รุ่งเช้าวันใหม่ แสงแดดอุ่นสาดผ่านปากถ้ำ เผยให้เห็นหยดน้ำค้างเกาะตามเถาวัลย์ หลงเทียนลืมตาขึ้นพร้อมเสียงจิ้งหรีดแ่ลง
เขาหันไปเห็นเม่ยหลิงยังนั่งหลับพิงผนังถ้ำอยู่ ใบหน้าที่ซีดเซียวจากาแกลับดูอ่อนโยนท่ามกลางแสงสว่าง เด็กหนุ่มจ้องอยู่นานอย่างไม่รู้ตัว
ทันใดนั้นดวงตาคมคู่นั้นก็เปิดขึ้น
“เ้ามองอะไรของเ้า”
หลงเทียนสะดุ้ง หน้าแดง
“มะ…ไม่ใช่นะ! ข้าแค่เช็คว่าเ้าหายดีแล้วหรือยังต่างหาก!”
เม่ยหลิงหัวเราะเบา ๆ
“เด็กซื่อเอ๋อ…”
หลังพักผ่อนจนมีแรง ทั้งคู่จึงออกเดินทางต่อสู่เส้นทางตะวันออกตามที่เม่ยหลิงบอก เธอต้องไปถึง เมืองชางหลง เพื่อพบอาจารย์ผู้ช่วยเหลือ
ระหว่างทาง เม่ยหลิงคอยสอนหลงเทียนเบื้องต้นเกี่ยวกับวิชาลมปราณ
“เ้าต้องกำหนดลมหายใจให้สอดคล้องกับเส้นชีพจร อย่าเพิ่งรีบร้อนใช้พลัง แค่ควบคุมให้มันไม่ปะทุจนเสียแรงเปล่า”
หลงเทียนพยายามทำตาม แต่ไม่นานก็นั่งไอแค่ก ๆ
“โอ๊ย! เหมือนลมมันติดอยู่ตรงท้องเลย!”
เม่ยหลิงถอนหายใจ
“นั่นเพราะเ้าี้เีฝึกหายใจมาั้แ่เด็กน่ะสิ”
แต่เธอก็แอบยิ้มในใจ — แม้จะทุลักทุเล แต่หลงเทียนมี แก่นแท้พลังปราณบริสุทธิ์ ที่คนทั่วไปไม่มี
เมื่อเดินทางได้ครึ่งวัน ทั้งคู่พบหมู่บ้านเล็กที่ถูกทิ้งร้าง บ้านเรือนพังยับ ควันไฟเก่ายังกรุ่นอยู่
หลงเทียนหน้าเสีย
“นี่มัน…เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
เม่ยหลิงเดินสำรวจอย่างระวัง จนเจอร่องรอยคาถามืดที่ผนัง
“เป็ฝีมือสำนักมารแน่ พวกมันกวาดต้อนชาวบ้านไปทั้งหมด…”
ทันใดนั้น เสียงแ่เบาดังขึ้นจากใต้ซากไม้
“ชะ…ช่วยด้วย…”
เด็กชายตัวเล็ก ๆ าเ็นอนอยู่ใต้ไม้พัง หลงเทียนรีบเข้าช่วยยกออกทันที
เด็กชายเล่าเสียงสั่นว่า “พวกคนชุดดำ…จับทุกคนไป…ที่หุบเหวั…”
เม่ยหลิงกับหลงเทียนสบตากันทันที นี่คือเบาะแสสำคัญ
หลงเทียนกำหมัดแน่น
“เราต้องไปช่วยชาวบ้านสิ! จะปล่อยพวกมันไว้ได้อย่างไร!”
เม่ยหลิงขมวดคิ้ว
“เ้ารู้หรือไม่ว่าหุบเหวัคืออะไร? นั่นคือถิ่นของอสูรมาร หากเราบุกไปโดยไม่คิด อาจตายกันหมด”
หลงเทียนมองหน้าเธอจริงจัง
“แต่ถ้าเราไม่ทำ พวกชาวบ้านก็ต้องตายอยู่ดี! ข้า…ข้าจะไม่ยอมหลบอยู่เฉย ๆ อีกแล้ว”
เม่ยหลิงนิ่งเงียบไป ก่อนถอนหายใจยอม
“เ้านี่ดื้อดึงจริง ๆ …ก็ได้ เราจะไป แต่ต้องทำตามแผนของข้าเท่านั้น”
ระหว่างเดินทางไปหุบเหวั ทั้งคู่ถูกซุ่มโจมตีโดยชายสวมหน้ากากดำ สวมชุดศิษย์สำนักมาร
“ส่งคัมภีร์โอสถฟ้ามา!”
เม่ยหลิงชักมีดสั้นออกมาเตรียมต่อสู้ แต่หลงเทียนยืนบังหน้า
“ไม่มีวัน!”
ชายหน้ากากหัวเราะเยาะ
“เ้าหนูบ้านนอกอย่างเ้า จะขวางข้าได้หรือ?”
แต่พอเขาพุ่งเข้าโจมตี หลงเทียนยกมือขึ้นโดยไม่ทันคิด — แสงทองพลันะเิออกอย่างรุนแรง จนชายหน้ากากถูกซัดกระเด็นไปชนต้นไม้ใหญ่
เม่ยหลิงตะลึงอีกครั้ง พลังนี้…เป็ไปไม่ได้เลยที่เด็กบ้านนอกจะมี
ก่อนที่ชายหน้ากากจะสิ้นใจ เขาพึมพำเสียงเบา
“ไม่ผิดแน่…สายเื…แห่งจอมปราชญ์ั…”
คำพูดนั้นทำให้เม่ยหลิงถึงกับชะงัก หัวใจสั่นสะท้าน เธอรีบจ้องไปที่หลงเทียนที่ยังงงอยู่
“สายเืั…งั้นหรือ?”
หลงเทียนเกาหัว
“เอ๊ะ? หมายความว่าอะไร?”
เม่ยหลิงไม่ตอบทันที แต่ในใจเริ่มปะติดปะต่อบางอย่าง — ทำไมพลังของหลงเทียนถึงบริสุทธิ์ผิดธรรมชาติ…บางทีเขาอาจไม่ใช่เพียงเด็กชาวบ้านธรรมดาเลย
ในที่สุด ทั้งคู่ก็มาถึงหุบเหวั ที่นี่เต็มไปด้วยหมอกดำหนาทึบ เสียงคำรามของอสูรดังสะท้อนก้อง
เบื้องล่างคือค่ายชั่วคราวของสำนักมาร เห็นชาวบ้านถูกล่ามโซ่ไว้เป็แถว
เม่ยหลิงหันมามอง
“เราต้องวางแผน แบ่งเป็สองทาง เ้าลงไปช่วยชาวบ้าน ข้าจะถ่วงเวลาเหล่าศิษย์มารเอง”
หลงเทียนรีบส่ายหัว
“ไม่ได้! เ้าเพิ่งาเ็ จะให้เ้าไปสู้คนเดียวได้อย่างไร!”
เม่ยหลิงยิ้มบาง ๆ
“บางครั้ง ข้าก็อยากมีคนดื้อด้านคอยห่วงเหมือนกันนะ”
คำพูดนั้นทำให้หลงเทียนหน้าแดง แต่เขายังยืนยัน
“ถ้าเ้าไป ข้าก็ไปด้วย”
ทันทีที่ค่ำลง ทั้งคู่ลอบเข้าค่าย เสียงโซ่กระทบกันดังแ่ ๆ หลงเทียนใช้แสงปราณเบา ๆ ตัดโซ่ช่วยชาวบ้านทีละคน
แต่ไม่นาน ศิษย์มารก็พบพวกเขา การต่อสู้จึงปะทุขึ้น
เม่ยหลิงโยนโอสถะเิควัน ทำให้ชาวบ้านหลบหนีไป ส่วนเธอและหลงเทียนต้องเผชิญหน้ากับหัวหน้ากอง — อู๋หลาน ผู้ใช้กระบี่มาร
“พวกเด็กน้อย กล้าดียังไงมาบุกที่นี่!”
อู๋หลานสะบัดกระบี่มาร ฟันออกมาเป็คลื่นพลังสีดำ หลงเทียนยกมือขึ้นรับโดยสัญชาตญาณ แสงทองปะทะกับความมืดจนเกิดเสียงะเิกึกก้อง
ตูมมม!!
ดินหินแตกกระจาย ชาวบ้านร้องวิ่งหนีอย่างโกลาหล
เม่ยหลิงะโ
“หลงเทียน! อย่าใช้พลังสุ่มสี่สุ่มห้า ฟังจังหวะหายใจ ควบคุมมันให้นิ่ง!”
เด็กหนุ่มกัดฟันพยายามทำตาม เส้นปราณในร่างเริ่มไหลเวียนเป็จังหวะ สุดท้ายแสงทองสว่างจ้า ปะทะเข้ากับกระบี่มารจนเกิดเสียงแตกหัก
กระบี่ของอู๋หลานหักเป็สองท่อน!
อู๋หลานถอยหลังด้วยความใ
“เป็ไปไม่ได้…พลังของเ้า…นี่มันพลังสายเืัจริง ๆ!”
พูดจบเขาก็รีบใช้วิชามารหนีหายไปกับความมืด
หลงเทียนทรุดลงกับพื้น เหนื่อยหอบจนแทบหมดแรง เม่ยหลิงรีบประคอง
“เ้าทำได้ดีแล้ว…เ้าซื่อบื้อเอ๋อ”
หลงเทียนยิ้มบาง ๆ ทั้งที่หายใจแทบไม่ทัน
“ข้า…ดีใจที่ช่วยทุกคนได้”