ยามเย็นที่ดวงอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้าของวันธรรมดาที่จะไม่ธรรมดาวันหนึ่ง
แสงเรืองรองสีทองอร่ามอาบไปทั่วทั้งป่าเขาลำเนาไพรสายลมพัดปลิวไหว เคล้าคลอไปป่าไม้และสายน้ำ คล้ายกับ สายลมกำลังหยอกล้อเล่นกับธรรมชาติและธรรมชาติก็หยอกล้อกลับ
และเมื่อลองลงไปมองไปยังูเาลูกหนึ่งจะเห็นเด็กน้อยผู้หนึ่งเหมือนกำลังหาอะไรอยู่ตรงตีนเขา
“นี่คืออะไรหนอทำไมมันเหมือนกับในความฝันเลย” เด็กหนุ่ม นามว่า เชียจื่อห่าว ปากกำลังคาบหญ้าดักตั๊กแตน ส่วนมือขวาถือท่อนไม้กวาดไปกวาดมาบนดงหญ้า เป็หญ้าที่หากไม่ระวังอาจโดนมันบาดเอาได้พรางนึกถึงฝันเมื่อคืน คลับคล้ายคลับคราว่าเคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน
เื่เป็มาคือ จื่อห่าวถูกพ่อของเขาขอให้ช่วยออกไปตามหา“เ้ามู”ซึ่งเป็หมาของของบ้านสกุลเซียมันถูกเก็บมาเลี้ยงเมื่อ8ปีก่อน จื่อห่าวสันนิษฐานว่า เ้ามูอาจจะมาที่ฐานทัพลับของพวกเขา จึงได้รีบเร่งมาทีู่เาหลังบ้านที่ซึ่งเป็ที่เล่นของทั้งตัวเขาและเหล่าเพื่อนรวมทั้งเ้ามูด้วยพวกเขาอุปโลกน์กันเอาเองว่าพวกตนได้ยึดเขาลูกนี้เป็เป็ที่มั่นไปแล้ว ตามประสาความความคิดของเด็ก
ูเาลูกนี้มีลักษณะทรงกรวยมีหญ้าเขียวขจีงอกงามหลากชนิด ั้แ่ตีนเขาถึงยอดและหากมองขึ้นไปยอดเขาจะเห็นต้นดอกตัด์ยืนต้นอยู่ลำต้นของมันไม่ใช่พันธ์ไม้ที่มีลำต้นตรง ลำต้นของมันงอได้สวยงามสูง 100 เมตรกิ่งก้านขยายปกคลุมออกไปราว 200 เมตร ใบสีเขียวรูปวงรีเล็กๆหลายร้อยล้านใบปกคุลมยอดเขาให้ความร่มเย็นให้แก่คนที่ขึ้นไปพักหนีแดดได้และด้านข้างของต้นนี้มีสระน้ำรูปทรงกลมที่ราวกับมีคนมาขุดไว้มานานแสดงความโบราณออกมาน้ำในสระเป็สีมรกรต ตะไขร่สีเขียวเกาะตามขอบสระ และมีดอกดอกบัวขึ้นอยู่ ราว3กอ
ตรงตีนเขา ในขณะที่จื่อหาวกำลังหาเ้ามูอย่างร้อนใจนั้น อาทิตย์ได้เริ่มตกตินไปทุกที ความเย็นก็เริ่มพัดผ่านกายเขาทำเอาเขาขนลุก
โฮ่งๆ โฮ่งๆ
เสียงสุนัขเห่า ลอยมาตามลมเมื่อจื่อห่าวได้ยินเสียงเห่าก็ดีใจเร่งรีบหันหัวไปทางต้นเสียง ซึ่งอยู่บนยอดเขา
โฮ่งๆ โฮ่งๆ
เสียงเห่าดังออกมาอีกครั้งคราวนี้เด็กหนุ่มแน่ใจแล้วว่าเสียงมาจากยอดเขา และเมื่อยืนยันที่มาของเสียงได้แล้วเขาก็รีบพุ่งไปบนยอดเขาทันที ถึงแม้จะมีไม้คอยช่วยแหวกหญ้าแต่เขาก็ไม่สนใจอะไรแล้วใช้แขน2ข้างของตนแหวกก่อหญ้าขึ้นไปทันทีเพื่อไปหาเ้ามูให้ไวที่สุด ทำให้ลำตัวมีาแถูกบาดเล็กๆหลายแห่ง
โฮ่งๆ โฮ่งๆ
เมื่อเขาขึ้นไปถึงยอดเขา ก็ไม่เห็นเ้ามูได้ยินเพียงแต่เสียงเห่าดังออกมาจากสระน้ำไม่หยุด
โฮ่งๆ โฮ่งๆ
จื่อห่าว งุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นเขาคิดในหัวว่า มันอะไรกัน ทำไมเ้ามูเห่าไม่หยุดและเพราะความเป็ห่วงหนึ่งในสมาชิกครอบครัวเขาจึงเร่งรีบเดินเข้าไปใกล้สระน้ำมากขึ้น เพราะอยากจะฟังให้แน่ใจว่าใช่เสียงเ้ามูจริงหรือไม่ และทำไมมันเห่าไม่หยุด และเพื่อยืนยันว่าเสียงมาจากทางสระน้ำหรือไม่
แกร็บ แกร็บ
จื่อห่าว เดินเหยียบกิ่งไม้ที่หักลงมาทับกัน จนเป็ชั้นบางๆ รอบๆ สระน้ำ ยิ่งเขาเดินไปใกล้สระน้ำมากเท่าไหร่กิ่งไม้ที่ทับซ้อนกันอยู่ก็ยิ่งมีความชื้นและเริ่มเน่าเปื่อยพอเหยียบไปทำให้เกิดเสียง ซ่อบ แซ๊บ ซ่อบ แซ๊บ แทน
เมื่อเขามาถึงริมสระเขาก็หยุดเท้าลงพร้อมกับเสียงเห่าได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย และแสงอาทิตย์ที่ได้หายไปจากท้องฟ้าเมฆหมอก เริ่มก่อตัว อากาศเริ่มเย็นลงไปอีก จนทำให้ขนทั้งตัวของจื่อห่าว ลุกอีกที
เขาเริ่มคิดแล้วว่านี่มันแปลกประหลาดเกินไปจนทำเอาคิดแล้วว่าตนคงจะโดนแล้วแน่ ๆ แล้วใช่ไหม ตามตำนานหมู่บ้านเล่าไว้ว่าผีมักจะออกมาั้แ่่เย็น จนมืดค่ำหากตะวันไม่ฉายมันก็จะยังออกล่าและหลอกหลอนคนและตามที่ตำนานว่าไว้อีกก็คือ หมู่บ้านเขาเหมือนจะมีผีก่ะที่สามารถแปลงร่างเป็สิงสาราสัตว์ หรือแม่กระทั้งคนได้และมันมักจะหลอกล่อให้คนไปหา จากการใช้เสียงที่คนๆนั้นอยากจะได้ยินที่สุดราวกับมันอ่านใจคนได้ เพื่อที่จะลวงไปจับกิน
ฟุ่ววววว
ลมเย็นพัดผ่าน ใบไม้ใบหญ้าพลิ้วไหวทำให้เกิดเสียงซู่ๆ
จื่อห่าวรู้สึกราวกับว่ามีคนจ้องมองเขาจากด้านหลังและเมื่อเขาหันควับกลับไปดูกลับไม่มีอะไร ยิ่งทำให้เขากลัวยิ่งกว่าเดิมอีกเพราะเขาหวังว่าพ่อเขาจะตามหลังเขามาช่วยเขาออกจากตรงนี้ที
จื่อห่าว ทั้งหนาวและกลัวจนเขาไม่อาจจะยกได้แม้กระทั้งขาถึงแม้จะพยายามส่งแรงไปที่ขาเฮงซวยของเขาแล้วก็ตาม
พ่อเ้า ปู่เ้า แม่เ้า ย่าเ้า โปรดช่วยลูกด้วยลูกไม่อยากถูกผีก่ะจับกินทั้งเป็ ลูกกลัวจนไม่อาจจะแม้แต่จะยกขาแล้วช่วยข้าด้วยเถิด เดี๋ยวข้าจะเอาไก่ป่าดินเผาไปเส้นไหว้ให้
เขากลัวจนต้องขอภาวนาให้เ้าที่ ประจำหมู่บ้านมาช่วยเขาเพราะตอนนี้เขาทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้วถึงแม้เขาจะไม่เคยเชื่อเื่ผีสางนางไม้อะไรมาก่อนเพราะเขาเป็เด็กหัวก้าวหน้าในหมู่บ้านไม่ว่าอะไรที่เกี่ยวกับสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้เขาก็จะไม่เชื่อ บางครั้งเขาถึงขั้นทะเลาะกับปู่ของเขาเองเพราะปู่เขา้าให้จื่อห่าว ไปอาบน้ำมนต์ ที่มีผู้เฒ่าคนนึงทำขึ้นมาและเขากล่าวว่าน้ำมนต์เขาไล่ผีได้ทุกชนิด ทำให้จื่อห่าวเอียนและคิดว่าผู้เฒ่าคนนั้นก็แค่นักต้มตุ๋นที่มาหลอกที่หมู่บ้านเขาก็เท่านั้นเขาเลยไม่ยอมไปอาบเพราะว่า อาบครั้งหนึ่งต้องใช้เงินที่เก็บมาทั้งปีของครอบครัวเขาและคิดว่า เงินควรเก็บไว้ซื้อกินและเอาไปให้น้องเขาไว้เรียนดีกว่าถึงพ่อแม่เขาจะบอกว่ามีเงินส่งน้องเรียนแต่เขาก็ไม่อยากจะให้ครอบครัวเขาเสียเงินมากมายเกินความจำเป็จริงๆ
แต่มาตอนนี้เขานึกเสียใจแล้วที่ไม่เชื่อที่ปู่บอกตอนนี้เขาอยากจะอาบน้ำมนต์นั่นเท่าทั้งเขื่อนเลยจริงๆ ถึงจะต้องแอบลักเอาสร้อยประดับมุขร้อยัของแม่มาเขาก็จะไปขโมยมาแล้วนำไปขายทอดเอาเงินไปซื้อน้ำมนต์ตุนไว้อีก10เขื่อนเผื่อวันใดคิดว่ามันหมดอิทธิฤทธิ์ก็จะวิ่งไปโดดอาบเล่นให้หนำใจ
นึกได้แต่เสียใจที่ไม่ฟังปู่ และเสียใจที่ไม่เจอเ้ามูแต่เสียใจไปแล้วอะไรจะช่วยได้ตอนนี้ทำได้แค่พยายามให้ขาแข็งทื่อของเขาขยับแล้วหนีไปให้ไวที่สุดและคิดได้แล้วว่าเ้ามูคงจะโดนเ้าผีก่ะนั้นจับกินไปแล้วแน่ ๆไม่งั้นมันจะเลียนเสียงเ้ามูได้ยังไง
“ช่วยข้าด้วย พ่อจ๋าแม่จ๋า” ถึงแม้จะพูดออกมาแต่คราวนี้แต่เสียงเ้ากรรมกลับไม่ดังออกมาจากปากทำได้แต่ส่งเสียงในใจเท่านั้น เขาไม่รู้ทำไมจู่ ๆ เขาก็พูดไม่ได้ที่จริงปากยังขยับแต่เสียงมันไม่มีเสียงเปล่งออกมาเลย
“อ๊ากกกกกกกก บัดซบๆ อ๊ากกกกกกกก บัดซบๆ” เขาตระโกนในใจ
คงถึงคราวของข้าแล้วมั้งวันนี้วันเกิดข้าและก็เป็วันตายข้าเช่นกัน ครบรอบ10ปีพอดี เอาเถอะ10ปีนี้มีค่าต่อข้านัก เกิดในครอบครัวอบอุ่น สุขสันได้ทุกวัน พ่อ แม่ ปู่ ย่า เชี่ยวชิง และเ้าพวกบ้าข้าไปก่อนละ วันนี้คงถูกกินทั้งเป็ ลาก่อนชีวิตนี้ไม่มีอะไรเสียใจนอกจากข้าไม่อาจจะกลับไปดูแลพวกท่านตอนยามแก่เฒ่า
ข้าพูดได้แต่เพียง....ข้า....ข้าเสียใจ....ลาก่อนทุกคน
จื่อห่าว พึมพำในใจถึงความเก่าที่ทรงคุณค่าของเขาั้แ่จำความได้เขามีความสุข ทุกข์ เศร้า เสียใจ ถึงแม้จะเป็เด็กแต่เขาก็ผ่านอะไรมาเยอะเหมือนกันและสิ่งเ่าั้ก็หล่อหลอมเขาให้เป็ตัวเขาเชกเช่น ปัจจุบัน
เมื่อหวนนึกไปถึงเื่10ปีของเขา ตาเขาก็เริ่มเปียกและยอมรับสิ่งที่กำลังจะตามมา แต่ไหนเลยเด็กน้อยคนหนึ่งจะทำเป็เข็มแข็งได้นานเขาทนไม่ไหวจนปล่อยโฮออกมา
“เ้าหนู ร้องไห้ไปก็เปล่าประโยชน์ไม่มีใครได้ยินเ้าหรอก” เสียงที่บ่งบอกได้ว่าเป็ชายชราผู้หนึ่งดังออกมาจากกลางสระน้ำ
จากนั้นสายลมเริ่มหมุนวนไปกลางสระจากไม่มีอะไรตรงนั้นกลับค่อยๆปรากฏการณ์แปลกประหลาดราวกับภาพที่เห็นตรงหน้าบินพริ้วไปตามลมที่หมุนอยู่ตรงกลางเมื่อปรากฏการณ์นั้นหายไปก็มีผู้เฒ่าผู้หนึ่งยืนอยู่บนน้ำกลางสระ
จื่อห่าวที่กำลังปล่อยโฮจำเขาได้ทันทีเขาคือผู้เฒ่าที่มาหลอกขายน้ำมนต์คนนั้นเมื่อ3วันก่อนนั่นเองผู้เฒ่าคนนี้ไม่ว่าใครเมื่อเจอก็ไม่ไม่ทางจะลืมไปไปได้เพราะเฒ่าผู้นี้แต่งตัวไม่เหมือนชาวบ้านผมขาว แต่งขาวทั้งตัว และที่สำคัญมีใบหน้าที่อ่อนโยน ไร้พิษสงแต่ก็เต็มไปด้วยไอศักดิ์สิทธิ์มือขวาของเขาจะถือไม้เท้าเปล่งแสงศักดิ์สิทธิ์ออกมาตลอดเวลา
แต่ตอนนี้เขาไม่สนใจอะไรแล้วเขายังคงปล่อยโฮออกมาไม่หยุด ตามประสาเด็กที่ยังไม่อยากตาย....
“เ้าหนู ข้าอยากรู้จริงๆจิตเทพของเ้าจะอร่อยขนาดไหน ที่สำคัญเนื้อเด็กมันนุ่มนิ่มถึงจะมีน้อยแต่ก็อร่อยหายาก” ผู้เฒ่าผีก่ะน้ำลายไหลจากนั้นเขาลอยไปหาจื่อห่าวแล้วทำการฟันหัวของเขาหลุดออกจากบ่าทันทีเพื่อยุติความทรมาณของเหยื่อ
จากนั้นร่างของจื่อห่าวก็ถูกชำแหละ ราวกับสัตว์ตัวหนึ่งเืไหลแดงฉานใต้ต้นไม้ ส่วนกระดูกถูกโยนลงน้ำไปเพราะเขาไม่กินกระดูกจะกินก็แค่เนื้อเท่านั้น
“เ้าตูบนั่นเป็แค่หมาแต่มันหนีข้าไปได้ไง แต่ก็ช่างมัน ถ้าไม่อดตายก็คงไม่กินอยู่แล้วแต่ก็ยังดีคืนนี้มีเนื้อให้กิน ช่างดีจริงๆ ฮ่าๆๆๆ” เฒ่าผีก่ะอิ่มเอมใจที่ในที่สุดเขาได้กินสักทีในรอบ100วันเพราะกว่าจะหาเยื่อแต่ละคนได้ช่างยากเย็นนักเพราะว่ามันดันมีนักบวชประหลาดสร้างน้ำมันต์ต้านเขาได้ เขาไม่กล้าเข้าใกล้น้ำมันต์นั่นแค่ได้กลิ่นก็อาจจะทำให้เขากระอักเืตายได้ ทำได้แค่ออกห่าง หนีไปให้ไกลที่สุด
แต่ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหนเ้านักบวชนั่นก็ไล่ไปแจกน้ำมนต์ให้ทุกหมู่บ้านจนเขาต้องอดกินอดนอนและยังต้องย้ายที่ไปเรื่อยๆ
จนกระทั่งเขาใช้พลังที่เดิมทีมันเหลือน้อยอยู่แล้วเค้นมันออกมาแล้วแปลงร่างเป็เ้านักบวชนั่นแล้วใช้กลหลอกทำน้ำมนต์ปลอมที่ทำจากเืเขาเองทำให้เขารู้ความเคลื่อนไหวของคนที่อาบมันได้
เขาจึงหลอกให้พรมน้ำมนต์ไปหลายคนในหมู่บ้านแต่ใครจะคาดคิดดวงเขาจะดี เจอครอบครัวหน้าโง่เข้าปู่รักหลานมากจนบังคับมาอาบน้ำมนต์แต่เด็กนั้นดันรู้ว่าคนในบ้านโดนหลอกจึงหนีไปก่อนจะพรมน้ำมนต์ซะอีก ทำเอาปู่หน้าโง่นั่นโมโหเอาซะมาก
เ้านั่นคงรักหลานมาก กลัวไปซะหมดแม้กระทั่งผี ฮ่าๆถ้าผีมีจริงในโลกนี้ แล้วมนุษย์จะยังเหลือบนโลกได้หรือ?
แต่ความรักหลานก็ยังมาหาข้าอีกรอบแล้วเอาน้ำมนต์ข้าไปแอบใส่ลงไปในน้ำอาบ ฮ่าๆ เ้าหนูน่าสงสารหนอ เ้าหนูเอ้ยจะโทษก็โทษ์ที่ให้ดวงเ้ามาน้อยกับได้ปู่หน้าโง่มาเถิด
จากนั้นก็มีกองเพลิงถูกจุดพร้อมทั้งเฒ่าผีก่ะทำการหยิบหม้อออกมาจากอากาศ และเริ่มปรุงอาหารทำให้กลิ่นหอมคลุ้งไปทั่วทั้งเขา ราวกับอาหารของเทพได้จุติมายังโลกมนุษย์
.
.
.
ผ่านไป 3 วัน ั้แ่ จื่อหาวหายตัวไป
ณ ยอดเขาแห่งหนึ่ง ที่มีลักษณะทรงกรวย มีหญ้าเขียวขจีงอกงามหลากชนิดั้แ่ตีนเขาถึงยอด และหากมองขึ้นไปยอดเขาจะเห็นต้นดอกตัด์ยืนต้นอยู่และใต้ต้นนั้นมีคราบเืแห้งกรังกระจายไปทั่ว
ตอนนี้เป็เวลา่เที่ยงวัน สายลมจากทิศเหนือพัดผ่านอ่อนๆแดดร้อนแรงส่องลงมาแต่ไม่อาจจะทะลุเหล่าใบของต้นดอกตัด์ได้ทำให้ใต้ต้นไม้นี้ร่มเย็น แต่ทุกคนในหมู่บ้านที่ตอนนี้ได้มารวมตัวกันที่ตรงนี้ทุกคนต่างโศกเศร้าเสียใจ ทุกคนต่างรู้ดีว่าเืนั้นเป็ของใครเพราะคนที่นำทางมาก็คือเ้ามู ที่หายเมื่อ3วันก่อนจู่ๆตอน30นาทีก่อนมันก็ได้กลับมาที่บ้านแต่ไม่เจอใครเพราะทุกคนในบ้านต่างออกไปตามหาจื่อห่าว
มันจึงรีบไปหาเหล่าเพื่อนของจื่อห่าวแทนจากนั้นเหล่าเพื่อนของจื่อห่าวที่ถูกห้ามออกนอกบ้านและตอนนี้พวกเขาอยู่ที่เดียวกันเพราะครอบครัวของพวกเขาหาที่ปลอดภัยให้เผื่อกันเหตุการณ์ซ้ำรอยคนหายไปอีก
ในปากของเ้ามูคาบเศษเสื้อของจื่อหาวแน่นเมื่อเห็นเช่นนั้นพวกเขาก็จำได้ทันทีว่านั่นคือเศษเสื้อของจื่อห่าว และมันก็เริ่มะโไปมาเป็วงกลมพร้อมกับทำท่าทางบอกว่าเดี๋ยวมันจะนำทางไปเอง
จากนั้นเหล่าลูกหลานก็ได้หาทางบอกพวกผู้ใหญ่จนมันสามารถนำทางไปยังยอดเขาลูกนั้นได้
เมื่อเห็นฉากตรงหน้า ที่เต็มไปด้วยเืแห้งกรังแถมยังมีเครื่องครัวที่ถูกขโมยมา ทุกคนกวาดสายตาที่สั่นเทาไปรอบๆไม่มีใครอยากจะเชื่อในสิ่งที่ตนคิด โดยเฉพาะครอบครัวของเขาที่ต่างร่ำไห้และกล่าวโทษ์ตลอดเวลา ว่าทำไมต้องเป็จื่อห่าว