เกิดใหม่เป็นตัวประกอบนิยายโอโตเมะจีน

    ตอนที่สามสิบสี่ ไม่รู้คุณค่าของหยก ได้รับกลับทิ้งขว้าง

    ตอนที่สามสิบสี่ ไม่รู้คุณค่าของหยก ได้รับกลับทิ้งขว้าง

    ควบคุมปัจจัยการผลิตและทรัพยากรได้ เราก็จะควบคุมสังคมได้

    ทางค่ายพรรคหรือสำนักจึงใช้ทรัพยากรอย่างหินวิญญาณและยา รวมไปถึงเคล็ดวิชาและสูตรลับต่างๆ

    ควบคุมความประพฤติของสมาชิกในพรรค

    สิ่งของบางอย่าง มีเงินก็ไม่สามารถซื้อหาได้ มีไว้ได้แต่ก็อาจรักษาไว้ไม่ได้

    หากการคำนวณของผมนั้นถูกต้อง

    แค่ก้อนแร่หินวิญญาณธรรมดาหนึ่งก้อน ก็เพียงพอที่จะทำให้ชาวบ้านธรรมดามีกินไปนับเดือนอย่างดี หรือแบบพอรอดตายได้ทั้งปี

    หากควบคุมทรัพยากรทั้งหมดได้ก็จะสามารถสร้างนักบ่มเพาะพลังระดับสูงได้เท่าที่เราต้องการ

    นั่นคือทางทฤษฎี

    หากมีทรัพยากรมากพอ ตระกูลใหญ่สามารถผลิตราชันย์ยุทธได้หากทุ่มเททรัพย์สิน ของวิเศษแบบแทบจะหมดตัว ล้มละลาย

    ของวิเศษที่เห็นในนิยายไม่ใช่ของที่มีขายหรือหาซื้อได้

    แบบเดียวกับภาพเขียนหายาก หรือโบราณวัตถุของโลกปัจจุบัน

    ที่มีแต่ราคาว่าแพงระดับพันล้าน แต่มหาเศรษฐีที่มีไว้ก็จะไม่ขายแต่จะเก็บไว้ในโกดัง พิพิธภัณฑ์ส่วนตัวของตนเอง เอาไว้อวดเศรษฐีด้วยกันหรือเพื่อในวงการเดียวกันเท่านั้น

    ในโลกนี้หากทำอย่างนั้นอาจจะโดนลอบสังหารและแย่งของไปได้

    และตระกูลคงไม่มีใครจะทุ่มเทจนบ้าเลือดทุ่มเทให้คนคนเดียวจนถึงระดับราชันย์ยุทธ

    เพราะว่าต้องแบ่งทรัพยากรให้ผู้อาวุโสของตระกูลคนอื่นๆด้วย

    มหาราชันย์ยุทธจึงเป็นที่นับหน้าถือตา ว่าคนที่มีความสามารถจริงแท้แน่นอน ที่สามารถฝ่าฟันมาถึงจุดนั้นได้ ไม่ใช่เรื่องของการมีทรัพยากร แต่เป็นผู้มีพรสวรรค์เองด้วย

    และมหาราชันย์ยุทธที่ว่านั้น ก็ถูกสังหารอย่างลูกกระจ๊อกกี๊กี๊ในช่วงหลังๆของเรื่องล่ะครับ

    ผมขอชื่นชมแนวพีเรียดของนักอ่านหญิงไว้อย่างหนึ่งคือสเกลพลังยังไม่เกินสิบขั้น

    ว่ายังไม่มีระดับดาวอื่นหรือมิติอื่น ลงมาสร้างเรื่องราวให้พระเอกตามหานางเอกที่จะแต่งงานกับคนที่อยู่มิติสูงกว่าที่ไม่ได้รักใคร่ชอบพอ

    เรื่องราวของเรายังอยู่ในจักรวาลและมิติเดียวกัน

    ไม่ต้องไปขัดขวางการแต่งงานของตัวละครนางเอกที่จะแต่งงานกับคนมิติชั้นสูงและไล่ฆ่าคนที่มีพลังก่อนหน้านั้นไประหว่างทาง

    หากมีมิติที่สูงขึ้นไปมาเกี่ยว ผมคงเสียสติมากกว่านี้แน่ๆ

    เอ๊ะ แต่ก็น่าจะเป็นวิธีที่น่าจะหนีจากพวกบ้าๆนี้ได้โดยไปอยู่อีกมิติหนึ่งนะ น่าสน น่าสน

    เดี๋ยวจะลองค้นคว้าเรื่องมิติลับหรือมิติที่สูงขึ้นไปและต่ำกว่าดู

    มันมีช่องเก็บของและมิติลึกลับต่างๆ เดี๋ยวเราจะลองศึกษาเรื่องพวกนี้ดู

    “หวังลี่หายสาบสูญไปในช่องว่างมิติ” ก็ฟังดูเป็นจุดจบที่ไม่เลวเลย

    เพราะมิติที่ว่าก็มีเมือง วัฒนธรรมชาวจีน สำนัก หลักขงจื้อ หลักเต๋า พระ นักบวชฯลฯเหมือนกันไม่ว่าจะไปที่โลกมิติสูงขึ้นหรือมิติที่พลังต่ำลงไปก็ตาม

    มองอีกแง่ เราอาจจะสามารถไปใช้ชีวิตสโลไลฟ์ที่มิติต่ำกว่าได้จริงก็ได้

    ยิ่งถ้ามิติต่ำกว่านั้นมีมุก

    “ค่ายกล ข่ายมนตร์ที่ป้องกันคนที่มีพลังสูงกว่าจากมิติที่สูงกว่า”มาก็ยิ่งดีเลย

    แต่ตอนนี้ใส่ใจในสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไปก่อน

    การเดินทางหมื่นลี้เริ่มที่ก้าวแรก

     

    อวิชชาแดนไซฮกไม่มีทางลัด

    “แง ไม่เอา ไม่ชอบขมปี๋อา ท่านพี่..ไม่เอาไม่เอา”

    นี่แม่คุณนี่มันยาเสริมปราณที่มีคุณค่ามากกว่าหินพลังปราณธรรมดานับร้อยก้อนอีกนะ

    เป็นของดีที่เหล่าลูกศิษย์ ของสำนักไท่ซาน ต้องหลังขดหลังแข็งทำงานเพื่อสำนักเพื่อที่จะให้ได้มาและมีจำนวนจำกัดอีกนะ

    ศิษย์บางคนอยากจะแลกแต้มภารกิจแม้จะมีแต้มมากพอก็แลกไม่ได้

    Human Error ข้อผิดพลาดของมนุษย์อีกแล้ว

    มนุษย์คือปัจจัยที่ทำให้สมการหลายๆอย่างเสียไป

    คนที่เตือนเรื่องอัลฟ่าโกะก็เคยบอกเอาไว้

    ว่า”พวกเขาหลงระเริงมากเกินไป คิดว่าการแก้ปัญหาในโลกความเป็นจริงเป็นเรื่องง่าย การแก้ปัญหาในโลกแห่งความจริงไม่ได้มีข้อมูลที่ทำให้พวกเขาใช้ได้อย่างมหาศาลและมีกฎเกณฑ์แน่นอนอย่างดกะ”

    และผมก็เจอปัญหานั้นอีกแล้วครับท่าน

    อี้จิงไม่ชอบทานยาเสริมลมปราณที่ช่วยเรื่องการเพิ่มพลังวัตรและประสิทธิภาพในการเดินลมปราณ

    “ไม่เอาของขมๆนะคะ ท่านพี่” อี้จิงกอดเอวผมและอ้อนผมไว้ ดวงตาใสแป๋วที่มีประกายสีน้ำเงินจางๆจ้องมองผม

    ท่าทางน่ารักถ้าคนภายนอกมาเห็น แต่ผมตระหนักดีว่าเธอที่มีพลังระดับนักยุทธแม้จะระดับเดียวกับผม ก็สามารถกอดจนร่างกายผมบิดเบี้ยวแตกสลายได้ แม้ระดับพลังจะเท่ากันก็ตาม

    ผมกะจะทดลองว่าจะให้อี้จิงทานยาและเดินลมปราณ จากนั้นผมทานยาและเดินลมปราณและทดลอง บันทึกผลว่าอย่างไหนจะมีประสิทธิภาพมากกว่ากัน

    แต่คนเราไม่ใช่เครื่องจักร อี้จิงไม่ใช่คนที่ทำตามที่ผมบอกทุกเรื่อง

    จนบางครั้งผมชักคิดนิดๆว่าเธออาจจะจงใจไม่ฟังคำสั่งเพื่อหาเรื่องอ้อนคุยกับผมมากกว่าแฮะ

    และการบังคับให้เธอทานยาที่มีค่าก็จะสร้างความทุกข์ใจและความงอแงของเธอขึ้นมาอีก

    ผมอาจจะต้องทำใจมองในแง่มุมหนึ่ง ว่าคนทั่วไปอาจจะมองไม่เห็นพรสวรรค์ของเธอ

    แต่อี้จิงเธอก็มองไม่เห็นคุณค่าของยาวิเศษในสายตาของคนทั่วไปเช่นกัน

    หากมองในแง่หนึ่ง ตีความเคล็ดวิชาหรือแก้ปัญหาค่ายกลที่ซับซ้อน ก็ยังไม่ยากเท่ากับการคำนวณจิตใจของมนุษย์

    หลายอย่างไม่คำนึงถึงเหตุผล

    ผมไม่คาดฝันมาก่อนว่า แนวทางการเพิ่มพลังที่มีประสิทธิภาพที่สุดที่ผมวางแผนไว้คือการใช้อี้จิงย่อยสลายพลังจากเม็ดยาที่น่าจะย่อยสลายได้มีประสิทธิภาพมากกว่าผม

    กลับผิดพลาดไปด้วยเหตุผลว่า”รสชาติขม”

     

    Human Error ความผิดพลาดในส่วนของมนุษย์มีอยู่เสมอในสมการของโลกแห่งความเป็นจริง

    บอกไว้ก่อน ผมไม่ยอมใช้วิธีแบบเคี้ยวยาและป้อนปากต่อปากหรอกนะ

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นตัวประกอบนิยายโอโตเมะจีน ที่คุณอ่าน