่?"

            จวินหวงฟังแล้วก็คลี่ยิ้มบางๆ "ย่อมจำได้อยู่แล้ว"

            ฉีเฉินมองจวินแล้ว แล้วก็มองหนานจี๋หานเขาไม่เคยคิดถึงความสำเร็จในช่วงเวลาสั้นๆ เพียงเท่านี้แต่ดูเหมือนว่าจวินหวงจะได้หัวใจของหนานจี๋หานมาแล้วเขายิ้มอยู่ในใจแต่ก็ไม่เผยออกมาทางสีหน้า

            "ในเมื่อพวกท่านมีนัดกัน เช่นนั้นก็ออกไปเร็วหน่อยเถิดถ้าไปช้าคนจะเยอะ"

            จวินหวงและหนานจี๋หานพยักหน้า ทั้งสองคนจึงออกจากจวนไปหนานจี๋หานได้ให้รถม้าของตนเองคอยอยู่ด้านนอกนานแล้ว เขาทำตัวไม่ค่อยเป็นธรรมชาติยื่นมือออกไปประคองจวินหวงขึ้นรถโดยไม่คาดคิด

            จวินหวงรู้สึกแปลกๆ ในใจ แต่สีหน้ายังคงเรียบเฉยไม่แสดงอาการเหมือนเดิมมีเพียงยิ้มน้อยๆ แล้วพยักหน้า แล้วก้าวเข้าไปในรถอย่างสบายๆโดยยืมแรงมือของหนานจี๋หานเพียงเล็กน้อยเท่านั้นหนานจี๋หานยักคิ้วขึ้นไม่ได้กล่าวอะไรก็ตามขึ้นรถม้าไป

            รถม้าค่อยๆ ขับไปบนถนนที่เจริญที่สุดของเมืองหลวงประชาชนเมื่อเห็นรถม้าของพวกเขาวิ่งผ่านต่างก็ถอยออกไปที่ริมถนนจวินหวงหลุบตาลงคิดบางอย่างอยู่ในใจ วันนี้นางมุ่นผมเกล้าขึ้นเพียงครึ่งเดียวจึงมีความเป็นสตรีอยู่หลายส่วนชุดแพรต่วนที่สวมใส่แค่ดูก็รู้ว่าเป็นของล้ำค่าควรเมือง เห็นแล้วก็ดูออกว่าฉีเฉินให้ความสำคัญกับจวินหวงเพียงใดไม่เพียงแต่ให้เสื้อผ้า อาหาร และที่พักที่ดีที่สุดเทียบเท่ากับตัวเขาแต่ยังมอบเว่ยเฉี่ยนคนที่ตนเองไว้ใจมากที่สุดให้กับจวินหวงอีกด้วย

            กวานหยกขาวขับให้นางดูโดดเด่นเป็นคุณชายผู้งามสง่า ใบหน้าขาวใสหมดจดดูเหมือนว่าจะดึงดูดให้คนไม่อาจละสายตาได้หนานจี๋หานมองนางอย่างหลงใหล

            ตอนที่จวินหวงรู้สึกตัวขึ้นอีกที รถม้าก็มาถึงด้านนอกของวัดแล้วนางเงยหน้าขึ้นก็ไปชนกับสายตาของหนานจี๋หานเข้าพอดี คิ้วงามมุ่นเข้าทันทีสายตาของหนานจี๋หานทำให้นางไม่ค่อยสบายใจเท่าไร หนานจี๋หานเองก็รู้สึกตัวแล้วว่าตนเองเสียมารยาทจึงไอเบาๆ ครั้งหนึ่งแล้วรีบเบนสายตาไปทางอื่น

            "ถึงแล้ว พวกเราเข้าไปกันเถอะ" หนานจี๋หานกล่าว

            จวินหวงสะบัดมือคลี่พัดออกแล้วพยักหน้า ก้าวลงจากรถไปก่อนหนานจี๋หานรีบตามลงไปทันที

            ไม่เสียทีที่เป็นเทศกาลงานวัดคนในเมืองหลวงที่มีเวลาว่างจำนวนมากต่างก็มากันที่นี่เสียงร้องเรียกเชื้อเชิญขายของดังจอแจ เสียงเด็กๆ หัวเราะวิ่งเล่นไล่จับบ้างก็มายืนล้อมรอบลุงคนขายขนมน้ำตาลเคลือบน้ำลายไหลยืดบรรยากาศแบบนี้คงจะมีเพียงงานวัดกับเทศกาลปีใหม่เท่านั้น

            จวินหวงไม่ค่อยได้มาในสถานที่ที่มีคนมากมายเช่นนี้นางจึงดูคล้ายกับเทพเซียนที่อยู่ไกลจากควันไฟของโลกมนุษย์ยิ่งได้มาอยู่ท่ามกลางสถานที่ที่พลุกพล่านบรรยากาศที่เต็มไปด้วยควันไฟแบบนี้ก็ให้ความรู้สึกที่ดูสูงส่งเหนือกว่าราวกับว่าในอีกไม่นานจากนี้นางจะเหาะเหินเดินอากาศออกไปเยี่ยงนั้นหนานจี๋หานรู้สึกเช่นนี้ สายตาของเขายิ่งไม่อาจออกห่างจากจวินหวงได้เลย

            "ไม่คิดว่าคุณชายจะมีอารมณ์สุนทรีเช่นนี้ด้วย"เสียงเย็นใสดังขึ้นฉับพลัน ดึงดูดผู้คนที่มาเที่ยวงานให้หันมามองเมื่อเห็นว่าเป็นหนานสวิน บรรดาหญิงสาววัยแรกแย้มต่างขวยเขินหน้าแดงในดวงตาเต็มไปด้วยความหลงใหลปลาบปลื้ม

            แต่ทั้งหมดนี้ในสายตาของหนานสวินแล้วไม่อาจเทียบกับสายตาที่ว้าวุ่นของจวินหวงยามที่นางหันหน้ากลับมาหัวใจของเขาสั่นไหวราวกับมีอะไรบางอย่างที่ดึงให้เขาก้าวเข้าไปหานาง

            จวินหวงคลี่ยิ้มมองมาที่หนานสวิน แล้วก็เลิกคิ้วขึ้นถามด้วยความประหลาดใจ"ใครๆ ก็บอกว่าหวางเหย่มีงานรัดตัวมากมายและไม่ชอบสถานที่คึกคักวุ่นวายแบบนี้ ไม่คิดว่าหวางเหย่จะมาที่นี่ด้วย"

            หนานสวินฟังแล้วก็หัวเราะหันไปมองหนานจี๋หานที่อยู่ด้านข้างแล้วประสานมือน้อมกายคำนับ ดวงตาของเขาเย็นเยียบขึ้นทันทีดวงตาคมปลาบทำให้หนานจี๋หานหนาวๆ ร้อนๆเขาก็ไม่รู้ว่าตนเองไปล่วงเกินท่านอ๋องที่ไม่ใช่เชื้อสายของราชวงศ์ผู้นี้ตั้งแต่เมื่อไรดูเหมือนว่าหนานสวินจะไม่ค่อยถูกชะตากับตนเอง

            เมื่อสายตาไปชนเข้ากับดวงตาพญาเหยี่ยวของหนานสวิน เขาก็พลันนึกถึงกำปั้นของหนานสวินที่เหวี่ยงมากำนัลให้เขาโดยมิได้บอกกล่าวคิดๆ แล้วก็รู้สึกปวดเบ้าตาขึ้นมาเลาๆ

            จวินหวงเห็นผู้คนที่มามุงดูยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็กล่าวขึ้นพลางถอนใจ"ถ้าหวางเหย่สะดวก จะมากับพวกเราก็ได้"

            หนานสวินพยักหน้า เขาไล่ให้ทหารองครักษ์กลุ่มหนึ่งที่ตามหลังมาออกไปแล้วสะบัดชายแขนเสื้อเดินตามจวินหวงเข้าไปในวัดแล้วหาจังหวะที่เหมาะสมเข้าไปยืนแทรกกลางระหว่างจวินหวงกับหนานจี๋หานกั้นหนานจี๋หานให้อยู่ด้านนอก เมื่อเห็นท่าทางจนใจทำอะไรไม่ได้ของหนานจี๋หานในใจของเขาก็รู้สึกมีความสุข

            แม้ว่าหนานจี๋หานจะรู้สึกผิดหวังอย่างมาก แต่เขาจะทำอะไรได้? เวลานี้ตนเองเป็นเพียงผู้อาศัยในเป่ยฉีหนานสวินเป็นถึงแม่ทัพผู้เลื่องชื่อแล้วเชื้อสายราชวงศ์ที่ไม่ได้อยู่ในแคว้นของตนเองอย่างเขาจะไปสู้อะไรได้คิดแล้วก็ได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ในใจ

            วัดแห่งนี้เป็นวัดประจำราชวงศ์ อดีตฮ่องเต้ทรงนับถือพุทธศาสนาทรงเชื่อว่าพระพุทธเจ้ามีความเมตตากรุณาผู้ที่มีแนวทางปฏิบัติชอบอยู่ในใจล้วนทำสิ่งที่ดีได้พระองค์จึงเชิญพระเถระชั้นสูงจากที่อื่นมาและสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นพระพุทธรูปปิดทองทั้งองค์เหลืองอร่ามที่อยู่ในวิหารดูราวกับมีชีวิต

            แม้แต่ขั้นบันไดที่ดึงดูดผู้คนให้อยากจะขึ้นไปก็ทำมาจากหยกอุ่นบนหลังคาของวิหารก็มีสัตว์ในตำนาน เช่น กิเลน หงส์ เป็นต้นดูราวกับจะดึงดูดเหล่าเทพเข้ามาอยู่ในโลกมนุษย์

            แต่ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันกลับไม่นับถือพุทธศาสนา นอกจากงานเลี้ยงวันสถาปนาแคว้นที่เชิญเจ้าอาวาสวัดไปเป็นประธานแล้วก็ไม่ค่อยจะมาสัมผัสกับคนที่ไม่มีผมเหล่านี้เท่าใดและด้วยตอนนี้ใต้หล้าแบ่งเป็นสามส่วน ราชกิจมีมากมายก็ไม่มีเวลาว่างจะมาฟังธรรมเทศนาที่วัด ไม่สู้ปล่อยให้พระองค์ไปตามทางจะดีกว่า

            จวินหวงมายืนอยู่ในสถานที่แบบนี้นางรู้สึกว่าแสงตะวันที่สาดส่องลงมายังพระพุทธรูปปิดทองเกิดเป็นแสงสะท้อนเจิดจ้าเสียดแทงนัยน์ตาหยกอุ่นที่อยู่ใต้ฝ่าเท้ายิ่งทำให้รู้สึกวิงเวียนนี่คือความหรูหราที่ฟุ้งเฟ้อและฟุ่มเฟือยอย่างหาที่สุดไม่ได้สถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ คิดว่าคงจะมีแต่ประมุขแห่งแว่นแคว้นเท่านั้นที่สามารถครอบครองได้

            "ฟุ่มเฟือย" ในที่สุดจวินหวงก็อดไม่ได้ต้องเอ่ยคำพูดนี้ออกมา

            หนานสวินเอียงศีรษะหันมามองจวินหวง หัวเราะเบาๆ อย่างไร้เสียงยังไม่ทันได้กล่าวอะไรก็ถูกหนานจี๋หานชิงพูดขึ้นมาก่อน "ก็ไม่เห็นจะมีอะไร ที่หนานมู่ก็มีวัดแบบนี้ หากคุณชายมีเวลาว่างไปเยือนหนานมู่เปิ่นหวางในฐานะเจ้าบ้านจะต้องต้อนรับเป็นอย่างดี"

            จวินหวงได้ยินดังนั้นก็เหลือบมองหนานจี๋หานแวบหนึ่งเพียงชั่วพริบตาก็เลื่อนสายตาไปที่อื่น แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา"พุทธะอยู่ในใจ หากทำนุบำรุงแต่ทางวัตถุเหล่านี้ก็เป็นความอัปยศที่ทำลายแก่นแท้แห่งพุทธศาสนา ความยั่งยืนของสถานที่แห่งนี้ยังเปรียบกับห้องโกโรโกโสเล็กๆ ในชนบทอันห่างไกลไม่ได้เลย"

            จวินหวงพูดอย่างไม่ไว้หน้าไม่เหลือไมตรีเลยแม้แต่น้อยหนานสวินหัวเราะเยือกเย็นอยู่ในใจ แล้วรีบเดินตามจวินหวงไปคุยเรื่องสัพเพเหระกับจวินหวงไปเรื่อยๆสีหน้าของหนานจี๋หานเต็มไปด้วยความอึดอัด ในหัวใจไร้ความหวานชื่นในใจคิดว่าตนเองเป็นคนชวนจวินหวงมาเที่ยวแท้ๆไม่คิดว่าจะถูกหนานสวินมาตัดหน้าช่วงชิงความโดดเด่นไปหมดในใจรู้สึกอึดอัดกลัดกลุ้มยิ่งนัก 

    คล้ายกับเรื่องลิขิตหงสาเหนือปฐพี [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392