ศาลารับลมในอุทยานหลวงมีทั้งหลังเล็กและหลังใหญ่ หลงจื่อเหว่ยเลือกหย่อนก้นลงนั่งในศาลาหลังที่เล็กที่สุด ทั้งยังวางจานใส่ลูกพลับแห้งรสหวานล้ำที่มารดาตั้งใจทำด้วยตนเองลงข้าง ๆ กาย
มือน้อย ๆ ทั้งสองข้างยกขึ้นมาทำท่าป้องเป็กรอบสี่เหลี่ยมด้านหน้า เพื่อเล็งหามุมทิวทัศน์ดอกเหมยท่ามกลางหิมะให้ชัดเจนขึ้น ก่อนจะนั่งลงเตรียมคัดอักษรอย่างอารมณ์ดี
ทว่าทันทีที่นางกำลังจะจรดน้ำหมึกตัวอักษรแรกลงบนแผ่นกระดาษ เงาดำสายหนึ่งก็ทอดยาวลงมาเบื้องหน้า บดบังแสงอาทิตย์ยามสายไปจนหมดสิ้น
เสียงแค่นไอลอดลำคอดังขึ้น
เมื่อหลงจื่อเหว่ยเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบเด็กหญิงอายุราว ๆ เก้าขวบยืนเท้าเอวจ้องเขม็งมาที่นางอยู่ เด็กหญิงคนนั้นสวมเสื้อผ้าแพรพรรณสีสดใสฉูดฉาดและประดับไปด้วยหยกล้ำค่าอัดแน่นเต็มตัว บ่งบอกว่าฐานะทางตระกูลฝั่งมารดาของตนเองนั้นร่ำรวยและทรงอำนาจเพียงใด
ส่วนด้านหลังมีเด็กหญิงอีกคนหนึ่งใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ อายุน่าจะมากกว่าเด็กหญิงคนหน้าเล็กน้อย และมีขบวนนางกำนัลติดตามมารับใช้ด้านหลังอีกมากมาย
เฮ้อ... ดูท่าจะมีผู้สูงศักดิ์มาหาเื่ข้าอีกแล้วสิน่า...
"เห็นองค์หญิงรองแล้ว เหตุใดยังไม่รีบคุกเข่าทำความเคารพอีก!" เสียงแหลมบาดหูขององค์หญิงรองดังขึ้นขัดบรรยากาศ "องค์หญิงใหญ่ก็เสด็จมาด้วย เ้าช่างไร้มารยาทสิ้นดี!"
องค์หญิงใหญ่หลงเฟยเซียนมองหาที่นั่งภายในศาลาเล็กก่อนจะหย่อนตัวลง แววตาราบเรียบเฉยชาจนเดาไม่ออกว่าในใจกำลังคิดอะไรอยู่
"จื่อจือคารวะพี่หญิงใหญ่ คารวะพี่หญิงรองเพคะ" หลงจื่อเหว่ยจำต้องวางพู่กันลงแล้วเอ่ยทักทายตามมารยาท
"เ้ากำลังทำสิ่งใดอยู่" องค์หญิงใหญ่ตรัสถามเสียงเรียบ
"กำลังฝึกคัดอักษรเพคะ"
องค์หญิงรองผู้นี้มีนามว่าหลงหย่าฉิน บุตรสาวเพียงคนเดียวของเว่ยลี่เฟย นางมีนิสัยเย่อหยิ่งเอาแต่ใจเนื่องจากมีตระกูลฝั่งมารดาคอยหนุนหลัง
หลงจื่อเหว่ยลอบสำรวจคนตรงหน้า พร้อมกับใช้ความคิดไปด้วย
การที่นางจงใจเข้ามาทักทายกวนโทสะก่อนในวันนี้ ดูท่าแล้วคงอยากจะกลั่นแกล้งนางเพื่อล้างแค้นแทนมารดาที่ถูกสั่งกักบริเวณคัดคัมภีร์จนออกจากตำหนักไม่ได้กระมัง
"ฮ่า ๆ ๆ เ้าน่ะหรือจะคัดอักษร วาดรูปเป็ดรูปไก่เสียมากกว่า!” พูดจบหลงหย่าฉินก็คิดอุบายกลั่นแกล้งเด็กหญิงตรงหน้าขึ้นมาได้ จึงเอ่ยต่อด้วยความกระตือรือร้น “ข้ามาเดินชมอุทยานหลวงกับพี่หญิงใหญ่แล้วรู้สึกว่า กิ่งเหมยตรงนั้นช่างงดงามยิ่งนักทว่ามันกลับอยู่สูงเกินไป ไม่แน่ใจว่าองค์หญิงสี่ผู้ปรีชาจะช่วยปีนขึ้นไปเก็บมาให้ข้าได้หรือไม่"
คำก็เ้า สองคำก็เ้า... ข้าก็เป็องค์หญิงที่มีสายเืัเหมือนกันนะยัยพี่รองบ้าอำนาจ!
หลงจื่อเหว่ยฮึบความโกรธเอาไว้ในใจก่อนจะยิ้มสู้
"พี่หญิงรองอยากให้จื่อจือช่วยเก็บกิ่งเหมยนั้นให้จริง ๆ หรือเพคะ"
"หากไม่ใช่เ้าแล้ว จะเป็พี่หญิงใหญ่หรืออย่างไรกัน กิ่งนู้น... กิ่งที่อยู่สูงที่สุดตรงนั้นแหละ!"
หลงหย่าฉินชี้ไปยังกิ่งเหมยที่อยู่บนยอดสูงที่สุด ท่าทางแย้มยิ้มสะใจเมื่อได้กลั่นแกล้งคนอื่น
นางคาดหวังจะให้เด็กท้ายตำหนักคนนั้นนอนป่วยเพราะลมหนาว จนไม่สามารถออกมาเดินลอยหน้าให้นางรำคาญใจได้อีก
"พี่หญิงรอง อากาศหนาวเหน็บเช่นนี้ไม่เหมาะแก่การปีนป่ายต้นเหมยเลยเพคะ ไม่สู้ให้ข้าตากลมวาดภาพดอกเหมยที่งดงามมอบให้ท่านแทนดีกว่าหรือไม่"
หลงจื่อเหว่ยพยายามบ่ายเบี่ยง เพราะนางเพิ่งจะทะลุมิติมาได้ไม่กี่วัน การมีเื่กับผู้อื่นทั้งที่ยังไม่รู้จักเขามากพอนั้นเสี่ยงจนเกินไป
"ไม่เอา! ข้าอยากได้กิ่งนั้น! เ้าอาศัยอยู่ตำหนักเดียวกันกับข้า คิดว่าจะบ่ายเบี่ยงคำสั่งของข้าได้หรือไง จะทำอะไรก็คิดถึงหน้าจางฉางไจ้มารดาเ้าเอาไว้ให้ดี ๆ ด้วยเล่า!"
หลงจื่อเหว่ยกำหมัดแน่นพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึก จนอกน้อย ๆ ขยับถี่รัว
ได้! อยากได้กิ่งเหมยนักใช่ไหม ข้าจะจัดการให้สาสมใจเลย!
หลงจื่อเหว่ยถกแขนเสื้อบุขนสัตว์ขึ้น จนเผยให้เห็นท่อนแขนขาวนุ่ม พร้อมกับพุ่งตัวตรงไปยังต้นเหมยโบราณที่ใหญ่ที่สุดทันที
ลวี่เอ๋อร์รีบคุกเข่าโขกหัวคำนับองค์หญิงรองครั้งแล้วครั้งเล่า
"องค์หญิงรองโปรดเมตตาด้วยเพคะ! องค์หญิงสี่เพิ่งจะหายจากพิษไข้ หากต้องปีนป่ายตากลมหิมะเกรงว่าจะล้มป่วยลงไปอีกรอบเพคะ"
ลวี่เอ๋อร์เสนอให้ตัวเองเป็คนปีนไปเก็บแทน แต่ทว่าองค์หญิงรองกลับทำเป็หูทวนลมไม่ยอมฟังสักนิด
เมื่อเห็นว่าเื่ราวตรงหน้าเริ่มเลยเถิด องค์หญิงใหญ่หลงเฟยเซียนจึงเอ่ยขัดขึ้น
"หย่าฉิน... อากาศเย็นเช่นนี้ ให้นางทำอย่างอื่นแทนเถอะ" แววตาสุขุมมีกระแสความเป็ห่วงพาดผ่านเล็กน้อย เมื่อได้เห็นเด็กน้อยใบหน้ากลมเกลี้ยงที่สูงเพียงแค่ระดับเอวของนาง กำลังวิ่งเตาะแตะไปท่ามกลางกองหิมะหนา
"พี่หญิงใหญ่ท่านอย่าใจอ่อนเด็ดขาดนะเพคะ! นางเด็กคนนี้คือปีศาจจิ้งจอกที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมล่อลวงฮองเฮาและไทเฮาเชียว ก่อนหน้านี้ก็ใส่ร้ายป้ายสีท่านแม่ของข้า ท่านพี่ไม่อยากลงโทษนางแต่ข้าอยาก!" หลงหย่าฉินยังคงดึงดัน
ในระหว่างที่องค์หญิงรองกำลังยืนกรานเสียงแข็ง ชิงหมัวมัวนางกำนัลาุโคนสนิทขององค์หญิงใหญ่ก็รีบส่งสายตาให้นางกำนัล แอบส่งคนไปแจ้งข่าวแก่หมัวมัวประจำตำหนักของกู้ซูเฟยพระมารดาขององค์หญิงใหญ่ทันที
ยามนี้องค์หญิงรองกำลังจะก่อเื่ใหญ่ ล่วงเกินสายเืักลางอุทยานหลวงแล้ว!
หลงจื่อเหว่ยปีนขึ้นไปบนต้นเหมยโบราณทันทีด้วยความคล่องแคล่ว
หึ... เห็นนางตัวเท่าหัวเข่าแต่ความจริงอายุมากกว่าพวกเ้าตั้งหลายรอบนะ!
ยังนับว่าโชคดีที่กิ่งก้านของต้นเหมยอันหนาวเหน็บนี้ ทั้งแข็งแรงและเหนียวแน่น อีกทั้งร่างกายของหลงจื่อเหว่ยยังได้รับพลังฟื้นฟูจากการคัดอักษรมงคลอยู่ตลอดเวลา ทำให้นางไม่ต้องรู้สึกเหนื่อยหอบง่าย ๆ อย่างเช่นเด็กหญิงทั่วไป
ยามนี้จึงมีเพียงหยาดเหงื่อผุดซึมชุ่มหน้าผากนวล จนเส้นผมหน้าม้าแนบสนิทไปกับผิวเท่านั้น
เมื่อปีนป่ายขึ้นมาจนถึงกิ่งไม้สูงชันที่องค์หญิงรอง้า หลงจื่อเหว่ยก็คว้ามันเอาไว้แน่น ก่อนจะะโเรียกหลงหย่าฉินในทันที "พี่หญิงรอง! ท่านลองดูทีว่าใช่กิ่งนี้หรือไม่เพคะ!"
"ใช่! กิ่งนั้นแหละ! รีบหักลงมา ข้าจะนำมันกลับไปปักแจกันที่ตำหนัก!" หลงหย่าฉินที่ยืนอยู่เบื้องล่างเงยหน้าะโสั่ง
หลงหย่าฉินแทบไม่ยากจะเชื่อสายตาว่า เด็กแขนขาสั้นหน้าตาโง่งมเช่นนั้นจะปีนต้นไม้ได้รวดเร็วขนาดนี้
ฮึบ!
หลงจื่อเหว่ยยืดตัวสุดแขนพลันออกแรงหักกิ่งเหมย
กร๊อบ!
ในตอนนั้นเอง สายตาอันเฉียบคมของหลงจื่อเหว่ยก็เหลือบไปเห็นว่า ที่ซอกกิ่งไม้ยังมีรังมดแดงขนาดใหญ่และก้อนน้ำค้างแข็งเกาะกลุ่มกันอยู่หนาแน่น
นางจึงถือโอกาสใช้ร่างเล็ก ๆ ของตนเองบังสายตาคนเบื้องล่างเอาไว้ แล้วจงใจช้อนเอารังของพวกเ้าตัวน้อยเ่าั้ ขึ้นมาวางแปะไว้บนกิ่งเหมยอย่างแเี ก่อนจะแสร้งะโลงไปว่า
"พี่หญิงรอง! ข้าเคยได้ยินท่านนักพรตกล่าวไว้ว่า... หากผู้ใดสามารถรับกิ่งเหมยที่ร่วงหล่นลงมาจากที่สูงด้วยมือของตนเองได้ ยามขอพรอันใดต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ย่อมสมปรารถนาทุกประการ! กิ่งเหมยนี้... ให้พี่หญิงใหญ่มารอรับดีหรือไม่เพคะ"
องค์หญิงใหญ่เลิกคิ้วด้วยความสงสัย
มีเื่มงคลเช่นนี้ด้วยหรือ... เหตุใดนางจึงไม่เคยได้ยินมาก่อน
ทว่าทางด้านหลงหย่าฉินที่ได้ยินคำว่า 'สมปรารถนา' พลันดวงตาก็ตาลุกวาวด้วยความโลภทันที!
"ข้ารับเอง! ข้าจะรับมันเอง! เ้าโยนลงมาตรงนี้เลย!"
หลงหย่าฉินรีบสับเท้าออกจากศาลารับลมอย่างรวดเร็ว ครู่เดียวก็มายืนกางแขนรออยู่ที่ใต้ต้นเหมยด้วยสีหน้าคาดหวังเต็มเปี่ยมแล้ว
เมื่อเห็นว่าเหยื่ออันโอชะมารอรับกรรมถึงที่ หลงจื่อเหว่ยก็ยกยิ้มกริ่ม พลันปล่อยกิ่งเหมยในมือร่วงหล่นลงไปเบื้องล่างทันที!
ฟุ่บ!
ทันทีที่หลงหย่าฉินยื่นมือออกไปตะครุบรับกิ่งเหมยเอาไว้ได้ ก้อนหิมะหนาวเหน็บก็ร่วงกราวเข้าใส่หน้าของนางอย่างจัง ซ้ำร้ายกองทัพมดแดงที่กำลังหงุดหงิด ก็ะเิอารมณ์กรูกันออกจากรัง เข้ามารุมกัดใบหน้าและลำคอของนางอย่างบ้าคลั่ง!
"กรี๊ดดดด! ช่วยด้วย! มดกัดข้า! กรี๊ดดด!"
องค์หญิงรองใสุดขีด วิ่งพล่านไปมาจนกระทั่งสะดุดเข้ากับรากไม้ล้มคว่ำลงบนกองหิมะ นางร้องไห้โฮเสียงดังจนน้ำตาและน้ำมูกไหลเปรอะเปื้อนรวมกันจนดูไม่ได้
เสียงกรีดร้องของเด็กช่างหอมหวานนัก!
หลงจื่อเหว่ยลอบหัวเราะในใจอย่างผู้ชนะ
"พี่หญิงรอง! ท่านทิ้งกิ่งเหมยนั้นทำไมกันเพคะ ข้าอุตส่าห์เสี่ยงชีวิตปีนขึ้นมาตั้งนาน!" หลงจื่อเหว่ยะโลงไป พลันแสร้งทำสีหน้าเบะปากเหมือนจะร้องไห้ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ
"มันมีมด! เ้าตาบอดหรืออย่างไรกันยายเด็กชั้นต่ำ!" หลงหย่าฉินตวาดลั่นพลางปัดพวกมดออกจากร่างกายอย่างร้อนรน อาภรณ์หรูหราเนื้อดีที่ตั้งใจสวมใส่มาอวดโฉม ยามนี้กลับเปรอะเปื้อนคราบโคลนและหิมะจนไม่เหลือเค้าความงดงามดังเดิม
"ข้าไม่เห็นจริง ๆ นะเพคะ ก็พี่หญิงรองบอกเองว่าอยากได้กิ่งนั้น... ข้าเป็เพียงน้องเล็กย่อมไม่กล้าขัดใจ"
ตุบ!
จู่ ๆ ก้อนหิมะก้อนหนึ่งก็ถูกปามาประทะเข้าที่หน้าผากของหลงจื่อเหว่ยเต็มแรง!
หลงหย่าฉินยืนกางขาหอบหายใจถี่ สายตาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวเมื่อรู้ตัวว่าถูกเด็กท้ายตำหนักทำให้ขายหน้าต่อหน้าผู้คน
"ปั้นมาให้ข้าอีก วันนี้ข้าจะปาจนกว่าเ้าจะตกลงมาเลย!" นางออกคำสั่งกับนางกำนัลของตน
ตุบ! ตุบ! ตุบ!
บอลหิมะจำนวนมากถูกระดมปาเข้าใส่ร่างของหลงจื่อเหว่ยอย่างบ้าคลั่งจนนางตั้งตัวไม่ทัน ภาพเบื้องหน้าพร่าเลือนจนไม่อาจหลบหลีกได้พ้น
และในที่สุด... ร่างก้อนแป้งกลม ๆ ก็สูญเสียการทรงตัวพลัดหล่นลงมาจากกิ่งไม้สูงทันที!