เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 4 บทที่ 92 ฉันอยากแกล้งเธอ

            ซูเจี่ยนอันนิ่งอึ้งไปราวกับคนโง่

            นี่พวกเธอกำลังคุยกันเรื่องที่ถังอวี้หลันต้องอยู่ตัวคนเดียวแล้วทำไมลู่เป๋าเหยียนถึงเข้าใจว่าเธออยากจะนอนห้องเดียวกับเขาไปได้เนี่ยแถมยังพูดเหมือนเธอคาดหวังเรื่องนี้มานานแล้วด้วย

            เธอไม่เคยคิดเรื่องนี้เลยสักหน่อย!

            เธอแค่เป็นห่วงว่าถังอวี้หลันเองก็อายุมากแล้วกลัวว่าอยู่คนเดียวแล้วจะเหงาต่างหากล่ะ!

            ลู่เป๋าเหยียนยังคงยิ้ม

            “ถ้าลองเอาเรื่องนี้ไปบอกแม่ดูแม่อาจจะยอมย้ายมาพักกับพวกเราระยะหนึ่งก็ได้นะ”

            ซูเจี่ยนอันผลักเขาออกห่าง

            “งะงั้นให้แม่อยู่ที่นี่แหละ เอ่อ...นายอย่าคิดมากไปฉันไม่เคยอยากจะนอนห้องเดียวกับนายสักหน่อย!”

            ลู่เป๋าเหยียนเลิกคิ้วพลางทำหน้าไม่อยากเชื่อ

            ซูเจี่ยนอันหน้าแดง “โอ๊ยฉันขี้เกียจจะพูดแล้ว”

            ว่าแล้วเธอก้มหน้าวิ่งกลับที่ห้องรับแขก

            ลู่เป๋าเหยียนมองแผ่นหลังบางของเธอพลางยิ้มอย่างสนุกสนาน

            ไม่อยากอย่างนั้นเหรอ?

            แต่เรื่องนี้ คงไม่ได้ขึ้นอยู่กับเธอหรอกนะ..

            เมื่อกลับมาที่ห้องรับแขกถังอวี้หลันก็กำลังยกปลาราดพริกออกมาพอดีนึกถึงเรื่องที่ถังอวี้หลันคงเห็นเธอกับลู่เป๋าเหยียนกอดกันเมื่อครู่ซูเจี่ยนอันก็หน้าแดงขึ้นมา ก่อนจะก้มหน้าก้มตาอย่างเขินอาย

            “เจี่ยนอัน หนูเป็นอะไรไป”ถังอวี้หลันถาม

            “ไม่มีอะไรคะหนูไปห้องน้ำก่อนนะคะ”

            พูดจบเธอก็เดินหนีไปอย่างรวดเร็วเมื่อลู่เป๋าเหยียนเดินเข้ามาในบ้าน ถังอวี้หลันจึงตำหนิเขา

            “ลูกอย่าไปแกล้งน้องแบบนั้นสิหน้าน้องแดงก่ำไปหมดแล้วเนี่ย”

            ลู่เป๋าเหยียนรับปลาราดพริกจากถังอวี้หลันมาถือก่อนยิ้มตอบ

            “แม่ครับเธอแค่หน้าบางไปหน่อยเท่านั้น”

            “รู้แบบนั้นแล้วยังจะแกล้งน้องอีก”

            ถังอวี้หลันส่ายหน้ายิ้มอย่างอ่อนใจก่อนจะเดินเข้าห้องครัวไป

            ลู่เป๋าเหยียนเดินไปหาซูเจี่ยนอันตอนนี้เธอกำลังล้างหน้าล้างตาด้วยน้ำเย็น แต่ต่อให้ล้างมากแค่ไหนก็ไม่อาจลบเลือนรอยแดงที่อยู่บนใบหน้าเธอได้

            เมื่อซูเจี่ยนอันเงยหน้าขึ้นมาก็มองเห็นลู่เป๋าเหยียนกำลังยืนอยู่ด้านหลังตนผ่านกระจกเงาเธอนึกเสียใจที่ตนลืมปิดประตู ก่อนจะยื่นมือออกไปเพื่อที่จะปิดมันแต่ลู่เป๋าเหยียนกลับใช้มือดันเอาไว้ก่อน

            “ออกมากินข้าวได้แล้ว”เขาหยิบทิชชู่เช็ดหน้าส่งให้เธอ

            ซูเจี่ยนอันรับมันมา“นายไปก่อนเถอะ ฉันกำลังล้างหน้า”

            ลู่เป๋าเหยียนดึงเธอเข้ามาใกล้ก่อนจะจับหน้าเธอพลางสำรวจ

            “สะอาดดีแล้ว”

            ถังอวี้หลันที่กำลังถือหม้อซุปออกมาจากห้องครัวพอดีจึงได้เห็นภาพอันแสนชิดใกล้ของลูกๆ เธออดยิ้มกับมันไม่ได้ ส่วนซูเจี่ยนอันตอนนี้เธอรู้สึกว่าอุณหภูมิบนใบหน้าเริ่มพุ่งสูงอีกครั้งจึงปัดมือลู่เป๋าเหยียนออก แต่เขากลับจับมือเธอไว้แน่นก่อนจะลากเธอให้เดินไปห้องอาหาร

            ถังอวี้หลันแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเรื่องเมื่อครู่

            “เอาล่ะกินข้าวกันเถอะจ้ะ”

            หลังกินข้าวเสร็จถังอวี้หลันเห็นว่ายังไม่ดึกมาก จึงอยากจะนั่งคุยกับพวกลูกๆ ต่ออีกหน่อยซูเจี่ยนอันดูดีใจอย่างเห็นได้ชัด แต่ลู่เป๋าเหยียนกลับพูดขึ้นว่า

            “ไว้พรุ่งนี้พวกเราจะมาหาอีกครับแม่วันนี้ผมคงต้องพาเจี่ยอันกลับไปลองชุดก่อน”

            “ชุดราตรีที่จะใส่ไปวันงานเลี้ยงครบรอบใช่ไหม”ถังอวี้หลันได้ยินดังนั้นก็เปลี่ยนใจ และบอกให้ซูเจี่ยนอันรีบกลับบ้าน

            “งั้นรีบไปลองเถอะเจี่ยนอัน ถ้ามีจุดไหนที่หนูไม่ชอบหรือไม่พอใจอย่าได้เกรงใจนะให้พวกเขาเอาไปแก้ใหม่ได้เลย หนูจะต้องสวมชุดที่เหมาะสมและสวยที่สุดเพราะหนูคือนางเอกของงาน อย่ายอมแพ้พวกแขกคนอื่น หรือดาราสาวพวกนั้นล่ะ!”

            “ค่ะแม่”ซูเจี่ยนอันพยักหน้า “หนูไม่มีวันแพ้พวกเธอแน่นอนค่ะ!”

            สำนักงานของโซเฟียสาขาเมือง A ตั้งอยู่บนถนนที่สองข้างทางเต็มไปด้วยบ้านเรือนสไตล์ตะวันตกตัวตึกถูกสร้างจากอิฐสีแดง ทำให้ดูเหมือนบ้านคนมีฐานะมากกว่าสำนักงาน

            เมื่อซูเจี่ยนอันลงจากรถสองสาวที่ไปวัดตัวเธอที่บ้านก็เดินเข้ามาหา

            “เชิญด้านในเลยค่ะคุณลู่คุณนายลู่”

            ที่นี่ไม่เหมือนออฟฟิศทั่วไปบรรยากาศดูดีมีระดับคล้ายกับนิทรรศการศิลปะเสียมากกว่าแค่คิดว่าชุดราตรีของเธอถูกตัดเย็บจากที่นี่ซูเจี่ยนอันก็ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องให้พวกเขาแก้ชุดอีกต่อไป

            สองสาวหิ้วชุดราตรีสีขาวออกมาแบบชุดที่ซูเจี่ยนอันเห็นเมื่อเช้าในตอนนี้ได้ถูกตัดเย็บออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

            “คุณนายลู่ค่ะนี่คือผลงานที่พวกเรานับสิบคนช่วยกันเร่งทำขึ้นมาค่ะ คุณลองสวมดูสิคะหากมีจุดไหนที่ไม่พอใจ เชิญบอกได้เลยค่ะ เดี๋ยวพวกเราจะแก้ให้ต้องการให้พวกเราช่วยเปลี่ยนชุดด้วยไหมคะ”

            “ไม่เป็นไรค่ะเดี๋ยวฉันเปลี่ยนเอง” ซูเจี่ยนอันรับชุดมา “ห้องลองอยู่ตรงไหนคะ”

            หญิงสาวหนึ่งในนั้นชี้บอกทางให้ซูเจี่ยนอันเธอส่งกระเป๋าสะพายของตนให้กับลู่เป๋าเหยียน ก่อนจะเดินเข้าห้องลองไป

            ชุดราตรีดีไซน์หน้าสั้นหลังยาวโดยชายกระโปรงด้านหลังยาวเลียดพื้น ดีไซน์ที่ดูเผินๆ เหมือนจะเรียบง่ายแต่แท้จริงแล้วมีรายละเอียดที่ซับซ้อนจึงใส่ค่อนข้างยาก ซูเจี่ยนอันปลุกปล้ำกับมันอยู่นานกว่าจะเปลี่ยนเสร็จเธอมองตัวเองในกระจก แล้วก็ต้องตะลึงไป

            ที่เขาว่ากันว่าคนเราไม่พึ่งหน้าตา ก็ต้องพึ่งการแต่งกายนี่ท่าจะจริง

            เธอเม้มปากอย่างเรียกความมั่นใจก่อนจะเดินออกไปและถามคนที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาอย่างตื่นเต้น

            “นายคิดว่าเป็นไง”

    ลู่เป๋าเหยียนนิ่งไปชั่วอึดใจก่อนตอบ

            “สวยมาก”

            เธอหันกลับไปมองกระจกที่อยู่ด้านหลังก่อนจะยิ้มออกมา

            ลู่เป๋าเหยียนลุกขึ้นก่อนจะช่วยจัดผมของเธอที่ยุ่งเหยิงจากการเปลี่ยนชุดเมื่อครู่

            “มีตรงไหนที่ไม่ชอบหรือว่าไม่พอดีตัวหรือเปล่า”

            “ไม่มีที่ไม่ชอบนะ”พูดจบเธอก็ทำหน้ามึนเล็กน้อย “แล้วแบบนี้ เรียกว่าพอดีตัวหรือยัง?”

            “เธอเป็นคนใส่ไม่ใช่เหรอ”

            ซูเจี่ยนอันกระแอมก่อนตอบ

            “ฉันเป็นคนซื้อเสื้อผ้าไม่บ่อยหน่ะ”

            “งั้นเดี๋ยวฉันช่วยดูให้”

            ซูเจี่ยนอันยังไม่ทันตั้งตัวก็ถูกลู่เป๋าเหยียนดันเข้าห้องลองไปซะแล้ว

            เธอกะพริบตาปริบๆ อย่างไม่เข้าใจแค่จะดูว่าชุดพอดีตัวหรือเปล่า เขาต้องเข้ามาในนี้ด้วยเหรอ?

            ลู่เป๋าเหยียนทำท่าราวกับมืออาชีพเขามองเธอตั้งแต่ปลายชายกระโปรง และค่อยๆ ไล่ขึ้นมาจนกระทั่งสายตามาหยุดลงที่บริเวณเอวของเธอ

            ตอนนี้เองที่ซูเจี่ยนอันเริ่มรู้สึกไม่เข้าท่าในห้องลองเสื้อที่มิดชิดแบบนี้ ลู่เป๋าเหยียนกำลังช่วยดูว่าชุดพอดีกับตัวเธอไหมฟังดูแล้ว...แปลกๆ อย่างไรชอบกล

            “ลู่เป๋าเหยียน นาย...”

            เธอกำลังจะบอกให้เขาออกไปแต่ยังพูดไม่ทันจบ เขาก็จับเอวเธอ

            “ตรงนี้รู้สึกอึดอัดหรือเปล่า”

            เขาจับเธอแค่เบาๆไม่ได้มีอะไรเกินเลย แต่ทำไมเธอกลับรู้สึกเหมือนโดนไฟช็อตอย่างไรอย่างนั้นเธออยากจะเบี่ยงตัวหนีออกมา แต่ร่างกายดันไม่เชื่อฟัง ขนาดพูดยังพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง

            “ฉะ ฉัน...”

            ลู่เป๋าเหยียนจ้องหน้าเธอ

            “ฉันถามเธอว่าช่วงเอวรู้สึกแน่นไปหรือเปล่าอ้ำอึ้งอะไร”

            ซูเจี่ยนอันกลืนน้ำลายลงคอก่อนตอบ

            “ไม่แน่น กำลังดีเลย”

            “โอเค”เสียงทุ้มต่ำราวกับมีเวทมนตร์ของเขาดังขึ้น “ไหนยกมือขึ้นหน่อย”

            “...”

            “เจี่ยนอัน?”

            ร่างกายของซูเจี่ยนอันยังคงนิ่งเกร็งเสียงทุ้มของเขาดังซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่ในสมองเธอ จนเธอชักอยากจะร้องไห้

            “จะให้ยกแบบไหน”

            ลู่เป๋าเหยียนอดยิ้มขำไม่ได้เขาจับข้อมือเธอให้เธอยกแขนขึ้น

            “รู้สึกแน่นตรงไหนหรือเปล่าอึดอัดไหม”

            “ไม่นะ”ซูเจี่ยนอันส่ายหน้าก่อนจะถอยหลังไปเล็กน้อย

            “ลู่เป๋าเหยียน นะ...นายอยู่ใกล้ฉันแบบนี้ฉะ ฉัน...คิดอะไรไม่ค่อยออก”

            เดิมทีลู่เป๋าเหยียนกำลังคิดจะปล่อยมือเธอ

            แต่ตอนนี้เขาเปลี่ยนใจแล้ว

            เขาจงใจขยับเข้ามาใกล้นัยน์ตาสีนิลของเขาเปี่ยมไปด้วยความเจ้าเล่ห์

            “ทำไมเวลาฉันอยู่ใกล้เธอเธอถึงคิดอะไรไม่ออกล่ะ หืม?”

            ซูเจี่ยนอันกัดฟันพูด“ถ้าฉันรู้ว่าเพราะอะไร แล้วจะเป็นแบบนี้เหรอ...”

            เพื่อหนีจากการข่มขู่ของเขาซูเจี่ยนอันจึงขยับถอยหลังอีกครั้ง ทว่าไม่มีที่ให้เธอหนีอีกแล้วหลังของเธอชนกับกำแพงห้องลองเสื้อเป็นที่เรียบร้อย

            ลู่เป๋าเหยียนจับข้อมือทั้งสองข้างของเธอให้ยกขึ้นเหนือศีรษะและกดมันแนบชิดกับกำแพง ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้

            “แล้วแบบนี้ล่ะเริ่มคิดออกบ้างหรือยัง”

            เขาตั้งใจแกล้งเธอแน่ๆซูเจี่ยนอันรับรู้ได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจและอุณหภูมิร่างกายของเขาห้องลองเสื้อที่กว้างขวาง ดูคับแคบในชั่วพริบตา จนเธอรู้สึกเหมือนจะขาดอากาศหายใจ

            พวงแก้มของเธอเริ่มเป็นสีแดงระเรื่อลมหายใจเริ่มถี่ขึ้น ใบหน้างามของเธอยามนี้ดูหวาดกลัวราวกับปีศาจน้อยผู้แข็งแกร่งได้กลายร่างเป็นกระต่ายน้อยหลงทางที่กำลังรอคอยความช่วยเหลืออย่างไรอย่างนั้น

            แววตาของลู่เป๋าเหยียนเริ่มแปรเปลี่ยนเสียงของเขาในตอนนี้ติดจะแหบต่ำปนเซ็กซี่

            “เจี่ยนอันเธอรู้ตัวหรือเปล่า เวลาเธอเป็นแบบนี้ ยิ่งทำให้ฉันอยากแกล้งเธอ”

            เธอทำหน้ามึนตามคาดลู่เป๋าเหยียนไม่อาจควบคุมตัวเองได้อีกต่อไปเขาก้มหน้าลงมาครอบครองเรียวปากงามในทันที

            ณห้องลองเสื้อที่มีเพียงกำแพงหนึ่งชั้นขวางกั้นระหว่างพื้นที่ภายนอกที่มีผู้คนเดินไปเดินมาแต่พวกเธอกลับ...

            “อื้อ...”

            ซูเจี่ยนอันอยากจะดื้นแต่ลู่เป๋าเหยียนกำลังล็อกมือเธอไว้

            “อย่าดิ้นข้างนอกมีคนอยู่ เธออยากให้พวกเขาเข้าใจผิดหรือยังไง”

            “...”

            ซูเจี่ยนอันยอมรับว่าเธอตกใจจึงนิ่งไว้ตามที่เขาบอก แต่ทำแบบนี้แล้วคนอื่นจะไม่เข้าใจผิดอย่างนั้นเหรอ?

            เธอยังไม่ทันได้แย้งออกไปจู่ๆ ลู่เป๋าเหยียนก็ขบกัดริมฝีปากเธอเบาๆ

            สัมผัสที่ไม่หนักไม่เบาทำให้เธอรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟวิ่งไปทั่วร่างในที่สุดเธอก็เข้าใจว่า อาการชาไปทั้งตัวจนไร้เรี่ยวแรง มันรู้สึกอย่างไร

            เมื่อลู่เป๋าเหยียนลิ้มรสเรียวปากงามจนพอใจเขาก็เริ่มอยากรุกล้ำเข้าไปให้มากขึ้นเธอเผลอเปิดริมฝีปากให้เขาเข้ามาหาความหวานโดยไม่รู้ตัว

            ซูเจี่ยนอันอยากจะร้องประท้วงออกไปแต่ก็นึกไปถึงคำเตือนของเขาเมื่อครู่ไม่รู้ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าพวกเธอกำลังแอบทำเรื่องไม่ดีกันอยู่คิดแล้วพวงแก้มใสก็เริ่มแดงก่ำกว่าเดิม

            ลู่เป๋าเหยียนปล่อยมือเธอก่อนจะรั้งเอวบางให้เข้าสู่อ้อมกอดของเขาพลางจูบอย่างดูดดื่มยิ่งกว่าเดิม

            เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าบนโลกใบนี้จะมีคนที่สามารถทำให้เขาสูญเสียการควบคุมได้ถึงขนาดนี้

            “เจี่ยนอัน...”

            เขาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงแหบพร่าซูเจี่ยนอันเริ่มรู้สึกได้ว่าชายที่กำลังกอดจูบเธอตรงหน้าเหมือนจะ...รู้สึกพิเศษกับเธอ

            ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ...

            จู่ๆ ซูเจี่ยนอันก็จับเสื้อเขาไว้แน่น

            ถ้าเป็นอย่างที่เธอคิดจริงๆไม่ว่าที่นี่คือที่ไหน เธอจะยอมตามใจเขาทุกอย่าง

            ในตอนนั้นเองเสียงรูดซิปก็ดังขึ้น ความเย็นวาบเข้ามาสัมผัสผิวเนียนของเธอ...

            และในขณะเดียวกันก็มีเสียงผู้หญิงดังขึ้นจากด้านนอก

            “สวัสดีค่ะคุณหานชุดราตรีของคุณเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ จะลองสวมดูเลยไหมคะ”

            ซูเจี่ยนอันได้สติทันทีเธอจับมือของเขาที่กำลังรูดซิปชุดของเธอพลางหันไปมองกระจกที่กำลังสะท้อนภาพอันแสนใกล้ชิดของพวกเธอทั้งสองคนด้วยแววตาตื่นตระหนก

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592