ถุงเพิ่มพื้นที่
ชิงเถายังเพียรฝึกสร้างถุงผ้าห้อยเอวพร้อมพื้นที่ทุกวันแต่ไม่ใช่ว่านางจะทำได้เยอะตามที่ต้องการ วันๆ หนึ่งทำได้เพียงสองถึงสามใบเท่านั้นด้วยเพราะต้องใช้พลังปราณและพลังชีวิตมากพอสมควร
“พักก่อนก็ได้นะลูก”นางลี่จูเอ่ยกับบุตรสาวอย่างชิงเถาที่นั่งเตรียมสร้างถุงผ้าใบที่สามของวันอย่างฝืนทนแม้ว่าใบก่อนหน้าจะเสร็จไปกว่าชั่วยามแล้ว แต่นางก็ยังเหนื่อยล้าอยู่ดี
“เจ้าค่ะท่านแม่ใบนี้เป็นใบสุดท้ายของวันแล้ว” ชิงเถาตอบมารดาไปยิ้มๆ เหมือนอยากจะบอกว่านางยังไหวก่อนจะจดจ่อกับการเพิ่มพื้นที่ให้ถุงผ้าต่อ ด้วยชิงเถานางเริ่มชำนาญแล้วในขั้นตอนการสร้างร่างกายและพลังปราณจึงเป็นไปขั้นตอนอย่างอัตโนมัติเหลือเพียงแต่ว่าสมาธิของนางจะแน่วแน่จนทำให้มันประสบผลสำเร็จเมื่อไหร่เท่านั้นเอง
“เพียงที่ชิงเถาสร้างขึ้นมาก่อนหน้าก็ล้วนดีมากแล้วนะเจ้าคะนางยังจะโหมกำลังขนาดนี้ ข้าล่ะห่วงร่างกายนางจริงๆ”เยว่ซินที่นั่งอยู่ไม่ไกลเอ่ยขึ้นอย่างเป็นห่วง เพราะนี่ก็ผ่านมาเป็นสัปดาห์แล้วที่ชิงเถาตั้งใจในการเพิ่มพื้นที่ให้ถุงผ้า
“เจ้าค่ะน้องรองมักตั้งใจแบบนี้เสมอ ถ้าหากไม่สำเร็จเป็นไปตามที่นางหวังนางก็จะไม่หยุดแบบนี้แหละ” ลี่ถิงก็เป็นห่วงน้องสาวไม่ต่างกัน แต่ก็ทำได้เป็นห่วงแล้วก็นั่งปักเย็บถุงผ้าห้อยเอวไว้ให้ชิงเถาพร้อมกับเยว่ซินแบบนี้เท่านั้นแหละ
“นั่นสิลูกแม่แต่ละคน ดื้อรั้นใช้ได้เลยนะ” นางลี่จูเอ่ยขึ้นอย่างยิ้มๆแต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไรนัก นางเฝ้ามองชิงเถาอยู่ตลอดเผื่อว่าเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นจะได้เข้าช่วยเหลือได้ทันเวลานั่นเอง
‘หวืบ’ แสงสว่างเล็กๆ เปร่งออกมาจากถุงผ้าปักลวดลายสวยใบเล็กเพียงครู่ก่อนจะหายไปเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าชิงเถาได้สร้างสรรผลงานขึ้นสำเร็จอีกชิ้นแล้ว เหลือเพียงขั้นตอนตรวจชิ้นงานเท่านั้นว่ามันจะผ่านหรือไม่
“ไหนดูซิเจ้าจะเป็นเช่นไร” ชิงเถาเอ่ยออกมาอย่างไม่คาดหวังเท่าไหร่แล้วนางตื่นเต้นมามากแล้วในวันแรกๆ พอถึงตอนนี้อาการนั้นล้วนหายไปเหลือเพียงแค่อยากรู้เท่านั้นว่าฝีมือนางจะพัฒนาขึ้นหรือไม่
“หืมมมม”ชิงเถาฮึมฮัมออกมาเบาๆ เมื่อผลงานชิ้นล่าสุดของนาง ดูเหมือนจะต่างออกไปจากชิ้นอื่นๆแต่มันเป็นไปทางที่ดี นั่นก็เพราะว่ามันเป็นตามความต้องการของนางแล้ว
“อ๊ากกกกกกได้แล้วๆ” ชิงเถาร้องเสียงดังออกมา เมื่อสำรวจดูแล้วพบว่าถุงผ้าใบเล็กใบนี้ข้างในของมันมีความจุได้เท่าๆกับตู้เสื้อผ้าตู้หนึ่งที่มีด้านยาวและด้านกว้างเท่ากันซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จไปอีกขั้นแล้วจากครั้งแรกที่สร้างได้เพียงความจุเท่าตะกร้าเท่านั้น
“ชิงเถา/ลูก/น้องรอง”ทั้งสามที่นั่งอยู่ไม่ไกลได้ยินเสียงร้องขึ้นรีบวิ่งเข้าไปดูทันที ทุกคนคิดไปต่างๆนานา กลัวว่าชิงเถาจะเป็นอะไรไป เพราะนางทั้งร้องิทั้งตัวที่ทิ้งตัวลงไปกับที่นั่งพร้อมดีดดิ้นไปมาเหมือนกับโดนพิษอะไรสักอย่างเข้าไป
“ลูกเป็นอะไรหรือไม่”นางลี่จูเข้ามาพร้อมสวมกอดชิงเถาไว้ทันที นางกลัวว่าชิงเถาจะเป็นอะไรไปโดยไม่ได้มองดูสีหน้าของชิงเถาด้วยซ้ำว่าเจ็บปวดเหมือนที่คิดหรือว่าดีอกดีใจจนน้ำตาไหลเหมือนที่ชิงเถากำลังเป็นอยู่ตรงหน้ากันแน่
“ฮ่ะ”ชิงเถาหยุดดีใจทันทีเมื่อจู่ๆ ก็รู้สึกถึงแรงกอดนางหันไปหาทุกคนที่กำลังมองนางด้วยสายตาเป็นห่วงจนทำอะไรไม่ถูก
“เอ่อข้า ไม่ได้เป็นอะไรเจ้าค่ะ ท่านแม่ข้าสบายดีเจ้าค่ะ” ชิงเถาเอ่ยออกมาเมื่อรู้สึกได้ว่าทั้งสามกำลังรู้สึกเช่นไรกับนางตอนนี้
“จริงรึจริงนะลูก”นางลี่จูคลายอ้อมกอดออกไปแล้วมองหน้าชิงเถาแล้วถามย้ำอีกรอบเพื่อความแน่ใจ
“เจ้าค่ะลูกไม่ได้เป็นนอะไรเลย สบายดีมากเลยเจ้าค่ะ” ชิงเถาตอบออกมาอย่างยิ้มแย้ม
“แล้วเช่นนั้นที่น้องรองร้องเสียงดังล่ะ”ลี่ถิงเอ่ยถามออกมาอย่างสงสัย เสียงดังขนาดนั้นพวกนางไม่ได้หูแว่วไปเองแน่ๆ
“อ๋อแฮร่ๆ พอดีข้าดีใจไปหน่อยน่ะเจ้าค่ะ” ชิงเถาหน้าแดงเล็กน้อยด้วยความเขินอายที่ทำให้ทุกคนตกอกตกใจไปด้วย
“แล้วเมื่อครู่นี้”เยว่ซินถามออกมา
“ข้าทำสำเร็จแล้วเจ้าค่ะถุงห้อยเอวอันนี้สำเร็จแล้วเจ้าค่ะ”ชิงเถาบอกทุกคนออกมาด้วยเสียงสดใจในที่สุดความพยายามของนางหลายวันก็สัมฤทธิ์ผลแล้ว หากรวมทั้งเวลานางศึกษาตำราและเริ่มลงมือทำก็ผ่านไปกว่าสิบวันแล้วกว่าจะได้ผลงานที่น่าพอใจที่สุดออกมา
“จริงหรือไหนพี่ของดูบ้าง” ลี่ถิงเอ่ยออกมาอย่างตื่นเต้น นางอดจะดีจะไปด้วยไม่ได้นี่ไม่ใช่ถุงห้อยเอวเล่นๆ นะ แต่นี่ผ่านการลงอักขระเพิ่มพื้นที่ลงไปด้วยมันเป็นของล้ำค่าชัดๆ
“นี่เจ้าค่ะพวกท่านลองตรวจสอบดู” ชิงเถายื่นไปให้ทั้งสามดูทันที เพื่อจะได้ช่วยกันตรวจสอบดูอีกรอบไม่ใช่ว่านางคิดฝันไปเอง
“ใช่จริงๆด้วยดีใจกับเจ้าด้วย สำเร็จแล้ว” ทั้งสามร่วมยินดีกับชิงเถากันด้วยหน้าตายิ้มแย้มก่อนจะนั่งร่วมมือกันออกแบบวางแผนการเย็บปักถุงผ้าห้อยเอวขึ้นอีก พวกนางคิดว่าจะทำให้ทุกใบมีลวดลายที่ไม่ซ้ำกันเป็นการเพิ่มมูลค่าเข้าไปอีกด้วยการปักลวดลายที่ดูสูงส่งควรค่ากับการมีไว้ครอบครอง
หลังจากนั้นผ่านไปหลายวันถุงห้อยเอวใบแรกก็ได้ออกสู่สายตาผู้คนแล้วด้วยการปล่าวประกาศจากโรงประมูลมี่จวนชิงเถาตัดสินใจนำมันออกประมูลเพื่อที่จะได้ดูว่าคนต้องการมันขนาดไหนและราคาค่างวดของมันจะสูงเท่าไหร่เมื่อเข้าร่วมประมูลถึงแม้ว่าความจุของมันจะไม่ได้มากมายอะไร แต่ก็ไม่ได้ดูเล็กด้วยขนาดความกว้าง ยาวและสูง เท่ากับหนึ่งจั้ง ก็นับว่าบรรจุของส่วนตัวได้พอสมควร (1 จั้ง =2.5 เมตร)
“วันนี้ก็ต้องขอบคุณพวกท่านมากนะทางโรงประมูลของเรามีชื่อเสียงขึ้นอีกครั้งก็เพราะพวกท่านเลย”เยว่ลู่ชายสูงวัยผู้เป็นเจ้าของโรงประมูลมี่จวนที่ครอบครัวเจี้ยนเฉิงได้ฝากถุงเพิ่มพื้นที่เข้าประมูลมาเมื่อไม่ถึงชั่วยามนี้เอ่ยออกมา
“ขอรับอย่างไรก็ถือว่าเราล้วนช่วยเหลือกัน เช่นนั้นวันนี้ข้าต้องขอตัวก่อน”จิ้นสิงเอ่ยกับผู้เป็นเจ้าของโรงประมูล ก่อนจะพาครอบครัวกลับวันนี้นอกจากจะได้ส่งของเข้าประมูล เขายังได้ประมูลตำราฝึกยุทธระดับกลางเล่มหนึ่งกลับไปด้วยถือว่าวันนี้ไม่ได้มาเสียเปล่าแล้ว