บุปผาคืนชะตา หมื่นิญญาคำนับนาง
ตอนที่ 22 บ้านใต้ดอกเหมยโลหิต
รถม้าของจวนเสิ่นวิ่งฝ่าความมืดก่อนรุ่งสางราวลูกศรที่ถูกปล่อยจากคันธนู
ล้อรถบดถนนหินจนเกิดเสียงดังหนัก ม้าศึกสองตัวหอบหายใจแรงจนไอขาวพุ่งออกจากจมูกเป็ระยะ เสิ่นเยว่หลันนั่งอยู่ด้านใน มือหนึ่งจับผนังรถไว้ อีกมือกำป้ายหยกดำของฉีหลิงอ๋องแน่นจนข้อนิ้วขาว
นางไม่รู้สึกถึงความเหนื่อยแล้ว
ไม่รู้สึกถึงความหนาว
ไม่รู้สึกถึงแผลเล็ก ๆ ที่ฝ่ามือจากตอนล้มในสุสานหลวง
ในหัวของนางมีเพียงภาพเดียว
สวนเหมย
ต้นเหมยเก่า
ประตูใต้ดินที่ตื่นขึ้น
และคำพูดของหงส์อาฆาต
“ข้าจะรอเ้า…ที่สวนเหมย”
จวนเสิ่นคือบ้านของนาง
เป็ที่ที่มารดาเคยปลูกต้นเหมยไว้
เป็ที่ที่บิดากลับมาหลังชนะศึก
เป็ที่ที่ชิงหลัวเคยวิ่งตามนางพร้อมถาดขนม
เป็ที่ที่เสี่ยวถงถูกฝังอย่างไม่เป็ธรรม
เป็ที่ที่หลัวมามายังเฝ้าด้วยความภักดีแม้ตายไปแล้ว
เป็ที่ที่เื เสียงหัวเราะ ความทรงจำ และความเ็ปของนางถูกฝังรวมกัน
หากหงส์อาฆาตคิดจะใช้บ้านหลังนั้นเป็ทางผ่าน
นางจะทำให้มันรู้ว่า บ้านของตระกูลเสิ่นไม่ได้เปิดประตูต้อนรับทุกสิ่งที่มาจากความมืด
เสิ่นจื้อหยวนนั่งอยู่ตรงข้าม ใบหน้าของเขาเย็นจนแทบไร้ความรู้สึก ดาบวางอยู่บนเข่า มือหนึ่งจับด้ามดาบไว้ตลอดเวลา เขาไม่ได้พูดอะไรั้แ่ออกจากสุสานหลวง แต่นั่นทำให้บรรยากาศน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงคำราม
แม่ทัพเสิ่นกำลังโกรธ
ไม่ใช่เพียงโกรธที่ศัตรูลอบแตะต้องจวน
แต่โกรธที่ตนถูกล่อออกจากบ้านในจังหวะที่ควรปกป้องมัน
โกรธที่คนในจวนอาจได้รับอันตราย
โกรธที่ภรรยาถูกควักหัวใจไปใช้ทำพิธี แล้วยังมีคนกล้าใช้สวนเหมยของนางเป็ทางเปิดประตู
ข้างนอก รถม้าสีดำของฉีหลิงอ๋องแล่นนำหน้าอย่างเงียบกริบ ราวกับไม่แตะพื้น เสียงกระดิ่งเงินที่เคยดังตามแรงลมบัดนี้เงียบสนิท เพราะกระดิ่งแตกร้าวจากการถูกตัดสัญญาณจวนเสิ่นแล้ว
ความเงียบของกระดิ่งนั้นทำให้ใจเสิ่นเยว่หลันหนักยิ่งขึ้น
หากจวนเสิ่นถูกตัดจากสัญญาณภายนอก แปลว่าคนข้างในอาจร้องขอความช่วยเหลือไม่ได้เลย
ชิงหลัวนั่งอยู่ข้างอวี้หรงในรถม้าคันหลังกับราชครูเฮย คนเจ็บต้องถูกแยกไว้ให้ปลอดภัยที่สุดเท่าที่ทำได้ อวี้หรงเสียเืมากและหมดสติอยู่ ชิงหลัวไม่ยอมปล่อยมือจากผ้ากดแผลแม้สักครั้ง
เยว่หลันไม่แน่ใจว่านั่นคือความสงสาร ความเคยชิน หรือเพียงความใจดีโดยสัญชาตญาณของชิงหลัว
แต่อย่างน้อย ตอนนี้อวี้หรงยังมีชีวิต
และตราบใดที่ยังมีชีวิต ทุกอย่างยังไม่จบ
รถม้ากระแทกแรงครั้งหนึ่งก่อนหยุดลงอย่างฉับพลัน
เสียงคนขับร้องขึ้นจากด้านนอก
“ถึงจวนเสิ่นแล้วขอรับ!”
เสิ่นเยว่หลันเปิดม่านรถทันที
แล้วหัวใจของนางก็เย็นวาบ
ประตูใหญ่ของจวนเสิ่นเปิดอยู่
ไม่ใช่แง้ม
แต่เปิดกว้างทั้งสองบาน
โคมไฟหน้าจวนดับหมด เหลือเพียงแสงสีแดงจาง ๆ ที่ลอดออกมาจากด้านใน ดอกเหมยสีแดงลอยอยู่ในอากาศทั้งที่แถวนั้นไม่มีต้นเหมย กลีบดอกเ่าั้ไม่ร่วงลงพื้น แต่ลอยวนช้า ๆ ราวกับฝูงแมลงกลางคืน
ทหารเฝ้าประตูสองคนล้มอยู่ข้างเสาหิน
เสิ่นจื้อหยวนะโลงจากรถม้าก่อนผู้ใด ดาบในมือชักออกจากฝักเต็มเล่ม
“ตรวจชีพจร!”
องครักษ์ของจวนเสิ่นที่ตามมาด้วยรีบพุ่งเข้าไปดู
“ยังมีชีวิตขอรับนายท่าน! แต่เหมือนถูกทำให้หลับลึก!”
เสิ่นเยว่หลันก้าวลงจากรถ รู้สึกถึงกลิ่นธูปขาวปะปนกับกลิ่นดินชื้นและเืเก่า
นางมองประตูจวนที่เปิดกว้าง
“พวกมันไม่ได้บุกเข้ามา”
หลี่เฟิงเหยียนเดินมาหยุดข้างนาง
“มีคนข้างในเปิดให้”
เสิ่นจื้อหยวนหันขวับ
บรรยากาศเย็นลงทันที
คนข้างใน
คำนี้เจ็บกว่าดาบ
หลังจากฮูหยินรองถูกจับ หลังจากเรือนตะวันออกถูกปิด หลังจากพ่อบ้านเฉินวางเวรใหม่แล้ว ก็ยังมีคนข้างในเปิดประตูให้ศัตรู
หรือไม่ก็…
ศัตรูทำให้คนข้างในคิดว่าตนกำลังเปิดให้คนของจวน
เสิ่นเยว่หลันก้าวผ่านธรณีประตู
ทันทีที่เท้าของนางแตะพื้นด้านใน เสียงกระซิบจำนวนมากก็พุ่งเข้ามาในหัว
“นายหญิง…”
“กลับมา…”
“สวนเหมย…”
“เื…”
“อย่าให้หัวใจแตะราก…”
นางหยุดเท้า
หัวใจ?
คำนี้ทำให้เืในกายเย็นลงทันที
หงส์อาฆาต้าใช้ประตูใต้สวนเหมย
หากมันส่งพลังผ่านหัวใจของมารดา…
ไม่
นางยังไม่เห็น ยังไม่รู้แน่ชัด
นางจะไม่ปล่อยให้ความกลัวสร้างภาพแทนความจริง
หลี่เฟิงเหยียนสังเกตสีหน้านาง
“ได้ยินอะไร”
“พวกเขาพูดว่า อย่าให้หัวใจแตะราก”
หลี่เฟิงเหยียนหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย
เสิ่นจื้อหยวนได้ยินคำว่า “หัวใจ” ก็แทบเดินต่อไม่ไหว แต่เขากัดฟันถาม
“รากของต้นเหมย?”
ราชครูเฮยที่เพิ่งมาถึงพร้อมรถม้าคันหลังตอบเสียงหนัก
“หากหัวใจของฮูหยินใหญ่ถูกนำมาแตะรากหลักของต้นเหมย ประตูจะคิดว่าเืสายผู้ให้กำเนิดกลับคืนสู่ผนึก เมื่อนั้นหงส์อาฆาตอาจใช้มันเรียกตราในตัวเยว่หลันจากระยะไกล”
เสิ่นจื้อหยวนกำดาบแน่นจนเส้นเืปูด
“พวกมันเอาหัวใจนางมาที่นี่?”
ไม่มีใครตอบ
เพราะไม่มีใครอยากตอบคำที่น่ากลัวนั้น
จากด้านในจวน เสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างแ่เบา
“นายท่าน…”
ทุกคนหันไป
พ่อบ้านเฉินโผล่ออกมาจากเงาข้างกำแพง เขาใช้มือข้างหนึ่งพยุงตัวกับเสา อีกมือกุมสีข้างที่มีเืซึมออกมา ใบหน้าซีดเผือดแต่ยังมีสติ
เสิ่นจื้อหยวนรีบเข้าไปประคอง
“เฉินหลี่!”
พ่อบ้านเฉินทรุดลงคุกเข่าอย่างยากลำบาก
“บ่าวไร้ความสามารถ ปกป้องจวนไม่ดี…”
“อย่าพูดเื่ไร้สาระ าเ็ตรงไหน”
“ไม่ถึงตายขอรับ” พ่อบ้านเฉินหอบหายใจ “แต่สวนเหมย…พวกมันเข้าไปแล้ว…”
เสิ่นเยว่หลันก้าวเข้ามา
“ใครเข้าไป”
พ่อบ้านเฉินเงยหน้ามองนาง
“คนจากวัง…ไม่สิ ไม่ใช่คนจากวังทั้งหมด พวกมันใส่ชุดขันทีและทหารวัง ถือราชโองการปลอม บอกว่าฝ่าามีรับสั่งให้คุ้มกันจวนเสิ่นระหว่างนายท่านกับคุณหนูอยู่หอคำสาบาน บ่าวไม่เชื่อ จึงไม่เปิดประตู แต่…”
เขากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก
“มีคนหนึ่งเดินออกมาจากหลังขบวน”
เสิ่นเยว่หลันรู้สึกหัวใจหนักขึ้น
“ใคร”
พ่อบ้านเฉินมองเสิ่นจื้อหยวน แล้วมองเยว่หลัน
ดวงตาเขาเต็มไปด้วยความเ็ปและหวาดกลัว
“ฮูหยินใหญ่ขอรับ”
ทั้งลานเงียบสนิท
เสิ่นจื้อหยวนแข็งค้างไปทั้งร่าง
เยว่หลันหลับตาลงช้า ๆ
แน่นอน
ศัตรูรู้ว่าคนในจวนเสิ่นยังจดจำฮูหยินใหญ่
รู้ว่าพ่อบ้านเฉินเคยรับใช้นาง
รู้ว่าหากคนที่ตายไปแล้วปรากฏตรงประตูจวนในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยเื่ิญญา แม้คนรอบคอบที่สุดก็อาจลังเลเพียงเสี้ยวเดียว
และเสี้ยวเดียวนั้นก็เพียงพอ
พ่อบ้านเฉินกล่าวเสียงสั่น
“บ่าวรู้ว่านางอาจไม่ใช่ฮูหยินจริง ๆ แต่เสียงของนาง…ท่าทางของนาง…นางเรียกชื่อเก่าของบ่าวที่มีเพียงฮูหยินใหญ่เคยเรียก บ่าวลังเลเพียงครู่เดียว พวกมันจึงใช้ธูปขาวทำให้ทหารหน้าประตูหลับ แล้วฝ่าเข้ามา”
เสิ่นจื้อหยวนจับไหล่เขาแน่น
“ไม่ใช่ความผิดเ้า”
พ่อบ้านเฉินน้ำตาคลอ
“บ่าวพยายามหยุด พวกมันพาคนบางส่วนไปสวนเหมย มีคนถือกล่องหยกขาวใบหนึ่ง กล่องนั้น…เต้นได้ขอรับ”
เสิ่นเยว่หลันรู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุน
กล่องหยกขาวที่เต้นได้
หัวใจ
เสิ่นจื้อหยวนหลับตาลงทันที
ใบหน้าของแม่ทัพใหญ่ซีดลงราวเืถูกสูบออกไป แต่เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาของเขากลับคมจนแทบเป็ไฟ
“พาข้าไปสวนเหมย”
พ่อบ้านเฉินพยายามลุก แต่เซทันที
เสิ่นจื้อหยวนสั่งองครักษ์
“พาเขาไปทำแผล ห้ามตายจนกว่าข้าจะกลับมาด่าได้เต็มที่”
พ่อบ้านเฉินน้ำตาไหลทั้งที่ยิ้มเจ็บ ๆ
“ขอรับนายท่าน”
เสิ่นเยว่หลันหันไปทางสวนเหมย
แสงสีแดงเหนือจวนเข้มขึ้นเรื่อย ๆ
พวกนางไม่มีเวลาแล้ว
กลุ่มของนางเคลื่อนผ่านเรือนหน้าอย่างรวดเร็ว
ตลอดทาง บ่าวไพร่หลายคนนอนหมดสติอยู่ตามมุมเรือน บางคนพึมพำชื่อคนตาย บางคนร้องไห้ทั้งที่ไม่ตื่น ิญญาในจวนลอยอยู่ตามชายคาและบานประตู ไม่กล้าเข้าใกล้ทิศสวนเหมย แต่ก็ไม่ยอมหนี ราวกับพวกเขาทั้งหมดกำลังรอให้เ้าของบ้านกลับมา
เมื่อเข้าใกล้เรือนตะวันออก เสียงหัวเราะของฮูหยินรองดังลอดออกมาจากห้องหินชั่วคราว
นางยังถูกขังอยู่ แต่เสียงของนางฟังดูเหมือนคนที่รู้ว่าโลกภายนอกกำลังพัง
“มาแล้วหรือ…มาแล้วสินะ…”
เสิ่นจื้อหยวนหยุดเท้าเพียงชั่วครู่
แต่เยว่หลันกล่าวก่อน
“อย่าเสียเวลากับนางเ้าค่ะ”
ฮูหยินรองหัวเราะดังขึ้น
“เสิ่นเยว่หลัน! เ้าคิดว่าจะปกป้องบ้านหลังนี้ได้หรือ บ้านหลังนี้ถูกสร้างทับความตายมาั้แ่แรก! ไม่มีสิ่งใดเป็ของเ้า ไม่มีแม้แต่เืของน้องสาวเ้า!”
เสิ่นเยว่หลันหยุดเดิน
ชิงหลัวที่ประคองอวี้หรงอยู่ด้านหลังหน้าซีดทันที
อวี้หรงที่เพิ่งฟื้นขึ้นมาเล็กน้อยได้ยินเสียงมารดา นางตัวสั่นทันที
“ท่านแม่…”
ฮูหยินรองหัวเราะ
“อวี้หรง ลูกแม่ เ้ากลับมาแล้วหรือ เจ็บหรือไม่ เ้าเห็นหรือยังว่าพวกมันใช้เ้าแล้วก็ทิ้งเหมือนกัน ไม่มีใคร้าเ้า นอกจากแม่…”
อวี้หรงน้ำตาไหล
ร่างนางยังอ่อนแรงจนยืนแทบไม่ไหว แต่คำพูดนั้นยังแทงเข้าที่แผลลึกที่สุดของนางได้อย่างแม่นยำ
เสิ่นเยว่หลันมองประตูห้องหินที่ปิดอยู่
“ฮูหยินรอง”
เสียงหัวเราะหยุดลงเล็กน้อย
เยว่หลันกล่าวช้า ๆ
“ถ้าท่านยังเรียกตนเองว่าแม่ของนาง ก็หยุดใช้ความเจ็บของนางเป็โซ่เสียที”
ด้านในเงียบไป
ก่อนฮูหยินรองจะหัวเราะเย็น
“เ้ารู้อะไร! ข้าทำทุกอย่างเพื่อให้นางมีชีวิต!”
อวี้หรงหลับตาลง น้ำตาไหลผ่านแก้มซีด
เสียงของนางเบามาก แต่ชัดเจนในความเงียบ
“แต่ข้าไม่เคยได้เป็เ้าของชีวิตนั้นเลย ท่านแม่”
เสียงด้านในห้องหินหายไปทันที
เหมือนคนถูกตบด้วยคำพูดที่อ่อนที่สุด
อวี้หรงหอบหายใจ ชิงหลัวรีบประคองนางไว้
เยว่หลันมองนางครู่หนึ่ง
นี่ไม่ใช่การให้อภัย
แต่มันคือรอยแตกแรกในกรงที่ฮูหยินรองใช้ขังลูกสาวตนเองมาตลอด
“ไปต่อ” เยว่หลันกล่าว
พวกนางเดินจากมา
ด้านหลัง ฮูหยินรองกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง
แต่ไม่มีใครหันกลับไป
ทางเข้าสวนเหมยอยู่เบื้องหน้า
ปกติสวนนี้เงียบและร้าง แต่คืนนี้มันเหมือนหัวใจของจวนที่ถูกเปิดออก แสงสีแดงลอยขึ้นจากพื้น ดอกเหมยนับพันร่วงวนอยู่กลางอากาศ ต้นเหมยเก่าแก่กลางสวนสั่นไหวทั้งที่ไม่มีลม รากของมันนูนขึ้นจากดินเหมือนเส้นเืสีดำที่กำลังเต้น
ใต้ต้นเหมย มีวงพิธีถูกวาดด้วยเืและผงธูปขาว
กลางวงพิธีวางกล่องหยกขาวใบหนึ่ง
กล่องนั้นเต้นเบา ๆ
ตุบ
ตุบ
ตุบ
ทุกครั้งที่มันเต้น ตราเหมยโลหิตในอกเยว่หลันก็เจ็บแปลบตาม
เสิ่นจื้อหยวนหยุดเดิน
ดวงตาของเขาจ้องกล่องหยกขาวนั้นโดยไม่กะพริบ
เขารู้
ทุกคนรู้
สิ่งที่อยู่ในกล่องนั้นไม่ใช่ของไร้ชีวิต
มันคือหัวใจของหลินหว่านชิง
หัวใจของฮูหยินใหญ่เสิ่น
หัวใจของมารดาเยว่หลัน
รอบวงพิธีมีคนชุดเทาดำยืนอยู่หกคน พวกเขาสวมหน้ากากหงส์ครึ่งปีก มือถือธงิญญาสีขาว ส่วนด้านหลังกล่องหยก มีร่างสตรีผู้หนึ่งยืนอยู่
นางสวมชุดสีทองซีดเหมือนสีของแสงจันทร์ที่ตายแล้ว ใบหน้าถูกปกคลุมด้วยผ้าคลุมบาง แต่ร่างนั้นมีเงาของฮูหยินใหญ่หลินหว่านชิงอย่างน่ากลัว
ไม่ใช่ตัวจริง
ไม่ใช่แม้แต่ิญญาสมบูรณ์
แต่เป็เปลือกที่สร้างจากหัวใจและเศษเสียงของนาง
เสิ่นจื้อหยวนก้าวไปข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว
“หว่านชิง…”
เปลือกสตรีนั้นหันมา
เสียงอ่อนโยนดังขึ้น
“จื้อหยวน…”
เสียงนั้นทำให้เสิ่นจื้อหยวนชะงัก
เยว่หลันรีบจับแขนบิดาไว้
“ท่านพ่อ นั่นไม่ใช่ท่านแม่”
เปลือกนั้นยิ้มเศร้า
“หลันเอ๋อร์ แม่เจ็บ…”
น้ำตาของเยว่หลันแทบไหลในทันที
เสียงนี้เหมือนเกินไป
เหมือนจนโหดร้าย
หงส์อาฆาตไม่ได้เพียงใช้หัวใจมารดาทำพิธี
มันใช้หัวใจนั้นสร้างเสียงที่ลูกสาวและสามีไม่อาจเมินง่าย ๆ
หลี่เฟิงเหยียนยกกระบี่ขึ้นทันที
“อย่าฟัง”
เปลือกหลินหว่านชิงหันไปมองเขา
รอยยิ้มอ่อนโยนค่อย ๆ เปลี่ยนเป็รอยยิ้มเย็น
“จวนฉีหลิงยังชอบขัดขวางเหมือนเดิม”
เสียงอีกเสียงหนึ่งซ้อนทับขึ้นมา
เสียงของหงส์อาฆาต
สตรีในชุดทองซีดกางแขนออกเล็กน้อย
ดอกเหมยสีแดงร่วงลงรอบตัวนาง
“เสิ่นเยว่หลัน เ้ามาช้ากว่าที่ข้าคิด”
เยว่หลันก้าวออกไปยืนหน้าทุกคน
“หากรีบเกินไป คงไม่ได้เห็นว่าท่านสิ้นไร้ไม้ตอกถึงขั้นต้องใช้ใบหน้ามารดาข้า”
รอยยิ้มของหงส์อาฆาตแข็งไปเสี้ยวเดียว
“ปากคมดี”
“เรียนมาจากคนที่พยายามฆ่าข้าหลายครั้งเ้าค่ะ”
ราชครูเฮยยกไม้เท้าขึ้น
“หงส์อาฆาต เ้าไม่มีสิทธิ์แตะจวนเสิ่น สัญญาเก่ายังไม่ขาด”
เปลือกสตรีหัวเราะ
“สัญญาเก่า? คนเป็ชอบใช้คำสาบานผูกคนตาย แต่เมื่อคนตาย้าทวงคืนบ้าง กลับบอกว่าผิดกฎ”
นางวางมือลงบนกล่องหยกขาว
เสิ่นจื้อหยวนหน้าเปลี่ยนทันที
“เอามือออกจากหัวใจนาง”
คำพูดนั้นต่ำและเย็นจนบ่าวไพร่ที่ตามมาห่าง ๆ ตัวสั่น
หงส์อาฆาตมองเขา
“แม่ทัพเสิ่น เ้าเหมือนบรรพชนของเ้ามาก ยึดมั่น ซื่อสัตย์ และโง่งมพอจะเชื่อว่าดาบปกป้องทุกสิ่งได้”
เสิ่นจื้อหยวนยกดาบขึ้น
“ดาบปกป้องทุกสิ่งไม่ได้”
เขาก้าวไปข้างหน้า
“แต่ดาบฆ่าคนที่แตะต้องภรรยาข้าได้”
สิ้นคำ เขาพุ่งเข้าใส่วงพิธีทันที
คนชุดเทาดำสองคนเข้าขวาง แต่ดาบของแม่ทัพเสิ่นเร็วกว่าความคิด คมดาบฟันผ่านธงิญญาเล่มแรกจนขาดสะบั้น ก่อนหมุนตัวเตะอีกคนล้มลงกับพื้น
หลี่เฟิงเหยียนเคลื่อนไหวพร้อมกัน กระบี่ดำตัดเส้นอักขระสีขาวที่พุ่งจากพื้นเข้าหาเสิ่นจื้อหยวน ราชครูเฮยใช้ไม้เท้าปักลงบนพื้น แสงเงินล้อมขอบสวนเหมยไม่ให้พิธีลามออกไปยังเรือนอื่น
แต่หงส์อาฆาตเพียงยิ้ม
นางกดมือลงบนกล่องหยกขาว
ตุบ!
หัวใจในกล่องเต้นแรงขึ้น
เสิ่นเยว่หลันเจ็บแปลบจนแทบทรุด
ตราเหมยโลหิตในอกนางร้อนวาบ รากต้นเหมยใต้พื้นพุ่งขึ้นมารัดข้อเท้านางทันที
“คุณหนู!” ชิงหลัวร้อง
อวี้หรงที่ถูกพยุงอยู่ด้านหลังเบิกตากว้าง
นางเห็นรากสีดำกำลังเลื้อยขึ้นขาของเยว่หลัน
และที่น่ากลัวกว่านั้นคือ รากเ่าั้มีแสงสีแดงเหมือนเืของนางเองไหลปนอยู่
เืภาชนะจากสุสานหลวงยังเชื่อมกับพิธีนี้
“พี่หญิง!” อวี้หรงกัดฟัน พยายามลุกขึ้น
ชิงหลัวรีบห้าม “คุณหนูรอง ท่านยังยืนไม่ไหว!”
“เืข้า…ยังอยู่ในพิธี…” อวี้หรงหอบ “ถ้าข้าไม่ตัดมัน นางจะใช้ข้าเป็โซ่รัดพี่หญิง…”
เสิ่นเยว่หลันได้ยิน แต่นางกำลังต่อสู้กับเสียงในหัว
เสียงของมารดา
เสียงของหงส์อาฆาต
เสียงิญญาใต้สวนเหมย
เสียงประตูที่กำลังตื่น
ทุกเสียงปะปนกันจนแทบแยกไม่ออก
“หลันเอ๋อร์…”
เสียงมารดาเรียก
“เปิดสิ…”
เสียงหงส์อาฆาตกระซิบ
“นายหญิง…”
ิญญาร้องขอ
“เหมยโลหิต…”
ประตูเรียกชื่อจริง
รากสีดำรัดแน่นขึ้นเรื่อย ๆ
เสิ่นเยว่หลันกัดฟัน ยกมือขึ้นจับป้ายหยกดำของฉีหลิงอ๋อง
ความเย็นจากป้ายหยกทำให้นางตั้งสติได้เล็กน้อย
นางมองไปยังกล่องหยกขาว
หัวใจของมารดาเต้นอยู่ในนั้น
หัวใจที่ถูกพรากไป
หัวใจที่ถูกใช้เป็เครื่องมือ
หัวใจที่ยังทำให้เสียงของนางถูกบิดเบือน
ความโกรธพุ่งขึ้นมาอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้ เยว่หลันไม่ปล่อยให้มันกลืนตนเอง
นางเอ่ยเสียงเบา
“ท่านแม่เคยบอกข้า…”
เสียงของนางแทบจมหายใต้เสียงพิธี
แต่ค่อย ๆ ชัดขึ้น
“ว่าหากต้องเลือก จงเลือกมีชีวิตก่อน”
หงส์อาฆาตมองนางด้วยแววตาเย็น
เยว่หลันเงยหน้าขึ้น
“ดังนั้นข้าจะไม่เปิดประตูเพื่อความแค้นของข้า”
รากใต้เท้านางสั่น
“และข้าจะไม่ปล่อยให้ท่านใช้หัวใจของมารดาข้าเปิดมันแทน”
นางยกมือขึ้นเหนืออก
ตราเหมยโลหิตร้อนจนเหมือนไฟเผา
แต่คราวนี้นางไม่สั่งิญญาให้ฆ่า
ไม่สั่งประตูให้เปิด
ไม่สั่งรากให้ทำลาย
นางสั่งบ้านของตนเอง
“ในนามเสิ่นเยว่หลัน บุตรีของเสิ่นจื้อหยวนและหลินหว่านชิง ผู้ถือเหมยโลหิตแห่งตระกูลเสิ่น…”
เสียงของนางก้องไปทั่วสวนเหมย
“ข้าสั่งให้จวนเสิ่นจำไว้ว่า ผู้ใดคือเ้าของบ้าน”
พื้นดินใต้เท้าสั่นะเื
ไม่ใช่การสั่นของประตู
แต่เป็การตอบรับของทั้งจวน
โคมไฟที่ดับไปทั่วเรือนพลันติดขึ้นทีละดวง แสงไฟสีอบอุ่นไหลจากเรือนหน้า เรือนกลาง เรือนบ่าว ห้องหนังสือ เรือนหลันฮวา ไปจนถึงสวนเหมย ราวกับบ้านทั้งหลังค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
ิญญาในจวนเสิ่นปรากฏตัวทีละร่าง
หลัวมามายืนอยู่หน้าเรือนหลันฮวา
เสี่ยวถงยืนใต้ต้นเหมย กำมือแน่นทั้งน้ำตา
บ่าวเก่าของฮูหยินใหญ่ที่เคยหายไปในความมืดยืนเรียงรายตามทางเดิน
แม้แต่ิญญาทหารเก่าที่เคยตายในสนามรบใต้ธงตระกูลเสิ่นก็ปรากฏขึ้นข้างกำแพง
พวกเขาทั้งหมดหันหน้าไปทางสวนเหมย
แล้วคุกเข่าลงพร้อมกัน
“คำนับคุณหนูใหญ่”
เสียงนั้นไม่ได้ดังด้วยความน่ากลัว
แต่ดังด้วยความภักดี
หงส์อาฆาตหน้าเปลี่ยนสีเป็ครั้งแรก
“เป็ไปไม่ได้…”
เยว่หลันมองนาง
“ท่านอยู่ในตำหนักคุนหนิงมานานเกินไป จึงลืมไปว่าบ้านไม่ได้สร้างจากผนึก”
นางก้าวออกจากรากที่เริ่มคลายตัว
“บ้านสร้างจากคนที่ยังเลือกจะปกป้องกัน แม้ตายไปแล้ว”
เสี่ยวถงร้องไห้ ก่อนวิ่งเข้าหาต้นเหมย
“ออกไปจากต้นไม้ของข้า!”
ิญญาเด็กสาวใช้กระโจนใส่รากสีดำที่รัดรอบต้นเหมย แม้ร่างเล็กจะสั่นเทา แต่ทันทีที่นางแตะราก เสียงร้องของเด็กที่ถูกฝังใต้ต้นไม้ก็ดังก้องขึ้นจากใต้ดิน
รากสีดำชะงัก
หลัวมามายกมือขึ้น เสียงของนางแก่ชราแต่เข้มแข็ง
“บ่าวเรือนฮูหยินใหญ่ ฟังคำสั่งคุณหนู!”
ิญญาบ่าวเก่าทั้งหมดเคลื่อนไหวพร้อมกัน
พวกเขาไม่ได้โจมตีหงส์อาฆาตโดยตรง แต่พุ่งเข้าไปดึงผงธูปขาวในวงพิธีออกทีละเส้น ราวกับฉีกตาข่ายที่ใช้คลุมสวนเหมยไว้
หลี่เฟิงเหยียนเห็นจังหวะนั้น จึงพุ่งเข้าไปตัดอักขระหลักด้านตะวันตก
ราชครูเฮยกระแทกไม้เท้าปิดทิศเหนือ
เสิ่นจื้อหยวนฟันธงิญญาทิศใต้ขาด
เหลือเพียงทิศตะวันออก
ตรงนั้นมีอวี้หรงยืนอยู่
นางยังอ่อนแรง ข้อมือพันผ้าเปื้อนเื แต่ดวงตาของนางกลับชัดเจนกว่าที่เคย
ชิงหลัวจับแขนนางไว้แน่น
“คุณหนูรอง อย่า…”
อวี้หรงหันมายิ้มซีด ๆ
“ข้ายังไม่ได้ชดใช้ แต่เริ่มจากตัดโซ่ของตัวเองก่อนก็แล้วกัน”
นางสะบัดมือออกจากชิงหลัว แล้วเดินโซเซไปยังเส้นอักขระทิศตะวันออก
หงส์อาฆาตหันมาทันที
“ภาชนะ เ้ากล้าทรยศข้า?”
อวี้หรงหัวเราะเบามาก
“ข้าเคยเป็ภาชนะของท่าน ของแม่ ขององค์ชายสาม และของความริษยาของตนเอง…”
นางยกมือที่มีเืซึมจากแผลเก่าขึ้น
“แต่เมื่อครู่มีคนบอกว่าเืข้าเป็ของข้าเอง”
เยว่หลันหันไปมองนาง
อวี้หรงสบตานางเพียงเสี้ยวหนึ่ง
จากนั้นนางกดมือเปื้อนเืลงบนอักขระทิศตะวันออก
“ข้าปฏิเสธ”
แสงสีแดงที่ใช้เืนางเป็โซ่พลันแตกออก
อวี้หรงกรีดร้องด้วยความเ็ป ทรุดลงกับพื้นทันที แต่เส้นอักขระทิศตะวันออกดับลงพร้อมกัน
วงพิธีรอบต้นเหมยสั่นไหวอย่างรุนแรง
หงส์อาฆาตคำราม
เปลือกหลินหว่านชิงที่นางใช้เริ่มแตกร้าว ใบหน้าที่เหมือนฮูหยินใหญ่ค่อย ๆ บิดเบี้ยว เผยเงาดำของสตรีอีกคนซ้อนอยู่ข้างใต้
“เสิ่นเยว่หลัน!”
เสียงนางกรีดร้องจนดอกเหมยทั้งสวนสั่น
กล่องหยกขาวกลางวงพิธียังคงเต้นแรง
ตุบ!
ตุบ!
ตุบ!
เยว่หลันรู้ทันทีว่า ตราบใดที่หัวใจมารดายังอยู่ในมือหงส์อาฆาต พิธีจะยังไม่จบ
นางต้องเอากล่องนั้นมา
แต่หงส์อาฆาตยืนอยู่ข้างมัน
และรอบกล่องมีเส้นรากสีดำพันแน่น
หลี่เฟิงเหยียนเหมือนอ่านใจนางได้
“ข้าจะเปิดทางให้”
“ข้าจะไปเอง”
“ข้ารู้”
เขาพูดเพียงเท่านั้น ก่อนพุ่งเข้าหาเงาหงส์อาฆาต กระบี่ดำตัดผ่านอากาศ กลายเป็เส้นแสงสีฟ้ากลางหมอกแดง
หงส์อาฆาตยกมือขึ้น รากสีดำจำนวนมากพุ่งออกจากพื้นเข้าหาเขา หลี่เฟิงเหยียนหมุนตัวหลบและฟันขาดทีละเส้น แต่ทุกครั้งที่เขาเข้าใกล้กล่องหยก หัวใจในกล่องจะเต้นแรงขึ้น และตราเหมยโลหิตในตัวเยว่หลันก็เจ็บราวถูกกระชาก
นางรู้ว่าหงส์อาฆาตจงใจ
ใช้หัวใจมารดาเป็สายเชื่อมกับตราในตัวนาง
หากหลี่เฟิงเหยียนฝืนทำลายรากโดยตรง นางอาจได้รับผลสะท้อน
“อย่าฟันรากหลัก!” เยว่หลันร้อง
หลี่เฟิงเหยียนเปลี่ยนทิศทันที เขาไม่ฟันรากที่พันกล่องหยก แต่ฟันเส้นธูปขาวรอบรากแทน
เสิ่นจื้อหยวนเห็นทาง จึงะโสั่งองครักษ์
“ปกป้องคุณหนูใหญ่! อย่าให้คนชุดเทาเข้าใกล้!”
องครักษ์จวนเสิ่นที่ฟื้นและตามเข้ามาเริ่มตั้งแนวรอบสวน บ่าวชายหลายคนถือไม้พลองและดาบสั้นเข้าร่วม แม้พวกเขากลัวจนหน้าซีด แต่เมื่อเห็นิญญาบ่าวเก่าคุกเข่าให้คุณหนูใหญ่ เห็นนายท่านถือดาบอยู่หน้าเื เห็นบ้านของตนถูกบุกรุก พวกเขาก็ไม่ถอย
“นี่จวนเสิ่น!”
“อย่าให้พวกมันแตะต้นเหมย!”
เสียงคนเป็ดังผสมกับเสียงคนตาย
สวนเหมยที่เคยเป็สถานที่ฝังความลับ กลายเป็สนามรบของทั้งสองโลก
เสิ่นเยว่หลันก้าวไปยังกล่องหยกขาว
ทุกก้าวหนักเหมือนเดินในน้ำลึก
เสียงมารดาดังขึ้นจากกล่อง
“หลันเอ๋อร์…ช่วยแม่…”
นางน้ำตาคลอ
แต่ไม่หยุดเดิน
“ลูกมาแล้วเ้าค่ะ”
หงส์อาฆาตหันมามองนาง
“ถ้าเ้าแตะกล่อง หัวใจแม่เ้าจะหยุดเต้น”
เยว่หลันหยุดมือห่างจากกล่องเพียงคืบ
ทั้งสวนเหมือนหยุดหายใจ
หงส์อาฆาตยิ้มช้า ๆ
“เ้าคิดว่าข้าจะวางหัวใจนางไว้ให้เ้าหยิบง่าย ๆ หรือ เด็กน้อย หากเ้าใช้มือคนเป็แตะกล่อง หัวใจนางจะกลายเป็เถ้า หากใช้พลังเหมยโลหิตแตะ ประตูจะเปิด หากให้ฉีหลิงอ๋องแตะ หนี้เืของจวนเขาจะกัดหัวใจนั้นจนแตก”
หลี่เฟิงเหยียนหน้าเย็นลงทันที
เสิ่นเยว่หลันมองกล่องหยกขาว
ห้ามคนเป็แตะ
ห้ามเหมยโลหิตแตะ
ห้ามฉีหลิงอ๋องแตะ
แล้วใครจะแตะได้?
เสียงหนึ่งดังขึ้นเบา ๆ ใต้ต้นเหมย
“ข้าแตะได้เ้าค่ะ”
เสิ่นเยว่หลันหันไป
เสี่ยวถงยืนอยู่ตรงนั้น
ิญญาเด็กหญิงตัวเล็ก ตัวโปร่งแสง ดวงตายังมีน้ำตา แต่แววตากลับแน่วแน่กว่าที่เคย
“เสี่ยวถง…”
เด็กหญิงยิ้มทั้งน้ำตา
“ข้าไม่ใช่คนเป็ ไม่ใช่เหมยโลหิต ไม่ใช่จวนฉีหลิง และข้าตายใต้ต้นเหมยนี้ หัวใจของฮูหยินใหญ่เคยให้ขนมข้า เคยลูบหัวข้าตอนข้าทำถ้วยแตก ฮูหยินเคยบอกว่าข้าเป็เด็กดี…”
เสียงนางสั่น
“ข้าอยากคืนของให้ฮูหยินบ้างเ้าค่ะ”
เยว่หลันรู้สึกหัวใจเจ็บแปลบ
“มันอันตราย”
เสี่ยวถงพยักหน้า
“ข้ารู้เ้าค่ะ แต่คุณหนูสัญญาว่าจะคืนชื่อให้ข้าแล้ว ข้าไม่กลัวเหมือนเมื่อก่อนแล้ว”
หลัวมามายืนอยู่ด้านหลังเสี่ยวถง น้ำตาไหลเงียบ ๆ
“คุณหนู ให้เด็กคนนั้นทำเถิดเ้าค่ะ ิญญาที่ตายใต้ราก มีสิทธิ์แตะของที่รากขโมยไว้”
หงส์อาฆาตหน้าเปลี่ยนสี
นางยกมือขึ้นจะสั่งรากโจมตีเสี่ยวถง แต่หลี่เฟิงเหยียนและเสิ่นจื้อหยวนพุ่งเข้าขวางพร้อมกัน กระบี่ดำกับดาบแม่ทัพฟันรากที่พุ่งเข้ามาจนแตกกระจาย
ราชครูเฮยะโ
“ตอนนี้!”
เสี่ยวถงวิ่งเข้าไปหากล่องหยกขาว
ร่างเล็กของนางฝ่าผ่านควันธูปขาวจนโปร่งแสงลงทุกก้าว แต่นางไม่หยุด ไม่แม้แต่จะร้อง เมื่อถึงกล่องหยก นางยื่นมือทั้งสองออกไปจับมัน
เสียงกรีดร้องของหงส์อาฆาตดังขึ้น
“อย่าแตะ!”
เสี่ยวถงกัดฟัน
“นี่ไม่ใช่ของท่าน!”
นางอุ้มกล่องหยกขาวขึ้นจากรากสีดำ
ทันทีที่กล่องออกจากวงพิธี รากทั้งหมดในสวนเหมยก็กระตุกอย่างรุนแรง เสียงประตูใต้ดินคำราม เส้นแสงสีแดงที่พันรอบต้นเหมยแตกออกทีละเส้น
เสี่ยวถงกอดกล่องหยกไว้แน่น
ร่างของนางซีดจางลงอย่างรวดเร็ว
เยว่หลันรีบก้าวเข้าไปหา
“เสี่ยวถง!”
เด็กหญิงหันมายิ้ม
“คุณหนู…ข้าคืนให้แล้ว…”
กล่องหยกขาวถูกส่งถึงมือหลัวมามา ิญญาหญิงชรารับไว้ด้วยสองมือที่สั่นเทา แล้วคุกเข่าลงทั้งน้ำตา
“ฮูหยิน…บ่าวมารับท่านแล้วเ้าค่ะ…”
แสงสีขาวอ่อน ๆ แผ่ออกจากกล่อง
เสียงของหลินหว่านชิงดังขึ้นแ่เบา
“เสี่ยวถง…เด็กดี…”
เสี่ยวถงน้ำตาไหลพราก
“ฮูหยินจำข้าได้…”
ร่างของเด็กหญิงเริ่มแตกเป็ละอองแสงเล็ก ๆ
เยว่หลันรีบเอื้อมมือไป แต่มือนางผ่านร่างเสี่ยวถงไปครึ่งหนึ่ง
“ไม่…เสี่ยวถง เ้าต้องอยู่ก่อน ข้ายังไม่ได้คืนชื่อเ้าอย่างสมบูรณ์…”
เสี่ยวถงส่ายหน้าเบา ๆ
“คุณหนูคืนให้ข้าแล้วเ้าค่ะ ั้แ่วันที่คุณหนูเรียกชื่อข้าใต้ต้นเหมย ข้าก็ไม่ใช่เด็กที่ถูกฝังโดยไร้ชื่ออีกแล้ว”
เสียงของนางเบาลง
“ฝากบอกคนในจวนว่า…เสี่ยวถงไม่ได้ขโมยเงินหนี…”
น้ำตาของเยว่หลันไหลลงมา
“ข้าจะบอก”
“ฝากบอกว่า…ข้าเป็เด็กดี…”
“เ้าเป็เด็กดี” เยว่หลันกล่าวเสียงสั่น “ดีที่สุด”
เสี่ยวถงยิ้ม
ร่างของนางสลายเป็ละอองแสงสีแดงอ่อน ลอยขึ้นไปท่ามกลางกลีบดอกเหมย
ก่อนจะหายไปทั้งหมด นางหันไปทางรากต้นเหมย แล้วพูดเสียงใสครั้งสุดท้าย
“ข้าไม่กลัวที่นี่แล้ว”
ละอองแสงหายไป
สวนเหมยเงียบลงชั่วขณะ
แม้แต่หงส์อาฆาตก็เหมือนนิ่งไป
แต่ความนิ่งนั้นอยู่ได้ไม่นาน
เมื่อหัวใจของหลินหว่านชิงถูกนำออกจากวงพิธี พลังของหงส์อาฆาตก็เสียสมดุล เปลือกฮูหยินใหญ่ที่นางใช้แตกร้าวจนเผยใบหน้าเงาดำแท้จริง นางกรีดร้องด้วยความโกรธ
“เสิ่นเยว่หลัน!”
เยว่หลันเช็ดน้ำตาออก
นางหันไปเผชิญหน้ากับหงส์อาฆาต
“คราวนี้เสียงเรียกข้าฟังชัดขึ้นมาก”
“เ้าคิดว่าชนะแล้วหรือ”
“ไม่” เยว่หลันตอบ “แต่ท่านแพ้หมากนี้แล้ว”
หงส์อาฆาตแสยะยิ้ม
“เด็กโง่ หมากนี้ข้าตั้งใจให้เ้าได้หัวใจนางคืน”
ทุกคนชะงัก
หลี่เฟิงเหยียนะโทันที
“ถอยจากกล่อง!”
แต่สายเกินไป
กล่องหยกขาวในอ้อมแขนหลัวมามาพลันสั่นแรง รอยอักขระสีดำที่ซ่อนอยู่ใต้ก้นกล่องสว่างขึ้น เส้นแสงดำพุ่งออกมาเป็วงแหวน ล้อมรอบหลัวมามา กล่องหยก และเสิ่นเยว่หลันพร้อมกัน
เสียงหงส์อาฆาตหัวเราะก้อง
“หัวใจกลับคืนสู่บ้านแล้ว เหมยโลหิตก็ยืนอยู่ตรงหน้า เหลือเพียงสะพานสุดท้าย”
เยว่หลันขยับตัวไม่ได้
หลัวมามากอดกล่องหยกแน่น สีหน้าเ็ป
“คุณหนู…บ่าวขยับไม่ได้…”
หลี่เฟิงเหยียนฟันกระบี่ใส่วงแหวนดำ แต่ถูกสะท้อนกลับจนเซไปครึ่งก้าว
ราชครูเฮยหน้าเคร่ง
“นี่ไม่ใ่พิธีเปิดประตู”
เสิ่นจื้อหยวนถามเสียงต่ำ
“แล้วคืออะไร”
ราชครูเฮยมองวงแหวนสีดำ
“พิธีแลกหัวใจ”
เยว่หลันรู้สึกเืเย็นลง
หงส์อาฆาตยิ้มงดงาม
“ข้าไม่ได้้าเปิดประตูด้วยหัวใจมารดาเ้าแล้ว เด็กน้อย หัวใจนั้นเก่า อ่อนแรง และถูกใช้มานานเกินไป”
นางมองเยว่หลัน
“ข้า้าหัวใจใหม่”
ตราเหมยโลหิตในอกเยว่หลันร้อนขึ้นจนเจ็บเหมือนถูกมีดเสียบ
หงส์อาฆาตกล่าวช้า ๆ
“หัวใจของผู้ถือเหมยโลหิต”
เสิ่นจื้อหยวนคำราม พุ่งเข้าใส่วงแหวนทันที
“อย่าแตะลูกข้า!”
ดาบของเขาฟันลงบนวงแหวนสีดำ แต่แทนที่วงแหวนจะแตก เสิ่นจื้อหยวนกลับถูกแรงสะท้อนกระแทกจนกระเด็นถอยหลัง เืซึมจากมุมปาก
“ท่านพ่อ!” เยว่หลันร้อง
แต่ร่างนางขยับไม่ได้
วงแหวนสีดำเริ่มหดตัว
กล่องหยกขาวลอยขึ้นจากมือหลัวมามา เปิดออกช้า ๆ
ภายในนั้น แสงสีขาวแดงส่องออกมา
เยว่หลันมองเห็นหัวใจดวงหนึ่ง
เล็กกว่าที่นางคิด
ซีดขาว
แต่ยังเต้นอยู่เบา ๆ
หัวใจของมารดา
และจากหัวใจนั้น เส้นแสงสีดำเส้นหนึ่งยื่นออกมา แตะตรงอกนาง
ความเจ็บแล่นทะลุหัวใจ
เยว่หลันหายใจไม่ออก
หลี่เฟิงเหยียนหน้าเปลี่ยนสีอย่างที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน
เขายกมือขึ้น กรีดปลายนิ้วตนเองด้วยกระบี่ดำ เืสีเข้มซึมออกมา
“หลี่เฟิงเหยียน!” ราชครูเฮยะโ “อย่าใช้เืเ้า!”
“ถ้าไม่ใช้ นางตาย”
เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อย
เืของเขาหยดลงบนกระบี่ดำ กระบี่ส่องแสงสีฟ้าจนเกือบขาว เขาฟันลงกลางวงแหวนอีกครั้ง
คราวนี้วงแหวนดำสั่นอย่างรุนแรง
หงส์อาฆาตหันมามองเขาด้วยรอยยิ้มเย็น
“ในที่สุดก็ยอมใช้หัวใจของตนเองอีกแล้วหรือ ฉีหลิงอ๋อง”
เยว่หลันหันไปมองเขาทั้งที่เจ็บจนตาพร่า
อีกแล้ว?
หงส์อาฆาตหัวเราะ
“ดี ข้าจะได้ดูว่าเ้ามีิญญาเหลือให้เย็บนางอีกสักกี่ครั้ง”
กระบี่ของหลี่เฟิงเหยียนกดลงบนวงแหวนดำ
เืที่ปลายนิ้วเขาไหลมากขึ้น
ใบหน้าของเขาซีดลงเล็กน้อย แต่สายตายังคงแน่วแน่
“เยว่หลัน” เขาเรียกเสียงต่ำ
นางพยายามมองเขา
“ฟังข้า”
“ข้า…ฟัง…”
“อย่ากลัวหัวใจของเ้า”
คำพูดนั้นเหมือนสายฟ้าเล็ก ๆ ผ่าผ่านความเจ็บ
อย่ากลัวหัวใจของเ้า
นางหลับตาลง
หัวใจของนางกำลังถูกดึง
หัวใจของมารดาอยู่ตรงหน้า
หัวใจของหลี่เฟิงเหยียนกำลังจ่ายเืเพื่อกั้นวงแหวน
หัวใจของบิดากำลังแตกสลายอยู่ด้านนอก
หัวใจของจวนเสิ่นกำลังเต้นพร้อมประตูใต้สวนเหมย
และหงส์อาฆาตคิดจะใช้ทุกหัวใจนี้ควบคุมนาง
ไม่
หัวใจของนางไม่ใช่ของหงส์อาฆาต
ไม่ใช่ของราชวงศ์
ไม่ใช่ขององค์ชายสาม
ไม่ใช่ของประตู
ไม่ใช่แม้แต่ของความแค้น
หัวใจของนางเป็ของนางเอง
เสิ่นเยว่หลันลืมตาขึ้น
แสงสีแดงในดวงตานางปรากฏขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่บ้าคลั่ง ไม่แตกสลาย ไม่ถูกประตูครอบงำ
มันนิ่ง
ลึก
และสว่างเหมือนดอกเหมยที่บานกลางคืนหิมะ
“ข้าขอคืนหัวใจมารดา”
เสียงของนางดังขึ้น
วงแหวนสีดำชะงัก
หงส์อาฆาตหรี่ตา
เยว่หลันกล่าวต่อ
“ไม่ใช่เพื่อเปิดประตู ไม่ใช่เพื่อฆ่าคน ไม่ใช่เพื่อแลกกับหัวใจของข้า”
นางยกมือขึ้นแตะอกตนเอง
“แต่ในฐานะบุตรีของนาง”
หัวใจของหลินหว่านชิงในกล่องหยกเต้นแรงขึ้นหนึ่งครั้ง
ตุบ
แสงสีขาวพลันพุ่งออกจากหัวใจ ล้อมรอบเสิ่นเยว่หลันไว้
เสียงของหลินหว่านชิงดังขึ้น
อ่อนโยน
ชัดเจน
และไม่ถูกบิดเบือนอีกต่อไป
“หลันเอ๋อร์…”
น้ำตาของเยว่หลันไหลลงมา
“ท่านแม่”
“แม่อยู่ตรงนี้”
วงแหวนสีดำเริ่มร้าว
หงส์อาฆาตหน้าเปลี่ยนสีจริง ๆ
“ไม่ได้! หัวใจนั้นเป็ของข้า!”
เสียงของหลินหว่านชิงตอบอย่างแ่เบา
“ไม่เคยเป็ของเ้า”
แสงสีขาวจากหัวใจพุ่งออกไปกระแทกวงแหวนสีดำจนแตกกระจาย
หลัวมามาถูกปล่อยออกจากพันธนาการ ทรุดลงกับพื้น แต่ยังรีบอุ้มกล่องหยกไว้แน่น
หลี่เฟิงเหยียนฟันกระบี่ลงครั้งสุดท้าย
วงแหวนดำแตกสลายทั้งหมด
หงส์อาฆาตกรีดร้อง ร่างเปลือกที่นางใช้แตกออกเป็ควันสีดำ พุ่งขึ้นเหนือสวนเหมย ก่อนถูกแรงบางอย่างดึงกลับไปทางวังหลวง
แต่ก่อนหายไป เสียงของนางยังดังสะท้อน
“เ้าคิดว่าหัวใจกลับมาหาเ้าแล้วหรือ เสิ่นเยว่หลัน”
เสียงนั้นหัวเราะ
“ลองถามแม่เ้าดูสิ ว่าหัวใจดวงนี้เหลืออยู่ครบหรือไม่”
ควันดำสลายไป
สวนเหมยเงียบลงทันที
แสงสีแดงบนฟ้าค่อย ๆ จาง
ประตูใต้ต้นเหมยสงบลงชั่วคราว
ทุกคนหอบหายใจราวเพิ่งรอดจากความตาย
เสิ่นจื้อหยวนรีบเข้ามาหาเยว่หลัน
“หลันเอ๋อร์!”
นางเซเล็กน้อย แต่ยังยืนได้
“ลูกไม่เป็ไรเ้าค่ะ”
หลี่เฟิงเหยียนเก็บกระบี่ลง แต่ใบหน้าของเขาซีดกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด เืที่ปลายนิ้วยังไหลไม่หยุด
เยว่หลันหันไปมองเขา
“ท่าน…”
เขาซ่อนมือไว้ในแขนเสื้อ
“าแเล็กน้อย”
ราชครูเฮยกล่าวเสียงแห้ง
“ถ้านั่นเรียกเล็กน้อย ข้าคงเป็เด็กหนุ่มอายุสิบเจ็ด”
หลี่เฟิงเหยียนไม่ตอบ
เยว่หลันอยากถาม
เื่ “อีกแล้ว” ที่หงส์อาฆาตพูด
เื่เขาใช้หัวใจหรือิญญาช่วยนาง
แต่ก่อนนางจะเอ่ย หลัวมามาก็ร้องไห้ขึ้นเบา ๆ
ทุกคนหันไป
กล่องหยกขาวในอ้อมแขนนางเปิดอยู่
หัวใจของหลินหว่านชิงยังเต้น
แต่บนหัวใจนั้นมีรอยแหว่งเล็ก ๆ อยู่จริง
เหมือนถูกตัดออกไปส่วนหนึ่ง
เสิ่นจื้อหยวนทรุดเข่าลงตรงหน้าโดยไม่รู้ตัว
ดวงตาของเขาแดงก่ำ
“หว่านชิง…”
เสียงของหลินหว่านชิงดังออกจากหัวใจ แ่เบาแต่อบอุ่น
“จื้อหยวน…อย่าร้อง…”
เพียงคำนี้ แม่ทัพผู้ไม่เคยร้องต่อหน้าผู้ใดก็ก้มหน้าลง น้ำตาหยดหนึ่งตกบนพื้นสวนเหมย
เยว่หลันยกมือปิดปาก น้ำตาไหลเงียบ ๆ
หัวใจของมารดากลับมาแล้ว
แต่ไม่ครบ
ส่วนที่หายไปอยู่ที่ใด?
คำตอบเหมือนเย็นจัดในอกนาง
ตำหนักคุนหนิง
หงส์อาฆาตยังเก็บส่วนหนึ่งไว้
และตราบใดที่หัวใจของมารดายังไม่สมบูรณ์ ิญญาของนางก็ยังไม่อาจเป็อิสระ
เสียงของหลินหว่านชิงดังขึ้นอีกครั้ง
“หลันเอ๋อร์…”
เยว่หลันรีบเข้าไปใกล้
“ลูกอยู่นี่เ้าค่ะ”
“อย่า…เข้าวัง…ตอนนี้…”
นางชะงัก
“ทำไมเ้าคะ”
หัวใจในกล่องเต้นช้าลง
เสียงของมารดาแ่ลงมาก
“องค์ชายสาม…กำลังไป…คุกหลวง…”
เสิ่นเยว่หลันขมวดคิ้ว
“คุกหลวง?”
“ที่นั่น…มีคนหนึ่ง…ที่รู้ว่าใครฆ่าแม่จริง…”
ทุกคนในสวนเงียบลงทันที
เสิ่นจื้อหยวนเงยหน้าขึ้น
“ใคร”
เสียงของหลินหว่านชิงแ่จนแทบไม่ได้ยิน
“คนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็ฏเมื่อสิบหกปีก่อน…
อดีตเ้าสำนักผนึกิญญา…”
แสงในกล่องหยกอ่อนลง
“เขายังไม่ตาย…”
หลี่เฟิงเหยียนหน้าเปลี่ยนสีทันที
ราชครูเฮยเองก็เหมือนถูกฟ้าผ่า
“เป็ไปไม่ได้…”
เสิ่นเยว่หลันมองพวกเขา
“ใครเ้าคะ”
ราชครูเฮยตอบเสียงต่ำ
“เยี่ยนชาง”
อวี้หรงที่นอนอยู่ในอ้อมแขนชิงหลัวพลันลืมตาขึ้น
ใบหน้านางขาวซีดกว่าเดิม
“เยี่ยน…”
ริมฝีปากนางสั่น
“แซ่เดียวกับท่านแม่ข้า…”
ราชครูเฮยพยักหน้าช้า ๆ
“เขาคือบิดาของฮูหยินรอง”
ทั้งสวนเหมยเงียบสนิท
เยว่หลันรู้สึกเหมือนหมากอีกตัวถูกเปิดกลางกระดาน
ฮูหยินรองไม่ได้เป็เพียงคนของสำนักผนึกิญญา
นางเป็บุตรีของอดีตเ้าสำนัก
และคนผู้นั้นยังมีชีวิตอยู่ในคุกหลวง
หลินหว่านชิงกล่าวคำสุดท้ายก่อนเสียงจะอ่อนลง
“อย่าให้จวินเฉิง…ปิดปากเขา…”
หัวใจในกล่องหยกค่อย ๆ สงบลง
แสงสีขาวอ่อนหายไป
เหลือเพียงจังหวะเต้นเบา ๆ
ตุบ
ตุบ
ตุบ
เสิ่นเยว่หลันมองหัวใจมารดา
จากสวนเหมย
ไปสุสานหลวง
จากสุสานหลวงกลับจวนเสิ่น
และตอนนี้ เส้นทางต่อไปชี้ไปยังคุกหลวง
หงส์อาฆาตยังไม่ถูกกำจัด
ฮองเฮายังอยู่ในตำหนักคุนหนิง
องค์ชายสามกำลังไปคุกหลวง
และอดีตเ้าสำนักผนึกิญญาผู้เป็บิดาของฮูหยินรองยังมีชีวิตอยู่
เยว่หลันหลับตาลงหนึ่งลมหายใจ
เมื่อเปิดตา นางหันไปทางทิศวังหลวง
สีฟ้าจางของรุ่งเช้าเริ่มแตะขอบฟ้าแล้ว
แต่คืนนี้ยังไม่จบ
“ท่านพ่อ” นางกล่าว
เสิ่นจื้อหยวนเงยหน้าขึ้น
“ลูกต้องไปคุกหลวง”
เขากำดาบแน่น
“พ่อไปด้วย”
หลี่เฟิงเหยียนก้าวเข้ามาข้างนาง
“ข้าด้วย”
ราชครูเฮยถอนหายใจยาว
“ข้าเริ่มคิดถึงวันที่ตนเองยังถือศีลอยู่บนเขา”
แต่เขาก็ก้าวมาเช่นกัน
เสิ่นเยว่หลันมองทุกคน
มองชิงหลัวที่ยังร้องไห้แต่ไม่ยอมปล่อยอวี้หรง
มองหลัวมามาที่กอดกล่องหัวใจของมารดาไว้ราวกอดชีวิตสุดท้าย
มองบิดาที่เพิ่งได้ยินเสียงภรรยาอีกครั้ง
มองหลี่เฟิงเหยียนที่ซ่อนมือเปื้อนเืไว้ในแขนเสื้อ
มองสวนเหมยที่เสียเสี่ยวถงไป แต่ได้หัวใจของมารดาคืนมา
นางรู้ว่านับจากนี้ ทุกก้าวจะยิ่งลึก ยิ่งอันตราย และยิ่งเจ็บ
แต่นางไม่มีทางถอยแล้ว
“เช่นนั้นไปกันเถิด”
เสียงของนางเย็นและมั่นคง
“ก่อนที่องค์ชายสามจะฆ่าความจริงอีกคนหนึ่งทิ้ง”