จางเฟยอีพาน้อง ๆ กลับไปที่ห้อง แล้วก้มลงหยิบหีบไม้ใบหนึ่งที่วางไว้ใต้เตียงออกมา นางนำเงินออกจากหีบไม้เก่าใบนั้นออกมานับ จางเฟยอีคนเก่าไม่เคยเปิดดูเงินในหีบนี้มาก่อนเลยเพราะมารดาสั่งไว้ว่านี่เป็สินเดิมที่ต้องใช้ยามออกเรือน ในหีบมีแต่เงินอีแปะนับรวมได้ 2 ตำลึงเงิน กับอีก 345 อีแปะ ซึ่งเป็เงินที่มารดาของนางค่อยๆ สะสมมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา
"ยังดีที่มีเงินก้อนนี้อยู่ คราวนี้ก็พอจะมีหนทางบอกกับผู้อื่นถึงที่มาของสิ่งต่างๆที่ฉันจะนำออกมาจากมิติได้"
เมื่อคืนนอกจากจะได้สำรวจตัวเองกับคนรอบข้างโดยอาศัยความทรงจำของเ้าของร่างเดิมแล้ว ความหิวทำให้นางคิดถึงซาลาเปาที่นางซื้อมาจากร้านแผงลอยหน้าร้านขายยาหลายสิบลูก โดยตั้งใจจะนำมาแบ่งให้คุณลุงข้างบ้าน เขามีหลานอายุน้อยถึงห้าคนเลยเชียว
เมื่อนึกถึงภาพของซาลาเปาลูกสีขาวอวบอ้วนที่วางอยู่ในถุงบนโต๊ะอาหาร ทันใดซาลาเปาลูกหนึ่งก็ออกมาปรากฏอยู่ในมือของนาง จางเฟยอีรีบกินซาลาเปาลูกนั้นทันทีด้วยความหิวจากนั้นก็ทดลองหยิบน้ำอัดลมที่อยู่ในตู้เย็นออกมาอีกหนึ่งกระป๋อง น้ำอัดลมก็ออกมาอยู่ในมือของนางอีกเช่นกัน
เวลานั้นจางเฟยอีมั่นใจแล้วว่าตนเป็คนที่ทะลุมิติมายังยุคโบราณ เหมือนดังนิยายที่เคยอ่านมาหลายเื่ นางทดลองนำของชิ้นเล็กใหญ่หลายขนาดออกมาและใส่กลับไปเก็บไว้ที่เดิมได้อย่างคล่องแคล่ว นางพบว่าภายในมิตินี้ไม่ใช่มีแต่พื้นที่บ้านของตนเพียงเท่านั้น แผงลอยซาลาเปา ร้านขายยา ร้านต้นไม้ ร้านเครื่องดินเผา ซูเปอร์มาร์เกตและร้านจำหน่ายอุปกรณ์ทางทหาร ต่างก็ปรากฏออกมาในความคิดของนาง ซึ่งทุกร้านเป็ร้านที่ตนเองได้ไปที่นั่นในวันเดียวกับที่นางเสียชีวิตนั่นเอง
……….
“น้องรอง น้องเล็ก มากินซาลาเปานี่ก่อน” จางเฟยอีหยิบซาลาเปาลูกโตออกมาสองลูกยื่นให้น้องชายทั้งสองคน
“พี่ใหญ่เอามาจากไหนขอรับ” จางเฟยหรงรับซาลาเปามาไว้ในมือแล้วเอ่ยปากถามพี่สาวอย่างร้อนรน เขากลัวว่าพี่สาวของเขาจะแอบขโมยอาหารของผู้อื่นมา
“น้องรองเ้ารีบกินเสีย ข้าไม่ได้ขโมยมาจากผู้ใดหรอกไว้แยกบ้านแล้วข้าจะเล่าให้เ้าฟังทั้งหมด เวลานี้อย่าเพิ่งให้คนอื่นเห็นว่าพวกเรามีอาหาร”
จางเฟยเทียนพยักหน้าแข็งขัน พี่สาวบอกไม่ให้พูดเขาก็จะไม่มีวันพูดออกมา รีบกัดกินซาลาเปาอย่างรวดเร็ว
“พี่ใหญ่ เ้าซาลาเปานี่มันอร่อยมากเลยขอรับ ข้าไม่เคยกินอาหารที่อร่อยเช่นนี้มาก่อนเลย” จางเฟยเทียนเบะปากร้องไห้ไป เคี้ยวซาลาเปาในปากไป พี่สาวดีจริงๆ มีของอร่อยเก็บไว้ใหเขาด้วย
“พี่ใหญ่มีอาหารอร่อยๆ ให้เ้ากินอีกมากมายเลย แต่เ้าจะบอกกับผู้ใดไม่ได้เด็ดขาดเลยนะเฟยเทียน หากผู้อื่นรู้เขาจะมาขโมยอาหารและทำร้ายพวกเรา”
สองเด็กชายพยักหน้ารับคำหนักแน่น รีบกินซาลาเปาจนหมด จากนั้นทั้งสามพี่น้องก็พากันออกมาช่วยทำงานบ้าน ป้าสะใภ้รองที่ต้มข้าวเพิ่งจะเสร็จก็เรียกทุกคนให้ช่วยกันยกอาหารออกไป
หากจะกล่าวว่าช่วยกันยกอาหารก็ออกจะผิดไปอยู่บ้างเพราะอาหารของคนทั้งบ้านนั้นมีเพียงสองอย่างก็คือผักป่า และมันเทศต้ม กับข้าวต้มที่มีน้ำมากกว่าข้าวอีกครึ่งหม้อ
บ้านสกุลจางมีลูกหลานหลายคน ท่านลุงใหญ่มีบุตรสามคนคือ จางจื่อฉีบุตรชายอายุ 18 ปี และจางจื่อเหมยบุตรสาวอายุ 16 ปี จางจื่อเจี้ยนบุตรชายอายุ 14 ปี
ท่านลุงรองมีบุตรสี่คนคือ จางลี่จิ่นบุตรชายอายุ 16 ปี จางลี่ิบุตรชายอายุ 8 ปี จางลี่เจี๋ยบุตรสาวอายุ 5 ปี และจางลี่หลินอายุ 3 ปี รวมบ้านสามเข้าไปด้วยเท่ากับว่ามีหลานชายทั้งหมด 6 คน และหลานสาว 4 คน
“เห้อ….หลานสิบคน ผู้ใหญ่ห้าคน หากท่านพ่อท่านแม่ยังอยู่เท่ากับว่าบ้านนี้มีสมาชิกทั้งหมด 17 คน เฉพาะอาหารการกินในแต่ละวันหากจะกินให้อิ่มท้องก็มากมายมหาศาลแล้ว ไม่แปลกเลยที่พวกเขาจะยากจน”
สามพี่น้องบ้านสามต่างก็กินซาลาเปาลูกโตกันอิ่มจนกินเพิ่มอีกไม่ได้แล้ว จางเฟยอีซึ่งปกตินอกจากที่ต้องดูแลน้องชายจางเฟยเทียนที่อายุ 5 ขวบแล้ว ก็มีจางลี่เจี๋ยและจางลี่หลินบุตรสาววัยเยาว์ของลุงรองอีกสองคนที่นางต้องคอยช่วยเลี้ยงอีกด้วย
นางและจางเฟยเทียนแบ่งข้าวส่วนของตัวเองให้กับน้องสาวทั้งสองคน ส่วนจางเฟยหรงก็เทข้าวต้มส่วนของตัวเองให้กับจางลี่ิที่สนืทสนมกันดีกับเขา
“แล้วเ้าไม่หิวหรือเฟยหรง”
จางลี่ิมองไปยังญาติผู้พี่ที่วัยใกล้เคียงกันด้วยแววตาเ็ป เขาทั้งสองคนมักจะออกไปหาฝืนเก็บผักด้วยกันตลอด หลายครั้งที่เป็ลมหมดแรงไปด้วยความหิว ต้องผลัดกันพยุงผลัดกันลากตัวของอีกฝ่ายกลับมาบ้านเป็ประจำ
“วันนี้ข้าตื่นเต้นจนไม่หิวน่ะ พวกเราจะย้ายไปอยู่บ้านเดิมของท่านย่าแล้ว ข้าจะมีห้องนอนส่วนตัวของข้าเองเลยนะลี่ิ หากเ้าอยากไปเที่ยวเล่นบ้านข้าก็ไปนอนกับข้าได้เลย”
จางเฟยหรงคิดอย่างที่พูดจริงๆ เขาตื่นเต้นมากเมื่อนึกถึงห้องนอนที่จะเป็ของเขาเพียงคนเดียว เขาเคยเข้าไปดูบ้านเก่าของท่านย่ามาแล้ว ถึงแม้จะเก่าทรุดโทรม แต่ก็ยังดีกว่าต้องนอนรวมกันสามคนในห้องเล็กๆ ที่บ้านใหญ่ของท่านปู่มากนัก
นางไป๋ซื่อสะใภ้รองมองดูเหตุการณ์อยู่แล้ว แม้จะพอใจที่บุตรทั้งสามคนของตนเองจะได้มีข้าวเพิ่มมาอีกส่วนหนึ่ง แต่ก็อดเบ้ปากเหน็บแนมไม่ได้
“เหอะ!! นับว่าพวกเ้ายังรู้ความ กินอยู่สุขสบายในบ้านสกุลจางมานานหลายปี คราวนี้ได้แสดงความกตัญญูออกมาเสียบ้างแล้ว”
“พูดมากอะไรของเ้า รีบกินๆ เข้าไปเสีย” จางอู่เกินตำหนิลูกสะใภ้คนรองอย่างรำคาญใจ
“ข้าพูดเื่จริงอยู่ต่างหากล่ะเ้าคะ สี่ปีแล้วที่พวกเราทุกคนต่างก็ต้องออกไปทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำ แม่หลานสาวคนดีของพวกท่านแม้แต่ต้นข้าวก็ยังไม่รู้จักเลยกระมัง ข้าต้องมาทนเลี้ยงดูตัวไร้ประโยชน์ไว้ถึงสามคน ท่านจะไม่ให้ข้าเอ่ยปากบ้างเลยหรือไร”
จางอู่เกินนิ่งเงียบไม่พูดอะไรออกมา ไม่ใช่ว่าเขาจะเห็นด้วยกับนางไป๋ซื่อ แต่เป็เพราะหากยิ่งพูดต่อคำต่อความกับนาง นางจะโวยวายตีโพยตีพายไม่ยอมหยุด ซึ่งพอถึงเวลานั้นมันจะกลายเป็เื่น่ารำคาญมาก คนในบ้านจึงมักจะปล่อยให้นางพร่ำวาจาไร้สาระตามใจนางทุกครั้งไป อีกเดี๋ยวนางก็จะหยุดไปเอง
แต่ไม่ใช่กับจางเฟยอีคนนี้ นางในชีวิตก่อนหน้านี้เสียคนในครอบครัวทั้งหมดไปั้แ่อายุ 12 ปี สมบัติที่เธอได้รับนั้นมากมายจนดึงดูดให้มีญาติพี่น้องห่างๆ เข้ามาหาทางเอาเปรียบทุกวี่วัน
คำพูดประจบเอาใจ มาดีมาร้าย นางเจอมาทุกรูปแบบ และรู้ดีว่าคนบางคนหากยอมให้ครั้งหนึ่งก็จะมีครั้งที่สองและที่สาม ตามมาอีกเรื่อยๆ ดังนั้นจึงไม่คิดจะถนอมคำกับนางไปซื่อผู้นี้
“ความจริงที่ข้าจำได้ก็คงไม่ต่างจากท่านป้าสะใภ้รองเท่าใดหรอกเ้าค่ะ ท่านพ่อออกไปทำงานตอนที่ข้าอายุ 2 ขวบ และส่งเงินมาให้ที่บ้านสกุลจางโดยตลอดรวมแล้วเป็ระยะเวลา 9 ปี ข้าและน้องๆ ใช้เงินของบ้านสกุลจางหลังจากที่ท่านพ่อท่านแม่เสียชีวิตไปแล้ว 4 ปี เช่นนั้นก็ให้บ้านใหญ่บ้านรอง คืนเงิน 9 ปีของท่านพ่อท่านแม่ข้ากลับมาให้หมด ข้าจะได้มีเงินมาคืนส่วนที่ท่านจ่ายให้ข้า 4 ปีดีหรือไม่เ้าคะ”
นางไป๋ซื่อใจนทำตะเกียบในมือหล่นพื้น นางแต่งเข้าสกุลจางมาเกือบ 20 ปี คนเดียวที่เคยโต้เถียงกับนางคือแม่สามี หลังจากแม่สามีเสียชีวิตไปแล้วก็เป็นางที่มีสิทธิ์มีเสียงดังที่สุดในบ้าน ไม่มีใครกล้าโต้แย้ง
บัดนี้หลานสาวที่เคยก้มหน้าก้มตามองพื้นปากปิดสนิทอยู่ตลอดกลับเป็ผู้ที่คิดจะมาต่อคำกับนาง นางจึงคิดจะโต้กลับไปให้เจ็บแสบ
“จ--------”
“ข--------”
นางไปซื่อคิดแล้วคิดอีก นางไม่ได้เรียนหนังสือพอได้ยินเื่ตัวเลขสมองก็ช้าไปนิดคิดไม่ถูก คิดแล้วคิดอีก คิดซ้ำไปมาก็ดูเหมือนว่าทางนั้นเขาจะจ่ายมามากกว่าจริงๆ
แล้วนางจะหาเงินจากที่ไหนมาคืนให้ล่ะ พี่ชายสามีพี่สะใภ้และสามีของนางก็เร่งออกจากบ้านกันไปหมดแล้ว หันไปทางไหนเวลานี้ก็ไม่มีใครจะออกหน้าแทนนางได้สักคน
“ข้าคิดตัวเลขไม่เก่ง ต่อไปหลานสาวก็อย่าได้มาพูดถึงเื่นี้อีกเลยเข้าใจหรือไม่” นางไป๋ซื่อทำไม่รู้ไม่ชี้ สั่งทุกคนให้รีบกินข้าวจะได้รีบไปทำงาน
จางอู่เกิน อมยิ้มมุมปากกระตุก เขาชอบหลานสาวที่รู้ความในเวลานี้เสียจริง นางเก่งกาจสามารถทำให้นางไป๋ซื่อหยุดปากไปได้ด้วยตัวเองทีเดียว