บทที่ 20 ร้านค้าเก่าแก่และเห็ดหลินจือร้อยปี
คนไม่ดีควรรีบหายไปจากหน่วนเป่า
ในหมู่บ้านไม่เคยมีข้อพิพาทระหว่างสองครอบครัวมาก่อน และยิ่งมีกฎว่าให้ทั้งสองฝ่ายปฏิบัติแบบเดียวกัน มีอะไรให้รับผิดชอบร่วมกัน ดังนั้นหลิวต้าหย่งจึงไม่รู้สึกกลัว
ยิ่งไปกว่านั้นเขายังลงแรงไปมากมายกับหมู่บ้าน
แต่ไม่คาดคิดว่าหลี่เจิ้งจะพูดเพียงประโยคเดียว และเป็การตัดสินชะตาชีวิตของตนเช่นนี้
ไสหัวไป!
“หลี่เจิ้ง เ้าจะให้ครอบครัวของพวกเราออกไปหรือ?” หลิวต้าหย่งกัดฟันถาม
แม้ว่าหลี่เจิ้งจะเป็ผู้เฒ่า แต่คำพูดของเขาพูดหนึ่งไม่มีสอง สามารถเทียบได้กับคำพูดของฮ่องเต้
“หากเ้ารั้งจะอยู่ก็มีแต่ทำให้ทั้งคนหมู่บ้านอกสั่นขวัญแขวน นี่ไม่ใช่หมู่บ้านหลิวกังของข้าคนเดียว!”
ใช่แล้ว หากครอบครัวนี้ยังอยู่ ไม่รู้ว่าหวังซื่อจะอิจฉาแล้วไปฆ่าแกงลูกชายบ้านไหนอีก หรือหลิวซิ่วหงเห็นลูกสาวบ้านไหนดีกว่า นางจะไม่ไปอุดปากฆ่าเด็กหรอกหรือ?
ไม่สามารถปล่อยเอาไว้ได้!
“ไปให้พ้น! หมู่บ้านหลิวกังจะไม่ยอมให้เกิดเื่เช่นนั้นเด็ดขาด!”
“รีบไสหัวไปซะ! นังผู้หญิงใจร้าย!”
“ไสหัวไป!”
หลิวต้าหย่งไม่คิดว่าทุกคนจะมีปฏิกิริยาเช่นนี้ เขาก็วิ่งออกไปโดยไม่คิดจะเหลียวกลับมามองลูกเมียเลยสักนิด
หลิวซิ่วหงประคองมารดาที่ตัวสั่นและถูกทิ้งไว้ภายใต้สายตาดูถูกของผู้คน
ในที่สุดเซียวหยวนหลางก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
หลังจากเกิดเหตุการณ์วุ่นวาย งานเลี้ยงฉลองวันครบรอบจึงเป็อันต้องเลิกรา
ยังดีที่ทุกคนกินดื่มกันจนอิ่มหนำแล้ว ส่วนใครที่ยังกินไม่หมดก็สามารถห่อเก็บกลับบ้านไปได้
ครอบครัวสกุลเซียวเก็บกวาดทำความสะอาดเสร็จแล้ว พวกเขาก็นั่งอยู่ห้องโถงกลางและมองหน้ากัน
“เมื่อครู่นี้ข้าดูแล้วว่าบนตัวของน้อง ๆ ไม่มีร่องรอย ดีที่มาทันเวลาพอดี” เซียวหยวนหลางนั่งข้างเ้าก้อนแป้ง มองดูนางนอนหลับโดยไม่กะพริบตา
“หลี่เจิ้งบอกข้าว่า เขาจะส่งคนไปจับตาดูให้บ้านหลิวต้าหย่งออกไปเอง” เซียวหย่งฝูบีบมือหลินซื่อและคอยปลอบนาง
ผู้เฒ่าเซียวเอนหลังบนเก้าอี้แล้วหยิบยาสูบขึ้นมา สูดควันเข้าปอดเฮือกใหญ่แล้วค่อย ๆ ผ่อนลมออกมาอย่างเหม่อลอย ในหัวนึกถึงสิ่งที่หลี่เจิ้งพูด “ผู้เฒ่าเซียว เด็กสองคนนี้จะต้องมาตอบแทนบุญคุณแน่ ๆ ท่านดูตัวเองสิ เพราะเป็ห่วงเด็กสองคนนี้ จึงทำให้ยืนได้แล้ว”
นี่คือการพยายามเอาใจเขาหรือ?
ผู้ชายคนนี้รู้จักเอาใจคนอื่นั้แ่เมื่อไหร่ ฮึ่ม ทำดีหวังผลชัด ๆ!
ต้องคิดที่จะมาแย่งหลานสาวของเขาไปแน่!
หลังจากสูบไปสักพัก ผู้เฒ่าเซียวก็เงยหน้าขึ้น “พวกเ้าไม่ใช่ว่าจะเข้าเมืองกันหรอกหรือ? เข้านอนเร็วหน่อยเถอะ จะพาหน่วนเป่าไปด้วยหรือไม่? ถนนสายนั้นไม่ค่อยดีเท่าไรนัก”
ถ้าพาเด็ก ๆ ไปด้วย เขาก็จะไม่ได้เจอหน่วนเป่าทั้งวัน
หากเขาไม่ได้มองดูหน้าเล็ก ๆ และแก้มยุ้ย ๆ นั่น ผู้เฒ่าเซียวจะต้องรู้สึกกระสับกระส่ายไม่สบายใจเป็แน่
หลินซื่อมองเห็นว่าผู้เฒ่าเซียวดูไม่เต็มใจ สุดท้ายก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ “ท่านพ่อ ตอนนี้อากาศดีมาก พาเด็ก ๆ ออกไปคงไม่เป็ไรหรอก อีกอย่างถ้าข้าไม่อยู่เด็ก ๆ ก็จะไม่มีอะไรกิน”
จริงด้วย ยังเป็เด็กทารกอยู่เลย!
ผู้เฒ่าเซียวตบหน้าผาก โบกมือไปมาแล้วเดินจากไป “ฮึ่ม! พรุ่งนี้ออกเดินทางกันเช้าหน่อยเถอะ!”
……
เมืองอิ้งซาน ภายในเมือง
มีผู้คนมากหน้าหลายตาเข้ามา ส่งเสียงเร่ขายของไม่มีที่สิ้นสุด
“พี่รอง ดูนั่นสิ ถังหูลู่” ขนมหลายอย่างทำให้เซียวเฉินหลางเปรี้ยวปากอยากกิน
เซียวจ้งหลางเผยสีหน้าดูใ พลางคว้าแขนน้องชายเข้ามากระซิบ “เ้าอย่าวิ่งไปแบบนี้สิ เ้าเห็นหรือไม่ว่าคนเยอะแยะ เดี๋ยวพลัดหลงเข้าจะลำบาก”
“ไม่มีทางหรอกน่า พี่รองต่างหาก อย่าพาตัวเองหลงแล้วกัน”
พี่น้องหยอกล้อและเดินเข้าสู่ถนนที่แสนวุ่นวาย
เซียวหย่งฝูอุ้มเสี่ยวลิ่ว ส่วนหลินซื่ออุ้มหน่วนเป่า สองสามีภรรยามีความสุขกันมาก เดิมทีเขาคิดที่จะพาลูกชายคนโตมาลงชื่อเข้าสำนักศึกษา ไม่คิดจะได้มาเดินตลาดเช่นนี้
ในบรรดากลุ่มพวกเขา มีเพียงสีหน้าของเซียวหยวนหลางเท่านั้นที่ดูตึงเครียด
คู่สามีภรรยาทำอะไรไม่ถูก แต่เซียวหยวนหลางพลาดโอกาสในการเรียนไปแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนี้เขาจะไม่เครียดได้อย่างไร
เ้าก้อนแป้งคาดการณ์ไว้ก่อนแล้ว ว่าการเดินทางครั้งนี้อาจมีอุปสรรคเล็กน้อย และมีผู้สูงศักดิ์เข้ามาช่วยเหลือ
อืม~ ได้เวลาสนุกแล้วสิ
“ถึงแล้ว เห็นหรือไม่?” เซียวหย่งฝูชี้ไปข้างหน้าด้วยรอยยิ้มกว้าง “ได้ยินมาว่าสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน เป็ร้านที่มีอายุนับร้อยปี”
สามีสดใสมีชีวิตชีวา ลูกชายก็ตึงเครียดคิ้วขมวด หลินซื่อได้แต่ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้
“หอผู่ซื่อ! ฟังดูแล้วไม่เหมือนร้านขายยาเลย เหมือนวัดพุทธมากกว่าอีก” เซียวจ้งหลางพึมพำ
เ้าก้อนแป้งได้ยินท่านพ่อท่านแม่พูดว่าพี่ใหญ่ต้องเรียนหนังสือ ต้องเอาเงินไปจ่ายค่าครูและจ่ายให้กับสำนักศึกษา
นางจึงเอาโสมที่หมาป่าขาวขุดมาเปลี่ยนมันเป็โสมร้อยปี นอกจากนั้นยังแอบแช่เห็ดหลินจือในน้ำทิพย์โดยหวังว่าจะได้ราคาดี
“เถ้าแก่ ถามหน่อยว่าท่านรับซื้อโสมและเห็ดหลินจือหรือไม่?” เซียวหย่งฝูลูบมือไปมา รู้สึกอายเล็กน้อย
ชายคนหนึ่งสวมชุดชาวประมงยืนคิดคำนวณไม่ขยับตัว เขาเงยหน้าขึ้นอย่างเกียจคร้านแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเ็า “เอาออกมาให้ดูคุณภาพก่อน เราไม่ได้รับของทุกอย่าง”
รอยยิ้มของเซียวหย่งฝูชะงักค้าง ท่าทางของเถ้าแก่ทำให้เขาสูญเสียความมั่นใจไปบ้าง แต่เมื่อคิดถึงเื่ของที่บ้าน เขาก็กลับมาเชื่อมั่นอีกครั้ง
เป็อย่างที่คิดไว้ เมื่อเ้าของร้านเห็นโสมและเห็ดหลินจือที่เซียวหย่งฝูหยิบออกมา ดวงตาก็เบิกกว้างขึ้น เขาวางมันลงไม่ได้ แทบอยากจะเอามันไปเลย
จนกระทั่งเซียวหย่งฝูเคาะโต๊ะ เ้าของร้านจึงวางมันลงอย่างไม่ค่อยจะเต็มใจนัก
เซียวหย่งฝูยิ้ม “เถ้าแก่ คุณภาพเป็อย่างไร?”
เ้าของร้านกลอกตาปั้นหน้าพูดอย่างใจเย็น “ธรรมดามาก โสมสีขาวอายุไม่มาก ลำต้นสั้นและเห็ดหลินจือก็ดูจืดชืด”
คำพูดของเ้าของร้าน ทำให้สีหน้าคนสกุลเซียวหมองลง
เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าไม่คิดจะสู้ เ้าของร้านจึงพูดอีกครั้ง “ดูเหมือนว่าพวกเ้าจะไม่ใช่คนในเมืองสินะ”
เซียวหย่งฝูพยักหน้าอย่างอ่อนแรง
เซียวหยวนหลางกำหมัดแน่น เขาอยากจะบอกว่าไม่ต้องไปเรียนกันแล้ว เ้าของร้านผู้นี้คิดจะโกงกันชัด ๆ
เ้าของร้านแสดงทำทีเป็ตรวจสอบคุณภาพสินค้าอีกครั้ง “เอาล่ะ มันไม่ง่ายเลยที่จะเข้ามาในเมืองสักครั้ง ดังนั้นข้าจะรับมันไว้ก็ได้ ให้พวกเ้าทั้งหมดห้าสิบตำลึง หากเ้าไปร้านอื่นคาดว่าเขาคงจะให้เ้ามากสุดแค่สามสิบตำลึง”
เมื่อเ้าก้อนแป้งเห็นว่าท่านพ่อท่านแม่กำลังจะทำข้อตกลงกับคนขี้โกง นางก็โกรธมากจนแทบจะฟาดสายฟ้าลงมาเดี๋ยวนี้เลย!
แต่หน่วนหยางก็ยับยั้งตัวเองเอาไว้ เพราะััได้ว่า ‘ผู้สูงศักดิ์’ กำลังมา
ในขณะนี้เอง จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงดังมาจากด้านหลัง “ช้าก่อน!”
เซียวหยวนหลางมองดูคนผู้นั้นด้วยความประหลาดใจ ดูคลับคล้ายคลับคลาแต่เขาจำไม่ได้ว่าเคยพบที่ไหนมาก่อน
ชายคนนั้นเดินไปที่หน้าโต๊ะหยิบโสมขึ้นมาดู แล้วรีบหยิบเห็ดหลินจือขึ้นมาดูอีกที
ท่ามกลางความสับสนของทุกคน เขาก็เดินตรงดิ่งไปที่ตู้สินค้าแล้วคว้าคอเสื้อของเ้าของร้านขึ้น
“เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าเป็โสมอายุร้อยปีและเห็ดหลินจือคุณภาพดีเยี่ยม คิดไม่ถึงว่าเ้าจะหลอกลวงคนเช่นนี้! หอผู่ซื่อ ประเสริฐจริง ๆ!”
เ้าของร้านถึงกับเหงื่อแตกพลั่ก พูดตะกุกตะกัก “มีอะไรก็พูดกันดี ๆ พูดกันดี ๆ”
ชายคนนั้นโยนเ้าของร้านลงไปที่พื้นแล้วเดินอย่างรวดเร็วไปหาเซียวหย่งฝูด้วยสีหน้าตื่นเต้น “ท่านลุง ข้า้าของทั้งสองอย่างนี้ ให้ข้าเถอะ”
“ข้าจะให้ราคา...” ว่าแล้วก็โน้มกายเข้าหาไปกระซิบข้างหูเซียวหย่งฝู
เซียวหยวนหลางที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ไม่ได้ยินว่าคนผู้นี้จะให้ราคาเท่าไร แต่เขาเห็นสีหน้าท่านพ่อหลังจากได้ยินราวกับถูกฟ้าผ่าและตัวแข็งทื่อ
เมื่อเ้าของร้านเห็นว่าทั้งสองคนดูเหมือนจะตกลงกันได้แล้ว ก็โกรธมาก หากคนผู้นี้ไม่มาขวาง ตนจะต้องทำเงินได้มากมายมหาศาลเป็แน่ แต่กลับถูกตัดหน้า!
ชายคนนั้นหยิบเงินหนึ่งร้อยตำลึงออกจากแขนเสื้อแล้วมอบให้กับเซียวหย่งฝู พลางเหลือบมองเ้าของร้านและพูดเสียงเบา “นี่คือเงินมัดจำ ส่วนที่เหลือพวกเราออกไปข้างนอกก่อนค่อยว่ากัน”
เซียวหย่งฝูเข้าใจ การทำเช่นนี้ย่อมเป็ผลดีต่อพวกเขา จึงเรียกภรรยาและเด็ก ๆ หันหลังเตรียมออกไป
“หยุดนะ! พวกเ้าคิดว่าจะมาก็มา คิดจะไปก็ไปอย่างนั้นหรือ? ล้อมพวกเขาเอาไว้!” เ้าของร้านพูดพร้อมตบมือ ชายร่างกายกำยำเจ็ดแปดคนก็เดินออกมาจากห้องด้านใน
ทุกคนในสกุลเซียวต่างใและค่อย ๆ ขยับตัวเข้าหาชิดกัน
“คิดจะทำอะไร?” ชายที่ตกลงซื้อโสมกอดอกกล่าวเสียงเย็น
เ้าของร้านไม่กลัวอีกต่อไปแล้วมองอีกฝ่ายอย่างเย่อหยิ่ง “วางของลง ขอโทษข้า แล้วก็ไสหัวออกไปจากเมืองซะ! ไม่อย่างนั้นพวกเ้าคงไม่มีทางให้กลับไปแล้วล่ะ!”
เซียวหย่งฝูคิดกับตัวเอง กล้าปล้นของกันกลางวันแสก ๆ เป็ร้านเก่าแก่นับร้อยปีจริง ๆ!