บทที่ 28 พากันลุกฮือขึ้นโจมตี
“การผ่าตัดครั้งนี้ค่อนข้างซับซ้อน ตอนนี้ปอดของคนไข้กลายเป็พังผืดหมดแล้ว เราจำเป็ต้องเปลี่ยนปอดใหม่ที่เข้ากับร่างกายของคนไข้”
“หลังจากผ่าตัดเปลี่ยนปอดเสร็จแล้ว เรายังจำเป็ต้องทำการผ่าตัดเอาเนื้องอกในสมองออกให้ทันเวลาด้วย ดังนั้นสถานการณ์จะซับซ้อนมาก”
“สรุปแล้ว การผ่าตัดครั้งนี้จะต้องไม่มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นเด็ดขาด!”
หวังเสี่ยวจวินพูดขณะใช้งานคอมพิวเตอร์ที่โต๊ะอย่างจริงจัง ผู้คนรอบข้างรวมถึงพยาบาลส่งเครื่องมือจำนวนหนึ่งฟังอย่างตั้งใจ เพราะกลัวว่าจะพลาดบางจุดที่อาจก่อให้เกิดปัญหา
ในเวลานี้เฉินฟาที่กำลังยืนอยู่ด้านข้าง ราวกับว่าเขาเจออะไรบางอย่าง
ในห้องประชุมตอนนี้คนค่อนข้างแน่น ถ้าฉวยโอกาสทำอะไรสักอย่างละก็...
พูดจริงทำจริง เฉินฟาแอบยื่นแขนข้างหนึ่งออกไปอย่างเงียบ ๆ ท่ามกลางผู้คนที่แออัด ก่อนจะผลักเอวของพยาบาลส่งเครื่องมือคนหนึ่งที่อยู่ตรงหน้าจากทิศทางของหานชิงอวี่
“อ๊ะ!”
พยาบาลส่งเครื่องมืออุทานเสียงเบา จากนั้นหันกลับไปมองหานชิงอวี่ที่อยู่ข้างหลังเธออย่างไม่พอใจ
“คุณช่วยหยุดประมาทเวลาทำอะไรหน่อยได้ไหม? อีกหน่อยก็ต้องขึ้นเตียงผ่าตัดแล้ว สภาพตอนนี้ของคุณอันตรายมากเลยนะคะ!”
พยาบาลส่งเครื่องมือดูเหมือนจะอายุประมาณ 30-40 และดูมีประสบการณ์มากกว่าพูดขึ้น
เธอหันกลับมาเห็นหานชิงอวี่ยืนอยู่ข้างหลังเธอพอดี ดังนั้นจึงคิดว่าแพทย์หนุ่มคนนี้ไม่ระวังจนชนเข้ากับเธอเมื่อกี้ จึงพูดขึ้นโดยไม่ให้โอกาสหานชิงอวี่ได้อธิบาย
แม้จะรู้ว่าเฉินฟาอยู่เื้ั แต่ในเวลานี้เขารู้ว่าไม่สามารถอธิบายแค่ด้วยคำพูดของเขาเองได้ ยิ่งไปกว่านั้น ผู้อำนวยการหวังกำลังอธิบายรายละเอียดบางส่วนของการผ่าตัดอยู่ และในเวลานี้เขาก็ไม่อยากสร้างปัญหาเพิ่มอีก
ดังนั้นเขาจึงแค่ยิ้มขอโทษพยาบาลส่งเครื่องมือที่อยู่ตรงหน้าและไม่ได้พูดอะไรอีก
เมื่อเห็นสถานการณ์อย่างนั้น ในใจเฉินฟาที่อยู่ด้านข้างยิ้มจนปากฉีกแล้ว ท้ายที่สุดแล้วการที่ได้เห็นหานชิงอวี่ปล่อยไก่ เขาก็มีความสุขมาก
ถึงแม้ว่าตอนนี้อีกฝ่ายจะไม่สนใจเขา แต่ในใจของเฉินฟาได้เตรียมละครอันยิ่งใหญ่ให้กับหานชิงอวี่แล้ว
เดิมทีเขาไม่ได้ตั้งใจจะมา แต่ก่อนที่ลุงของเขาจะส่งรายชื่อ เขากรอกชื่อของตัวเขาไปด้วย เพียงแต่ในใบรายชื่อ หานชิงอวี่เป็กำลังหลัก ส่วนเฉินฟาเป็แค่ผู้ช่วย
เขาแค่้าเป็ผู้ช่วยบนเตียงผ่าตัด คอยทำตามที่คนอื่นบอกเท่านั้น ส่วนหานชิงอวี่ต้องรับผิดชอบเอง!
เมื่อนึกถึงตอนที่หานชิงอวี่สติหลุดในห้องผ่าตัด เฉินฟาก็หัวเราะออกมาดัง ๆ ในใจแล้ว
...
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
ในห้องผ่าตัด
่เวลานี้ไฟแดงในห้องผ่าตัดก็สว่างขึ้น พร้อมกับการผ่าตัดที่เริ่มขึ้นอย่างเป็ระเบียบแบบแผน แพทย์และพยาบาลที่เพิ่งประชุมในห้องประชุมกลางเมื่อกี้ ตอนนี้รวมตัวกันอยู่รอบเตียงผ่าตัด เข้าร่วมการผ่าตัดตรงหน้าอย่างประหม่า
ในฐานะหนึ่งในตัวแทนของแผนกฉุกเฉิน หานชิงอวี่อยู่ในการผ่าตัดนี้อย่างเป็ธรรมชาติ แต่เฉินฟาแตกต่างออกไป เขาอยู่ตรงที่ว่างที่หาเจอด้านข้าง และไม่ได้สนใจความคืบหน้าของการผ่าตัดตรงหน้ามากนัก
ตรงกันข้าม ความสนใจทั้งหมดของเขามุ่งไปที่ตัวหานชิงอวี่ที่อยู่ตรงหน้า
แต่บางทีหวังเสี่ยวจวินอาจรู้สึกว่าหานชิงอวี่เป็คนใหม่ จึงยังไม่อนุญาตให้เขารับผิดชอบในส่วนที่ซับซ้อนกว่านี้ สิ่งนี้จึงทำให้เฉินฟารู้สึกท้อแท้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สุดท้ายแล้ว เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อดูการผ่าตัด แต่มาดูว่าหานชิงอวี่จะเป็ตัวตลกยังไง
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด …..
ขณะที่เฉินฟากังวลว่าเป้าหมายจะไม่สำเร็จ อุปกรณ์ที่อยู่ด้านข้างก็ส่งเสียงเตือนที่คมชัดและต่อเนื่องอย่างกะทันหัน
เมื่อได้ยินเสียงนี้ ทุกคนรอบ ๆ ก็มองดูอุปกรณ์อย่างประหม่า
“ผู้อำนวยการหวังคะ ออกซิเจนในเืของคนไข้ลดลงอย่างรวดเร็ว และอัตราการเต้นของหัวใจก็ลดลงเหมือนกันค่ะ!”
ถัดจากอุปกรณ์ที่ติดตามข้อมูลชีวิตของคนไข้แบบเรียลไทม์ พยาบาลคนหนึ่งพูดขึ้นอย่างกังวล
ไม่ใช่แค่พยาบาลที่อยู่ตรงหน้า แต่ทุกคนรอบตัวที่ได้ยินเสียงอุปกรณ์ดังต่อเนื่อง หัวใจพลันเต้นแรงทันที ตอนที่ได้ยินพยาบาลที่อยู่ด้านข้างบอกว่าออกซิเจนในเืและอัตราการเต้นของหัวใจของคนไข้ลดลง ในใจรู้สึกกังวลมากขึ้นไปอีก
ออกซิเจนในเื และอัตราการเต้นของหัวใจ
ทั้งสองนี้ถือเป็ข้อมูลสำคัญอย่างแรกที่รับประกันความปลอดภัยของคนไข้ระหว่างการผ่าตัด ตอนนี้ข้อมูลทั้งสองลดลงอย่างรวดเร็ว เป็เพราะการผ่าตัดมีบางอย่างผิดปกติแน่นอน!
หวังเสี่ยวจวินผู้รับผิดชอบการผ่าตัดด้วยตัวเองไม่ได้ตระหนักถึงเื่นี้
แต่หลังจากตรวจสอบอย่างยาวนาน แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์ที่มีประสบการณ์อย่างหวังเสี่ยวจวินก็ไม่สามารถหาปัญหาเจอได้
เหงื่อเม็ดเล็กซึมชื้นออกมาจากหน้าผากของแพทย์าุโ สถานการณ์ตอนนี้ค่อนข้างวิกฤต หากไม่สามารถหาปัญหาได้ทันเวลา การผ่าตัดครั้งนี้มีความเสี่ยงที่จะล้มเหลว!
“ผู้อำนวยการหวังครับ เนื้องอกในปอดของคนไข้อาจขยายใหญ่จากการกระตุ้นของยา เป็ไปได้ไหมครับว่าคือสาเหตุนี้?”
อยู่ดี ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหวังเสี่ยวจวิน
ชายชราเงยหน้าขึ้นมอง เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีใบหน้าที่ไม่คุ้นเคยยืนอยู่ข้างเขาจ้องไปที่ร่างของคนไข้พร้อมกับพูดขึ้น
ถ้าเขาจำไม่ผิดชายหนุ่มตรงหน้าน่าจะมาจากแผนกฉุกเฉิน เหมือนจะชื่อ… หานชิงอวี่?
ขณะที่หวังเสี่ยวจวินตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ชายหนุ่มอีกคนที่อยู่ด้านข้างก็พูดขึ้น
“หานชิงอวี่ ผู้อำนวยการหวังเป็ถึงผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์ เขาจะ้าคำแนะนำจากนายเหรอ?”
“ฉันแนะนำให้นายอย่าพูดพล่อย ๆ เลย ถึงเวลานั้นมันอาจส่งผลกระทบต่อการผ่าตัดของผู้อำนวยการหวัง เื่นี้นายรับผิดชอบไหวรึเปล่า?”
คนที่พูดในเวลานี้คือเฉินฟาที่หาโอกาสที่เหมาะสม และพร้อมที่จะทำให้หานชิงอวี่เป็ตัวตลกต่อหน้าทุกคน
ครั้งนี้เขาเตรียมพร้อมมาเต็มที่ หวังเสี่ยวจวินของแผนกอายุรศาสตร์เป็หนึ่งในแพทย์ชื่อดังที่เป็ที่รู้จักอย่างกว้างขวางของโรงพยาบาลศูนย์
มีคนจำนวนไม่น้อยยอมเดินทางหลายพันไมล์เพื่อมาที่นี่ เพียงเพื่อให้เขาช่วยรักษาโรคที่ยากและซับซ้อน
การตัดสินของเขาไม่มีทางผิดพลาดอย่างแน่นอน
ตอนนี้สิ่งที่เขาต้องทำคือกอดต้นขาของผู้อำนวยการหวังไว้ให้ดี เพราะมันจะสามารถทำให้หานชิงอวี่ล้มลงต่อหน้าคนหมู่มากได้อย่างแน่นอน!
ไม่รู้ว่าพระเ้าแอบช่วยเขาหรือเปล่า แต่หลังจากเฉินฟาพูด ทำให้เกิดเสียงสะท้อนมากมายในหมู่แพทย์ ST จากหลายแผนก
“คนนี้ใครกัน… ดูเหมือนจะมีคนบอกว่าเป็ดาวรุ่งของแผนกฉุกเฉินนะ ตอนนี้ใคร ๆ ก็เห็น ทำไมถึงขาดความรู้ทางการแพทย์ขนาดนี้เนี่ย”
“ในสถานการณ์แบบนี้อย่ารีบแสดงตัวเลย มันจะอายคนได้ง่าย ๆ”
“ในฐานะสมาชิกแผนกฉุกเฉินควรทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีก็พอแล้ว ผู้อำนวยการหวังเป็บุคคลที่ได้รับความเคารพอย่างมาก และถือได้ว่าเป็คณบดีของโรงพยาบาลเรา เขาต้องมาขอคำแนะนำจากคนอื่นด้วยเหรอ?”
เนื่องจากการผ่าตัดตรงหน้าครั้งนี้ไม่ค่อยมีให้เห็นมากนัก ดังนั้นบริเวณนี้จึงมีแพทย์ ST จากแผนกอื่น ๆ จำนวนไม่น้อย
ขณะที่ทุกคนมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันออกไป และดูเหมือนจะไม่พอใจอย่างมากกับพฤติกรรมทำตัวเด่นของหานชิงอวี่ ชายหนุ่มผู้เป็คนโปรดของแผนกฉุกเฉินจึงถูกกลุ่มคนที่นี่พากันลุกฮือขึ้นโจมตี
อย่างไรก็ตาม คำพูดประโยคนี้ของหานชิงอวี่สำหรับหวังเสี่ยวจวินแล้ว ทำให้เขาหูตาสว่างขึ้นมา
เพียงหนึ่งประโยคทำให้ความสับสนของเขาหายปลิดทิ้ง!
เมื่อหวังเสี่ยวจวินคิดถึงตรงนี้ เขาก็เอื้อมมือที่สั่นเทาไปยังปอดที่เพิ่งเปลี่ยนใหม่ของคนไข้ทันที