เห็นทีพนาจะไม่ได้พักอยู่บ้านอยู่ช่องอย่างที่คิดเอาไว้เสียแล้วเพราะตอนนี้เป็ห่วงกรองแก้วจับหัวใจเขาเห็นกรองแก้วเป็ลูกของเขาคนหนึ่งเสมอมาและยิ่งก่อนที่พ่อของเขาจะเสียก็ฝากฝังให้ดูแลกรองแก้วให้เป็อย่างดีดังนั้นเขาจึงปล่อยให้กรองแก้วไปอยู่ในที่อันตรายเช่นนั้นไม่ได้ป่าแถบนั้นหากใครไม่มีวิชาอาคมหรือบุญมากพอก็จะอยู่ไม่ได้เขารู้ดีเพราะเคยไปััสิ่งลี้ลับด้วยตัวเองพร้อมพ่อตนมาแล้วในตอนที่ยังหนุ่มยังแน่น
“ลูกนอกไส้คนเดียวคุณพี่จะต้องใส่ใจถึงขนาดนี้เลยหรือไงคะ”
มือเรียวของพุดซ้อนบีบกันแน่นขอบตาร้อนผ่าวโกรธที่สามีนั้นต่อว่าเธอเพียงเพราะเื่ของกรองแก้วเท่านั้นตอนนี้ผกามาศก็วิ่งเข้ามาในห้องโถงสายตาของเธอมองทั้งพ่อและแม่อย่างไม่สู้ดีนักด้วยเห็นว่าทั้งสองทะเลาะกันเสียงดัง
“มันไม่ใช่ว่าลูกในไส้หรือนอกไส้หากเป็คนในบ้านนี้ไม่ว่าใครที่ไปที่นั่นพี่ก็จะไปตามกลับมาเพราะป่าแถบนั้นมันอันตราย”
“อยากไปไหนก็เชิญเถอะค่ะถ้าเห็นคนอื่นดีนักล่ะก็”
พุดซ้อนว่าจบก็สะบัดหน้าหนีเดินขึ้นบันเพราะไม่อยากจะมองหน้าสามีของเธอในตอนนี้นัก
“คุณแม่ใจเย็นๆค่ะ”
ผกามาศรีบรั้งมือของพุดซ้อนเอาไว้น้อยครั้งนักที่เธอจะเห็นทั้งสองเถียงกันต่อหน้าเธอจึงไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลย
“ดูคุณพ่อเราสิรักแต่นังแก้ว”
“อย่าเอาความเชื่อผิดใส่หัวลูกอีกเลยแม่พุดอายุจนปูนนี้แล้วยังจะลดทิฐิตัวเองลงไม่ได้อีกหรืออย่างไร”
“หึ่..”
“คุณแม่คะ”
พุดซ้อนสะบัดมือจากผกามาศเดินดุ่มๆหนีเข้าห้องไม่ยอมลดทิฐิลงได้เพราะเธอคิดมาเสมอว่ากรองแก้วคือภาระของเธอั้แ่เข้ามาในคฤหาสน์หลังนี้
ทางด้านเพชรรัตน์หนุ่มหล่อร่างสูงใบหน้าหล่อเหลาั์ตาดุดันนั่งครุ่นคิดอยู่ในบ้านเรือนไทยหลังใหญ่อายุเกือบร้อยปีถึงเื่อะไรบางอย่างภายในใจก่อนจะแสยะยิ้มออกมาเล็กน้อย
“ต้องเตรียมตัวด่วนเลยหรอครับนาย”
สามเด็กรับใช้คนสนิทของเพชรัตน์เตรียมเก็บข้าวของเสร็จก็รีบเข้ามาถามนายตนให้แน่ใจอีกครั้งว่าต้องเดินทางด่วนภายในพรุ่งนี้จริงหรือไม่ด้วยเห็นว่าป่าแถบนั้นขึ้นชื่อเื่อันตรายเป็ที่หนึ่งการเตรียมตัวแค่ไม่กี่ชั่วโมงจะพร้อมสำหรับการเดินทางไปจริงหรือ
“ใช่พรุ่งนี้คุณอาก็จะเดินทางแล้ว”
“แต่ป่าแถบนั้นอันตรายมากเลยนะครับ”
“นายสามก็รู้ว่ายังไงฉันก็ต้องไป”
ดวงตาคมหันมามองคนสนิทด้วยแววตาแน่วแน่ด้วยเขาตั้งใจที่อยากจะไปในป่าแถบนั้นมานานมากแล้วด้วยอยากเห็นกับตาว่าตำนานที่เล่าขานสืบต่อมาในเื่ที่เขารู้มันมีอยู่จริงหรือไม่
ก๊อกๆๆ
ผกามาศลุกเดินออกจากเตียงนอนมาเปิดประตู่กลางดึกแปลกใจพอสมควรว่าทำไมพ่อของเธอถึงมาเคาะเวลาเอาป่านนี้
“อ้าวคุณพ่อ”
“พ่อนอนด้วยได้หรือป่าว”
“ได้สิคะนี่คุณแม่ไม่ให้นอนด้วยใช่หรือป่าวคะ”
เมื่อเห้นสีหน้าไม่สบอารมณ์ของพ่อเธอก็พอจะเดาออกคงทะเลาะกับแม่เธอด้วยเื่เมื่อกลางวันเป็แน่
“เราก็รู้อยู่นี่ว่าแม่เราเป็ยังไง”
พนาเดินเข้ามานั่งโซฟาข้างเตียงนอนของผกามาศก่อนจะเอ่ยปากออกมาด้วยสีหน้าอ่อนใจถึงนิสัยของพุดซ้อน
“แล้วคุณพ่อจะไปจริงๆหรือคะ”
“จริงสินี่พ่อก็ติดต่อกับเพชรรัตน์แล้วว่าจะให้คนของเค้าช่วยออกตามหาแก้วอีกแรง”
“อย่างนั้นผกาขอไปด้วยนะคะ”
ร่างบางในชุดนอนรีบเข้าไปนั่งเกาะแขนคนเป็พ่ออ้อนขอตามไปด้วยเมื่อรู้ว่าเพชรรัตน์นั้นร่วมเดินทางเข้าป่าในครั้งนี้ด้วยเธอเองที่มีใจให้เพชรรัตน์ั้แ่เจอกันในงานเลี้ยงวันเกิดของพ่อเธอเมื่อหลายเดือนก่อนเธอปักใจกับเขาตลอดมาและแอบไม่พอใจพอสมควรที่เห็นว่าเพชรรัตน์นั้นดูจะสนใจกรองแก้วมากกว่าเธอ
“ไม่ได้หรอกลูกที่นั่นไม่ใช่ที่ๆใครจะไปเที่ยวเล่นง่ายๆ”
“แต่ผกาอยากไปขอผกาไปด้วยนะคะคุณพ่อรับรองผกาจะเชื่อฟังที่คุณพ่อพูดทุกอย่างเลยค่ะ”
“แล้วแม่เราจะยอมหรือลูก”
“ยอมสิคะผกาอ้อนนิดเดียวคุณแม่ก็ใจอ่อนแล้ว”
การเดินทางครั้งนี้ยังไงผกามาศก็จะติดตามพ่อเธอไปให้จนได้แม้นว่าพ่อเธอจะไม่เต็มใจก็ตามเนื่องจากคิดว่าคงจะมีเวลาได้ใกล้ชิดกับเพชรรัตน์ได้มากขึ้นส่วนเื่การขออนุญาตจากแม่เธอเื่นี้เธอเห็นว่าไม่ยากเกินความสามารถเพราะรู้ว่าคนเป็แม่ต้องตามใจอยู่แล้ว
หลังจากมื้อแรกของวันเรียบร้อยแล้วตอนนี้ก็เป็เวลาสายตะวันเริ่มขึ้นเป็แสงจ้าปักษาก็เดินนำร่างบางมาที่แปลงนาของตนกรองแก้วได้เคยเห็นท้องทุ่งนาสีเหลืองทองผืนใหญ่เป็ครั้งแรกเธอก็ดูจะตื่นตาตื่นใจอยู่พอสมควรเมื่อตอนที่ใช้ชีวิตอยู่ในร่มโพธิ์ของเทพาอนันต์ก็ไม่เคยได้เห็นอะไรแบบนี้เลยสักครั้งจะเห็นเม็ดข้าวก็ต่อเมื่อมันสีมาแล้วเท่านั้น
“รวงข้าวเหลืองทองแบบนี้แก้วเองก็พึ่งเห็นของจริงเป็ครั้งแรกค่ะ”
“ที่เ้าอยู่ไม่มีแบบนี้รึ”
กายาใหญ่เดินโชว์แผงกล้ามหยุดชะงักฝีเท้าหันมาอมยิ้มอ่อนให้กรองแก้วทั้งยังมีสีหน้าแปลกใจว่าในที่ที่กรองแก้วนั้นเคยอยู่ไม่เคยมีการปลูกข้าวกันอย่างนั้นหรือ
“มีสิคะแค่แก้วไม่ค่อยได้มีโอกาสได้ออกไปเห็นอะไรแบบนี้”
ริมฝีปากบางว่าไปอมยิ้มไปดวงตากลมโตทอดมองทุ่งนาเหลืองทองด้วยประกายแห่งความสุขจนปักษานั้นจับสังเกตได้