หว่านฉือและซูเมี่ยวเออร์ไม่สบายเหมือนกันทำให้อวิ๋นอี้ได้มีชีวิตสบายๆ สองวัน
ทว่าระยะเวลานานไป นางก็รู้สึกว่าแต่ละวันช่างน่าเบื่อหน่ายจิตใจก็พาให้เซื่องซึมไปตามกัน
หรงซิวทนดูต่อไปไม่ไหวจึงให้ยาชิงพานางเข้าไปเที่ยวเล่นในหลางโจว
ตอนแรกอวิ๋นอี้ก็มีความสุขทว่าเมื่อไปเที่ยวหลายครั้งเข้า นางก็พลันหมดความสนใจไป
เมืองหลางโจวเทียบมิได้กับเมืองหลวงที่เจริญรุ่งเรืองในตลาดมีถนนเพียงไม่กี่สาย จากทางตะวันตกถึงตะวันออกเดินจนหมดใช้เวลาไม่ถึงชั่วยาม
ออกไปเดินบ้างเป็นบางคราอาจได้เจอความสดใหม่บ้างทว่าไปเดินทุกวันนั้นไร้ความหมาย
อวิ๋นอี้ไม่อยากจะออกจากจวนแล้วกลับสู่วงจรทานแล้วนอน
หรงซิวออกจากจวนตั้งแต่เช้ากลับตอนดึกหลายวันในที่สุดก็มีเวลา ยาชิงพลันรีบรายงานสถานการณ์ของนางทันที
เขารู้ว่าสตรีตัวน้อยอยู่จวนต้องนั่งไม่ติดหากนางยังอยู่เช่นนี้ต่อไป คงจะอดกลั้นแรงกายไม่รู้จะเอาไปใช้ที่ใดถึงเวลานั้นต้องเอาไปลงที่เขาหมดแน่
ในตอนเย็นเพิ่งจะคิดเช่นนั้นตอนกลางคืนความคิดนั้นพลันเป็นจริงแล้ว
เขาตั้งใจไปเจอนางหลังจากที่อาบน้ำผู้ใดจะรู้ว่าทันทีที่เข้าไป สาวน้อยก็ปั้นหน้าเสือ มองเขาอย่างเคร่งขรึม
สัญญาณเตือนในใจของหรงซิวทำงานทำสีหน้าให้เป็นปกติแล้วเดินไป กอดนางไว้ในอ้อมอก แล้วจูบ “เป็นกระไรไปผู้ใดทำให้เจ้าไม่พอใจหรือ? บอกข้ามาข้าจะไปสั่งสอนให้เจ้าเอง”
“ข้าอยากกลับจวน” นางมุ่ยปากพูดอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ
เอ่อ
มีปัญหาเข้าแล้ว
รู้อยู่แล้วว่านางทนไหวไม่กี่วันหรอก
หรงซิวถอนหายใจ พยุงนางมานั่งลง มือใหญ่ๆของเขาปาดน้ำตาให้นาง ปลายนิ้วที่หยาบกร้านลูบลงบนเนื้อผิวที่บอบบางก็เกิดความรู้สึกแปลกๆ ทำให้ทั้งสองคนต้องชะงัก
เมื่อคิดอย่างละเอียดแล้ว เกือบจะครึ่งเดือนแล้วที่พวกเขามิได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน
เดิมทีหรงซิวมิได้มีความคิดในด้านนั้นแต่ตอนนี้มีความคิดผุดขึ้นมาก็รู้สึกแค่เพียงว่าสตรีตัวน้อยในอ้อมกอดเขาร้อนผ่าวจนเลือดเขาเดือด แน่นคอไปหมด
“ทำไม...” เสียงของเขาแหบแห้งเขากระแอมในลำคอด้วยความเก้อเขิน แล้วพูดต่อ “สามีของเจ้าอยู่ที่นี่จวนก็อยู่ที่นี่ เจ้าจะกลับไปที่ใด หืม?”
เขาเอามือแตะเอวนางเบาๆ แล้วนวด
เดิมอวิ๋นอี้ที่โวยวายอยู่ นางอารมณ์เสียแต่เมื่อได้เห็นอาการบอกใบ้ของมือเท้าที่อยู่ไม่สุขของเขา ความโกรธของนางก็ปะทุขึ้นมาในทันใดนางตบมือของหรงซิวออกในทันใด และยืนขึ้นอย่างรวดเร็ว
หรงซิวงงไปหมด มองไปอย่างไม่เข้าใจก็เห็นหน้าอกของสตรีสาวยกขึ้นลง เอ่ยปากขึ้นครั้งหนึ่งก็ราวกับจุดลูกประทัดพูดอย่างโกรธเคือง “ฝ่าบาท! ข้าโกรธเช่นนี้แล้ว ท่านยังเล่นไม้เล่นมือ!ดูมิออกหรือว่าข้าอารมณ์ไม่ดี บุรุษอย่างพวกท่านมันเหมือนกันทั้งหมด ทานอิ่มแล้วก็คิดแต่เรื่องนั้นท่านวันๆ ออกไปเที่ยว ข้าต้องอยู่จวนอุดอู้จนรากจะงอกอยู่แล้ว!”
“......”
เขารู้ว่าอวิ๋นอี้โกรธเรื่องกระไร
หรงซิวยิ้มอย่างช่วยมิได้ เขาเอามือวางบนเก้าอี้แล้วเคาะนิ้วอย่างสง่างาม แล้วพูดว่า “ถ้าเช่นนั้น ต่อไปเจ้าออกไปเที่ยวข้างนอกกับข้าด้วยดีหรือไม่ไม่หืม?”
อวิ๋นอี้ตอบสนองกับการตัดสินใจกะทันหันนี้มิได้ในขณะหนึ่ง
ดวงตาสีดำของนางเบิกขึ้น แล้วยืนอยู่ตรงนั้นเอวเรียวบางขายาวๆ แม้จะผอมบางแต่นางก็มีหน้าอกหน้าใจและก้นเชิดทำให้หรงซิวที่ขาดหายการทำกิจกรรมไปหลายวัน ส่วนล่างเกร็งขึ้นทันที
เขากัดฟันแน่น เดินไปดึงนางไว้ในอ้อมแขนน้ำเสียงของเขายิ่งอบอุ่น “ข้ารู้ว่าเจ้าอยู่ในจวนจนอุดอู้ ช่วงนี้ข้ายุ่งเกินไปมิได้ใส่ใจความรู้สึกของเจ้า หากเจ้าไม่รังเกียจล่ะก็ วันพรุ่งไปกับข้านะ?”
“จริงหรือเพคะ?” เดิมทีอวิ๋นอี้ก็มิได้โกรธจริงจังกระไร เพียงแค่เบื่อจนในใจหงุดหงิดมากหรงซิวยอมกล่อมนางอย่างอดทน ไฟโกรธนั้นก็ดับลงในทันที
หรงซิวเข้าไปแนบหน้ากับนาง แล้วพูดเบาๆ “จริงสิแต่ว่าข้ามีเงื่อนไข”
“เงื่อนไข?” อวิ๋นอี้ขมวดคิ้วมองเขาด้วยสีหน้าไม่สบายใจ “ลองบอกมาสิเพคะ”
หรงซิวยกริมฝีปากขึ้นอย่างชั่วร้ายแล้วอุ้มนางขึ้นมาอย่างกะทันหัน อวิ๋นอี้ตกใจ เมื่อมองแววตาของเขาอีกครั้งก็เห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความพิศวาส
เขาโยนนางลงบนเตียง แล้วทับลงมาอย่างแนบสนิท
เปลวไฟที่หลับใหลอยู่ในร่างก็ควบคุมมิได้ขึ้นมาในทันที ไฟแห่งดวงดาวร้อนรุ่ม ลุกโชนขึ้นมาทันใด
ในตอนที่ทั้งสองเสร็จกิจ ก็ดึกดื่นมากแล้ว
เขามองดูสตรีตัวน้อยที่นอนหลับไปก็อดมิได้ที่จะเข้าไปจูบ ในตอนที่ลุกขึ้นเตรียมจะไปทำความสะอาดก็เห็นผิวสีขาวของนางที่โผล่ออกมาเพราะร้อน เขาก็มิได้ความดันมีปฏิกิริยาขึ้นอีกแล้ว
หรงซิวถอนหายใจอย่างช่วยมิได้ เขาถูกนางกลืนกินหมดแล้ว
อดกลั้นไว้ รอให้ความรู้สึกนั้นมันลดลงถึงได้เช็ดตัวให้นาง แล้วกอดนางหลับไป
เดิมทีคิดว่าทำกันมาทั้งคืนแล้วตอนเช้าสาวน้อยจะไม่ตื่น แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องประหลาดใจก็คือนางตื่นเช้ากว่าเขาเสียอีก
มิมีความอ่อนล้าหลังจากการปลดปล่อย ใบหน้าเล็กๆนั้นเต็มไปด้วยพลังงาน เมื่อเห็นเขาลืมตานางก็ยิ่งกระตือรือร้นเร่งให้เขาไปล้างหน้าล้างตา
เมื่อทั้งสองเตรียมตัวกันเรียบร้อยแล้วก็ออกจากจวนไปพร้อมกัน
ช่วงนี้ใต้เท้าเฉาอยู่ด้วยตลอด เมื่อเห็นว่ามีอวิ๋นอี้เพิ่มขึ้นมาเขาก็ยิ้มตาหยีแล้วพูดทักทายอย่างดี “อรุณสวัสดิ์พ่ะย่ะค่ะพระชายาท่านมาด้วยเช่นนี้ ก็รู้เรื่องควบคุมน้ำท่วมหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
“พานางออกไปเที่ยวน่ะ”หรงซิวตอบอย่างสบายๆ แล้วก็พูดเรื่องจริงจัง “วันนี้เราจะตรวจสอบเพิ่มเติมให้มากขึ้นยังมีงานหนักอีก เรารีบเริ่มงานเถิด!”
หลางโจวเป็นเมืองเก่าแก่ตำแหน่งของพื้นที่นั้นมีความสำคัญมาก เศรษฐกิจพัฒนาได้รวดเร็วแม้จะเทียบกับเมืองหลวงมิได้ แต่ในเจียงหนานแล้ว นับว่าเป็นแข็งแกร่งเลยทีเดียวเพราะเช่นนี้ ถึงจะมีน้ำท่วมทุกๆ ปี แต่ก็ยังมีผู้คนมากมายพากันย้ายเข้ามาที่นี่
คนมากันมามากขึ้นเรื่อยๆการควบคุมอุทกภัยจึงเป็นเรื่องที่ต้องจัดการอย่างเร่งด่วนขึ้นด้วย
ก่อนที่หรงซิวจะมาก็ได้ปรึกษากับฮ่องเต้ไว้แล้วและเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยักยอกเงินค่าซ่อมเขื่อนซึ่งทำให้เขื่อนมิมีประสิทธิภาพหลังจากสำรวจสถานที่แล้วก็พบว่ามันไม่ใช่เช่นนั้น
น้ำท่วมเกิดขึ้นเนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำสูงขึ้นทำให้เขื่อนล้นหรือแตก ส่งผลให้น้ำไหลเข้าและท่วมทุ่งอันสมบูรณ์และบ้านเรือนส่งผลให้เกิดภัยพิบัติ
หลางโจวอยู่กลางลำน้ำ สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอุทกภัยคือมิมีการสกัดกั้นที่ต้นน้ำอีกสาเหตุหนึ่งคือภูมิประเทศของหลางโจวมีลักษณะเป็นแอ่งมีพื้นที่ต่ำหลายแห่งบริเวณรอบทะเลสาบซึ่งน้ำขังได้ง่าย
เมื่อช่วงก่อนหน้านี้หรงซิวได้ตรวจสอบเขื่อนและพบว่าบริเวณที่สร้างเขื่อนส่วนใหญ่เป็นตะกอนดินและฐานรากไม่มั่นคงมองไปเหมือนจะมิมีปัญหา แต่เวลานานเข้า แม้จะมิมีน้ำท่วมแต่จากการกัดเซาะของแม่น้ำก็จะถูกทำให้เกิดจนพังทลาย
พูดโดยรวมแล้ว มันมีปัญหาไปเสียทุกที่และการจัดการนั้นลำบากไม่น้อย
แต่ลำบากก็ต้องทำ ฮ่องเต้อวี่ซวนมอบหมายงานนี้ให้เขาแล้วก็ขอให้เขาทำให้ดี
หรงซิวทำได้เพียงต้องทำอย่างสุดความสามารถ
เวลาที่หรงซิวทำเรื่องกระไร ล้วนตั้งใจคิ้วขมวดขึ้นบางครั้ง และปล่อยวางลงบางครา คนทั้งคนดูจริงจังขึ้นไม่อ่อนโยนเหมือนกับตอนที่อยู่หน้านาง
อวิ๋นอี้นั่งอยู่ไกลๆ มองดูเขาที่จริงจังก็ได้รู้จักเขาใหม่อีกครั้ง
นางเอื้อมมือออกไปเกาฝ่ามือของเขาบุรุษหนุ่มที่หน้าไร้อารมณ์หันมา ในตอนที่มองนางแววตาของเขาก็โค้งขึ้นเขาเอ่ยปากก็เป็นน้ำเสียงอ่อนโยน “หิวแล้วใช่หรือไม่? เดี๋ยวไปทานข้าวกันวันนี้เจ้าคงเหนื่อยมากเลย จะให้ข้าป้อนหรือไม่?”
อวิ๋นอี้ส่ายหัวแล้วเอื้อมมือไปนวดระหว่างคิ้วของเขา พูดอย่างกังวล“ฝ่าบาทก็เหนื่อยใช่หรือไม่เพคะ?”
“เหนื่อยนิดหน่อยแต่หากฮูหยินต้องการ ข้าก็จะสนองให้เจ้า”
“......”
นางนานๆ ทีจะสงสารเขา แต่เขากลับคิดไม่ดีตลอด!
อวิ๋นอี้ยกขาเตะเขาเล็กน้อยแล้วร่างที่งดงามนั้นก็กระโดดหนี