ทะลุมิติมาเป็นซูเปอร์เจ่เจ้

    ตอนที่ 34 หากเจ้าเชื่อใจข้า

    เมื่อได้ยินดังนั้น ชาวบ้านก็พยักหน้าให้กันและกัน จากนั้นก็รีบกลับบ้าน  รวบรวมถั่วเหลืองและถั่วเขียวเพิ่ม!


    เพราะถังฉีเพิ่งบอกว่าถั่วเขียวก็สามารถใช้เพาะถั่วงอกได้โดยวิธีเดียวกัน


    “ฉีเอ๋อร์ ข้าสามารถคาดการณ์ได้ว่าหมู่บ้านของเราจะต้องเจริญรุ่งเรืองมากขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเจ้า” 


    เด็กหญิงหน้าแดงเล็กน้อยเมื่อได้รับคำชมจากผู้นำตระกูล


    แน่นอนว่าผู้นำตระกูลไม่ได้ขอให้นางสอนวิธีเพาะถั่วงอกให้ชาวบ้านคนอื่น ๆ 


    ทุกคนควรรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตนเอง!


    “พี่ใหญ่ ถ้าสอนพวกเขาเพาะถั่วงอก พวกเราไม่หาเงินได้น้อยลงหรือขอรับ?” ถังเฟิงเอ่ยถามด้วยสีหน้าบูดบึ้งและเลิกคิ้วเล็กน้อย แลดูไม่พอใจกับการตัดสินใจเช่นนี้


    “แม้ว่าพวกเราจะทำเงินได้น้อยลง แต่พวกเรายังได้รับอีกสิ่งหนึ่ง" ถังฉีเอื้อมมือไปลูบศีรษะเล็ก ๆ 


    “อะไรหรือขอรับ?” เมื่อถังเฟิงได้ยินพี่สาวพูดเช่นนี้ ความอยากรู้อยากเห็นก็ปรากฏบนใบหน้า


    “มันเกี่ยวกับจิตใจและทัศนคติของผู้คน” ถังสุ่ยเอ่ยขึ้นพลางมองพี่สาวด้วยแววตาชื่นชม


    “อืม น้องสามฉลาดพอที่จะเข้าใจเรื่องพวกนี้ มีบางสิ่งที่เงินไม่สามารถซื้อได้”


    ถังฉีมองดูน้องชายด้วยความประหลาดใจ ไม่คาดคิดมาก่อนว่าเขาจะมีความเข้าใจลึกซึ้งเช่นนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย


    เมื่อได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูด ถังเฟิงก็พยักหน้าด้วยความเข้าใจ



    บางที…อาจเป็นเพราะถั่วงอกพวกนั้น ชาวบ้านที่มาช่วยจึงทำงานอย่างแข็งขัน


    และท่านป้าหลายคนก็ยังจับกลุ่มกันมาเพื่อช่วยถังฉีทำอาหารกลางวันและอาหารเย็น ถังฉีจึงรู้สึกเบาแรงมากขึ้น


    …


    ที่บ้านเก่า 


    นางเสี่ยวฉินเข้าไปในห้องของนางฉิน


    “ท่านแม่ นางเด็กนั่นพบวิธีหาเงินอีกแล้ว ช่วงนี้พวกชาวบ้านไปที่บ้านของนางเด็กนั่นบ่อย ๆ เมื่อวานก็มีรถม้าจากเมืองชิงเหลียงมาที่นี่ แล้วพวกเขาก็ลงนามในสัญญากับร้านเยว่ไหลเค่อ”


    เมื่อวานนี้ นางเสี่ยวฉินออกไปหาข่าวและรวบรวมข้อมูลทั้งวัน แต่ก็ไม่ได้ข่าวอะไร นางรู้เพียงว่าถังฉีพบวิธีหาเงินและชักชวนคนอื่น ๆ ให้ร่วมมือด้วย


    ดังนั้น วันนี้นางเสี่ยวฉินจึงนั่งไม่ติด


    “หืม พวกขี้แพ้พวกนั้นกะจะประจบสอพลอนางเพราะเห็นว่านางสร้างบ้านใหม่ละสิ” นางฉินเอ่ยเสียงขุ่น


    คงเป็นการโกหกถ้าจะบอกว่านางไม่รู้สึกเสียดาย ถ้าอดทนต่อไปอีกสักหน่อย บ้านที่เด็กหญิงกำลังสร้างก็จะตกเป็นของนาง


    ทุกวันนี้ นางทำได้เพียงทอดถอนใจอยู่ในบ้าน 


    “ท่านแม่ ข้าควรไปถามนางดีหรือไม่? อย่างไรเสีย พวกเราก็เป็นครอบครัวเดียวกัน การที่นางแบ่งปันวิธีหารายได้ให้ชาวบ้านคนอื่น แต่ไม่บอกพวกเรา ถือว่าทำเกินไปจริง ๆ”


    นางเสี่ยวฉินรู้สึกอดรนทนไม่ได้ ในช่วงสองวันที่ผ่านมา นางรู้สึกอึดอัดจนนั่งไม่ติด


    รู้สึกราวกับเงินของตัวเองไหลเข้ากระเป๋าคนอื่น!


    “ไปกันเถอะ พวกเราไปด้วยกัน ไปคุยกับนางเด็กนั่นให้รู้เรื่อง!”


    นางฉินรีบลุกขึ้นและสวมรองเท้าด้วยความร้อนใจ


    ด้านนอก นางเหลียงกำลังตากผ้า เมื่อเห็นแม่สามีและพี่สะใภ้กำลังมุ่งหน้าไปยังบ้านของถังฉี นางสังหรณ์ใจไม่ดีจึงรีบไปหาถังเฉวียน


    เป็นเพราะนางเหลียงไม่ได้มีบทบาทอะไรในบ้าน และนางก็ไม่กล้าขัดขืนไม่เชื่อฟังแม่สามี กลัวว่าไม่ใช่แค่ตัวเองเท่านั้นที่เดือดร้อน แต่อาจลามไปถึงลูก ๆ ของตนเองด้วย


    ทั้งนางฉินและนางเสี่ยวฉินต่างเป็นคนผูกใจเจ็บ


    …


    เวลานี้ ในห้องครัวของถังฉีเต็มไปด้วยหญิงชาวบ้านหลายคน


    ถังฉีจำต้องยืนอยู่ข้างนอกและเล่นกับทารกน้อยถังเหอ


    “คิกคิก…”


    เสียงหัวเราะที่เปี่ยมไปด้วยความสุขของถังเหอดังก้องไปทั่วลานบ้าน


    “น้องห้า มานี่ซิ ข้ามีลูกอมให้เจ้าด้วยนะ”


    ถังฉีถือลูกอมกระต่ายขาวไว้ในมือ นางให้ถังเหอกินเป็นครั้งคราว


    ทางด้านถังเจียง กระเป๋าของเขาเต็มไปด้วยขนมที่ถังฉีหยิบออกมาจากห้วงมิติ นางไม่เคยละเลยคนในครอบครัว


    “ถังฉีนางเด็กอกตัญญู ข้าจำต้องออกจากบ้านและมาหาเจ้าที่นี่ ได้ยินว่าเจ้าพบวิธีหาเงินและยังแบ่งปันให้กับชาวบ้านคนอื่น ๆ อย่างนั้นหรือ!”


    เสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นจากด้านนอก


    ถังฉีขมวดคิ้ว รู้ว่าคนผู้นั้นเป็นใครโดยไม่ต้องเงยหน้ามอง


    “ท่านแม่ นางเป็นคนเห็นแก่ตัวจริง ๆ กินหรูอยู่สบายโดยไม่สนใจไยดีพวกเราแม้แต่น้อย คงจะอยากให้พวกเราลำบากกว่านางละสิ!”


    นางเสี่ยวฉินมองถังฉีที่อยู่ในบ้านด้วยสายตาท้าทาย


    “พี่ใหญ่ ไม่คิดเลยว่าท่านป้าและท่านย่าจะกล้ามาที่นี่”


    ถังซานรีบวิ่งออกมา คว้าไม้กวาดมาหมายจะไล่ผู้บุกรุกด้วยท่าทีดุร้าย


    “น้องรอง อย่าไปใส่ใจเลย ขืนเจ้าออกไปตอนนี้ พวกนางจะต้องรู้แน่ว่าเกิดอะไรขึ้น” ถังฉีเอ่ยเสียงเย็น


    ถังฉีไม่เคยคิดจะสร้างปัญหาให้นางเสี่ยวฉิน แต่ไม่คิดเลยว่าผู้หญิงคนนี้จะมารังแกนางถึงที่


    เดิมที ถังฉีต้องการรวบรวมหลักฐานอย่างช้า ๆ ทว่าเวลานี้ ดูเหมือนนางจะต้องลงมือบ้างแล้ว


    การปล่อยให้ฆาตกรลอยนวลเป็นเวลานานถือเป็นความทรมานสำหรับนางที่ชิงชังความชั่วร้าย


    “พี่ใหญ่ จะปล่อยให้พวกเขาใส่ร้ายเราเช่นนี้หรือ? ท่านลืมเรื่องของท่านแม่ไปแล้วหรือ…”


    “เงียบ! น้องรอง หากเชื่อใจข้า เช่นนั้นก็สงบปากสงบคำไว้ ไม่เกินครึ่งเดือน ข้ารับรองว่าผู้หญิงคนนี้จะต้องชดใช้ในสิ่งที่นางทำ” ถังฉีเอ่ยด้วยท่าทีเย็นชา


    ถังซานไม่เคยเห็นพี่สาวใช้วาจารุนแรงเช่นนี้มาก่อน จึงได้แต่พยักหน้า


    “เกิดอะไรขึ้น?”


    หญิงชาวบ้านที่มาช่วยงานในครัวได้ยินเสียงเอะอะโวยวายจึงพากันออกมาดู


    “เกิดอะไรขึ้นน่ะหรือ? พวกเจ้าล้วนได้ผลประโยชน์จากนางเด็กตัวดี แล้วยังจะกล้ามาถามข้าอีกหรือว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเจ้าไม่เห็นหัวข้าเลยหรืออย่างไร? ข้าเป็นย่าของนางนะ!” นางฉินโวยวายเมื่อเห็นหญิงชาวบ้านหลายคนออกมา สีหน้าของนางบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น


    นางไม่ใช่คนโง่ และไม่ต้องการมีเรื่องกับคนหมู่มาก ทว่านางรู้สึกว่ามีบางสิ่งที่ต้องพูดออกไปเพื่อไม่ให้คนอื่นคิดว่าคนบ้านนางรังแกได้ง่าย ๆ


    “นี่ ลืมสัญญาที่ลงนามไปแล้วหรือ? จากนี้ไป ชีวิตความเป็นอยู่ของฉีเอ๋อร์และน้อง ๆ ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกท่านอีก” นางอู๋ก้าวออกมาด้วยสีหน้าไม่พอใจ


    นางเพิ่งซื้อที่เพื่อเปิดร้านอาหารในเมือง เรื่องนี้พวกชาวบ้านยังไม่รู้




    **************************

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นซูเปอร์เจ่เจ้ ที่คุณอ่าน