ขณะที่เฟยฉีกำลังครุ่นคิดอยู่นั้นคนยกอาหารก็ได้ยกอาหารออกมาให้พวกนางพอดีเื่นี้ไว้คิดอีกทีแล้วกัน ตอนนี้ขอกินอะไรอร่อยๆก่อน เื่กินเื่ใหญ่ ต้องกินเพื่ออยู่จะได้มีแรงสู้ต่อไว้ค่อยหาทางไปขอโทษบุรุษท่านนั้นทีหลัง
ซินหยานมองเฟยฉีก่อนจะส่ายหน้าไปมากับพฤติกรรมแปลกๆของนางทานอาหารไปได้ไม่นานจู่ๆเฟยฉีก็รู้สึกปวดท้องขึ้นมาอย่างกะทันกันนางกุมท้องแล้วรีบลุกทันที
“ เหมยเม่ยรอข้าสักครู่นะ ข้ารู้สึกปวดท้องน่ะ ” ไม่รอให้ซินหยานได้ตอบกลับเฟยฉีกุมท้องรีบวิ่งออกไปทันที
เฟยฉีตามหาที่ปลดทุกข์อยู่นานกว่าจะเจอที่นี่กว้างใหญ่ยิ่ง เดินทีปวดเมื่อยขาไปหมด หลังจากที่ทำธุระส่วนตัวเสร็จเฟยฉีเดินกลับเข้ามาก็ได้เดินผ่านห้องสุราอื่นทว่าบังเอิญได้ยินเสียงแปลกๆดังแว่วเข้ามาในหูของนาง ต่อมเผือกเริ่มทำงานเฟยฉีหยุดเดินแอบฟังดูว่าข้างในพวกเขาทำอะไรกัน
“ องค์ชายเพคะ ~ ” น้ำเสียงอ้อยอิ่งนี้ นางฟังไม่ผิดใช่หรือไม่ลี่หยางมาเที่ยวที่แบบนี้ด้วยงั้นหรือ
ที่สำคัญมีสตรีอยู่ข้างในนั้นกับเขาด้วยสตรีผู้นั้นช่างเอาอกเอาใจเขาเสียจริงถึงนางจะยืนอยู่ข้างนอกแต่นางก็พอจะเดาได้ว่าบรรยากาศข้างในเป็อย่างไร หัวใจของนางเต้นแรงผิดปกติความรู้สึกแปลกบางอย่างแทรกเข้ามา
“ องค์ชาย ~ ” เฟยฉีกำลังจะหมุนตัวเดินกลับไปที่เดิมเหมือนไม่เคยได้ยินเสียงเรียกเช่นนี้มาก่อนทว่าครู่นั้นเสียงสตรีผู้นั้นกลับดังขึ้นอีกครั้ง
ครานี้นางอยากจะหนีก็หนีไม่พ้นสตรีผู้นั้นกำลังเรียกเขาจริงๆ เฟยฉีทนไม่ไหวอีกต่อไปถีบประตูบานใหญ่นั่นออกอย่างแรง ร่างบางแข็งทื่อตะลึงงันกับภาพที่อยู่ตรงหน้าเฟยฉีไม่อยากจะเชื่อว่าลี่หยางจะทำเื่น่าอายเช่นนี้สตรีผู้นั้นกำลังนั่งอยู่บนตักแกร่งของเขาเสื้อผ้าอาภร์ณเลื่อนต่ำเผยให้เห็นเนื้อหนังสาหมด
เฟยฉีจ้องลี่หยางตาเขม็ง เขาคือสามีของนางนะ ใยถึงมาทำเช่นนี้กับนางเขาปล่อยให้สตรีอื่นนั่งอยู่บนตักเขาเช่นนั้นได้อย่างไรกันที่ทำให้เฟยฉีใกว่านั้นคือลี่หยางไม่มีทีท่าใใดๆเลยสีหน้ายังคงเรียบนิ่งเ็าเหมือนเคยลี่หยางมองเฟยฉีด้วยสายตาที่เยือกเย็นอยู่ครู่นึงก่อนจะปรายตากลับไปมองสตรีที่นั่งอยู่บนตักอย่างต้องมนต์เสน่ห์
เฟยฉีในตอนนี้ร่างแข็งทื่อเหมือนถูกสาปสมองเบลอไม่รับรู้อะไร ความรู้สึกนางในตอนนี้เจ็บแปลบที่ใจอย่างแปลกๆดวงตาแดงก่ำเหมือนพยายามกลั้นน้ำตาไว้นางก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุอันใดนางถึงได้รู้สึกแปลกเช่นนี้
“ องค์ชายไม่มีอะไรจะพูดกับหม่อมฉันเหรอเพคะ? ” เฟยฉีเอ่ยถามเบาๆน้ำเสียงแฝงไปด้วยความเ็ปที่มีอยู่เต็มอก
“เ้ามาที่นี่ทำกระไร ?เ้ากับข้าเคยเจอกันงั้นหรือ ?” คำตอบของลี่หยางทำให้เฟยฉีเ็ปหัวใจอย่างยิ่งเห็นแววตาไร้ความความรู้สึกที่มองมาที่นางเ็ปกว่า คำพูดและแววตาเหมือนมีดนับพันเล่มเฉือนที่ใจนาง
เฟยฉีฝืนยิ้มอย่างขมขื่น นางไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้อีกน้ำใสเอ่อล้นขอบตาบดบังใบหน้าเ็าลี่หยางที่อยู่ตรงหน้านางพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้เขาเห็นมัน ทว่าตอนที่นางฟืนยิ้มหยาดน้ำใสกลับหยดลงมาลี่หยางเห็นเช่นนั้นก็แปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่อาจแสดงอาการให้นางเห็นได้
“ ได้ หม่อมฉันกับองค์ชายเราไม่เคยพบเจอกันมาก่อนเพคะหม่อมฉันจำคนผิด หม่อมฉันนึกว่าองค์ชายคือสามีของหม่อมฉันเพคะ ขออภัยองค์ชายด้วยเพคะ”
สิ้นประโยคเฟยฉีก็เดินออกจากห้องไป น้ำตาที่อดกลั้นไว้ไหลอาบนองสองแก้มดั่งสายน้ำเห็นร่างอรชรเดินหายลับไปลี่หยางก็รู้สึกหน่วงๆที่ใจแววตามีความกังวลเศร้าอยู่เล็กน้อย นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้รู้สึกเช่นนี้
เฟยฉีเดินเงียบๆออกจากโรงเตี๊ยมไป นางไม่มีอารมณ์จะไปนั่งดื่มต่อนางเริ่มรู้สึกซึมๆขึ้นมาหน่อยแล้ว เดินโซซัดโซเซตามถนนดินดวงตาที่โศกเศร้ายังคงเต็มไปด้วยคราบน้ำตาที่ยังไม่เหือดแห้งคิดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้หยาดน้ำใสกลับไหลออกมาอีกครั้ง เฟยฉีเดินไปอย่างไร้จุดหมายปลายทางถนนที่มีคนพลุกพล่านค่อยๆเงียบสงัดเฟยฉีนั่งลงพิงไปที่ผนังเก่าๆด้วยความเหนื่อยล้า
“ทำไมข้าจะต้องร้องไห้ด้วย ฮือๆๆ เขาเป็ใครกันทำไมข้าจะต้องปวดใจถึงเพียงนี้ต้องเสียสติไปแล้วแน่ๆเลย ... ”
เฟยฉีหัวเราะเยาะตัวเองยิ้มให้กับความผิดหวังโง่เขลาของตน นางกับลี่หยางไม่ได้เป็อะไรกันจริงๆนั่นแหละการแต่งงานก็เหมือนการหลอกลวง พวกเขาไม่ได้รักใคร่กันเสียหน่อย
ทว่าเวลานั้นลี่หยางกลับเข้ามาที่ตำหนักพอดี ไม่รู้เพราะเหตุใดวันนี้เขาถึงได้รู้สึกอ้างว้างแปลกๆพิกลปกติเขากลับเข้ามาในตำหนักจะเห็นนางอยู่ที่สวนดอกไม้ไล่จับผีเสื้อไม่ก็เดินมาชวนเขาคุยไปเรื่อยแต่วันนี้เขากลับมากลับเจอกับบรรยากาศที่เงียบสงบอย่างน่าแปลกใจ มีเพียงลมเย็นพัดผ่านร่างเขาไปขณะนั้นมีสาวใช้วิ่งหน้าตาแตกตื่นมาแต่ไกล
“ องค์ชายเพคะพระชายาออกไปเดินเล่นนอกตำหนักจนป่านนี้ยังไม่กลับเข้ามาเลยเพคะ ”
ดวงตาเศร้าสร้อยเมื่อครู่ ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้นแปรเปลี่ยนเป็กังวลทันทีนางยังไม่กลับมาที่ตำหนักงั้นหรือ ลี่หยางนึกว่านางกลับมาก่อนตนเสียอีกลี่หยางตะคอกออกคำสั่งที่ทรงอำนาจแฝงอารมณ์โกรธในน้ำเสียง
“ให้คนออกตามหานาง !!! หากเกิดเื่อะไรขึ้นกับนาง !!!ข้าจะตัดหัวพวกเ้าเสีย !!! ”
เหล่าองคลัษณ์รีบออกไปตามหาเฟยฉีตามคำสั่งของลี่หยางทันทีร่างใหญ่สะบัดแขนเสื้อแล้วเดินออกจากตำหนักไปตามหานางอีกแรงเสียงเรียกตามหานางดังก้องไปทั่วทั้งเมือง
“ พระชายาเพคะ? พระชายาอยู่ที่ใดเพคะ? ”
“ พระชายา” อากาศ ณ ตอนนี้หนาวยิ่งลมพัดแรงเป็บางครั้ง บ่าวออกตามหาเฟยฉีเกือบสองชั่วยามก็ยังไม่พบเจอนาง
ทันใดนั้นจู่ๆฝนก็ตกหนัก เฟยฉีหลบฝนในซอยเล็กๆ ฟ้ามืดครึ้มลมแรงพัดไม่หยุดนางแอบเสียใจที่ไม่กลับไปที่ตำหนักให้เร็วกว่านี้ ความหนาวทำให้ร่างบางสั่นระริกเฟยฉีนั่งลงไปที่พื้นกอดร่างตัวเองไว้แน่น เดิมทีเฟยฉีไม่ถูกกับฝนร่างกายไม่สบายง่ายเมื่อเจอฝน ครานี้นางทนไม่ไหวแล้วจริงๆ
ร่างเฟยฉีกำลังจะหมดสติล้มลงไปที่พื้นก็มีแขนแกร่งของใครบางคนมาประคองไว้ได้ทันกลิ่นกายนี้ทำให้นางอุ่นใจยิ่ง เฟยฉีพยายามลืมตามองบุรุษที่อยู่ตรงหน้า ลี่หยางเขาออกมาตามหานางงั้นหรือ ?
“ ข้าขอโทษยอดดวงใจของข้า ” น้ำเสียงอบอุ่นนุ่มนวลแฝงความเป็ห่วงทำให้นางรู้สึกซึ้งใจยิ่งนัก
ความอบอุ่นแผ่ซ่านทั่วร่างกายของเฟยฉีนางได้แต่ยืนนิ่งให้ลี่หยางกอดนางอยู่อย่างนั้น นางรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยแต่รู้สึกดีใจมากกว่า
“เรากลับตำหนักกันเถิด ” ลี่หยางเอ่ยน้ำเสียงแ่เบาเฟยฉีผลักเขาให้ออกห่าง แล้วยกมือขึ้นเหมือนเป็การห้ามไม่ให้เขาเข้าใกล้
“ หม่อมฉันจะไม่กลับตำหนักนั่นอีกแล้วเพคะโดยฉะเพราะกลับกับคนเ้าชู้อย่างองค์ชาย ”
เฟยฉีจ้องมองลี่หยางด้วยสายตาคาดโทษ คนที่ทำให้นางเจ็บซ้ำน้ำใจนางไม่กลับไปกับเขาหรอก ไม่มีทาง ลี่หยางยังคงเรียบนิ่ง ก้าวไปหานางอย่างช้าๆ
“อย่าถอยห่างข้า เ้าจะไม่สบายเอานะ ” น้ำเสียงอันอบอุ่นนุ่มนวลนี้ทำให้หัวใจนางเต้นรัวเร็วอีกครั้งดวงตากลมเบิกโพรงไม่กระพริบตา
“ พอได้แล้ว หม่อมฉันกลับไปที่ตำหนักก็ได้เพคะไม่ต้องแสร้งทำดีหลอกหม่อมฉันหรอกเพคะ ”
เฟยฉีเดินผ่านหน้าลี่หยางไปเขายื่นนิ่งพลางคิดอะไรอยู่ครู่นึงก่อนจะเดินตามหลังนางไป วันนี้เขารู้ว่าตนผิดเขาทำให้นางเจ็บช้ำน้ำใจ ลี่หยางไม่เคยยอมให้สตรีใดอย่างนางมาก่อนแม่นางผู้นั้นก็เช่นกัน ทว่าใช้ชีวิตอยู่กับเฟยฉีได้ไม่นานลี่หยางกลับเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้
ถึงที่หน้าตำหนัก เฟยฉีกอดร่างตัวเองที่สั่นระริกเหมือนลูกหมาตกน้ำเดินลงจากรถม้าเดินเข้าไปข้างในบ่าวรับใช้เห็นแบบนั้นก็รีบวิ่งเข้ามาพยุงนางไปที่เรือน
“ นี่พวกเ้าเป็อะไรกัน คุกเข่าทำไม รีบลุกขึ้นสิ”
“ พระชายาเพคะหม่อมฉันผิดไปแล้ว หม่อมฉันไม่ดีเองเพคะ ” เห็นนางกำนัลมีทีท่ากลัวเช่นนี้ นางก็พอจะเดาได้ว่าเขาขู่อะไรพวกนางไว้เฟยฉีถอนหายใจก่อนจะโน้มตัวลงไปพยุงบ่าวให้ลุกขึ้น
“ไม่ใช่ความผิดของพวกเ้าเลย ไม่ต้องกลัว ตอนนี้ข้าอยากจะอาบน้ำเตรียมน้ำอุ่นให้ข้าด้วย ”
“ เพคะ ” นางกำนัลใช้เช็ดน้ำหูน้ำตาเดินไปส่วนเฟยฉีปรายตามองลี่หยางอย่างเคืองๆก่อนจะสะบัดตูดเดินกลับไปที่เรือนของตน
ลี่หยางได้แต่ปิดปากเงียบไม่กล้าพูดอะไรมองนางเดินจากไปนางนิสัยเหมือนเด็กหรือเขายอมนางมากเกินไปกันนะลี่หยางคิดอยู่ครู่นึงจู่ๆเขาก็ไอขึ้นสองสามครั้งเฟยฉีที่กำลังเดินกลับไปที่เรือนได้ยินเสียงลี่หยางไอก็รีบหันมาดูเขาออกตามหานางนานหลายชั่วยาม เขาจะไม่สบายก็ไม่แปลก แต่คิดถึงเหตุการณ์ในวันนี้เฟยฉีก็อยากจะเอาคืนบ้าง นางแลบลิ้นใส่ลี่หยางก่อนจะพูดกับเขาว่า
“ สมน้ำหน้า~ เชอะ ” ทันทีที่เฟยฉีเดินไป ลี่หยางก็ไอไม่หยุดเสื้อผ้าเปียกโชกร่างกายเริ่มสั่นเพราะเย็น
สีหน้าเริ่มขาวซีด ลี่หยางเดินกลับไปที่ตำหนักอย่างยากลำบากเดินไปถึงหน้าตำหนักร่างใหญ่ก็ทรุดลงที่หน้าประตูดีที่เฟยฉีมาพยุงร่างเขาไว้ได้ทัน นางก็ไม่ได้ใจร้ายกับเขาขนาดนั้นได้ยินเสียงเขาไอไม่หยุดเฟยฉีจึงเดินตามลี่หยางมาอย่างเงียบๆ คิดดูอีกทีนางก็มีส่วนผิดเหมือนกันลี่หยางดีกับนางมาก เื่แค่นี้นางไม่ถือโทษโกรธแค้น ปล่อยผ่านก็แล้วกัน
“ ขออภัยองค์ชายหม่อมฉันทำให้องค์ชายไม่สบายจนได้ ” เฟยฉีเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิดเจือความเป็ห่วงลี่หยางไม่พูดอะไรเอาแต่ไออยู่ไม่หยุด
เฟยฉีประคองลี่หยางมาที่เตียงไม้ใหญ่ อาภร์ณเปียกขนาดนี้ต้องเปลี่ยนโดยเร็วแต่นางเป็สตรีนะจะทำหน้าที่นั้นได้อย่างไรกันแค่คิดว่าต้องถอดเสื้อให้เขาก็อยากจะอ้วกแล้ว
“ บ่าวอยู่ไหน?!!! ” เฟยฉีะโเรียกบ่าวให้มาช่วย ไม่นานบ่าวก็วิ่งมาโค้งศรีษะให้นางมาแต่ไกล
“ เพคะพระชายาเรียกหม่อมฉันมีอะไรเหรอเพคะ ? ”
“รีบไปเอาเสื้อผ้าขององค์ชายมาให้ข้า ”
“ เพคะ ” บ่าวกำลังจะเดินออกไปเตรียมเสื้อผ้าให้ลี่หยางก็ถูกนางเรียกกลับเข้ามาอีกครั้ง
“ อย่าลืมน้ำอุ่นกับผ้าขาวให้ข้าด้วย”
“ เพคะพระชายา” ทันทีที่บ่าวจากไปเฟยฉีก็หันไปดูอาการของลี่หยาง
สภาพเขาในตอนนี้ดูไม่ได้เสียเลย นางอยากจะหัวเราะดังๆใส่หน้าเขาเสียจริงแต่ไม่รู้เพราะอันเหตุใดนางกลับไม่กล้าทำแบบนั้นกับเขาแต่กลับรู้สึกเป็ห่วงเขาเสียมากกว่าลี่หยางหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง ลมหายใจรัวเร็วเฟยฉีเห็นร่างใหญ่สั่นอยู่ไม่หยุดก็รีบดึงผ้าหนามาคุมร่างเขาไว้